Sweet Seasonning by Nim
Group Blog
 
All blogs
 

Black Forest Cake



พอดีว่าเพื่อนสนิทเค้าท้องใกล้คลอด บ่นอยากกินเค้กแบล็กฟอร์เรส เคยทำให้ไปแล้วหนนึงประมาณ 2-3 อาทิตย์ที่แล้วแถมสั่งด้วยว่าอยากกินสตรอเบอร์รี่ ก็เลยกระหน่ำใส่ใส้เป็นแยมสตรอเบอร์รี่ แล้วโปะด้วยวิปปิ้งครีม ส่วนหน้าก็ใส่สตรอเบอร์รี่สดให้เพียบ คุณเธอปลาบปลื้มมาก

อาทิตย์นี้โทรมาบอกว่าอยากกินอีก สาเหตุก็เพราะหมอสั่งให้กินไข่แค่วันละ 6 ฟอง เนื่องจากเพื่อนกินน้อยอีก 8 สัปดาห์ก็จะคลอดแล้ว เลยต้องเร่งทำน้ำหนักเด็กหน่อย

คุณเธอเริ่มหมดมุขเกี่ยวกับเมนูไข่ เลยโทรมาถามว่าเค้กอันนี้ใส่ไข่กี่ฟอง เหอๆๆ แล้วก็บอกทำให้กินหน่อยนะ ไอ้หนแรกก็พอหาซื้อสตรอเบอรี่สด เพื่อจะเอามาเป็นไส้อีกชั้นนอกจากแยมฯ ได้จากท็อป แต่หนนี้หาไม่ได้ (ตั้งฮั่วเส็งก็ไม่มี) เลยใส่ไส้เป็นแยมสตรอเบอร์รี่อย่างเดียว แล้วก็ประดับด้วยเชอรี่เชื่อมแทน .. แถมท้ายคุณเธอสั่งอีกว่า อาทิตย์หน้ามากินข้าวด้วยกันก็ช่วยทำชีสเค้กให้กินด้วยนะจ๊ะ .. ต๊าย .. เฮ้อ..ไอ้เราก็เห็นใจเพื่อนก็ตอบไปว่า "ได้จ๊ะ..อยากกินเค้กอะไรก็โทรมาบอกแล้วกัน จะทำให้กิน.."

แต่ลืมบอกให้เพื่อนถ่ายรูปเนื้อเค้กมาให้ด้วย .. เฮ้อ

ยังดีที่นึกครึ้มถ่ายรูปตอนใส่บรรเลงไส้เค้กไว้ด้วย ก็เลยได้มาแค่นี้แหล่ะค่ะ



Update ซะหน่อย คุณเพื่อนสนิทจะคลอดวันที่ 4 ธ.ค. 49 นี้แล้วจ้า .. ดีใจ ดีใจ ดีใจ

สูตรก็ใช้สูตร สปันจ์นมสด นะแหล่ะ แต่ปรับเปลี่ยนส่วนผสมนิดหน่อย

เครื่องปรุงแต่ง
แป้งเค้กพัดโบก 130 กรัม
ผงฟู 1 1/2 ช้อนชา
ไข่ไก่ (ไข่เบอร์ 3) 200 กรัม หรือ 4 ฟอง
ไข่แดง 1 ฟอง
น้ำตาลทราย 140 กรัม
ยูเอฟเอ็มเอสพี (SP) 10 กรัม
นมสด 115 กรัม หรือ
เนยสดละลาย 115 กรัม
ผงโกโก้ 3 ช้อนโต๊ะ
ผงโซดาไบคาร์บอเนต 1/4 ช้อนชา
กลิ่นวานิลลา หรือ 1/2 ช้อนชา
เหล้าเคียส (ถ้ามี) 2 ช้อนโต๊ะ (สัดส่วนปรับได้ตามชอบ)
น้ำที่แช่ลูกเชอรี่ (ที่ใช้ประดับเค้ก) แต่ถ้าไม่มีใช้เป็นน้ำสตรอเบอรี่ก็ได้ค่ะ 2 ช้อนโต๊ะ (สัดส่วนปรับได้ค่ะ)

** อุณหภูมิ 180 (C) ไฟบน-ล่าง เท่ากัน เวลา 20-25 นาที หรือแล้วแต่เตาค่ะ (จะใช้ไฟล่างก่อนสัก 15-20 นาที แล้วค่อยตามด้วยไฟบนอีกประมาณ 5 นาทีก็ได้ หรือจะใช้ไฟบนน้อยกว่า กันหน้าไหม้ อีกอย่างสูตรเดิมไฟ 200 แต่เป็นถ้วยเล็กๆ นี่ใส่พิมพ์กลม เลยต้องปรับไฟลงค่ะ)

กรรมวิธีการผลิต
1. ร่อนแป้ง + ผงฟู + ผงโกโก้ + ผงโซดาฯ เข้าด้วยกัน 3 ครั้ง แล้วพักไว้
2. ตีไข่ไก่+ไข่แดง ให้เข้ากันเหมือนไข่เจียวก่อน จากนั้นเติมน้ำตาลทราย + SP ตีด้วยความเร็วต่ำให้เข้ากัน เมื่อตีแล้วลองเอาพายยางคนๆ ดู ถ้าน้ำตาลละลายไปกับน้ำไข่แล้ว เป็นอันใช้ได้
3. เติมแป้งที่ร่อนไว้ ตีผสมด้วยความเร็วต่ำ ผสมจนไม่มีเม็ดแป้ง ปาดอ่าง 1 ครั้ง จากนั้นตีต่อด้วยความเร็วสูงเพื่อจับอากาศจนข้นขาว โดยจับเวลา 4 นาที (สังเกตได้ว่าตัวครีมเมื่อปั่นแล้วค่อนข้างข้นอยู่ตัว เห็นรอยตะกร้อเป็นวงชัดเจน) เมื่อครบ 4 นาทีแล้ว ให้ปรับเป็นตีด้วยความเร็วต่ำเพื่อตัดฟองอากาศและเพื่อความเนียนเงา แต่ไม่ต้องตกใจว่าทำไมตัวแป้งที่ปั่นอยู่ดูมันแฟบๆ เตี้ยๆ ไม่เหมือนการทำสปองค์อีกวิธีที่ให้ปั่นไข่+น้ำตาล+Sp ปั่นจับเวลาให้ข้นขาวอยู่ตัว แล้วจึงค่อยใส่แป้ง
4. เติมนมสด+กลิ่นวานิลลา (จะใส่กลิ่นวานิลลาลงไปในนมเลยก็ได้นะจ๊ะ) โดยเทเป็นสาย (ขั้นตอนนี้จะสังเกตเห็นว่า ตัวแป้งที่กำลังปั่นอยู่จะเพิ่มขนาดขึ้นมา คือมันจะฟูและสูงขึ้นอีกเท่าตัว) เมื่อเข้าเห็นว่าเข้ากันดีแล้ว จึงค่อยให้เนยสดละลาย โดยขั้นตอนตอนนี้ยังคงปั่นด้วยความเร็วต่ำอยู่นะจ๊ะ เมื่อเห็นว่าเข้ากันดีก็หยุดเครื่อง จากนั้นใช้พายยางคนเบาๆ อีกครั้งเพื่อเนยยังไม่เข้ากันดีกับแป้ง อย่าคนแรงนักเดี๋ยวมันจะยุบค่ะ
5. ตัดกระดาษเป็นวงกลมวางใส่พิมพ์กลม 8 นิ้ว (2 ปอนด์) โดยไม่ต้องทาไขมัน
6. เทเค้กใส่ลงในพิมพ์ ค่อยๆ เท เสร็จแล้วเอานิ้วเคาะก้นพิมพ์เบาๆ เพื่อใส่ฟองอากาศ หรือจะใช้ไม้เสียบลูกชิ้นคนเบาๆ ก็ได้ค่ะ จากนั้นเอาเข้าอบตามเวลา หรือจนกระทั่งสุก
7. เมื่อสุกแล้ว เอาเค้กออกจากเตา กระแทกพิมพ์แรงๆ 1 ที (เพื่อปรับความดันเค้ก) แล้วทิ้งไว้ให้เย็น แล้วจึงเอาออกจากพิมพ์

ไส้แยมสตรอเบอร์รี่- แยมสตรอเบอร์รี่ (ยี่ห้อแล้วแต่ชอบ) เอาใส่หม้อ ตั้งไฟอ่อนๆ สักครู่ พอให้เจลาตินมันอ่อนตัว จะได้ทาเป็นไส้ได้ง่ายๆ นะจ๊ะ

ตบแต่ง
1. ผสมเหล้าเคียส+น้ำเชอร์รี่ / น้ำสตรอเบอร์รี่ คนให้เข้ากัน จากนั้นพรมเหล้าเคียส ให้ทั่วเค้กที่สไลด์ไว้แล้วทั้งสองชิ้น
2. สลับชั้นการตกแต่งเค้กดังนี้ ==>
เค้ก-->วิปครีม (บางๆ) -->สตรอเบอรี่สด (ถ้ามี) -->วิปครีม -->แยมสตรอเบอรี่ -->วิปครีม (บางๆ ) -->เค้ก -->ทาวิปครีมให้ทั่วทั้งก้อน
3. ปาดครีมให้เรียบร้อย และขูดช็อกฯ + โรยให้ทั่วเค้ก

สำหรับวิปครีมที่โปะทับแยมสตรอเบอรี่ ให้ใช้วิธี ตักวิปครีมใส่ถุงบีบ และบีบเป็นเส้น เรียงกันเหมือนขอนไม้ เพราะถ้าใช้วิธีปาดครีมไปมา จะปาดครีมยาก และจะทำให้เลอะเทอะค่ะ

ปลื้มมากเลย พักนี้ทำเค้กสปัจน์แล้วไม่เป็นไต นิ่มลองใช้วิธีเอาเนยใส่หม้อแล้วไปตั้งไฟอ่อนๆ จากนั้นเอามาวางพักไว้ แล้วจึงค่อยตวงส่วนผสม เท่าที่ลองสังเกตดุ ใช้วิธีนี้แล้ว พอถึงเวลาที่จะต้องใส่เนยลงในเค้ก เนยก็จะอุ่นพอดีๆ ค่ะ ..




 

Create Date : 01 ธันวาคม 2549    
Last Update : 3 ธันวาคม 2549 12:27:16 น.
Counter : 415 Pageviews.  

Orange Cake with Bees Monster



เค้กส้มหวานอมเปรี้ยวสูตรฮิตติดลมบนของคุณ Junuu ทำมาตั้งหลายหนแล้ว แต่ก็ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นเรื่องเป็นราวซะที .. แต่หนนี้ตั้งใจถ่ายเก็บไว้ (ตอนที่ทำเดือน ต.ค.) แต่ถ่ายเฉพาะรูปเค้กก็กลัวจะไม่สวย เลยหาดอกไม้มาประดับ เผื่อจะช่วยให้เค้กเราดูดีขึ้น อีกทั้งพี่ชเอม (บ้านแม่เจเจ) มาสอนวิธีทำผึ้งน้อยกลอยใจเอาไว้ ก็เลยกะว่าจะทำผึ้งตามแบบพี่เค้า มาช่วยส่งเสริมให้เค้กเราดูดีอีกแรงนึง .. แต่ท่าทาง ผึ้งเราคงจะทำให้คุณครูหน้าเหลือ 1 นิ้ว ..

ตอนทำก็ทำแบบรีบเร่งมากๆ เพราะจะถ่ายรูปตอนเช้าๆ แสงแดดกำลังสวยเชียว รีบทำผึ้งด้วยความร้อนรน ตอนแรกกะทำไอซิ่งเพลท หรือรอยัลไอซิ่งอย่างที่คุณครูแนะนำ แต่ใจร้อน ก็เลยไปเอาไวท์ช็อกมาละลาย+ผสมสี แล้วก็นั่งคุ้ยๆ กระปุกใส่อัลมอนด์สไลด์หาชิ้นสวยๆ มาทำปีก (ตามที่คุณครูสอนไว้เช่นกัน) .. แต่ขอประทานโทษค่ะพ่อแม่พี่น้อง ด้วยความที่ไวท์ช็อกมันเป็นคูเวนเจอร์ ซึ่งจำได้เลือนลางว่าน่าจะเป็นคุณ Juunu เคยบอกไว้ใน blog ว่าเมื่อมันละลายแล้ว มันจะไม่คืนตัวไปแข็งเหมือนเดิม .. แต่ตอนนั้นลืมคิดไป มาคิดได้..ก็สายเสียแล้ว ฮ่าฮ่า

โอ้แม่เจ้า!! ช็อคแลตที่จะใช้ทำตัวผึ้งเม็ดใหญ่มาก .. assist ขำใหญ่เลย บอกว่านี่มันต้องเป็นผึ้งยักษ์แน่ๆ เลย ก็ปีกอันติ๊ดเดียว แต่ตัวผึ้งตัวใหญ่บึ้ม เอ..หรือว่ามันหุ่นเหมือนเราสองคนหว่า?

ทุลักทุเล และสาหัสมากๆ เพราะช็อกมันไม่ค่อยแข็งตัว ทำให้ติดปีกก็ไม่ค่อยอยู่ ส่วนตายิ่งไม่ต้องพูดถึง ห้อยย้อยน่าดู ส่วนตาทำใช้วิธีตัดหัวจุกของช็อกชิพมาแปะเอา ส่วนลายพาดกลอนก็มือไม้สั่นยังกะเจ้าเข้า ... ยิ่งตอนย้ายผึ้งมาวางบนเค้ก.. กลั้นหายใจแทบแย่ .. มานึกได้ตอนหลัง (อีกแล้ว) จะดีกว่านี้ไหมถ้าวางตัวผึ้งบนเค้กแล้วแต่งตัวให้มันบนนั้นเลย ก็วิธีของคุณครูปั้นแล้วค่อยมาวาง แต่เรานิสัยไม่ดีแหกคอก ก็เลยเป็นประการฉะนี้

สรุปก็เลยได้ "ผึ้งผี หรือ Bees Monster" มา 2 ตัว เพราะทนความกดดันทำมากกว่านั้นไม่ไหว .. สงสารคุณครูชเอมจริงๆ ต้องมาหน้าเหี่ยวเหลือ 1 นิ้วเพราะเรา .. ฮือ ฮือ.. คุณครูขา ขอโทษนะคะ แล้วจะตั้งใจทำอย่างมีสติมาส่งคุณครูอีกรอบก็แล้วกันนะคะ

... ว่าแต่ .. คิดไปคิดมา "ผึ้งผี" ของนิ่มนี่ก็เข้ากับบรรยากาศเดือน ต.ค. นะคะ .. ก็.. Halloween ไง เหออออออออๆๆๆๆ ..

ที่น่าเจ็บใจคือ ตอนระหว่างที่นั่งทำผึ้งด้วยความร้อนรน แดดดี๊ดี แต่พอทำน้องผึ้งเสร็จ แล้วจะถ่ายรูปเท่านั้นแหล่ะ .. คุณพระอาทิตย์เค้าขี้อาย ไปหลบอยู่หลังคุณเมฆเป็นชั่วโมงซะงั้น .. แล้วพอตัดเค้กแจกจ่ายไม่เท่าไหร่ .. คุณพระอาทิตย์ก็ออกมารับแจกเค้ก พร้อมกับแผดแสงซะแทบตับแตก .. นี่จ๊ะ ตัดมาแจกให้ชิมจ้า



.. .. อย่ามัวตกใจกับผึ้งผีนะคะ ทานขนมกันดีกว่าค่ะ

สูตรนี่เดี๋ยวค่อยมาแปะให้นะคะ แต่ถ้าใจร้อนก็แวะไปที่ Blog ของคุณ Junuu ก่อนได้เลยค่ะ แต่นิ่มมีปรับเปลี่ยนส่วนผสมซอสส้มที่ใช้ราดหน้านิดหน่อยค่ะ

หน้าเค้ก (ซอสส้ม)
น้ำ 150 กรัม
น้ำส้มคั้น หรือน้ำส้มกล่องแบบเข้มข้นของทิปโก้ 150 กรัม
น้ำส้มเข้มข้น (ซันควิกสีเข้ม) 70 กรัม
น้ำตาลทราย 120 กรัม
แป้งโมดิฟายสตาร์ช หรือ แป้งถั่วเขียว 25 กรัม
เนยสดอ่อนตัว 20 กรัม
** สัดส่วนและรสชาดปรับเปลี่ยนเองตามใจชอบนะจ๊ะ **

กรรมวิธีการผลิต
ผสมทุกอย่างลงหม้อ ยกเว้นเนยสดอ่อนตัว คนให้เข้ากัน แล้วนำไปตั้งไฟ กวนไปเรื่อยๆ (สังเกตุว่าจะข้นและใส >>> พอข้นเหนียวนิดๆคล้ายน้ำเชื่อมตอนร้อน จะไม่เหนียวมาก เพราะเมื่อเย็นตัวลงจะเหนียวและข้นขึ้นอีกมาก) เมื่อแป้งสุก (สังเกตได้ว่าเริ่มข้นและอยู่ตัว) แล้วยกลงจากเตา เติมเนยสดอ่อนตัว คนให้เข้ากัน พักให้อุ่นแล้วพอเริ่มข้นๆเหนียวๆ setตัว ก็นำไปราดหน้าเค้กได้เลยจ้า




 

Create Date : 01 ธันวาคม 2549    
Last Update : 1 ธันวาคม 2549 17:45:06 น.
Counter : 375 Pageviews.  

สปองค์ (สปันจ์) นมสด

เบื่อๆ ฝนตก กะจะทำคุ๊กกี้ แต่ทำไม่ได้เพราะฝนตก ทำให้อากาศชื้น คุ๊กกี้ไม่กรอบ เลยเปลี่ยนใจทำ สปองค์นมสด กินเล่นแทน งานนี้มีลูกกาจ๊อก 2 คนมาช่วยเป็นกำลังใจ และทำให้วุ่นวายมากกว่าเดิม เพราะต้องคอยห้ามทัพเวลาเค้า 2 คนทะเลาะกัน (เด็ก 12 กับเด็ก 4 ขวบ)
รายนามผู้ช่วยมีดังนี้
1. น้องชายของแฟน 2.หลานสาวผู้อวบอั๋นวัย 4 ขวบ ผู้มีสโลแกนว่า "น้องนิวจะช่วยแปะช็อกกาและนะพี่นิ่ม อย่างอื่นน้องนิวทำไม่ได้เพราะน้องนิวยังเด็กอยู่

-- แต๊แน .. ก่อนอบจ้า -- สังเกตว่า ก่อนอบ อัลมอนด์สไลด์เอย
ช็อกชิพเอย .. เพียบเลย



มาดูหลังอบกัน .. อัลมอนด์สไลด์เอย ช็อกชิพเอย .. มันหายไปอยู่ก้นถ้วยหมดเลย



คราวนี้มาดูเนื้อกันหน่อยซิ เฮ้อ!! ช็อกชิพลงไปกองอยู่ก้นหมดเลย



ดูสิ .. ผู้ช่วยเรา นั่งกินสบายใจเฉิบเลย .. อ้าวๆ น้องนิว นั่งหุบๆ
หน่อยลูก อายคนอื่นเค้า .. หนุ่มเสื้อเขียวเค้าบอกว่า
"เดี๊ยวนี้ฝีมือพัฒนาขึ้นนะพี่นิ่ม ตอนไปเรียนไม่เห็นทำ
ได้ดีเท่าตอนนี้เลย" (ไม่รู้ชมหรือว่ากันแน่) เชอะ..
ไม่อยากจะบอกว่า "ฉันมีครูดีย่ะ แถมมีครูเยอะด้วย"
(แหม.. ได้ครูใจดีจากบ้านแม่เจเจหลายคนนี่) ส่วนแม่สาวน้อย
เค้าบอกว่า "พี่นิ่มทำขนมอร่อยจังเลย" ไม่รู้ว่าชมจริง
หรือเพราะความตะกละของเค้ากันแน่


เครื่องปรุงแต่ง
แป้งเค้กพัดโบก 130 กรัม หรือ 1 1/2 ถ้วย
ผงฟู 3.3 กรัม หรือ 1 1/2 ช้อนชา
นมผง (ทำขนม) 15 กรัม หรือ 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ (ไข่เบอร์ 3) 200 กรัม หรือ 4 ฟอง
ไข่แดง 17 กรัม หรือ 1 ฟอง
น้ำตาลทราย 130 กรัม หรือ 3/4 ถ้วย
ยูเอฟเอ็มเอสพี (SP) 10 กรัม หรือ 1 ช้อนโต๊ะ
นมสด 105 กรัม หรือ 1/3 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ
เนยสดละลาย 105 กรัม หรือ 1/2 ถ้วย
(แต่นิ่มใช้น้ำมันมะกอกค่ะ เพราะตอนทำฝนเริ่มตกแรง อีกทั้งที่ที่ทำขนมเป็นแบบ Open Air คือตั้งไว้หน้าบ้าน จึงต้องรีบทำก่อนฝนจะกระหน่ำมากไปและขี้เกียจรอเนยละลาย )
กลิ่นวานิลลา 1.6 กรัม หรือ 1/2 ช้อนชา
ลูกเกดล้างน้ำผึ่งสะเด็ดน้ำ 40 กรัม หรือ 1/3 ถ้วย
(แต่ตอนทำไม่มีเลยไม่ใส่ แต่โรยอัลมอนด์สไลด์กับช็อกชิพแทน)
** อุณหภูมิ 400 (F) หรือ 200 (C) ไฟบน-ล่าง เท่ากัน (แต่นิ่มให้ไฟบนน้อยกว่า กันหน้าไหม้

กรรมวิธีการผลิต
1. ร่อนแป้ง + ผงฟู + นมผง เข้าด้วยกัน พักไว้
2. ตีไข่ไก่+ไข่แดง ให้เข้ากันเหมือนไข่เจียวก่อน จากนั้นเติมน้ำตาลทราย + SP ตีด้วยความเร็วต่ำให้เข้ากัน ถ้าจะให้ดี ควรเอา SP ไปป้ายที่หัวตะกร้อ จะดีกว่าโยน SP ลงในโถปั่นเพราะจะทำให้ SP เข้ากับไข่และน้ำตาลได้ดีขึ้น เมื่อตีแล้วลองเอาพายยางคนๆ ดู ถ้าน้ำตาลละลายไปกับน้ำไข่แล้ว เป็นอันใช้ได้
3. เติมแป้งที่ร่อนไว้ ตีผสมด้วยความเร็วต่ำ ผสมจนไม่มีเม็ดแป้ง ปาดอ่าง 1 ครั้ง จากนั้นตีต่อด้วยความเร็วสูงเพื่อจับอากาศจนข้นขาว โดยจับเวลา 4 นาที (สังเกตได้ว่าตัวครีมเมื่อปั่นแล้วค่อนข้างข้นอยู่ตัว เห็นรอยตะกร้อเป็นวงชัดเจน) เมื่อครบ 4 นาทีแล้ว ให้ปรับเป็นตีด้วยความเร็วต่ำเพื่อตัดฟองอากาศและเพื่อความเนียนเงา แต่ไม่ต้องตกใจว่าทำไมตัวแป้งที่ปั่นอยู่ดูมันแฟบๆ เตี้ยๆ ไม่เหมือนการทำสปองค์อีกวิธีที่ให้ปั่นไข่+น้ำตาล+Sp ปั่นจับเวลาให้ข้นขาวอยู่ตัว แล้วจึงค่อยใส่แป้ง
4. เติมนมสด+กลิ่นวานิลลา (จะใส่กลิ่นวานิลลาลงไปในนมเลยก็ได้นะจ๊ะ) โดยเทเป็นสาย (ขั้นตอนนี้จะสังเกตเห็นว่า ตัวแป้งที่กำลังปั่นอยู่จะเพิ่มขนาดขึ้นมา คือมันจะฟูและสูงขึ้นอีกเท่าตัว) เมื่อเข้าเห็นว่าเข้ากันดีแล้ว จึงค่อยให้เนยสดละลาย (หรือน้ำมันมะกอก) โดยขั้นตอนตอนนี้ยังคงปั่นด้วยความเร็วต่ำอยู่นะจ๊ะ เมื่อเห็นว่าเข้ากันดีก็หยุดเครื่อง จากนั้นใช้พายยางคนเบาๆ อีกครั้งเพื่อเนยยังไม่เข้ากันดีกับแป้ง อย่าคนแรงนักเดี๋ยวมันจะยุบเด้อค่ะเด้อ
5. ใช้ช้อนตักส่วนผสมหยอดลงพิมพ์ถ้วยที่ทาเนยขาว (แต่เราชอบใช้เนยสดทาพิมพ์มากกว่า) แต่ถ้าเป็นถ้วยกระดาษก็ข้ามขั้นตอนการทาเนยไปได้เลยค่ะ โดยลูกเกดหรืออัลมอนด์ ที่เตรียมไว้จะใส่เต็มถ้วยหรือใส่ตามใจชอบได้เลยค่ะ ใช้เวลาอบประมาณ 15-20 นาที หรือจนกระทั่งสุก

** เคล็ดขัดยอกจากคุณครูที่ ufm : ในการทำเค้กสปันจ์หรือสปองค์นั้น ถ้าตีไข่ไม่ขึ้นฟู ให้เอาไปว่างบนอ่างน้ำอุ่น หรือเอาผ้าชุบน้ำอ่นมาพันรอบอ่างผสม ก็ได้ค่า ***




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2549    
Last Update : 23 ตุลาคม 2549 19:22:37 น.
Counter : 1115 Pageviews.  

มัฟฟินกล้วยหอม (Banana Muffin)



วัตถุดิบ
แป้งเอนกประสงค์ตราว่าว 100 กรัม
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
โซดาไบคาร์บอร์เนต 1/4 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 100 กรัม
นมสด 50 กรัม
ไข่ไก่ 1 ฟอง
กล้วยหอม (บด) 100 กรัม (งอมๆ ดำๆ)
กลิ่นกล้วยหอม 1/2 ชช. หรือน้อยกว่านั้นก็ได้
เนยสด (จืด) - ละลาย 90 กรัม หรือ น้ำมันมะกอก (เพื่อสุขภาพ
เมล็ดทานตะวัน หรือธัญพืช ตามชอบ ก็พอโรยหน้ามัฟฟิน ค่ะ
อุปกรณ์ : พิมพ์ปาเนตโทน, อ่างผสม , ตะกร้อมือ
** สูตรนี้นิ่มใส่เกลือ 1 หยิบมือค่ะ แต่ถ้าทำประมาณ 5 เซ็ต (ทำรวมกัน) ใส่ไปเลยค่ะ 1 ช้อนชา หรือ ถ้าใช้เนยเค็ม ก็ไม่ต้องใส่เกลือค่ะ

กรรมวิธีการผลิต** อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส (190 C) ใช้เวลา 20-25 นาที
1. ร่อน แป้ง + ผงฟู + โซดาฯ รวมกันแล้วพักไว้
2. ละลายเนยพักไว้ หรือจะใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันพืช แทนเนยละลายก็ได้ (เพื่อสุขภาพ)
3. เท น้ำตาล+ไข่ (ตีให้เหมือนใข่เจียวก่อนก็ดีค่ะ)+กล้วยหอม+นมสด+เนยละลาย+เกลือ (จะใส่หรือไม่ก็ได้)+ กลิ่น (ใส่หรือไม่ก็ได้) ใส่อ่างผสม คนให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือค่ะ
4. เทส่วนของแป้ง ลงในอ่างผสม คนให้เข้ากันจนแป้งละลายหมด
5. ตักใส่พิมพ์ ประมาณ 3/4 ของพิมพ์ หรือเหลือจากขอบประมาณ 1 ซม. ค่ะ โรยหน้าด้วยเม็ดทานตะวันหรือธัญพืชตามชอบ
6. เอาเข้าอบ อาจจะใช้ไฟล่างอย่างเดียวก่อนประมาณ 20 นาที แล้ว 5 นาทีหลัง ให้เปิดไฟบน (กันหน้าไหม้) หรือจะเปิดไฟ ทั้ง บน-ล่าง พร้อมกันก็ได้ (อันนี้ก็แล้วแต่ว่าเตาอบของใครเป็นแบบไหนนะคะ)
7. ถ้าใส่พิมพ์ปาเนตโทน ตามสูตรนี้จะได้ประมาณ 5-6 ชิ้น

หมายเหตุ :
**ส่วนใหญ่ทำทีไรต้องทำครั้งละ 4-5 เซ็ต ทุกที แล้วก็สูตรนี้มาจากหนังสือรวมสูตรขนมอบ ของ UFM เล่ม 5 จ้า
** ตอนทำลืมซื้อเมล็ดทานตะวัน ก็เลยไม่ได้ใส่ ค่ะ
** ส่วนกลิ่น นิ่มกับแฟนไม่ชอบใส่ ชอบกลิ่นธรรมชาติเลยไม่ใส่ค่ะ

@--- ขอให้อิ่มอร่อยกันนะค๊ะ ---@




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2549    
Last Update : 23 ตุลาคม 2549 19:27:04 น.
Counter : 763 Pageviews.  

เค้กแครอท สูตรคุณ Pim U.K.

คุณ Pim U.K ผู้ใจดีจากบ้านแม่เจเจให้สูตรมาค่ะ
ตัวเองขี้เกียจล้างพิมพ์ ก็เลยใส่พิมพ์กระดาษแทนค่ะ
เพื่อนๆ พี่ๆ ที่ทำงานได้ชิมก็ชมว่าอร่อยกันทุกคนค่ะ




สูตรจากคุณ Pim U.K.
แครอทขูด 160g
นํ้ามันพืช 60 ml
ใข่ 2 ใบ
เกลือ 1/2 ช้อนชา
ผง cinamon 1 1/2 ชา
กลิ่นวนิลา 1 ชอ้นชา
นั้าตาลทราย 200g
ส้ม ขูดเอาแต่ผิว 1 ผล
แป้ง plain flour 200g (แป้งสาลีเอนกประสงค์)
ผง bicabonate soda 1 ช้อนชา..
นมสด 100 กรัม

กรรมวิธีการผลิต
เอาส่วนผสมทั้งหมดรวมกันในอ่างแล้วคนให้เข้ากัน
ตักใส่พิมพ์ อบความร้อน 180c 1ชั่วโมง (แต่เตาของนิ่มมันรุ่มร้อนมาก ใช้เวลาแค่ 40 นาทีก็สุกแล้ว)
ทิ้งไว้ 1 คืนแล้วค่อยกิน จะอร่อยมาก อาจจะทำท็อปปิ้งเป็นครีมชีสโป๊ะข้างบนก็ได้ แต่นิ่มทำช็อกกานาช (สูตรคุณ Juunu) ราดแทนครีมชีสค่ะ

เนื่องจากไม่แน่ใจว่าคนที่ต้องเป็นเหยื่อในการชิมจะชอบกลิ่น cinamon หรือเปล่า นิ่มเลยใส่แค่ 1 หยิบมือค่ะ




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2549    
Last Update : 23 ตุลาคม 2549 19:37:12 น.
Counter : 469 Pageviews.  

1  2  

fionary
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add fionary's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.