"Love is something, That can't be predicted, It comes as a surprise, ...... when you least expect it."
Group Blog
 
All Blogs
 

นิยาย 3 รส/ปราการรัก ปักษาสวรรค์/ดวงใจนิรันดร์ ราชาวดี/เล่ห์มาลี พุดพิชญา





ปราการรัก ปักษาสวรรค์

ปราการรักหนาหนักสักเพียงไหน ก็พ่ายให้หัวใจเขา

ปราการรักปักษาสวรรค์ เขียนโดย ปาริชาติ คุ้มรักษา เป็นเล่มพี่ใหญ่ ในนวนิยายชุด ดอกไม้หลายรส ที่มีด้วยกันสามเล่ม เล่มที่สองได้แก่ ดวงใจนิรันดร์ ราชาวดี เขียนโดย พึงเนตร อติแพทย์ และเล่มน้องนุชสุดท้อง เล่ห์มาลี พุดพิชญา เขียนโดย กฤติศิลป์ ศักดิ์ศิริ เป็นเรื่องราวชีวิตรักของสามพี่น้องต่างมารดา ต่างคาแร็คเตอร์ ต่างสีสันเปรียบเสมือนดอกไม้ต่างพันธุ์ ที่มีความงามและมีเสน่ห์เฉพาะตัว

"ดอกไม้เหล็ก"เป็นคาแร็คเตอร์ของ ปักษาสวรรค์ หรือ คุณหนูอิง ลูกสาวคนโตของมหาเศรษฐี และสถาปนิกแลนด์สเคปชื่อดัง ทีปต์ ธนเดชชยากร กับ คุณนายนภา หม่ามี้ ผู้ซึ่ง "จับอะไรก็เจ๊ง"คุณหนูจอมป่วนจึงต้องออกมาปฏิบัติภารกิจ "กู้หน้าแม่ แก้ขาดทุน"จนเกิดเรื่องวุ่นๆ นำไปสู่การพบรักที่ "รักไม่ได้" กับลูกชายเจ้าของโรงแรมห้าดาว

ความรักระหว่างคุณหนูมาดเท่ กับผู้บริหารหนุ่มเจ้าชู้เนื้อหอมขั้นเทพจะต้องฝ่าด่าน "ปราการรัก" สักกี่ชั้นกว่าจะสมหวัง งานนี้แม้แต่พรหมลิขิตยังต้องลุ้นกันจนเหนื่อย!

-----------------------------------------------------------------------------

ดวงใจนิรันดร์ ราชาวดี

ทั้งสองคนคือรักแท้แต่เธอต้องเลือกเพียงหนึ่งเดียว

"ราชาวดี ธนเดชชยากร" หรือ "เอย" ลูกสาวคนกลางของ ทีปต์ ธนเดชชยากรและ หม่อมหลวงอรอารีย์ ภักดิพรหม สาวเปรี้ยวเจ้าเสน่ห์ ที่พยายามพาตัวเองหนีเกมจับคู่ของคุณป๊า หลังจากซินแสประจำตระกูลทำนายว่า เธอต้องแต่งงานเพื่อเสริมดวงให้ธุรกิจคุณป๊าที่กำลังมีปัญหา

"ราชาวดี" ที่ควงหนุ่มไม่ซ้ำหน้า ทว่าไม่กล้าปักใจกับใครอย่างจริงจังเพราะมีเงาของใครบางคนแทรกอยู่ในใจมาตลอด 10 ปีจึงทุ่มเทเวลาให้กับงาน ทั้งการรับช่วงบริหารร้านอาหารไทยชื่อดังของผู้เป็นแม่ ควบคู่ไปกับการวิ่งตามความฝันของตัวเองในการเป็นดีไซน์เนอร์ และแปลงร่างเป็นผีเสื้อราตรีในยามค่ำคืนหลบหนีปัญหากวนใจเรื่องคุณป๊า ไปยังกระสวยอวกาศของเธอความสุขของเธอ คือการได้นั่งพูดคุยกับบาร์เทนเดอร์หนุ่มที่ชื่อ "แคน"แห่งบาร์ "To Die For"


จนกระทั่งวันที่ "คุณชายภีม - มรว.พีรธรณ์ นฤนาถ" ผู้เป็น "รักแรกที่ฝังใจ"ของเธอปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอีกครั้งจากการแนะนำของคุณป๊า

แล้ววินาทีนั้นโลกของเธอก็เปลี่ยนไปตลอดกาล... มาเอาใจช่วยกันว่าราชาวดีจะทำความฝันได้สำเร็จหรือไม่ และเกิดอะไรขึ้นในระหว่างทาง เมื่อเธอพบว่า เสียงหัวใจของเธอ ไม่ได้มีแค่ "รักแรก" อย่างที่เข้าใจมาตลอด...เมื่อบาร์เทนเดอร์หนุ่มได้กลายมาเป็นพ่อครัวจำเป็นที่ร้านของเธอ...กระทั่งวันที่เขาเดินออกไปจากชีวิตของเธอ

คุณชายภีม หรือ นายแคนใครจะเป็นรักแท้ที่ต้องเลือกเพียงหนึ่งเดียวของราชาวดี คุณเท่านั้นที่จะล่วงรู้ไปพร้อมๆ กันกับเธอ

--------------------------------------------------------------------------------




เล่ห์มาลี พุดพิชญา

เหลี่ยมร้ายแค่ไหน ก็ต้องยกใจให้หนุ่มเซอร์


กันต์ดนัย เลิศอมรกิตติ์ ชายหนุ่มผู้หมดศรัทธาในความรัก หลังถูกหญิงสาวซึ่งเป็นรักแรกและรักเดียวตีจาก เพื่อไปแต่งงานกับลูกชายเจ้าของห้างดังในประเทศอังกฤษ โดยก่อนหน้านั้นไม่นาน ภาวิต เจ้าของธุรกิจน้ำมันมะพร้าวส่งออก ผู้เป็นพ่อของเขา หวนกลับไปคืนดีกับ ลาวัณย์ คนรักเก่า ขณะที่มารดาของชายหนุ่มนอนป่วยด้วยโรค SLD ก่อนพาลาวัณย์กับลูกสาว (ที่คิดแต่จะงาบกันต์ดนัย) ลอบเข้ามาอยู่ในบ้าน โดยที่แม่ของเขาไม่รู้

สองเหตุที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้กันต์ดนัยรู้สึกเป็นลบกับความรักเรื่อยมา เขาไม่คิดว่ารักแท้มีอยู่จริงอีกต่อไป หลังเรียนจบ เขาทำงานให้กับแกลเลอรีในประเทศอังกฤษ โดยกลับมาเยี่ยมมารดาเป็นระยะ กระทั่งแม่ของเขาเสียชีวิตลง ภาวิตจึงทำทีเป็นแกล้งป่วยเพื่อให้ลูกชายคนเดียวกลับมาอยู่บ้านถาวร ด้วยความเป็นห่วงบิดาชายหนุ่มจึงกลับมาตามคำขอ พร้อมกับตั้งใจว่าจะไม่สุงสิงกับสองแม่ลูก ที่บรรดาบ่าวไพร่พากันเล่าให้เขาฟังว่าช่างแสนร้ายกาจ

แต่ไม่ว่าจะเลี่ยงอย่างไร ลักษิกา ลูกสาวของลาวัณย์ซึ่งคิดวางแผนจับกันต์ดนัยอยู่ตลอดเวลาก็สร้างเรื่องขึ้น ส่งผลให้ภาวิตเข้าใจผิด จนเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง กันต์ดนัยจำเป็นต้องออกจากบ้านเพื่อยุติปัญหาทั้งหมด

แม้ชายหนุ่มจะพอมีรายได้จากอาคารพานิชย์ให้เช่ามรดกของมารดา แต่เขาก็ต้องการหางานทำ เพราะไม่อยากให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่าน กันต์ดนัยได้รับความช่วยเหลือจากวิมลสิริ ลูกพี่ลูกน้อง ที่ทำงานให้กับแกลเลอรีชื่อดัง พาไปสมัครเป็นครูสอนศิลปะให้กับคนพิการจำนวนหนึ่ง ที่อยู่ในความดูแลของแกลเลอรี


นั่นเองที่ทำให้หนุ่มเซอร์ ผมยาวรุงรัง แต่งตัวไร้ความพิถีพิถัน ทว่าเรียนจบถึงสถาบันศิลปะชื่อดังในอังกฤษ พบเข้ากับครอบครัวของ อิดด้า หรือ พุดพิชญา ธนเดชชยากร ลูกสาวของ ปราณปรียา จิตรกรหญิงชื่อดังเจ้าของแกลเลอรี่ ภรรยาคนเล็กของ ทีปต์ ธนเดชชยากร สถาปิกแลนด์สเคป บุรุษเจ้าเสน่ห์ ที่มีภรรยาถึงสามคน

กันต์ดนัยลอบสังเกตครอบครัวธนเดชชยากรด้วยความกังขา อะไรที่ทำให้ภรรยาทั้งสาม ที่ต่างมีลูกสาวกับทีปต์อย่างละหนึ่งคน (ปักษาสวรรค์ ราชาวดี พุดพิชญา) อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ แถมยังปรองดองยิ่งกว่าพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน ในขณะที่พุดพิชญา สงสัยเป็นอย่างยิ่งว่ามารดาของตน รับชายหนุ่มซกมกคนนี้เข้ามาทำงานในแกลเลอรีชื่อดังระดับประเทศได้อย่างไร นั่นจึงทำให้คนทั้งคู่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันเรื่อยมา

แม้พุดพิชญาจะเป็นผู้หญิงเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่เธอกลับมีพิษสงรอบตัว เก่งในเรื่องเอาตัวรอด จนทำให้หนุ่มๆ ทั้งหลายที่มาติดพันเธอต่าง “เจอดี” จนต้องยอมแพ้ราบคาบกับความเจ้าเล่ห์แสนกลของดอกไม้ดอกนี้ ไม่มีใครสักคนที่เข้าถึงตัวเธอได้นอกจากกันต์ดนัย เพราะมีเหตุให้ต้องทำงานร่วมกัน

พุดพิชญาสาวสวยหน้าหวานราวในนางวรรณคดีจะสามารถเปลี่ยนความคิดของกันต์ดนัย ที่ว่า “รักแท้ไม่มีอยู่จริง” ได้หรือไม่ และพระเอกของเราจะจัดการกับแม่ดอกไม้สีขาวเจ้าเล่ห์คนนี้ด้วยวิธีใด ติดตามได้ใน “เล่ห์มาลี พุดพิชญา” นิยายรักครบรส ที่คุณต้องหลงรักในทุกตัวละคร

*****************************************************************

***ทั้งสามเล่มมีจำหน่าย ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
หรือติดต่อผ่านเฟซบุ๊ค ณ ดา สำนักพิมพ์***




 

Create Date : 12 กันยายน 2559    
Last Update : 13 กันยายน 2559 11:24:15 น.
Counter : 469 Pageviews.  

"เรากำลังกลายพันธุ์" รางวัลรองชนะเลิศ อันดับสอง เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ประจำปี 2559












สกู้ปชิ้นนี้ เขียนขึ้นเมื่อปลายปี 2558 หลังจากงานเปิดตัวหนังสือ 
"เรากำลังกลายพันธุ์" (8 พฤศจิกายน 2558  คิโนะคุนิยะ สยามพารากอนรวมเรื่องสั้นเล่มแรกของ "เกริกศิษฏ์ พละมาตร์" นักเขียนหนุ่มกลุ่มวรรณกรรมภูเก็จ เจ้าของรางวัลกนกพงศ์ สงสมพันธุ์คนที่ 2 จากเรื่องสั้น "ผู้กุมชะตา" ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารเรื่องสั้นราหูอมจันทร์ ฉบับที่


โดยผู้เขียนสกู้ป คัดฉบับย่อมาลง ในวาระที่
"เรากำลังกลายพันธุ์" ได้รับ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับสอง เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 13 ประจำปี 2559


เสวนาเริ่มต้นที่เวลาบ่ายสามโมง โดย ณัฐนิษฐ์ นิธิวิรุฬห์ นักจัดรายการชื่อดังของคลื่น 89.75 เรดิโอ ทริป ภูเก็ตคนรู้ใจของ เกริกศิษฏ์ รับหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ กล่าวเชิญ "เจน สงสมพันธุ์" นายหัวแห่ง สำนักพิมพ์นาคร ในฐานะผู้จัดพิมพ์รวมเรื่องสั้นเล่มนี้ที่อยู่ในโครงการ "ชุดวรรณกรรมคลื่นลูกใหม่" กล่าวต้อนรับผู้มาร่วมงาน


หลังจากนั้นเป็นการแนะนำแขกรับเชิญ ที่ให้เกียรติมาร่วมเสวนาครั้งนี้ ได้แก่ วัชระ สัจจะสารสิน นักเขียนซีไรต์ประจำปี 2551 และ บัณฑิต ทองดี นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่ต่างพูดถึงเรื่องสั้นในเล่ม "เรากำลังกลายพันธุ์" ไว้อย่างน่าสนใจ


วัชระ "ผมรู้จักคุณเกริกศิษฏ์ผ่านตัวอักษรช่วงแรกเขาเขียนบทกวีโดยใช้ชื่อ "พลัง เพียงพิรุฬห์" อ่านบทกวีเขามาแต่ไม่รู้ว่าเป็นเขา เขาเป็นคนเขียนกวีดี จนมีเล่มหนึ่ง (โลกใบเล็ก)เข้ารอบสุดท้ายซีไรต์ และผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการรางวัลกนกพงศ์ได้มีโอกาสอ่านเรื่องผู้กุมชะตา อ่านแล้วทึ่งในความเป็นเกริกศิษฏ์เพราะเพิ่งได้อ่านเรื่องสั้นของเขาเป็นเรื่องแรกนึกเลยว่านักเขียนคนนี้ทำไมพลังเยอะจัง เขียนเรื่องสั้นขนาดยาวเขียนเกี่ยวกับตำนานความเชื่อคนในท้องถิ่นลักษณะคล้ายๆ กนกพงศ์ผสมผสานกับแดนอรัญแสงทอง กลายเป็นว่าทุกคนสี่ห้าคนลงโหวตเป็นเอกฉันท์ว่าให้ตีพิมพ์และกลายเป็นว่าเรื่องนี้เข้ารอบสุดท้าย จนมาได้รางวัลกนกพงศ์ สงสมพันธุ์


หลังจากนั้น เขาก็ส่งเรื่องคาโบลมาอีกเรื่อง ผมก็ให้ผ่านอีก พลังมันอาจจะน้อยว่าเรื่องแรกแต่ต้องให้ เพราะว่าลักษณะลูกเล่นชั้นเชิง ถือว่าเขียนเรื่องสั้นดีคนหนึ่ง เล่มนี้ (เรากำลังกลายพันธุ์) ผมก็เพิ่งได้อ่าน พออ่านจบไปอ่านคำนิยมของคุณไพฑูรย์ธัญญาอีก ดีมากๆทั้งภาพรวมของวรรณกรรม และมีการจับทฤษฎีของวรรณกรรมยุคสมัยใหม่นี้ด้วยว่าแบ่งอะไรกันยังไงแต่ผมจะพูดในแง่ของผมเอง ในแบบคนอ่านวรรณกรรมธรรมดา ลักษณะโดดเด่นของคุณเกริกศิษฏ์ คือการเขียนโดยที่เน้นหนักไปในเนื้อหาของเรื่องไม่ได้เน้นวิธีการหมายถึงเขามีเรื่องมาเล่าในแต่ละเรื่อง และเขามุ่งลงไปตรงนั้น ใส่รายละเอียดเข้าไปจนให้คนอ่านเชื่อว่าเรื่องของเขาเป็นเรื่องที่มีมิติ มีน้ำหนักเชื่อ และรู้สึกไปกับตัวละครด้วย ผมฟันธงได้เลย คืออ่านเล่มนี้แล้วจะรู้เลยว่านักเขียนต้องเป็นนักใช้ชีวิต นักใช้ชีวิตในข้อมูลแต่ละอย่าง


อย่างเรื่อง เดือยหิน การชนไก่ดูเหมือนเรื่องธรรมดา แต่ทำไมคุณเกริกศิษฏ์แปลงร่างเป็นวิญญาณไก่ คือรู้เลยว่าไก่เจ็บยังไง รู้ว่าเขาเย็บตากันยังไง ตาห้อยเพราะโดนตียังไง คือรู้หมด แล้วก็บรรยายได้ละเอียดมาก ตรงนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับงานวรรณกรรม คือนั่งเทียนเขียนแล้วเปิดกูเกิลดูไม่ได้ คือดูยูทูปในบ่อนไก่ก็ไม่ใช่ มันไม่ใช่อย่างคุณเกริกศิษฎ์เขียน ผมเลยฟันธงว่าคุณเกริกศิษฏ์เป็นนักใช้ชีวิต  ขลุกอยู่กับข้อมูลแล้วนำมันมาเขียน"

ในขณะที่มุมมองของผู้กำกับ บัณฑิต ทองดี พูดถึงเรื่องหนังสือเล่มนี้ว่า  "ผมมีความคิดเหมือนพี่วัชระ คือนักเขียนคนนี้ต้องเป็นคนที่ใช้ชีวิต รู้จักคุณเกริกศิษฏ์มาพอสมควร แต่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันใช้ชีวิตด้วยกัน เขาเป็นคนหลายพื้นที่ เกิดกรุงเทพฯ แล้วไปเติบโตที่อีสาน สุดท้ายมาเรียนที่ภาคใต้ ด้วยความเป็นคนหลายพื้นที่ ทำให้เขารู้จักชีวิตของคนหลายๆ ท้องถิ่น และทำให้งานเขียนเขามีความหลากหลาย พูดเรื่องชีวิตที่มีความหลากหลายของท้องถิ่น จะเห็นมุมมองแปลกๆและมุมมองของงานเขียนหลายๆ เรื่องที่รวมกันเป็นภาพของประเทศไทยหลายๆ พื้นที่ ทำให้เราเปิดมุมมองให้กว้างขึ้น


การเล่าเรื่องของคุณเกริกศิษฏ์มีความเป็นภาพยนตร์สูง หมายความว่าอ่านแล้วมันมีองค์สามองก์ (องก์แรกคือพื้นฐานตัวละคร องก์ที่สองคือปัญหาองก์สุดท้ายคือการแก้ปัญหา) เหมือนการเขียนบทหนัง เพราะฉะนั้นผมเลยการันตีว่าบางเรื่องนี่เอาไปทำหนังสั้นชั้นดีได้เลย คุณเกริกศิษฏ์บรรยายทำให้เราเห็นภาพ และเข้าใจในสิ่งที่ตัวละครคิด และก็อย่างที่พี่วัชระบอก คือไม่สามารถหาจากกูเกิลได้ นักเขียนต้องลงลึก และต้องรู้จักพวกนั้นจริงๆ ถึงได้เขียนได้ขนาดนี้"

ช่วงต่อมา ผู้ดำเนินรายการเปิดโอกาสให้แขกรับเชิญทั้งสองท่าน ถามนักเขียนกลับ 


บัณฑิต "อะไรเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เขียนเรื่องสั้นเหล่านี้ เพราะว่าแต่ละเรื่องมีเอกลักษณ์ และมีอัตตาของตัวเอง เอาเรื่องเดือยหินแล้วกัน"


เกริกศิษฏ์ "เดือยหินนี่ผมตั้งใจ ผมอยากเข้าไปดูว่าจริงๆ แล้วคนที่เอาไก่ไปชนนี่ไก่เป็นเจ้านายคนหรือเปล่า การที่ไก่ต้องเอาตัวเองแลกด้วยความอึด ด้วยทุกอย่างที่ไก่มี และผมได้เข้าไปพิสูจน์ อยากจะรู้ว่ามันจริงหรือเปล่า แค่ตั้งสมมุติฐานไว้ ปรากฏว่าสุดท้ายแล้วมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ คนที่ได้เงินจากการที่ไก่ตีชนะนี่ เขาทำเหมือนกับว่าเขาเป็นคนทำทุกอย่าง แต่ตัวเขาเองก็นับถือไก่เขา คือหมายความว่า คนที่ไก่เขาเยี่ยมยอดชนเจ็ดแปดครั้งแล้วชนะตลอด ไก่มันต้องมีความสามารถ เขาก็นับถือในตัวไก่เขาด้วย เขาเรียกไก่ว่าลูกทุกคำ แตกต่างจากคนที่เป็นเจ้าของค่าย คนที่เลี้ยงดูไก่เขารักไก่เหมือนลูก เขามีความเชื่อมั่นว่าลูกเขาจะชนะ คือมันเป็นการต่อสู้ที่เปลือยเปล่าจริงๆ ฉะกันสองคนอย่างนี้ สองตัวอย่างนี้ เพื่อที่จะให้เกิดชัยชนะ"


วัชระ "อยากถามถึงเรื่องบางลา ผมสนใจข้อมูลตรงนั้นว่าไปใช้ชีวิตอยู่ตรงนั้นจริงๆ ไหม อยากรู้รายละเอียด"


เกริกศิษฏ์ "ผมค่อนข้างใช้ชีวิตกับคนอีสานเยอะ คนอีสานยุคสมัยหนึ่งก็เข้ามาทำงานที่บางลาที่ป่าตอง ก่อนที่จะมาเป็นพม่า คนบ้านผมไม่มีอะไรนอกจากใช้แรง เป็นวัยรุ่นที่เรียนหนังสือไม่สูง เรียนจบปอหกบ้างก็ไม่จบ พอมาเจออะไรแบบนี้ เขารู้สึกว่าเจอสังคมหลากหลายมากมากระทำต่อตัวเขา ทำให้เกิดอะไรบางอย่าง ผมรู้จักบางลา แต่ผมไม่บอกใครว่ารู้จักบางลา มันไม่เคยลาก่อน โดนสึนามิเท่าไหร่มันก็ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรสะเทือนมันได้เลย ไม่ว่าใครจะมาหรือจะไป ยังไง มันก็ยังอยู่ โอเอซิสล่มสลายไม่รู้กี่ครั้ง แต่ว่าบางลาก็ยังอยู่ คือผมพยายามจะบอกว่าความเชี่ยวกรากของกระแสทุนนิยมมันไม่ยอมแพ้อะไรทั้งสิ้น มันจะยังคงอยู่ แต่จะคงอยู่นานแค่ไหนไม่รู้ แต่ตราบใดที่ผมยังคงรู้สึกกับมันอย่างนี้ ผมว่ามันเข้มแข็งมาก และมันก็ไม่ยอมแพ้อะไร ในความเป็นบางลา คนที่มาใช้ชีวิตอย่างนั้นก็คงเหมือนกับ ถ้าไม่แน่จริงอยู่บางลาไม่ได้ ผมอยากรู้ว่าใครแน่จริง ผมก็เลยเข้าไปสัมผัสจริงๆ"


"บางลา" ที่วัชระกับเกริกศิษฏ์พูดถึงนั้น หมายถึงเรื่องสั้นที่ชื่อ "บางลาไม่เคยลาก่อน" โดยเรื่องสั้นเรื่องนี้เป็นอีกเรื่อง ที่มีนักอ่านตั้งข้อสงสัยเช่นเดียวกับนักเขียนซีไรต์ปี 2551


ข้างต้นเป็นทัศนะฉบับย่อ ที่แขกรับเชิญมีต่อนักเขียน ก่อน เกริกศิษฏ์ พละมาตร์  จะกล่าวปิดท้าย


"ขอขอบคุณสำนักพิมพ์นาคร ที่ให้โอกาสผมเป็นคนเขียนหนังสือธรรมดา เป็นคนเล่าเรื่อง มีประกายเล็กๆ น้อยๆ ก็เอาออกมาเขียนจริงๆ แล้ววันนี้เป็นวันที่หมดคำพูด เพราะผมเขียนมายาวนานมาก และผมอยากจะให้เรื่องราวเล่าเรื่องของเขาเองดีกว่า ขอบคุณทุกท่านที่มานะครับ ผมมีความสุขมากเลย ขอบคุณครับ"


เกริกศิษฏ์ พละมาตร์ หรือ พลัง เพียงพิรุฬห์ ในเวลานี้ไม่ใช่ “มือใหม่” สำหรับวงการวรรณกรรมไทยอีกต่อไปแล้ว ทว่าเขาเป็นนักเขียนหนุ่มที่น่าจับตามอง ดังที่ ไพฑูรย์ ธัญญา หรือ ผศ.ดร.ธัญญาสังขพันธานนท์ (นักเขียนซีไรต์ปี 2530) กล่าวไว้ในคำนิยม "ว่าด้วยเรื่องสั้นและกาแฟ"


"แม้จะเป็นนักเขียนหนุ่ม แต่เกริกศิษฏ์ก็หาใช่เป็นคนชงกาแฟมือใหม่หลายปีที่ผ่านมา เขาได้ฝึกฝนและสั่งสมทักษะในการเขียนเรื่องสั้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมแล้ว กาแฟของเกริกศิษฏ์ทุกแก้วเป็นกาแฟที่เน้นเอารสชาติมากกว่าเน้นกรรมวิธีในการชง เรื่องสั้นของเขาจึงเป็นเรื่องสั้นที่มุ่งอ่านเพื่อขบคิดมากกว่าต้องการโชว์ลีลาในการชง หรือทดลองหยิบยืมวิธีการใหม่ๆ มาใช้ ระหว่าง 'วิธีการเล่าเรื่อง' กับ 'เรื่องที่เล่าดูเหมือนเรื่องเล่าของเขาจะโดดเด่นใน 'เรื่องที่เล่าเสียมากกว่า"


นั่นเป็นตัวอย่างเพียงสั้นๆ ที่นักเขียนซีไรต์ปี 2530 พูดถึงบาริสต้าหนุ่ม หากอยากรู้ว่ากาแฟทั้งแปดแก้วของเกริกศิษฏ์ในเล่ม "เรากำลังกลายพันธุ์" เป็นกาแฟประเภทไหน รสชาติอย่างไรลีลาการชงน่าสนใจหรือไม่ ขอเชิญทั้ง 'คอกาแฟ' และ 'คอเรื่องสั้นหาชิมได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อจากเฟซบุ๊ค สำนักพิมพ์นาคร 




 

Create Date : 26 สิงหาคม 2559    
Last Update : 27 สิงหาคม 2559 12:39:37 น.
Counter : 514 Pageviews.  

'มันดา เอช ผู้ทำให้ "ในนรก ฝนตกเป็นความรัก"








ข้าพเจ้ารู้สึกถึง “ความไม่ธรรมดา” ของนักเขียน ที่มีนามแปลกน่าจำอย่าง ’มันดา เอช หลังได้อ่าน “ห่วงโซ่ที่ไม่ได้ร้อย” ที่มีโปรยปกตัวโตต่อท้ายชื่อเล่มว่า ‘บทคร่ำครวญของความผิดเพี้ยน’ น่าจะเป็นประโยคนี้เอง ที่ข้าพเจ้าตัดสินใจซื้อหนังสือของเขามาอ่านในทันที ทั้งที่ไม่เคยรู้จัก หรือเคยเห็นชื่อของ ’มันดา เอช ที่ไหนมาก่อน


หลังได้ทำความรู้จักกับตัวหนังสือของเขา ข้าพเจ้ารู้สึกถึงความชนะ ที่สามารถอ่านมันรวดเดียวจบ นั่นเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า
“ห่วงโซ่ที่ไม่ได้ร้อย” ตรึงข้าพเจ้า (ที่น้อยครั้งจะอ่านหนังสือจบในรวดเดียว) ไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ข้าพเจ้าไม่ได้สูญเงินไปเปล่าๆ เหมือนหนังสือบางเล่ม ที่อ่านไปเพียงไม่กี่หน้าแล้วจำต้องวาง บางเล่ม...ที่ข้าพเจ้ารู้สึกพ่ายแพ้ย่อยยับ เพราะไม่สามารถนำพาตัวเองไปจนถึงหน้าสุดท้าย

“ห่วงโซ่ที่ไม่ได้ร้อย” ของ ’มันดา เอช ทำให้ข้าพเจ้าอยากอุทานคำว่า YES!! ออกมาดังๆ ด้วยภาษาประหลาดพิสดาร (คนละประเภทกับประดิษฐ์ประดอยจนยืดย้วยน่าเบื่อ) ที่ ’มันดา เอช สร้างขึ้นมา เราอาจเรียกได้ว่าเป็น ‘อัตลักษณ์’ เฉพาะตัว ที่ยากยิ่งหากใครคิดเลียนแบบ แล้ว ‘อัตลักษณ์’ ที่ว่านี้ กลายเป็นภาพจำของนักอ่าน ที่เมื่อได้เริ่มต้นอ่านผลงานของ’มันดา เอช ไม่ว่าเล่มใดก็ตามมักตามหาเล่มอื่นๆ มาครอบครอง รวมถึงนวนิยาย “พิกุลกัญชา” หรือ My lady’s bullet wood และ “เปื่อย..สิ่งที่เป็นนิรันดร์คือการสูญเสีย” บทกวีเล่าเรื่อง PuzzlePoetry & Storytelling ของเขาด้วย

เหตุผลนั้นไม่ใช่อื่นใดเลย แต่เป็นเพราะต้องการเสพความแสบสันต์ในเรื่องเล่าอันหฤหรรษ์ชวนหัว กวนเบื้องล่าง ร้าวลึก ตีแผ่จิตใจมนุษย์ออกมาได้อย่างถึงแก่นข้าพเจ้าไม่อาจใช้เพียงคำนิยามเดียว สำหรับผลงานของ ’มันดา เอช แม้ว่าจะพยายามเป็นอย่างยิ่งแล้วก็ตาม

โดยเฉพาะ“ในนรก ฝนตกเป็นความรัก” หรือ Here comes the love, Here comes the hell ผลงานเรื่องเล่าชุดที่วางแผงครั้งแรกในงานมหกรรมหนังสือฯ เดือนตุลาคม 2558 นั้น นับเป็นเล่มที่ถูกกล่าวถึงในวงกว้างอย่างต่อเนื่องมาตลอด นอกจาก ’มันดาเอช จะชาญฉลาดในการตั้งชื่อเล่มให้เป็นที่สะดุดตาน่าจดจำ จนกลายเป็นคำที่ติดหูได้ไม่ยากแล้ว เขายังไม่เจาะจงลงไปชัดเจนว่า “ในนรก ฝนตกเป็นความรัก” เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น หรือเรื่องเล่าที่มาจากเค้าโครงเรื่องจริง ไม่ตีกรอบ ไม่กักเก็บจินตนาการของคนอ่าน ไม่ฟันธงว่ามันเป็นงานประเภทใดประเภทหนึ่ง สุดแล้วแต่ผู้อ่านจะกำหนดมันให้เป็นไป

สิ่งที่ ’มันดา เอช บัญญัติขึ้นมาใหม่ (เหมือนบัญญัติศัพท์อื่นๆที่ประหลาดพิสดารในผลงานแต่ละเล่ม) “ในนรก ฝนตกเป็นความรัก” คือ “เรื่องเล่าบันเทิง” ที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียนซึ่งมีต่อเรื่องราวนั้นๆ ก่อนสื่อสารถึงผู้อ่านอย่างตรงไปตรงมา ไม่โลกสวย ไม่ฉาบน้ำผึ้ง ไม่เวิ่นเว้อ ทว่าฉับไว ตรงประเด็น และสัมผัสได้ถึงความจริงใจ

เรื่องเล่าบันเทิงในเล่มประกอบไปด้วย โยคีทอล์ก, ในนรก ฝนตกเป็นความรัก, หัวใจสีแดงของหมาจากนรก,ซากศพบาร์, อนันต์เลิกพูด, ดินเนอร์ปรโลก, แลบลิ้นแล้วเลียไฟ ปิดท้ายด้วยเรื่องที่ยังไม่เล่า โดยแต่ละเรื่อง ’มันดา เอช ล้วนเลือกใช้ภาษาที่มีความมันส์แสบสันต์ ไม่แพ้กัน

ใครบางคนกล่าวว่างานเขียนของเขาคล้าย “รงษ์ วงษ์สวรรค์” ผสม “ชาติ กอบจิตติ” ที่เขย่ารวมกันออกมาได้อย่างลงตัว หรืออีกบางคนตีความจากตัวหนังสือของเขาว่า ’มันดา เอช ช่างเป็นชายหนุ่มที่อบอุ่นโรแมนติก ในขณะที่อีกหลายคนฟันธงว่างานเขียนของเขาช่างกร้าวกล้าบ้าบิ่น แต่กลับมีลีลาที่น่าจับตามอง


ไม่ว่าใครจะนิยามว่า ’มันดา เอช เป็นอย่างไร ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเขาไม่มีทางที่จะปฏิเสธมัน หากแต่จะตอบกลับด้วยรอยยิ้มอันอ่อนหวาน ยิ้มที่คุณไม่สามารถอ่านออกว่าเขารู้สึกอะไรในใจกันแน่


เฉกเช่นผลงานของเขา ที่อาจเขียนขณะข้างในเจ็บเศร้า จนแม้ดื่มน้ำเปล่ายังขมปร่า ทว่าคุณอาจอ่านไปยิ้มไป ในท่วงทำนองของเรื่องเล่าผสานอารมณ์ขัน โดยไม่มีทางเดาความรู้สึกของเขาในขณะนั้นออก เพราะตัวจริงของ ’มันดา เอช สุภาพอ่อนโยน แลดูแตกต่างจากงานเขียนของเขา ที่ห่ามห้าวแดกดันโดยสิ้นเชิง


ตุลาคมที่จะถึงนี้ ’มันดา เอช กำลังจะมีผลงานเล่มใหม่ชื่อเล่มชวนให้ตีความไปต่างๆ นานา ไม่ต่างจากผลงานเล่มอื่นๆ ของเขา “รอยจูบของผู้หญิงที่คนรักของเธอไม่รัก” หรือ Ask Dark Night Kisses โปรดติดตาม.


ข้อมูลหนังสือ

ชื่อเล่ม : ในนรก ฝนตกเป็นความรัก

สำนักพิมพ์ : หนังสือมู้ดดี้ Moody Book

ราคา : 165 บาท




 

Create Date : 21 สิงหาคม 2559    
Last Update : 26 สิงหาคม 2559 20:52:47 น.
Counter : 723 Pageviews.  

ควันไฟ และสายรุ้ง สารคดีเข้ารอบรางวัลนายอินทร์อะวอร์ดของ โดม วุฒิชัย




สารคดีเข้ารอบรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด ปี 2551 เล่มนี้เป็นของ โดม วุฒิชัย นักเขียนหนุ่มใหญ่ที่ถือได้ว่างานเขียนของเขาประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง อันจะเห็นได้จาก “คาบโลกย์คาบธรรม” ที่ได้รับ รางวัลชนะเลิศอันดับ 3 เซเว่นบุ๊ค อะวอร์ดส์ ประจำปี 2547 และ “ห่างไกล ไม่ห่างกัน” ที่ได้รับ รางวัลชมเชย รักลูก อวอร์ด ปีนี้

ควันไฟ และสายรุ้ง เป็นสารคดีแนวประวัติชีวิต ซึ่งแตกต่างไปจากรางวัลนายอินทร์อะวอร์ดประเภทสารคดีในปีก่อนๆ ที่มักเป็นสารคดีเชิงท่องเที่ยว โดยคณะกรรมการได้ลงความเห็นว่า

“ผลงานเรื่อง ควันไฟ และสายรุ้ง เป็นงานเขียนแนวสารคดีชีวิตที่มีเสน่ห์ ใช้ภาษาเรียบง่าย ชวนอ่านและน่าติดตาม ผู้เขียนกล้าเปิดเผยมุมมืดของชีวิต ซึ่งเป็นอุทาหรณ์สอนใจแก่ผู้อ่าน โดยเฉพาะเยาวชน มิให้ก้าวไปในทางที่ผิด จึงนับเป็นงานที่มีคุณค่าของสังคม”

ควันไฟ และสายรุ้ง ถูกแบ่งออกเป็น 15 บท แต่ละบทเชื่อมโยงต่อเนื่อง อ่านแล้วลื่นไหลราวกับว่าประสบการณ์ที่ โดม วุฒิชัย กำลังกล่าวถึงนั้นเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ทั้งที่เขาเพิ่งเขียนมันขึ้นหลังได้รับแรงบันดาลใจจาก คุณขวัญ เพียงหทัย ผู้เป็นเจ้านายเก่า โดย คุณขวัญ เพียงหทัย หวังว่าเรื่องราวความผิดพลาดในชีวิตของ โดม จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน

โดม วุฒิชัย เขียนบรรยายให้เห็นภาพชีวิตของเขาในขณะนั้นได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ความรักของเขาเบ่งบานจนกระทั่งแต่งงาน คิดสร้างรากฐานความมั่นคงให้แก่ครอบครัวด้วยการดาวน์ทาวน์เฮาส์เป็นของตัวเอง ช่วงที่เขาติดยาอย่างหนักในขณะที่กำลังมีเจ้าตัวน้อย หรือช่วงบ้าต้นไม้ (โดยตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันมีผลมาจากการเสพยาหรือไม่) จนเกิดภาพของชายหนุ่มวัย 30 เศษต้องขี่จักรยานเสือหมอบออกจากบ้านทุกวัน เพื่อเข้าซอกโน้นออกซอยนี้เป็นระยะทางหลายกิโลเมตรตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เพื่อหาขุด-ตัด-ตอนกิ่งของต้นไม้ที่เขาชื่นชอบส่วนตัวมาเพาะชำ (พร้อมหาที่ลับตาคนเสพยาไปในตัว) จนบริเวณรอบๆ บ้านของเขาแทบจะไม่มีที่เดินเพราะรกเรื้อไปด้วยต้นไม้ ฯลฯ

ขณะที่ไล่สายตาอ่านเรื่องราวประวัติชีวิตของ โดม วุฒิชัย ข้าพเจ้ายอมรับว่าอดไม่ได้ที่จะลุ้นตามไปกับเขาด้วย ไม่ว่าจะเรื่องปัญหาการตกงานเพราะมัวหมกมุ่นกับอบาย (ไม่แม้แต่จะใส่ใจกับสารรูปของตนเอง) เงินที่ได้มาจากการขายต้นไม้ หรือการเก็บของเก่าขายไม่เพียงพอกับค่าผ่อนบ้านที่ค้างชำระจนกลายเป็นดินพอกหางหมู ไปจนถึงเรื่องที่เขาโดนตำรวจจับในข้อหาเสพกัญชา ฯลฯ

เรียกได้ว่าชีวิตของ โดม วุฒิชัย ยิ่งกว่านิยาย แทบไม่น่าเชื่อว่าคนที่ติดยาเสพติดถึงสองขนานควบคู่กันไปจะ “หักดิบ” เลิกได้ในระยะเวลาสั้นๆ เพียงเพราะบังเอิญได้ฟังคำสอนของ ท่านพุทธทาสภิกขุ ผ่านรายการธรรมะทางวิทยุ แต่หลังจากนั้น การได้งานทำ และสังคมใหม่ก็ทำให้ โดม ติดเหล้า-เมาหนัก (ส่วนการสูบบุหรี่ถือเป็นเรื่องแสนธรรมดาในยุคนั้น) เขาต้องดื่มมันเป็นประจำทุกวัน จนเงินทองที่หามาได้ร่อยหรอ แทบไม่เหลือติดกระเป๋า แต่ในที่สุดเขาก็ผ่านพ้นช่วงเวลาเลวร้ายเหล่านั้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ หนำซ้ำในปัจจุบัน โดม ไม่ข้องเกี่ยวกับสิ่งเสพติดใดๆ เลยแม้แต่ชนิดเดียว

นี่เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของ ควันไฟ และสายรุ้ง ที่นำมาบอกเล่าพอเป็นสังเขป ภายในเล่มยังมีเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

โดม วุฒิชัย ไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่าเรื่องที่ดีเท่านั้น ทว่าประสบการณ์ของเขาได้แฝงข้อคิดเอาไว้ในทุกๆ บท อยู่ที่ว่าผู้อ่านจะนำมาปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตของตัวเองอย่างไร.
...............................................................................................................

ข้อมูลหนังสือ
ชื่อหนังสือ : ควันไฟ และสายรุ้ง
แพรวสำนักพิมพ์
จำนวน 120 หน้า
ราคา 113 บาท




 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2551 17:20:34 น.
Counter : 835 Pageviews.  

คน ใต้ ฝุ่น รวมเรื่องสั้นเล่มแรกของ...รุ่งฤทธิ์ ทรงคัชชะ



คน ใต้ ฝุ่น


รวมเรื่องสั้นเล่มนี้เป็นรวมเรื่องสั้นเล่มแรกของนักเขียนหน้าใหม่นาม รุ่งฤทธิ์ ทรงคัชชะ หรือในอีกนามปากกาคือ รุ่ง คชฤทธิ์ นักเขียนหนุ่มจากเมืองพิจิตร

ที่ถือได้ว่าเป็นนักเขียนหน้าใหม่ที่มีความตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานเขียนออกมาตามหน้านิตยสารอยู่เป็นระยะๆ รวมถึงผลงานที่เข้ารอบสุดท้ายรางวัลวรรณกรรมการเมืองพานแว่นฟ้า จนในที่สุด รุ่งฤทธิ์ ทรงคัชชะ ก็สามารถสานฝันของเขาให้เป็นจริงได้ด้วยการรวมเล่มผลงานรวมเรื่องสั้นจำนวน 9 เรื่อง (ส่วนใหญ่ผ่านสายตาบรรณาธิการอาวุโส และผ่านการตีพิมพ์มาแล้วทั้งสิ้น) โดยการสนับสนุนจากโรงเรียนสอนภาษาเอ็นคอนเส็ปท์ ในเครือเลอร์นบาลานซ์

งานเขียนของรุ่งฤทธิ์ ทรงคัชชะสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของคนในสังคมเมืองได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “เมืองขี้ฝุ่น” เรื่องสั้นแนว Satire ที่เปรียบเทียบความวุ่นวายซึ่งเกิดขึ้นจากนักการเมืองบางกลุ่มกับขี้ฝุ่นที่ฟุ้งกระจายเต็มเมือง รังแต่จะทำให้เกิดความสกปรกไปทั่ว ไม่ว่าจะปัดกวาดเช็ดถูอย่างไร ไม่นานขี้ฝุ่นเหล่านั้นก็จะกลับมาอีก นอกจากทำให้เปรอะเปื้อนแล้ว อากาศที่เคยสะอาดบริสุทธิ์ก็ไม่อาจสูดเข้าเต็มปอดได้อย่างเคย เรียกได้ว่า รุ่งฤทธิ์ เสียดสีระบบทุนนิยม และนักการเมืองได้อย่างถึงแก่น

หรือจะเป็นเรื่องสั้นที่ทิ้งปมไว้ให้ขบคิดอย่าง “ในรั้วคอนกรีต” ที่เคยผ่านการตีพิมพ์ในเนชั่นสุดสัปดาห์ หลังอ่านจบทำให้ข้าพเจ้านึกถึงคนชราอีกมากมายที่ถูกลูกหลานทอดทิ้ง ความรู้สึกนึกคิดของคนชราเหล่านั้นอาจไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นัก นั่นก็คือ โหยหาความรัก อยากให้ลูกหลานหันมาสนใจ เอาใจใส่ และดูแล ทว่าในขณะเดียวกันคนชราส่วนใหญ่มักขี้น้อยใจ และคิดมาก มากจนอาจกลายเป็นฟุ้งซ่าน หรือวิตกจริต เรื่องสั้นเรื่องนี้ รุ่งฤทธิ์ ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้ดี จนทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจความรู้สึกของหญิงชราในเรื่องเลยทีเดียว

แม้ว่าผลงานรวมเรื่องสั้น คน ใต้ ฝุ่น ของ รุ่งฤทธิ์ ทรงคัชชะ จะไม่ได้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอย่างเช่นหนังสือที่ได้รับรางวัลบางเล่ม แต่ข้าพเจ้าก็เชื่อว่า นี่คือผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับเจ้าตัวมิใช่น้อย หากอยากทราบว่าเพราะอะไรนั้น อ่านได้จากคำนิยมที่เขียนโดยคุณธเนศ เอื้ออภิธร

แล้วจะเข้าใจว่า กว่า รุ่งฤทธิ์ ทรงคัชชะ จะมาถึงจุดนี้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เขาจึงเป็นนักเขียนหน้าใหม่อีกคนหนึ่งที่ต้องการโอกาสในการพิสูจน์ผลงาน นั่นเป็นเพราะว่า.........นักเขียนหน้าใหม่คงไม่อาจเติบโตได้เลยหากพวกเขาขาดโอกาส
...............................................................................................................

ข้อมูลหนังสือ
ชื่อหนังสือ : คน ใต้ ฝุ่น
สำนักพิมพ์แด่คนช่างฝัน
จำนวน 132 หน้า
ราคา 120 บาท




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2551    
Last Update : 19 ตุลาคม 2551 13:20:39 น.
Counter : 274 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

BlogGang Popular Award#13


 
tidds
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือ
Friends' blogs
[Add tidds's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.