Head-Heart-Hand

แวนด้า แซนเดอเรียน่า Vanda sanderiana (ต้นเดิม)

ปีที่ผ่านๆมาออกดอกปีละครั้ง แต่ปีนี้มาแปลกออกดอก 2 ครั้ง









 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2553 15:32:15 น.
Counter : 214 Pageviews.  

แวนด้า แซนเดอเรียน่า Vanda sanderiana

แวนด้า แซนเดอเรียน่า
Vanda sanderiana









แวนด้า แซนเดอเรียน่า
Vanda sanderiana
เป็นกล้วยไม้ที่มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศฟิลิปปินส์ จัดเป็นแวนด้าประเภทใบแบน หน้าตัดของใบเป็นรูปตัววี (V) ปลายใบเป็นฟันแหลมๆ ไม่เท่ากัน ใบเรียงซ้อนค่อนข้างถี่มีลักษณะเป็นแผง ช่อดอกตั้งแข็งตั้งยาวประมาณ 20–30 เซนติเมตร ช่อหนึ่งมีดอกประมาณ 5–15 ดอก ดอกเรียงรอบช่อดอกเป็นรูปทรงกระบอกเป็นพุ่มสวยงาม ดอกมีกลีบนอกคู่ล่างใหญ่ มีสีแตกต่างจากกลีบนอกบนและกลีบในทั้งคู่สีคล้ายครึ่งล่างและครึ่งบน ครึ่งบนเป็นสีชมพูม่วงอ่อน ครึ่งล่างเป็นน้ำตาลไหม้อยู่บนพื้นสีเขียว เป็นลายตาสมุก ปากยาวประมาณ 3 เซนติเมตร กระเป๋าและคอปากสีเหลืองอมเขียว และมีเส้นสีแดงบางๆ แผ่นปากมีสีน้ำตาลไหม้ รูปดอกใหญ่ ขนาดดอกโตประมาณ 8–12 เซนติเมตร

( ข้อมูลดีๆ จาก //www.panmai.com/Orchid/V/v.shtml )

สกุลแวนด้า (Vanda)

แวนด้า เป็นกล้วยไม้ที่เลี้ยงง่ายและบานทนนาน กล้วยไม้สกุลนี้เกือบทั้งหมดเป็นกล้วยไม้รากอากาศ (epiphytic) เป็นกล้วยไม้ที่มีลำต้นแท้ (monopodial) อาศัยอยู่ในที่สูง บางชนิดมีใบกลมคล้ายไข่ ปรับตัวได้ดีในที่แห้งแล้ง ลำต้นกลมยาวหลายเมตร เติบโตได้ดีในประเทศไทย ดอกส่วนใหญ่เป็นสีเหลือง น้ำตาล แต่ก็มีที่เป็นสีขาว เขียว ส้ม แดง หรือสีเหมือนไวน์ ปาก(lip) มีเกสรขนาดเล็ก ปกติดอกจะบานทุก 2 – 3 เดือน และดอกจะบานเป็นเวลาประมาณ 2 – 3 สัปดาห์

นอกจากความสวยงามแล้วกล้วยไม้สกุลแวนด้ายังมีความสำคัญในด้านอื่น เช่น แวนด้า มิส โจเคียม (Vanda Miss Joaquim) เป็นดอกไม้ประจำชาติของสิงคโปร์ นับเป็นกล้วยไม้ลูกผสมแห่งชาติที่เก่าแก่ที่สุดระหว่างแวนด้าฮุคเคอเรียนา (Vanda hookerana) และแวนด้า เทอเรส (Vanda teres) ลำต้นสามารถสูงได้เท่ากับมนุษย์คนหนึ่ง ค้นพบโดยแองนี โจเคียม (Agnes Joaquim) ชาวอาร์เมนเนียน (Armenian)

ในปี 1893 ส่วนในทางเศรษฐกิจกล้วยไม้สกุลแวนด้าเป็นหนึ่งในห้าสกุลกล้วยไม้ที่สำคัญต่อ การปลูกกล้วยไม้เพื่อจัดจำหน่าย เนื่องจากเป็นกล้วยไม้ที่มีดอกสวยงามเหมาะกับการตัดดอก โดยเฉพาะชนิด แวนด้า โคอีลูเลีย (Vanda coerulea) หรือแวนด้า ฟ้ามุ่ย เป็นหนึ่งในกล้วยไม้เพียงไม่กี่ชนิดที่มีดอกสีฟ้า ซึ่งหาได้ยากยิ่งและเป็นที่สนใจของนักนิยมสะสมกล้วยไม้ ปัจจุบันกล้วยไม้สกุลแวนด้าในธรรมชาติมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแวนด้าฟ้ามุ่ยอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์เนื่องจากแหล่งที่ อยู่ได้ถูกบุกรุกทำลายไปมาก กล้วยไม้สกุลนี้ทั้งหมดจึงจัดอยู่ในพืชอนุรักษ์บัญชีที่ 2 (Appendix II) ของไซเตส (CITES) หมายถึงพันธุ์ที่มีอยู่ค่อนข้างน้อย นำเข้าส่งออกได้ แต่ต้องมีการควบคุมที่เหมาะสม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ราก เป็นรากอากาศ
ลำต้น เป็นกล้วยไม้ลำต้นแท้ (Monopodial) เติบโตทางยอดใบ มี 3 แบบ ได้แก่
ใบกลม ใบแบน และใบร่อง
ดอก ออกดอกด้านข้าง กลีบนอกและกลีบในคล้ายกัน มีเดือยแหลม ช่อดอกตั้งขึ้น

ถิ่นกำเนิด

ทวีปเอเชีย อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์

กล้วยไม้สกุลแวนด้าบางชนิด
• แวนด้า ฟ้ามุ่ย (Vanda coerulea)
แหล่งที่พบ อินเดีย พม่า จีน ภาคเหนือของไทย
ลักษณะ กลีบดอกสีฟ้า หรือฟ้าปนม่วง บางชนิดเป็นลายตาราง เรียกว่า
“ลายตาสมุก” ดอกขนาดใหญ่บานทนทาน ช่อดอกตรง ใบยาวประมาณ 20 เซนติเมตร
กว้าง 25 เซนติเมตร ปลายใบหยัก ลำต้นตรงแข็งยาวประมาณ 8 – 20 เซนติเมตร
ออกดอก เดือนกรกฎาคม – ธันวาคม

• แวนด้า เทอเรส (Vanda teres)
ชื่ออื่น เอื้องโมกข์
แหล่งที่พบ เป็นไม้พื้นเมืองของไทย พบตามต้นไม้สูง
ลักษณะ ดอกมีขนาด 7 – 10 เซนติเมตร กลีบดอกสีขาว ชมพู
เหลือง ใบกลม ขนาดประมาณ 10 เซนติเมตร
ออกดอก เดือนตุลาคม – ธันวาคม

• แวนด้า ฮุกเคอเรียนา (Vanda hookerriana)
แหล่งที่พบ ภาคใต้ของไทย
ลักษณะ กลีบดอกสีขาวปนม่วง ช่อดอกยาวประมาณ 20 เซนติเมตร
1 ช่อมี 3 – 5 ดอก ใบกลมเล็ก

• แวนด้า สามปอยชมพู (Vanda bensoni)
แหล่งที่พบ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ลักษณะ กลีบดอกสีน้ำตาล ช่อดอกยาวประมาณ 50 เซนติเมตร 1 ช่อมี 13 – 15 ดอก
ใบกว้าง 1.5 เซนติเมตร ยาว 12 – 15 เซนติเมตร ลำต้นยาว 20 – 30 เซนติเมตร
ออกดอก เดือนเมษายน – พฤษภาคม

• แวนด้า สามปอยขุนตาล (Vanda denisoniana)
แหล่งที่พบ พม่า จีน เวียดนาม ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
ลักษณะ กลีบดอกสีเหลือง ดอกขนาดประมาณ 6 เซนติเมตรมีกลิ่นหอม
1 ช่อมีประมาณ 5 – 7 ดอก ลำต้นกลมยาวประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร
ใบยาว 15 – 20 เซนติเมตร กว้าง 1.5 เซนติเมตร
ออกดอก มีนาคม – พฤษภาคม

• แวนด้า เอื้องสามปอย (Vanda benbonii)
แหล่งที่พบ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันตกของไทย
ลักษณะ กลีบดอกสีขาวปนเหลือง ดอกขนาดประมาณ 7 เซนติเมตร
1 ช่อมีประมาณ 10 ดอก ลำต้นตรงยาวประมาณ 15 – 30 เซนติเมตร
ออกดอก เดือนมกราคม – เมษายน

• แวนด้า เอื้องสามปอยนก (Vanda brunnea)
แหล่งที่พบ พม่า จีน ในไทยพบในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก
ลักษณะ กลีบดอกสีเหลือง น้ำตาล ขนาดดอกประมาณ 4 เซนติเมตร
ลำต้นแข็งกลมยาว 15 – 30 เซนติเมตร
ออกดอก เดือนมกราคม – เมษายน

• แวนด้า ไตรคัลเลอร์ (Vanda tricolor)
แหล่งที่พบ เป็นกล้วยไม้พื้นเมืองของชวา
ลักษณะ กลีบดอกสีเหลืองปนขาว จุดสีน้ำตาลแดง ปากสีม่วง
1 ช่อมีประมาณ 5 – 10 ดอก ใบยาวประมาณ 40 เซนติเมตร กว้าง 4 เซนติเมตร

• แวนด้า แซนเดอเรียนา (Vanda sanderiana)
แหล่งที่พบ ฟิลิปปินส์
ลักษณะ กลีบดอกด้านบนสีชมพูอ่อน ด้านล่างเป็นสีน้ำตาล
ใบยาว 30 – 45 เซนติเมตร กว้าง 2 – 3 เซนติเมตร

• แวนด้า เดียรีอิ (Vanda dearei)
แหล่งที่พบ เกาะบอร์เนียว (Borneo)
ลักษณะ กลีบดอกสีเหลือง โคนปากสีขาว กลิ่นหอม ลำต้นอวบ ใบกว้าง

• แวนด้า อินซิกนิส (Vanda insignis)
แหล่งที่พบ เกาะโมลูกัส(Molugas)
ลักษณะ กลีบดอกสีเหลืองปนเขียว มีจุดสีน้ำตาล
1 ช่อมีประมาณ 4 – 7 ดอกใบแบนยาวประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร

การปลูกกล้วยไม้สกุลแวนด้า
การปลูกมักนำไปปลูก ในกระถางแขวน ตอนแรก อาจใช้ออสมันดาเป็นเครื่องปลูกหรือ ใช้ถ่านรองกระถาง แต่ไม่ต้องใช้เครื่องปลูกเมื่อรากแข็งแรง ถ้าปลูกในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม กล้วยไม้สกุลแวนด้าจะมีก้านช่อแข็ง สีสดใสและให้ดอกดก

• แสงแดด
กล้วยไม้สกุลแวนด้า เป็นกล้วยไม้ที่ชอบแสงแดด ต้องให้โดนแดดบ้าง จึงจะแข็งแรงสวยงาม ในโรงเรือนให้มีแสง ประมาณ 50 % ของพื้นที่โรงเรือน ข้อสังเกตคือถ้าใบแวนด้าเขียวเข้มเกินไป แสดงถึงแสงแดดไม่เพียงพอ

• น้ำ
ควรรดน้ำจนชุ่ม โดยสังเกตจากราก ถ้าให้น้ำพอเหมาะรากจะนิ่มไม่แตกหักง่าย พื้นโรงเรือนควรใช้ขี้เถ้าแกลบอัดเพื่อรักษาความชื้นให้กับกล้วยไม้ได้

• ปุ๋ย
วิธีการให้ปุ๋ยกล้วยไม้สกุลแวนด้าควรสังเกตสภาพอากาศและระยะการเจริญเติบโตถ้ามีแสงแดด และลมพัดดีก็ให้ปุ๋ยได้มาก ฤดูฝนงดให้ปุ๋ยยูเรีย โดยใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียมเท่ากัน

เมื่อกล้วยไม้ใกล้ให้ดอกจึงให้สูตรปุ๋ยเป็น 13–27–27 ซึ่งมีไนโตรเจนน้อยกว่าฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม เวลาให้ปุ๋ยประมาณ 5–7 วัน

เมื่อกล้วยไม้ออกดอกแล้วให้ปุ๋ยสูตร 1–1–1 สามครั้ง สลับกับปุ๋ยสูตร 1–2–2 หนึ่งครั้งทุก 5 วัน

เมื่อกล้วยไม้มีฝักให้ปุ๋ยสูตร 1–2–2 หรือ 13–27–27

( ข้อมูลดีๆ จาก //www.weloveorchid.com )





 

Create Date : 28 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 28 กรกฎาคม 2553 16:26:39 น.
Counter : 471 Pageviews.  


flower162
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add flower162's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.