WELCOME! WELCOME! and WELCOME!
Group Blog
 
All blogs
 
My Diary Trip: Krungsri AF Funtasia@Dream World December 2, 2007

ปกติแล้ว การไปเที่ยวดรีมเวิร์ลด์ของข้าพเจ้าและผองเพื่อนนั้น จะเป็นการไปเพื่อตั้งหน้าตั้งตาตะลุยเล่นเครื่องเล่นหมายเอาความสะใจเป็นที่ตั้งแต่เพียงอย่างเดียวจริงๆ แต่การเดินทางไปดรีมเวิร์ลด์เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมานี้ เป็นการไปด้วยจุดประสงค์อื่นเป็นหลัก หาใช่เพื่อเป็นการเล่นเครื่องเล่นอันใดไม่... เนื่องจากเป็นวันที่ทางเจ้าภาพจัดงาน ทุ่มทุนสร้าง ปิดดรีมเวิร์ลด์กันไปเลยหนึ่งวันเต็มๆ เพื่อที่จะให้ดรีมเวิร์ลด์เป็นสถานที่พิเศษ สำหรับการจัดงานใหญ่บึ้มอย่าง Krungsri AF Funtasia แบบเนื้อๆเน้นๆกันไปเลย

สำหรับงานนี้ เรามีผู้ร่วมทริปทั้งสิ้นเมื่อรวมตัวเองเข้าไปด้วยแล้ว 5 ชีวิต เราหนึ่งล่ะ โชเฟอร์กิตติมศักดิ์ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน น้อง Knight of Roads หนึ่งในช่างภาพตัวแอ้ของบ้าน NT นั่นเอง แล้วก็มีเพื่อนร่วมทางอีกสามคนได้แก่พี่อาร์ม พี่แอร์ และพี่ดา เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทสนมกันในสายงานที่เราทำอยู่ ขอบอกว่าพี่อาร์มเป็นผู้มีอุปการคุณต่อข้าพเจ้าอย่างยิ่งยวด เพราะมักจะเป็นผู้หอบหิ้วเอาข้าพเจ้าไปไหนมาไหนด้วยยามที่มีอีเวนต์น่าสนใจ และหลายๆงานก็ได้พี่นี่แหละที่ทำให้เราได้เข้าไปดูพี่น้องได้อย่างสะดวกโยธินอยู่ พี่แอร์เป็นนักข่าวสำนักเดียวกันกะพี่อาร์ม ใจเธอนั้นที่ผ่านมามีให้สำหรับน้องบอย AF3 เจ้าของตั๊ดสู้ฟุต ฉบับออริจินอล ที่เคยโดนน้องบอยชวนไปดินเนอร์มาแล้ว แต่เธอดันปฏิเสธ เนื่องจากเอางานมาอ้าง จึงกลายเป็นที่ปรามาสของเพื่อนพ้องไปค่าที่เลือกงานมาก่อนสุภาพบุรุษ ด้านพี่ดานั้นสืบไปสืบมาเป็นคอ Reality ตัวยง ส่วน AF4 นี้ เธอเป็น NTFC ฮ่ะ

ทีมของเรานัดพบกันที่ Lotus ลาดพร้าวตั้งกะห้างเปิด ไหนๆก็ไหนๆ ขอสอยดังกิ้นโดนัทเป็นมื้อเช้าไปก่อนพลางๆ ก่อนที่สมาชิกจะมากันจนครบ และล้อก็หมุนราวๆสิบโมงเช้า ขอบอกเลยว่านี่เป็นการไปดรีมเวิร์ลด์ที่เช้ามากๆ ขอออกตัวไว้ก่อนว่า ไม่ได้เห่อ แต่กลัวที่สุดก็คือเรื่องหาที่จอดรถ เพราะคาดเดาได้ว่าปริมาณรถและปริมาณคนคงจะมากมายมหาศาลทีเดียว แล้วก็จริงดังคาด เพิ่งจะ 11 โมง รถเยอะได้อีก ยิ่งคนที่ยืนออกันหน้าประตูทางเข้า ยิ่งไม่ต้องสืบเลย บรรดาพี่ๆนั้นต้องลงทะเบียนสำหรับสื่อ ส่วนเราได้รับการอนุเคราะห์บัตรมาอีกที และด้วยความที่เป็นสื่อกันด้วย จึงสามารถหาบัตรห้อยคอสำหรับช่างภาพได้หนึ่งใบ พี่อาร์มยกให้เจ้า Knight ไปเลย เพราะด้วยบัตรอันนี้จะสามารถทำให้เธอไม่ต้องไปต่อคิวยาวๆอะไรกับใคร อยากเข้าบ้านไหนก็สามารถเข้าไปสแตนด์บายถ่ายรูปได้อย่างสะดวกโยธิน เป็นอันตกลงกันเรียบร้อย ก่อนเข้างานก็ไม่ลืมที่จะหย่อนคูปองชิงโชคกัน กลัวมากว่าจะได้รางวัลที่หนึ่งสองสาม... แหม... ไม่ค่อยเลยเหอะ

ตอนที่เราเดินเข้าไปในสวนสนุกยังไม่ 11 ครึ่งดีเลย อากาศก็ดีมาก เป็นใจไปหมดแม้แดดอาจจะแรงไปหน่อย แต่ก็เป็นวันที่สดใสจริงๆนั่นแหละ เดินไปเรื่อยๆก็เจอเข้ากับซุ้ม FC ต่างๆมากมายติดกันเป็นพืด... เดินไป โอ๊ะซุ้มคนพี่เรา... ติดๆกันก็เป็นซุ้มคนน้องเรา... แหม ขนาดซุ้มยังแน่นอน เห็น M ยืนจัดแถวน้องๆอยู่หน้าซุ้มด้วย น้อง M ดูดีสมเป็นขวัญใจ NTFC และ TFC เลยทีเดียว หันไปรอบๆ คนถือลูกโป่งกันเต็มไปหมด หลากสีมาก แล้วก็เห็นลูกโป่งสีฟ้าก้านถือสีเขียวกับลูกโป่งสีเขียวก้านสีฟ้ากระจายอยู่ทั่วไปมากมาย อ้อ... ซุ้มบ้าน NT นี่เอง มายืนแจกลูกโป่งกันอย่างขะมักเขม้นมาก... นี่ขนาดแค่เริ่มก็ยังคึกคักขนาดนี้แล้วนึกดู ปกติเราไม่ชอบคนเยอะหรอก มันวุ่นวายพิก๊ล แต่งานนี้เรารู้สึกสนุกยังไงไม่รู้ เดินต่อไปอีกหน่อย อ่ะ เจอเวทีกลางน้ำละ ตรงทางเดินก็มีซุ้มอื่นๆอีกมากมายยาวติดกันอีกหนึ่งพืด เจ้า Knight เห็นเวทีถึงกับบ่นอุบ “ตายพี่... จะถ่ายได้ไงเนี่ย ซูมยังไงก็ไม่ไหว...” เพราะไม่คิดว่ามันจะอยู่กลางน้ำและห่างจากฝั่งขนาดนี้ไง

ไหนๆ ดูตามตารางการแสดงแล้ว ยังจะไม่เริ่มไปจนกว่าจะเที่ยงครึ่ง ทีมของเราจึงไปประเดิมกันด้วยเครื่องเล่นเบาๆอย่าง Hurricane “นี่คือเบาแล้วเหรือ!?!” ใครซักคนถามขึ้นมา ก็แหม... ไหนๆเข้ามาก็เจอไอ้นี่ก่อน ก็เล่นซะเลยสิ คิวก็ไม่ยาว ว่าแล้วเราก็ไปต่อคิวขึ้นเล่นทันที... โอ๊ยสนานใจยิ่งนัก... มันมาก นึกถึงภาพที่พี่น้องเราเล่นเครื่องเล่นนี้แบบลั้ลลา โดยมีน้องแจ็ก AR นั่งหน้าซีดอยู่ข้างๆแล้ว ก็ยิ่งได้อารมณ์มากขึ้นไปอีก ลงมาปุ๊ปก็ยังพอเหลือเวลา ก็เลยเดินไปโซนบ้านผีสิง พี่ๆเข้าไปเยี่ยมชม ข้าพเจ้านั่งเฝ้าของเพราะเคยเข้าไปแล้ว ไม่มีอะไรแถมมืดด้วย ส่วนน้อง Knight ก็เดินเก็บภาพบรรยากาศรอบๆไป ตรงที่นั่งอยู่เหมือนเห็นซุ้มอะไรซักอย่างมีสแตนดี้ของ วิทย์ AF1 ใหญ่โตทีเดียว และไหนๆก็ไหนๆ ทิ้งทวนโซนนั้นด้วยการขึ้นไปเจิมไวกิ้งหนึ่งรอบ... เป็นรอบสั้นๆ เนื่องจากน้องๆที่ขึ้นไปเล่นพร้อมกับพวกเรา ทำท่าจะขาดใจตายให้ได้ จึงได้เล่นกันสั้นกว่าปกตินิดหน่อย...

เราเดินย้อนกลับไปที่บ้านยักษ์ เพราะตอนนั้นใกล้จะเที่ยงแล้ว... แต่เห็นคิวก็ถอดใจเล็กน้อย ยาวได้โล่มาก ดังนั้นแทนที่เราจะต่อคิวจึงเลือกที่จะเดินดุ่มๆไปเรื่อยดีกว่า ดูซิว่าข้างหน้าจะมีอะไร ขอบอกว่า... เป็นการตัดสินใจผิดพลาดจริงๆ เพราะถ้าจะหวังว่าแถวมันสั้นลงเนี่ย ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว แต่เราก็บอกกับ Knight ว่า สามารถเข้าไปรอถ่ายรูปน้องได้เลยนะ เพราะบัตรที่ห้อยคอนั้นเป็นเสมือนบัตรผ่านที่ดี ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องไปเบียดกับใคร และเลือกถ่ายรูปได้ตามสะดวกอีกต่างหาก

พวกเราอีกสี่ชีวิตจึงผละออกมา เราเดินไปเรื่อยๆ ทีแรกกะจะไปเมืองหิมะ... แต่โดนเครื่องเล่น Roller Coaster มันดึงดูดเอา ก็เลยบ้าไปต่อคิวกะเค้านานเป็นชั่วโมง เพื่อความเสียวเพียงเสี้ยวนาทีจริงๆ ตอนที่ต่อคิวอยู่ ได้ยินเสียงกรี๊ดมาแต่ไกล ก็เห็นแล้วล่ะว่ามีรถกอล์ฟวิ่งผ่านอยู่ไวๆ คิดอยู่เหมือนกันว่าสงสัยต้องมีนักล่าฝันนั่งมาด้วยแหงๆ พอลงมาจากเครื่องเล่น พี่ดาที่ไม่ได้ขึ้นไปเล่นด้วยก็บอกว่า อ๋อ... รถคันเมื่อกี้พาน้องนัทกะอิ๋งอิ๋งมาด้วย สงสัยจะไปเมืองหิมะนี่แหละ คนพี่เรานั่งโบกมือยิ้มให้แฟนๆลั้ลลามาก ทั้งๆที่ป่วยขนาดนั้น ทั้งนัททั้งอิ๋งอิ๋ง ใส่ชุดมาแบบเต็มยศทีเดียว ดูยังไง้ก็คริสต์มาสน่ะนะ...

พวกเราเดินไปกันที่เมืองหิมะ เห็นคิวยาวเหยียดที่ต่อกันแล้ว จะเป็นลม... ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเอง เจ้า Knight เสร็จจากบ้านยักษ์ก็เลยเดินมาสมทบ ปรึกษากันแล้ว เห็นคิวแล้ว ดูจากสภาพของเรากันเองแล้ว เห็นสมควรว่า ไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะ ก็เดินกันไปที่ศูนย์อาหารใกล้ๆกับ ตรงจุดที่มีล่องแก่ง เห็นแถวของเวที Action On The Rock แล้ว ยาวเหยียดเหมือนกัน พวกเรานั่งทานอาหารมื้อบ่ายกัน ก่อนที่จะเดินกลับไปเมืองหิมะ เพื่อจะไปพบกับแถวที่ยาวขึ้นกว่าเดิม น้อง Knight ขอตัวเข้าไปถ่ายภาพในเมืองหิมะ ส่วนพวกเราที่เหลือลงความเห็นกันว่า ไหนๆเราก็เล่นเครื่องเล่นที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวแม่กันไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ ถึงเวลาที่จะต้องไปดูน้องๆให้สมกับที่ตั้งใจมาเสียหน่อยแล้ว จึงเดินย้อนกลับไปบ้านยักษ์ ซึ่งตอนนั้นน่ะจะบ่ายสองครึ่งแล้ว และไม่หวังแล้วว่าจะได้ดูรอบนี้ (หวังไปเถอะ)

แอบเคืองว่า ทำไมเวทีของพี่น้องเรามันถึงได้อยู่ไกลกันอย่างนี้... แต่ก็เดินมาถึงจนได้... แถวของคนที่ต่อกันเพื่อที่จะเข้าไปดู Musical ในบ้านยักษ์ที่มี จีน แนน ต้อล และปองนั้น ยาวไกลไปจนถึงหน้าเวทีตรงทะเลสาบเลยทีเดียว แค่เดินหาหางแถวก็งงตึ้บกันแล้ว แถมตรงนั้นยังมีทีมบูมของพัดชายืนจับกลุ่มกันอยู่ เป็นที่งงงวยยิ่งนักว่า ไหนหางแถวไหน FC ของพัดชา... แล้วก็มีคุณพี่ผู้หญิงคนนึง บอกแก่พวกเราว่า หางแถวอยู่ตรงนี้ล่ะค่ะน้อง เราก็เอาวะ... ยาวเป็นยาว ต่อแถวกันซักตั้ง... ก็ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเป็นนานเพราะแถวมันไม่ขยับ แต่ทำเลที่ยืน พอดีเป็นหน้าเวทีใหญ่น่ะนะ เวลามีการแสดงอะไรก็เลยได้ดูกันไปแก้เบื่อได้ไม่เลวเหมือนกัน ตอนมาต่อแถวเป็นช่วงเริ่มของการประกวดบูมของ FC พอดี เราไม่ทันได้ดูของตุ้ย แต่ทันของต้า ของจีน แล้วของใครอีก อันนี้จำไม่ได้จริงๆ แล้วพอผ่านไปได้ห้าทีมก็จะมีการแสดงคั่น ซึ่งการแสดงที่ว่าก็คือการนำนักล่าฝันจากเวทีนั้น เวทีนี้ มาสลับกันโชว์นั่นเอง งานนี้พิธีกรไม่ใช่ใครแปลกหน้าที่ไหน พี่เสริฐขาประจำที่ปัจจุบันอุปโลกน์ตัวเองขึ้นมาว่าเป็น AF5 นั่นเอง ตลอดทั้งงานเราจึงได้เห็นรถกอล์ฟพานักล่าฝันนั่งรถไปมาให้ FC ได้ตามกรี๊ดกันหนุกๆ โดยทีมเรา ก็มีพี่ดานี่แหละที่ดวงเธอไม่รู้เป็นยังไง ยืนๆเดินๆอยู่ ก็เป็นอันต้องได้เจอกับรถของน้องๆล่าฝันผ่านหน้าไปมาอยู่ร่ำไป

พี่ผู้หญิงที่คุยกะเราทีแรกนั้นมากับพี่ผู้ชายอีกคน ซึ่งดูจากสีเสื้อแล้วเป็น FC ของต้อลแน่ๆ แต่ถามไปถามมา พี่บอกว่า แต่เพิ่งไปเมืองหิมะมาค่ะ ดูพี่นัทแล้วก็ได้จับมือมาแล้ว สรุป ทั้งคู่เป็น NTFC ค่ะ จึงคุยกันได้ออกรสยิ่งนัก พี่ๆถามว่าเราเข้ากระทู้พันทิปบ่อยมั้ย ใช้ชื่อว่าอะไร ปกติเราไม่ค่อยบอกใคร เพราะขี้อาย (จริงหรือ?) แต่ก็บอกเค้าไปตรงๆ ปรากฏพี่ๆจำ login ข้าพเจ้าได้ เพราะเคยเข้าไปอ่านงานเขียนกันอยู่ ก็เลยอยากจะบอกเอาไว้ตรงนี้ค่ะ ว่าถ้าพี่ๆทั้งสองคนได้อ่าน ก็อยากจะขอบคุณมิตรไมตรีที่ได้หยิบยื่นให้กันจริงๆค่ะ พี่ทั้งสองคนน่ารักขาดใจเลยจริงๆ

ช่วงที่บนเวทีมีโชว์บูมบ้านต้อล ซึ่งเห็นแล้วว่าคอสตูมเลิศเลอโดนใจมาก ก็มีโทรศัพท์จากตา Knight ว่า “พี่ มาที่เวทีกรุงศรีฯด่วน น้องนัทกับอิ๋งอิ๋งจะขึ้นเวทีแล้ว” เราก็เอาวะ... บอกพี่ดา พี่เดี๋ยวมา แล้ววิ่งจู๊ดไป เจอเจ้า Knight พอดี เจ้าตัวเลยโชว์รูปที่ได้ไปถ่ายมา เป็นนัทและอิ๋งอิ๋งตั้งแต่ก่อนขึ้นเวทีไปจนถึงขึ้นเวที งานนี้รูปแจ่มมาก... สวยๆทั้งนั้นเลย ให้บัตรช่างภาพไปไม่ผิดคนจริงๆ (แหงล่ะ ก็เป็นช่างภาพในบ้านเพียงคนเดียวที่ข้าพเจ้ารู้จักนี่นา) นัทกับพี่อิ๋งขึ้นเวทีทั้งชุด White Christmas นั่นล่ะ นัทใส่เสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวทับเสื้อข้างในที่เป็นสีแดง แล้วก็พันผ้าพันคอสีขาว หล่อเด้งเปล่งออร่ามาแต่ไกล ส่วนอิ๋งอิ๋งใส่โค้ตสีม่วงเข้มสวยสง่าทีเดียว ทั้งคู่ขึ้นไปพูดคุยกับแฟนๆบนเวที ซึ่งก็ยังคงหนีไม่พ้นเรื่องของหัวใจอยู่นั่นเอง พิธีกรถามคนพี่ว่า ตอนนี้มีแฟนแล้วหรือยัง เจ้าตัวตอบว่า “ยังครับ งานเยอะ ไม่มีเวลาให้ใครเลย” เมื่อพิธีกรถามถึงสเป็กสาวในดวงใจ คนพี่เราก็ตอบแบบอ้อนๆได้อีกว่า “ไม่มีสเป็กครับ ขอแค่คนที่จริงใจกับเราก็พอ” พี่อิ๋งถึงกับออกปากว่า “พี่ก็จริงใจนะคะ” เรียกเสียงหัวเราะกันไป ขณะที่ดูสองพี่น้องบนเวที ก็เห็นแล้วว่าช่างภาพของเรายักแย่ยักยันดีเหลือเกิน ก็เลยทำหน้าที่หาทำเลให้น้อง Knight ไปด้วย เพื่อที่จะให้น้องได้เก็บช็อตเด็ดๆกลับไปให้ได้มากที่สุด เวทีนี้เราไม่ได้ดูอยู่จนจบ เพราะต้องออกมาต่อแถวเข้าบ้านยักษ์ต่อ ก่อนหน้านี้เจ้า Knight รายงานว่า เข้าไปพุดคุยกับนัทและอิ๋งอิ๋ง น้องถามว่าไปดูอะไรมาบ้างแล้ว พอตา Knight บอกว่า ก็มีไปดูต้อลที่บ้านยักษ์เท่านั้นแหละ พี่นัทรีบเลย... “แล้วต้อลเล่นเป็นยังไงบ้างครับ” ทันที ตัวเองป่วยจนต้องฉีดยาไปเข็มนึงขนาดนั้นแล้วยังอุตส่าห์ห่วงน้องได้อีก แต่อาการคนพี่เราก็น่าเป็นห่วงอยู่ เพราะรู้สึกได้เลยว่า เสียงแหบไปเยอะ แต่ความลั้ลลาร่าเริงก็ยังมีอยู่เต็มเปี่ยมนะ สปิริตแรงกล้ามาก

ตอนที่กลับมาต่อแถวนั้น มีคนรายงายว่าแถวบ้านยักษ์ ยาวไปจนถึงซุ้มของน้องอ๊อฟ ปองศักดิ์แล้ว แถมไม่มีทีท่าว่าคนจะหยุดต่อแถวกันแต่อย่างใด.... มันยาวขึ้นได้เรื่อยๆจริงๆ ตอนนี้แถวก็เริ่มขยับได้อีกหน่อย ซึ่งก็แปลว่าเราอยู่ห่างหน้าเวทีออกไป แต่ปรากฏว่าต่อไปเป็นคิวบนเวทีใหญ่ของต้อล... โห... โมเม้นต์นั้น ไม่มีใครอยากให้แถวขยับเลย เพราะอยากดูน้องบนเวทีมากกว่า... พี่ดาขออนุญาตวิ่งออกจากแถวไปดูน้องกันเลยทีเดียว เราจึงช่วยยืนเฝ้าให้ แล้วก็อาศัยดูผ่านจอมอนิเตอร์เอา ต้อลบนเวทีใหญ่ใส่ชุดอย่างหล่อ เพราะเป็นชุดขาวทั้งชุด เบรกด้วยเสื้อกั๊กสีน้ำตาลอ่อน ดูอยู่ไกลๆยังเห็นออร่าเปล่งประกายได้ชัดเจนเลย ต้อลขึ้นมาร้องเพลง คนที่อยู่ตรงหน้า เสียงยังดีไม่มีตกเช่นเคย ก่อนที่จะจับรางวัลให้กับผู้โชคดีกันต่อไป ถึงจะได้เห็นต้อลไกลๆแต่ก็รู้ได้เลยว่า เออ... น้องเรามันหล่อและเก่งขึ้นมากจริงๆ ภูมิใจแทนน่ะ

ตอนนี้จุดที่เราต่อแถว... กลุ่มของเราใกล้จะได้เข้าบ้านแล้ว... แต่พอสตาฟหน้าประตูออกมาบอกว่า เข้าได้อีก 20 คน พวกเราก็มาชั่งใจกันว่า จะเอายังไง จะเข้ารอบนี้โดยที่ไม่รู้ว่าข้างในจะเต็มแค่ไหน หรือรอรอบหน้าแล้วเลือกทำเลที่ดีที่สุดดี... พวกเราพร้อมกับพี่ผู้หญิงกับพี่ผู้ชายทั้งสองคนก็พร้อมใจปล่อยให้คิวหลังๆเข้าไปก่อน โดยพี่พวกเราขอรอเข้ารอบหน้าก็แล้วกัน เป็นความบ้าเลือดของพวกเรา ที่วินาทีนั้น มันไม่ใช่การได้เข้าไปดูน้องแล้ว แต่มันเหมือนแบบ ฉันมาต่อแถวนานเป็นชั่วโมงๆขนาดนี้ ก็เอาซี้...มา... ลองกันซักตั้ง... แล้วพวกเราก็รอดูรอบ 16.15 กันต่อไป (จากที่รอมาตั้งแต่บ่ายสองกว่าๆอ่ะนึกดู) แต่ก็ไม่อะไรนะ นั่งคุยกันไปเรื่อยๆกันตรงหน้าบ้านยักษ์นั่นแหละ ยังไงก็ได้เข้ากันคนแรกๆอยู่แล้ว พี่ผู้ชายแกคงเห็นว่างๆ เลยเดินไปเล่นเกมของซุ้มการบินไทย... โดยบอกสโลแกน การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า แล้วลากเสียงฟ้ายาวๆ.... ใครได้ยาวที่สุดได้บัตร Meet&Greet กะต้อลไปเลย... แล้วพี่เค้าก็ทำได้จริงๆ สุดยอดมาก... ยังไม่พอ พี่ซื้อขนมนมเนยเครื่องดื่มมาเลี้ยงเราแบบพร้อมสรรพ (ที่จริงถ้าซื้อครบร้อย จะมีโอกาสชิงบัตร Meet&Greet อีกใบตะหาก) พวกเราก็เลยได้อิ่มท้องกันไป ซึ่งอันนี้ต้องขอบคุณพี่มากนะคะ แต่ที่น่าเสียดายก็คือด้วยความที่แถวนั้นไมค์เสียงดังมากจึงทำให้เราไม่ได้ยินว่าบนเวทีใหญ่มีบูม Nattol มารู้อีกที น้องๆบูมเสร็จกันหมดแล้ว ทันเห็นแต่ชุดสีดำๆ แมสค็อตเคโระและสติทช์เท่านั้น แต่ใจเนี่ยส่งไปช่วยเต็มที่เลยเชียว

แล้วเราก็ได้เข้าบ้านยักษ์กันเสียที แต่งานนี้แอบเห็นว่ามีคนหน้ามึนมาแซงคิวนะคะ... น่าเกลียดและไม่น่ารักเอามากๆ แต่กลุ่มเราไม่ยอมให้ใครแทรกได้แน่นอน พอได้เข้าไปในบ้าน ตอนแรกที่ก็แอบอดคิดไม่ได้ว่า แล้วพวกโต๊ะยักษ์ เก้าอี้ยักษ์ ข้าวของทั้งหลายในนั้นจะย้ายกันยังไงหว่า ปรากฏว่า เค้าขยับข้าวของทั้งหมดในนั้นให้เหมาะกับละครที่จะเล่นในวันนี้เรียบร้อย ดังนั้นเวทีจึงจะไม่เหมือนกับเวทีใดๆ โดยนักแสดงซึ่งหลักๆก็คือต้อลนั่นแหละที่จะต้องวิ่งไปวิ่งมา ไอ้เราก็เอ้อ... จะอยู่ตรงไหนดีล่ะ ทำเลถึงจะดี แล้วเจ้า Knight ที่โทรมาพอดีก็บอกว่า “มุมปลายเตียงที่พี่ยืนอยู่นั่นแหละ เหมาะสุดแล้ว” เราก็ เอาวะ... ยืนมันตรงนี้แหละ ซึ่งต้องขอบคุณน้อง Knight มาก เพราะมุมที่ข้าพเจ้ายืนอยู่นั้น... ถ้าต้อลเดินพลาดก็ลงมาทับฉันก่อนเลย... ใกล้ไปไหน... เงยหน้าขึ้นมองตรงซาวนด์คอนโทรล โอ๊ะ... พี่ฉอด ณ GMM ก็มาดูรอบเดียวกะเรารึนี่....

ทีแรกก็มีแอบคิด Musical 15 นาทีเนี่ยนะ เรื่องมันจะเป็นยังไงหว่า สั้นดีจัง เปิดเรื่องมาก็คือน้องแนน ทำหน้าที่เล่าเรื่องผ่านเสียงเพลง เสียงน้องเพราะได้ใจจริงๆ โดยน้องจีนที่รับบทเป็นนางฟ้าถูกยักษ์จับขังกรงอยู่ น้องปองเป็นความฝันที่ก็ถูกยักษ์จับมาเหมือนกัน ส่วนต้อลเป็นเหมือนอัศวินที่จะมาช่วยปลดปล่อยทั้งสองให้พ้นเงื้อมมือยักษ์ ต้อลรับบทเป็น อ๊าฟ... เอากันง่ายๆเลยชื่อนี้สะกดเป็นภาษาอังกฤษว่า AF เอางี้เลยเหอะ จีนร้องเพลงอยู่ในกรงทองรอให้มีคนมาช่วยปลอดปล่อยเธอออกไป เสียงจีนแน่นอนมาก เพราะดีไม่มีตก แล้วต่อมาก็เป็นคิวปองที่ซ่อนตัวอยู่บนเตียงยักษ์ (ที่มียักษ์นอนหลับอยู่) น้องปองร้องเพลงด้วยเสียงใสกิ๊ง ชุดก็น่ารักได้อีก โดยมีคุณแม่น้องยืนมองดูอยู่แถวหน้าแบบปลื้มใจในตัวลูกสาวมากๆ... หนูก็ปลื้มไปกับคุณแม่เหมือนกันค่ะ

ต้อลโผล่ออกมาข้างๆเตาผิงยักษ์เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆได้แบบไม่มีตก แต่เซ็งนิดหน่อยตรงไมค์ลอยของต้องมีปัญหา เสียงไม่ออก ติดๆดับๆอยู่พักใหญ่ จนถึงตอนที่วิ่งไปช่วยนางฟ้าจีนนั่นแหละ... น้องร้องเพลงนักล่าฝันในเวอร์ชั่นช้าๆเพราะๆอยู่ดีๆ... ดันบิ๊วตัวเองแล้วก็เต้นยึกยักแบบมันมากข้างๆกรงจนนางฟ้าที่แอ๊บสวยอยู่อย่างจีนทนไม่ไหว ตะโกนบอก “เฮ้ย... พอแล้ว!” โห... นางฟ้าอย่างแมนเลย เรียกเสียงฮาได้ดีทีเดียว... แต่ทีนี้ไอ้การจะปล่อยนางฟ้าออกมาได้ ก็ต้องไปเอากุญแจมาก่อน โดยผู้เฝ้ากุญแจก็คือความฝันรับบทโดยน้องปอง...

อ๊าฟน่ากลัวจะเป็นอัศวินกวนตี๊ฟ เนื่องจากพอวิ่งจะไปเอากุญแจที่เตียงยักษ์ พอเห็นยักษ์นอนอยู่... ก็ทำท่าจะเปลี่ยนใจ... นางฟ้าจีนเลยบอก “เฮ้ย ทำไมงั้นน่ะ” “ก็ถ้าเกิดยักษ์ตื่นเราก็โดนกินดิ งั้นไม่เอาและ” โห... พระเอกมาก... ฮามากเหมือนกัน... ไม่เห็นใครบอกเลยว่าละครเรื่องนี้เป็นโรแมนติกคอเมดี้อ่ะ ยิ่งตอนที่เจ้าตัวขึ้นไปปล่อยมุกกับปองสองคนบนเตียงยักษ์นั่น ยิ่งฮาเข้าไปใหญ่ ตอนนั้นแหละถึงได้รู้ว่าทำเลนี้ยอดเยี่ยมมากเพราะน้องเดินไปเดินมาขึ้นลงบันไดผ่านหน้าผ่านตาบ่อยซะจนสามารถกระชากขากางเกงน้องลงมาได้เลย (ทำจริงๆก็โดนกระทืบดิ-_-‘’)

พอเอากุญแจมาไขให้นางฟ้าจีนได้ กำลังจะหนีไป ก็เหลือบมาเห็นความฝันทำท่าอยากหนีไปด้วยใจจะขาด (น้องปองทำหน้าตาอยากหนีได้ใจมากค่ะ) แต่ยังไงก็ไม่มีหนทาง เพราะร่างที่เห็นไม่ใช่ร่างจริงของความฝัน ถ้าจะฆ่ายักษ์ให้ตาย ความฝันก็ต้องสลายไปพร้อมกับยักษ์ด้วย แล้วอ๊าฟของเรายังมีการใช้หมองนั่งมาธิด้วยนะ แถมตอน มีสียงปิ๊งขึ้นมานี่ ไทม์มิ่งยังพอดีกับจังหวะเป๊ะอีกต่างหาก... สุดท้ายความฝันจึงบอกให้ทั้งคู่หนีไป... แต่ได้แค่พักเดียว ทั้งคู่ก็ย้อนกลับมา ด้วยเหตุผลว่า “การจากไปโดยทิ้งความฝันไว้ ชีวิตจะไปมีความหมายได้ยังไง” อะไรทำนองนี้ แล้วทั้งสามคนก็ทำเสียงแบบ “โหววว... เป็นไงล้า... คิดได้ไงคำพูดเท่ๆแบบนี้” ฮากันครืนเลย สุดท้ายทั้งสามคนก็หนีออกมาได้ โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อแต่อย่างใด ละครจบลงด้วยการขอบคุณสปอนเซอร์ และเสียงปรบมือชื่นชมในตัวน้องๆทั้งสี่คนที่สร้างเสียงหัวเราะและความเพลิดเพลินได้ตลอดระยะเวลาการแสดงแม้จะเพียงสั้นๆก็ตาม ตอนที่เดินออกมาจากบ้านยักษ์ ถึงได้เห็นชื่อเรื่องละครวันนี้ “อ๊าฟผู้ไม่ฆ่ายักษ์” แหงล่ะ... ยักษ์หลับมันตลอดทั้งเรื่องเลย... คุณหลอกดาว (ให้ขำกลิ้ง)! สรุปมุกในละครเรื่องนี้
- ต้อลกับจีนขยันปล่อยมุกฮาใส่กันมาก เข้าขากันดีจริงๆ
- มีแอบขายของเป็นอัลบั้ม X-Treme Army และ Club AF ดู๊ดู ทำไปได้
- มีแอบเล่นมุกต้องเลือกใครซักคนแบบบนเวทีคอนเสิร์ต และโบกมือลาเพื่อนด้วย
- จีนมีตัดบท บอกอ๊าฟอยากพูดอะไรกับความฝันก็พูด คุณแม่เค้าก็มาดูอยู่น่ะ เห็นมั้ย...
- ย้ำ... นี่คือ Musical แนว Romantic (น้อย) Comedy (มาก)

เสร็จจากบ้านน้อง จะไม่ไปดูบ้านคนพี่ก็คงจะกะไรอยู่ เราจึงบากหน้ากันไปยังเมืองหิมะ ซึ่งแถวก็ยังคงยาวอยู่ดีนั่นเอง... ก็อ่ะ... ยืนต่อแถว แต่แถวมันประหลาดๆ ไม่เป็นกลุ่มก้อนยังไงชอบกล จึงเป็นช่องทางให้ใครที่เห็นแก่ตัวหลายคน ทำตีหน้ามึนเดินๆมาพอเจอเพื่อนก็เลยแทรกแถวคนอื่นเข้ามาซะงั้น ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมคนที่ต่อแถวท้ายๆจึงต้องยืนรอกันนานๆ เราเห็นแล้วอดรนทนไม่ได้ เดินออกมาสอยร่วงทั้งกลุ่ม ไม่ได้คิดจะทำให้อายนะคะ แต่ตอนนั้นเลือดขึ้นหน้ามาก... ก็เห็นอยู่ว่าแถวมันยาวขนาดไหน ทุกคนก็อยากดูเหมือนกัน คนอื่นเข้าแถวกันอยู่แล้วนี่คุณเป็นใคร... เราก็เลยบอกเลยว่า หยุดเลยนะคนที่มาแทรกแถว ถ้าอยากดูเชิญไปต่อแถวด้านหลัง... แล้วก็ว่าอะไรไปอีกไม่ทราบค่ะ จำไม่ได้... กระเจิงเลยค่ะ วงแตก... หลังจากนั้นก็มีครอบครัวนึงมีแทรกแถวกันหน้าตาเฉย เราเหนื่อยมากค่ะ ก็เลยไม่พูดอะไรแล้ว ได้แต่มองแล้วก็พูดดังๆว่า เห็นแก่ตัวกันที่สุดทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ก็คงมีอายๆนะคะ แต่ว่าเค้าก็แน่นอนมาก... ยังยืนต่อแถวแบบนั้นได้โดยไม่อายใคร น่าทึ่งมากค่ะ พี่น้องเราทุกท่านอย่าเอาอย่างเชียวค่ะ...

รอบการแสดงในเมืองหิมะช่วงเย็นๆนี้ ถูกร่นเวลามาให้เร็วขึ้น และอัดคนเข้าไปเยอะขึ้น จากรอบแรก 150 คน รอบหกโมงที่เราได้เข้าไป ก็เพิ่มเป็น 500 คนค่ะ ไอ้เราก็ยังไงก็ได้นะ... ไม่เคยเข้าไป ก็กะไม่ถูกว่ามันจะแน่นไม่แน่นยังไงเหมือนกัน ตอนเดินเข้าไปก็ต้องเปลี่ยนรองเท้า รับเสื้อโค้ต แอบดีใจว่าเสื้อค่อนข้างใหม่ทีเดียว แล้วก็ใส่กันเป็นระวิง ไอเย็นมันออกมาให้ได้รู้สึกกันทีเดียว ทันทีที่เดินเข้าไป... คุณพระ...อากาศลบห้าเป็นอย่างนี้นี่เล่า... หนาวดีจังเลย... เมืองหิมะก็ใหญ่กว่าที่คิดนะ แต่แม้ว่าเราจะได้เข้าไปกลุ่มแรกๆ แต่โซนที่จะสามารถยืนดูได้อย่างถนัดชัดเจนนั้น น้อยมาก พื้นมันไม่ได้เรียบเสมอกัน เพราะตรงกลางลานมันเว้าเป็นแอ่งลงไปเล็กน้อย ข้างหน้าสุดยืนกันแค่แถวเดียวก็มองอะไรไม่เห็นแล้ว เราก็เลยเลือกเดินไปยังขอบแอ่งอีกฝั่งที่ยกสูงขึ้น แม้จะไกลแต่ก็ยังได้เห็นอะไรชัดเจนดีอยู่

เราเข้าไปกันตอน 6 โมงเย็น และรออยู่นานมาก จนถ่ายรูปก็แล้ว ถ่ายวิดีโอกันเองก็แล้ว โชว์ก็ไม่เริ่มสักที มารู้ทีหลังว่า นัทกับอิ๋งอิ๋งต้องไปเล่นที่เวทีใหญ่ก่อน จึงจะนั่งรถกลับมา ประสบการณ์ในเมืองหิมะครั้งแรกนั้น จึงนานสะใจ อยากสัมผัสอากาศหนาวเย็นนักใช่มั้ย ก็เลยจัดให้เลย... โชว์เริ่มตอนหกโมงครึ่ง โดยมีน้องๆกลุ่มอะแคปเปลล่าออกมาก่อนตามมาด้วยนัทและอิ๋งอิ๋ง ในชุดคอนเส็ปต์ไวต์คริสต์มาสที่เราเห็นกันมาทั้งวัน โชว์ครั้งนี้มีทั้งหมด 3 เพลง ทุกเพลงล้วนแล้วแต่เป็นเพลงสำหรับเทศกาลคริสต์มาสที่ทุกคนคุ้นหูกันดีอยู่ แต่ช่วงกลางเพลงที่สอง จู่ๆไฟก็ดับ น้องๆบนเวทีตกใจแป๊ปนึง ก็ยังกลับมาร้องกันต่อได้... ปิดท้ายด้วยเพลง Silent Night Holy Night ที่เหมาะกับเสียงนัทมาก เสียงพาวเวอร์แบบ All I Ask of You นั่นแหละ... โอ้... ชอบมาก เราสี่คนที่นั่งอยู่ข้างหลังก็เลย เอามือถือเปิดไฟแล้วก็ชูกันเหมือนในคอนเสิร์ตต่างประเทศเลย... ได้อารมณ์ดีนะ... ฮาตัวเอง ทำไปได้ เมื่อโชว์จบลง น้องๆลงมาจับมือกับแฟนๆที่กรูกันเข้าไปหา ส่วนเราตอนนี้เท้าหมดความรู้สึกไปแล้ว... ก็ออกมาคืนเสื้อและแลกรองเท้า เดินออกไป... และพบกับแถว Action On The Rock ที่ประกอบด้วยแก๊งสามลิง ตุ้ย และบอย ยาวมาถึงเมืองหิมะอ่ะนึกดู...

ถึงตอนนี้ บ้านยักษ์ของน้องก็ได้ดูแล้ว เมืองหิมะของพี่ก็ดูแล้ว พี่แอร์ที่ใจแม้อยากดูน้องบอย แต่ถอดใจตั้งแต่เห็นแถวที่ยาวไม่มีที่สิ้นสุด ก็เลยไม่ดงไม่ดูแล้ว ก็เดินมาสมทบกับน้อง Knight ที่ฟังจากน้ำเสียงแล้ว คงเหนื่อยเข้าเส้นกันเลยทีเดียว แล้วเราห้าคนก็เดินไปยังเวทีใหญ่เพื่อประเมินสถานการณ์ ผ่านแถวที่ต่อกันยาวเพื่อที่จะเข้าไปดูบ้านยักษ์ นั่นทุ่มนึงแล้วแต่แถวก็ยังยาวได้อีก... สุดยอดมาก ได้ข่าวว่าน้องต้องเพิ่มรอบด้วยนะ... ร้ายๆจริงๆเชียว ขอบอกว่าน้องต้อลของเราในวันนี้ แอ๊กติ้งนอกจากจะไม่อักเสบแล้ว ฝีไม้ลายมือน่ะไม่เบาทีเดียว

ประเมินสภาพเวทีใหญ่ดูแล้ว... การแสดงรอบสองทุ่มที่ทุกคนจะมารวมตัวกันที่เวทีใหญ่ คาดว่าไม่น่าจะดูกันได้สะดวกโยธินเท่าไหร่ เพราะมันเป็นทางเดิน คนจะต้องเบียดกันแน่นมาก ช่างภาพเองถ้าไม่ลงไปว่ายน้ำถ่าย ก็คงไม่อาจได้ภาพที่สวยสมใจแน่นอน เราจึงประชุมกันว่า ออกไปกันเหอะ เพราะเหนื่อย หิว และไม่มีประโยชน์อันใดที่จะมาทรมาณสังขารกันต่อ แถมถ้าออกตอนงานเลิกคงตายกันเสียก่อน เราจึงตัดสินใจกลับกันตอนทุ่มกว่าๆนั่นแหละ

ขาเดินออกมา เจอกับคุณแม่น้องต้อล ที่ผ่านมาเดินผ่านคุณแม่บ่อย แต่ไม่มีโอกาสได้เข้าไปพุดคุย พอดีหนนี้เจ้า Knight ซึ่งคุ้นเคยกับคุณแม่เป็นอันดี เข้าไปทัก เราจึงเข้าไปไหว้คุณแม่ด้วย พูดคุยกับคุณแม่นานเชียวค่ะ เป็นคุณแม่ที่น่ารักอ่อนหวานเหมือนอย่างที่ทุกคนบอกกันมา เราจึงบอกคุณแม่ไปว่า เราเองก็คนเชียงรายเหมือนกัน คุณแม่เลยถามว่าอยู่แถวไหน ซึ่งคุณแม่ก็รู้จักนะคะ คุณแม่ก็บอกเนี่ยเมื่อก่อนคุณแม่อยู่แถวนี้นะ แต่ย้ายไปเชียงใหม่ยี่สิบกว่าปีแล้ว สักพักก็พูดคุยเรื่องน้องๆกันว่า น้องท่าจะเหนื่อยทีเดียว เพราะเมื่อคืนได้ยินว่าซ้อมเสร็จกันตีสาม “ตีสี่ค่ะ คุณแม่โทรไปไม่มีใครรับสายเลย มารู้กันอีกทียังซ้อมกันไม่เสร็จ เป็นห่วงเทบแย่” ตลกตอนคุณแม่บอกว่า “เนี่ย ต้องคอยปลุกต้อล ไม่งั้นเดี๋ยวน้องงอแง” แต่ทุกคนยืนยันค่ะว่าน้องพลังเยอะมาก ขนาดนอนน้อยก็ยังลั้ลลาร่าเริงและเต็มที่กับการแสดงได้อีก เราคุยกันอีกพักนึง จึงลาคุณแม่ค่ะ หลังจากนั้นก็บอกกับพี่อาร์มว่า... คุณแม่คือตัวอย่างของสาวเหนือที่อ่อนหวาน ส่วนข้าพเจ้าคือตัวอย่างในแบบบู๊ล้างผลาญโดยแท้... ช่างแตกต่างกันจริงๆ

คืนนั้นเราสั่งลามื้อค่ำกันที่ 13 เหรียญ ในฟิวเจอร์นั่นแหละ ก่อนที่โชเฟอร์กิตติมศักดิ์จะพาเราไปส่งตามจุดต่างๆ และกลับบ้านกันในสภาพที่อีบัดอีโรยเต็มทน... แต่ก็ยืนยันนะคะว่าพวกเราสนุกกันมาก แม้จะต้องต่อแถวยาวๆหรือได้ดูไม่ครบทุกเวที แต่บรรยากาศต่างๆในงาน การแสดง คนที่ไปร่วมงาน จนถึงบรรดานักล่าฝัน ทำให้เรารู้สึกมีความสุขกันมาก... ไม่ผิดหวังเลยค่ะที่ตัดสินใจมางานนี้ จนกระทั่งได้มาเขียนเล่าให้ได้อ่านกันนี่ ก็ยังรู้สึกได้เลยว่าตัดสันใจถูกแล้วที่ไปกัน

หวังว่าจะสนุกกับการรายงานแห้งๆแบบดีเลย์ ที่ยาวได้อีกของเรากันนะคะ ถ้ามีโอกาสได้ไปงานไหนอีกก็จะเขียนให้ได้อ่านกันแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆค่ะ

Note:
1. ขอบคุณพี่อาร์ม พี่แอร์เหมือนเคยค่ะ
2. ขอบคุณน้อง Knight ที่ทำหน้าที่เป็นช่างภาพ รวมถึงรับหน้าที่เป็นโชเฟอร์จำเป็นให้กับเรา (คอนเฟิร์มนะคะว่า รูปที่น้อง Knight ถ่ายมา สวยมาก) น้อง Knight ฝากบอกด้วยว่า งานนี้เจ้าตัวเดินเหนื่อยกันขาลาก ตอนหลังจึงทำได้แค่แจมนิดแจมหน่อย ขาดตกบกพร่องใครไปบ้างก็ขอโทษด้วยก็แล้วกันจ้า พร้อมกับสำทับมาด้วยว่า... เมื่อยมาก (พี่ก็เมื่อยว่ะ)
3. ขอบคุณพี่ผู้หญิงกับพี่ผู้ชาย (ขอโทษที่ไม่ได้ถามชื่อค่ะ) สำหรับความน่ารักเป็นกันเองที่มอบให้กันค่ะ
4. ขอบคุณพี่นัทน้องต้อล ที่ทำให้พี่บ้าจี้ไปร่วมงานโน่นนี่นั่นทั้งที่บางงานมันออกจะผิดธรรมชาติพี่ไปหน่อย แต่ที่ไปนี่เพราะน้องเลยนะเนี่ย
5. ขอบคุณ NMG TFC และ NTFC ที่อยู่ตรงนั้นเพื่อพี่น้อง
6. ขอบคุณคุณแม่น้องต้อลที่พูดคุยกับเราอย่างเป็นกันเอง คุณแม่น่ารักมากค่ะ

และปล... หากใครอยากเอาไปโพสต์ลงที่ไหน สามารถได้เลยค่ะ ขอแค่ใส่เครดิตให้นิดหน่อย แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ ส่วนรูป... ถ้าได้มาแล้ว จะเอามาโพสต์ประกอบกันทีหลังก็แล้วกันนะคะ (ของอันที่แล้วก็ยังไม่ได้โพสต์เลย )


Create Date : 03 ธันวาคม 2550
Last Update : 3 ธันวาคม 2550 19:48:17 น. 1 comments
Counter : 290 Pageviews.

 
ยังอ่านไม่จบ แต่สนุกดี ไว้เดี๋ยวมาอ่านต่อนะค่ะ


โดย: soraya.tuy@hotmail.com IP: 210.213.28.238 วันที่: 8 เมษายน 2551 เวลา:9:19:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

fingers-crossed
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หวังว่าจะได้รับความบันเทิงจากการเข้าเยี่ยมชม Blog กันถ้วนหน้าจ้ะ
Friends' blogs
[Add fingers-crossed's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.