Review : Chronicle (2012)
บอกเลยว่านี่เป็นหนังเรียลลิตี้แหกสูตรที่กล้ามากที่สุดเรื่องนึงของวงการเลย
จากแนวเดิมๆที่มัวแต่ไปจับผีปีศาจ ล่าอสูรกาย วายร้ายซอมบี้ทั้งหลาย ผ่านกล้องแฮนดี้แคม งวดนี้มาตามติดชีวิตฮีโร่สุดเกรียนกันบ้าง ซึ่งก็ไม่เป็นฮีโร่แบบพวก ซูเปอร์แมน, แบทแมนอะไรเทือกนั้นหรอก เพราะจริงๆแล้ว พวกเขาก็เป็นเด็กไฮสคูล วัยกำลังบ้ากำลังบอนี่แหละ และดันไปเจอวัตถุประหลาดที่มอบพลังเหนือโลกให้กับพวกเขา กลายเป็นที่มาของความเกรียนในการใช้พลังในทางที่ผิดไปจนถึงขั้นเลยเถิด

ชอบลักษณะการเล่าเรื่องของหนังที่ค่อยๆบิ๊วท์ให้เกิดอารมณ์ร่วมอย่างต่อเนื่อง จากตอนต้นที่ดูเป็นหนังวัยรุ่นแอบถ่ายธรรมดา แต่หลังๆก็เริ่มจะซีเรียส ดราม่าและกลายเป็นเทปคนละม้วน การสั่นไหวของกล้องอาจจะเป็นอุปสรรคในการชมของคุณแค่ตอนต้น แต่ในช่วง 30 นาทีผ่านพ้นไป มันอาจจะไม่กลับมากวนใจคุณอีก เพราะหนังมีลูกเล่นบางอย่างที่จะทำให้เรารู้สึกปวดเศียรเวียนอ้วกน้อยลง ถือเป็นไอเดียที่หนังเอามาใช้ได้เป็นประโยชน์แล้วเป็นกิมมิคที่ตรงตัวหนังพอดี

นักแสดงแต่ละคนเล่นได้ดีมาก ปลดปล่อยพลังทางอารมณ์เป็นกราฟขั้นบันไดได้อย่างน่าเชื่อถือ เรียกได้ว่าหนังประสบความสำเร็จในการเรียกใช้บริการนักแสดงหน้าใหม่มารับบทนำในหนัง เพื่อไม่ให้เราติดภาพพวกเขามาจากหนังเรื่องอื่น และทำให้เกิดฟีลร่วมว่านี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ผ่านเทคนิคการถ่ายทำที่ดูเรียล แม้ซีจีจะทำให้หนังดูดร็อปลงไปก็ตาม (แต่อย่าลืมว่านี่เป็นหนังทุนต่ำ !!)

ตอนท้ายเรื่องเป็นอะไรที่บ้า กล้า ห่ามสุดๆ เป็นฟิเนเล่ในหนังสักเรื่องที่ผมรู้สึกว่าไม่ได้อิ่มแบบนี้มานานมากแล้ว นับว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวของหนังที่มีบุคลากรที่กล้าคิด กล้าทำ กล้าขาย ให้แนวเดิมๆที่เราคุ้นเคยมีอะไรแตกต่างออกไป และหนังก็ทำได้น่าพึงพอใจมาก ใครที่อยากดูหนังที่ปวดประสาท ดูแล้วเครียด กดดัน เน้นทรมานบันเทิง หนังเรื่องนี้จัดให้เต็มเหนี่ยว เป็นหนังที่ไม่ได้เหมาะกับทุกเพศวัย แต่ก็สะใจในวัยของเรา !!!




Create Date : 16 มีนาคม 2555
Last Update : 16 มีนาคม 2555 18:13:11 น.
Counter : 380 Pageviews.

0 comment
Review : The Grey (2012)
บอกตามตรงว่าหนังเรื่องนี้ทำให้ผมหลับอย่างเมามันส์มาก !!

ไม่รู้ว่าทำไมสมาชิกหลายท่านถึงได้ชอบหนังเรื่องนี้กันยกใหญ่ เพราะจริงๆแล้ว ถ้าว่ากันถึงประเด็นความระทึก หดหู่ กดดัน และดราม่าถึงขีดสุด ผมว่าหนังก็ไม่ได้สดไม่ได้ใหม่อะไร เพราะการที่นำเสนอเรื่องราวของกลุ่มคนที่ต้องเอาตัวรอดท่ามกลางความเหน็บหนาว และต้องหลบหนีฝูงหมาป่าที่กำลังจะคร่าชีวิตพวกเขาไปทีละคนสองคน กลับเป็นอะไรที่ผมคิดว่าเชยมากๆ และแต่ละช่วงไม่ได้สร้างความตื่นเต้นจริงๆจังๆให้ผมได้สักครั้งเดียว

ดีก็ตรงที่หนังได้การแสดงอันน่าเชื่อถือ และฝีมือสุดทรงพลังของ "เลียม นีสัน" มาทำหน้าที่แบกหนังเอาไว้ ส่วนที่เหลือ มิติทางตัวละครก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรเท่าไหร่ ลำพังการนั่งเล่าประวัติตัวเองรอบกองไฟ ยังไม่ทำให้ผมอินในมิติของพวกเขาที่พยายามส่งออกมาได้เลยแม้แต่น้อย

หมาป่าในเรื่องก็โผล่มาในแบบซีจีที่ค่อนข้างจะโดดอย่างเห็นได้ชัด พูดภาษาชาวบ้านก็คือ ไม่เนียนนั่นแหละ เห็นแล้วจากอารมณ์ที่ไม่อิน ก็ยิ่งไม่อินไปกันใหญ่ .....ฉากที่เกลียดที่สุดก็คือฉากที่มานั่งเล่าเรื่องอะไรต่อมิอะไร กลางกองไฟนี่แหละ มันไม่ได้เป็นความแปลกใหม่อะไรเลย รู้อยู่แล้ว ว่าต่อไปจะต้องเจออะไร แล้วใครจะอยู่รอด ...(ก็ตามซีของนักแสดงแต่ละคนนั่นแหละ)

ฉากจบก็เป็นไปในแนวทางที่ให้คิดต่อยอด ซึ่งไม่วามันจะอย่างไร ในที่สุดแล้วหนังก็ไม่ได้สร้างพลังอะไรให้ผม เพราะฉะนั้น ผมคงไม่แคร์ว่าพระเอกจะมีชีวิตเหลือรอดหรือไม่ หรือจะได้เป็นหัวหน้าเผ่า

เอาเป็นว่าอาจจะมีหลายๆคนที่ชอบเรื่องนี้ในแง่ของการเป็นดราม่า ตอบโจทย์การมีชีวิตอยู่ แมนๆ หนักๆ กดดันๆ หน่วงๆ แต่ผมดูแล้วเฉยๆ เพราะก่อนหน้าเคยดูหนังอะไรประเภทนี้มาเยอะ แล้วก็เอาอยู่กว่าเรื่องนี้มากทีเดียว




Create Date : 16 มีนาคม 2555
Last Update : 16 มีนาคม 2555 18:04:42 น.
Counter : 289 Pageviews.

0 comment
Review : Mirror Mirror (2012)
แหกกรอบจาก Immortals มาทำงานอะไรที่เป็นแนวแฟนตาซีสำหรับผู้ชมทุกวัยในหนังเทพนิยายคลาสสิคบ้างอะไรบ้าง ดูเหมือน ทาร์เซ็ม จะมาถูกทาง ...เพราะนอกจากรสชาติแฟนตาซีจะกลมกล่อมพอหอมปากหอมคอแล้ว ด้านบทหนังก็ดูสนุกอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้งานแฟนตาซีสามารถผสมผสานความฮาแบบจิกกัดออกมาได้ดุเด็ดเผ็ดสะระตี่

ทาร์เซ็ม ใช้บริการนักแสดงทั้งเรื่อง ได้อย่างตรงจุด "จูเลีย โรเบิร์ตส" ขึ้นจอในมาดราชินีที่ร้ายและรั่ว ชั่วและฮา พร้อมด้วยคอสตูมอลังการงานสร้างที่ทำให้ทุกรายต้องตาคาจอ พร้อมด้วยความร้ายกาจที่ป้อนเข้าสู่ปากของนางได้อย่างจัดจ้าน แต่ด้วยความที่ยังติดภาพนางจากมาดนางเอกอยู่ ทำให้เราอาจจะสงสารนางบ้างในบางครั้ง ยิ่งตอนจบท้ายแล้ว ยิ่งรู้สึกสงสารอย่างบอกไม่ถูก ...."ลิลลี่ คอลลินส์" เธอคือสโนว์ไวท์ในอุดมคติของใครหลายคน ที่มาในมาดสวยหวาน คิ้วเข้ม แม้จะโผล่ในมาดของเจ้าหญิงผู้อ่อนต่อโลก แต่หลังๆก็กลายเป็นสาวสู้คนที่ดูไม่ขัดเขิน เหมาะสมกับแคแรกเตอร์ดี เป็นเสน่ห์ของเรื่องที่ถึงแม้จะเพิ่งมาขึ้นจอเป็นเรื่องแรก แต่บทก็แซ่บไม่น้อยไปกว่าเจ๊จูเลยทีเดียว อีกรายที่เป็นตัวชูโรงและเรียกเสียงกรี๊ดของสาวๆได้อย่างต่อเนื่อง ก็คือเจ้าชายขี่ม้าขาว ที่ "อาร์มี่ แฮมเมอร์" ถ่ายทอดออกมาได้อย่างพิเรนทร์ และห่างไกลความเป็นเจ้าชายในหนังเทพนิยายทั้งหลายแหล่สิ้นดี เพราะแคแรกเตอร์ของเขาต้องหลุดกรอบ รั่ว บ้า ฮา เพี้ยน ซึ่ง "แฮมเมอร์" ก็สามารถแสดงออกมาได้อย่างไม่เคอะเขิน ถือเป็นสามบทหลักของเรื่อง ที่ไม่มีใครยอมใคร ในเรื่องของการเป็นสีสันของเรื่องและความฮา ...

ใครชอบดูหนังแฟนตาซีที่ห่างไกลจากคำว่า สูตรสำเร็จเรื่องนี้มีให้ เพราะคุณจะได้พบกับตอนจบที่หักหลังทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเคยรู้มาในตำนานสโนว์ไวท์ เป็นการฉีกกรอบที่ไม่ได้พาหนังออกทะเล แต่สำหรับผม มันทำให้หนังดูแน่น และกลายไม่ใช่หนังแฟนตาซีหวานหอมเหมือนเราดูกันมานักต่อนัก เป็นอีกเรื่องที่ปลื้มมาก นับตั้งแต่ Enchanted เข้ามาทำให้หัวใจผมเบิกบาน แต่เรื่องนี้ไม่ต้องมีเพลงที่นางเอกต้องแหกปากร้องกับเหล่าสัตว์ป่าน้อยใหญ่หรือดอกไม้ในสวน ก็สนุก ชวนเคลิ้ม ลื่นไหล และได้ใจมากเช่นเดียวกัน




Create Date : 16 มีนาคม 2555
Last Update : 16 มีนาคม 2555 17:51:05 น.
Counter : 713 Pageviews.

0 comment
Review : Woman In Black (2012)
ใครที่ชอบงานหนังผี คือเล่นผีแบบจริงๆ ตัวเป็นๆ เน้นๆ เห็นกันแบบเต็มตา ไม่ได้มาแค่ม่านปลิว เงาตามพุ่มไม้ หรือเสียงหลอกให้ตกใจเป็นระยะ

เพราะหนังเรื่องนี้จะมอบประสบการ์งานผีหลอกในรูปแบบที่คุณคิดถึง ด้วยบรรยากาศสไตล์กอธิคที่เข้ากันเป็นอย่างดี กับเพลงประกอบชวนขนลุก พร้อมด้วยหน้าตาชวนผวาตลอดทั้งเรื่องของพ่อหนุ่ม แดเนียล เรดคลิฟฟ์ ที่จู่ๆ ก็มารับบท "พ่อ" ซะงั้น !!! ...แม้หน้าตาจะเป็นพ่อได้อยู่ แต่ใครๆก็รู้ว่าพ่อหนุ่มยี่สิบต้นๆเอง

กลับมาพูดถึงหนังต่อ แม้จะไม่มีความแปลกใหม่ใดๆในเรื่องของบท เพราะส่วนใหญ่ตัวละครทนายความของพ่อ แดเนียล จะมาสาละวนวุ่นวายเกี่ยวกับการท้าผีบ้างอะไรบ้าง จนไม่ค่อยได้ไปไหน แต่นั่นแหละก็เป็นช่วงเวลาที่คอหนังผีทั้งหลายน่าจะชอบ เพราะหนังจัดเต็มให้เราได้ลุ้นกันยาวไปแบบ 10 - 20 นาทีเลย

สิ่งที่เจ็บใจอีกครั้งก็มาจนได้ เมื่อถึงตอนจบ...ที่จะเอากันแบบนี้ก็ไม่บอก ลืมไปว่าผู้กำกับหนัง เจมส์ วัตกิ้นส์ เคยทำ Eden Lake หนังที่โคตรจะทำร้ายใจแบบตบหน้าคนดูมาก่อน เรื่องนี้ก็เลยอาจจะติดฟีลนั้นมา

สรุปแล้วเป็นหนังผีที่มาดูเอาผีล้วนๆ อาจจะมีชวนหลับบ้างอะไรบ้าง แต่ถ้าคาดหวังจะได้เห็นผี คุณจะได้เจอเต็มๆ >




Create Date : 16 มีนาคม 2555
Last Update : 16 มีนาคม 2555 17:51:30 น.
Counter : 661 Pageviews.

0 comment
Review : New Year's Eve (2011)
เนื่องด้วยตอนที่เข้าไปดูหนังเรื่องนี้ในโรง เป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่พอดิบพอดี ทำให้ฟีลในการรับสารต่างๆจากหนังออกมาเป็นไปในทางที่เข้าท่ามากๆ เพราะบรรยากาศของตัวเอง กับในหนังแอบตรงกันนิดๆ

ถามว่าหนังจำเป็นจะต้องใช้นักแสดงมากมาย ล้นจอแบบนี้ไหม ก็ตอบได้เลยว่า "ไม่จำเป็นหรอก" เพราะนอกจากจะถัวเฉลี่ยนบทจนลืมคัดมิติตัวละครออกมาให้ได้ในปริมาณที่พอเหมาะแล้ว ยังดูเหมือนยัดเยียดเข้ามาจนล้นเกินไป ทำให้อารมณ์ความรู้สึกที่ควรจะไปด้วยกันกับหนัง กลับสะดุุดไปมา เพราะหนังมัวแต่เปลี่ยนฉาก คัทซีนไปคู่นู้น คู่นี้อยู่นั่น ....

แต่เสน่ห์ในตัวหนังก็ยังมีอยู่ ด้วยการหยิบประเด็นความรักของผู้คนใกล้ตัวในช่วงเวลาที่พอเหมาะพอเจาะพอดี มันก็เลยเป็นอะไรที่หยวนๆในเรื่องของความประทับใจที่หนังมอบให้ แม้จะไม่พีคอะไรเท่าไหร่ แต่ก็มีช็อตที่สามารถเรียกรอยยิ้มให้กับเราได้อยู่ตลอด บางคู่ก็ลงเอยในแบบที่เราคาดคิดไว้ แต่บางคู่ก็อย่างที่บอก มิติมันยังไม่กระแทกให้เราอินตามตัวละครเท่าไหร่ เช่น คู่ของ แซค เอฟรอน และ มิเชล ไฟเฟอร์ ที่จู่ๆทำให้ไอ้หนุ่มหน้าละอ่อน มารักป้าหน้าเหี่ยวเสียอย่างนั้น !!! ...

เอาเป็นว่าเป็นหนังรักที่ดูแล้วอุ่นใจ แต่ไม่อิ่มใจ เพราะมันน่าจะลดคู่ลงไปบ้างซะหน่อย แล้วขยี้ฟีลตัวละครให้ลึก และกระแทกใจมากกว่านี้ ส่วนตัวแล้วประทับใจคู่เดียวเท่านั้นก็คือ คู่ของฮัลลี่ เบอร์รี่และพ่อหนุ่มทหารแดนไกล ที่เรียกน้ำตาได้ในที่สุด ...

ใครชอบหนังรักประเภทงานดราม่าโรแมนติครวมดาว ก็น่าจะชอบ แต่อย่าเอาไปเปรียบเทียบกับ Love Actually เด็ดขาด เพราะมันไม่ได้ทำให้คุณเบิกบานหัวใจ ฟีลกู้ด จนเก็บไปนอนคิดนอนฝัน ถึงขั้นนั้น แต่อย่างน้อย มันก็ดีกว่า Valentine's Day ละน่า




Create Date : 16 มีนาคม 2555
Last Update : 16 มีนาคม 2555 18:04:59 น.
Counter : 354 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  

Filmzlap
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Movie Addict, that's all i need to say about MYSELF !!