Inspiration-minimalism


  Inspiration-minimalism

Minimalist คำนี้เราได้เห็น ได้ฟัง จากหลาย ๆ มุม ทั้งแฟชั่นแบบมินิมัลลิสแต่งบ้านสไตล์มินิมัลลิสเอย เครื่องประดับแบบมินิมัลลิสเอย ฯลฯ แรก ๆป้าได้ยินก็งงว่ามันคืออะไรเหรอ จนกระทั่งเวลาผ่านไป ได้มาใช้ชีวิตแบบบ้าน ๆที่ต่างจังหวัดและได้ศึกษาอ่านบทความเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ minimalist นี้ในสื่อต่าง ๆ แล้วรู้สึกว่ามันใช่เลย นี่แหละคือชีวิตที่เราเป็น สิ่งที่เราพอใจจะยึดเป็นแนวทางตลอดไปยิ่งศึกษาก็ยิ่งรู้สึกสนุกกับเส้นทางสายนี้

Minimalist คือกลุ่มคนที่เลือกใช้ชีวิตแบบลด ละ วางกับสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตโดยเริ่มจากพิจารณาสิ่งต่าง ๆ รอบตัวไม่ว่าจะเป็นข้าวของที่ครอบครอบอยู่ความสัมพันธ์ การทำงานงาน หรือสิ่งกระทบรอบตัวในมิติต่าง ๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน และตั้งคำถามกับตนเองว่าอะไรกันแน่คือสิ่งที่จำเป็นกับชีวิตและการพัฒนาจิตวิญญาณของเราเมื่อได้คำตอบแล้วสิ่งที่เหลือก็คือสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องไขว่คว้าเพิ่มหรือเก็บไว้ให้รกรุงรังสายตาและจิตใจอีกต่อไป

ป้ามองว่า minimalist นี้ก็คล้าย ๆกับการพัฒนาจิตวิญญาณในแนว Zen นั่นเอง มันไม่ใช่การฝืนตนเองให้สมถะ หรืออดออมแต่เป็นการคัดครองสิ่งจำเป็นที่จะเข้ามาในชีวิตและรักษามันไว้ ถ้าใครสนใจในแนวนี้ก็คงเข้าใจในอารมณ์ของการค่อยๆ บรรจงชงชา จิบช้า ๆ อ่านหนังสือ อยู่กับปัจจุบัน ในบรรยากาศเรียบง่ายสะอาดสะอ้าน ใกล้ชิดธรรมชาติ ประมาณนั้น

จุดเริ่มการเป็น minimalist ของป้าแมวนั้นเกิดจากป้าเริ่มหงุดหงิดกับตู้เสื้อผ้าตัวเองที่มีเสื้อผ้ามากมายไม่รวมทีแขวนในราวข้างนอกอีกสองราวแต่เวลาจะแต่งตัวกลับรู้สึกว่าไม่มีอะไรจะใส่และข้าวของพะรุงพะรังมากมายติดตัวมาด้วยจากในเมืองที่ป้าต้องเป็นภาระปัดกวาดเช็ดฝุ่นไหนจะของลดราคาซื้อป้าแมวเคยบ้าซื้อมาสะสมเต็มไปหมดซึ่งสิ่งเหล่านี้จะพอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ ตามวันเวลา มันเป็นเหมือนกับเพิ่มสัมภาระในจิตใจของเราด้วยคือจะทิ้งก็เสียดาย จะเก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้ จนกระทั่งได้ไปอ่านเทคนิควิธีการจัดการชีวิตสไตล์minimalist และนำมาใช้จนได้ผล มาลองทำตามดูกันนะคะ

1 หาสไตล์ของคุณให้เจอ

การเป็น minimalist ไม่ได้หมายความว่าชีวิตคุณต้องมีแต่สีขาวกับดำเท่านั้นคุณสามารถเลือกสไตล์ที่คุณชอบมาเติมแต่งมุมนั้นนิดมุมนี้หน่อยของชีวิตคุณได้เสมอเช่นป้าแมวเองชอบสไตล์ country cowboy เป็นพิเศษ ตู้เสื้อผ้าของป้าถึงจะมีเสื้อหลัก ๆ เป็นสีพื้น ๆ โทน Neutral ก็จริงแต่จะมีเสื้อเชิ้ตลายสก๊อต ลายดอกไม้กับยีนส์ดี ๆ ติดไว้ด้วยสัก 3-4 ตัว กับผ้าพันคอและหมวกแนว ๆนี้ และจะมีภาพแต่งบ้านสไตล์ countryตรงมุมนั้นมุมนี้บ้างส่วนสไตล์อื่น ๆ ที่เราซื้อมาแล้วไม่ค่อยใส่ ก็บริจาคไปซะ (ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าซื้อมาทำไม)ตรงนี้ทำให้ตู้เสื้อผ้า ตู้รองเท้าและข้าวของในบ้านโล่งไปได้เยอะแถมยังดูมีสไตล์ที่ชัดเจนขึ้นมาอีก

2. แทนที่จะตั้งเป้าว่าจะซื้อนั่นซื้อนี่เพิ่ม ให้คิดใหม่ว่าจะทิ้งอะไรได้บ้างเสื้อผ้าบางชุดที่ไม่เคยใส่เลยเป็นซากอยู่ในตู้มาเป็นชาติแล้ว หรือ ตุ๊กตาเก่า ๆฝุ่นเขรอะ ๆ กองหนังสือเก่าที่เราคงไม่เอามาอ่านอีกถามตัวเองว่าเราได้ใช้ประโยชน์กับมันไหม ถ้าไม่ก็สละมันให้คนอื่นหรือทิ้งไปเถอะคะของบางอย่างหากมีคุณค่าทางจิตใจคุณอาจจะจัดเก็บใส่กล่องพิเศษ ตกแต่งสวย ๆเก็บไว้เผื่อวันหลังอยากเอากลับมาดูแต่ต้องแน่ใจนะคะว่าต้องเป็นสิ่งที่มันจะทำให้คุณระลึกถึงแต่สิ่งที่ดี ๆและเพิ่มกำลังใจเท่านั้น

3. หัดเป็นนัก DIY มันไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการฝึกทักษะไม่ว่าจะเป็นการซ่อมของเล็ก ๆ น้อย ๆ ในบ้าน /ซ่อมแซมหรือดัดแปลงเสื้อผ้าด้วยตนเอง / งานตกแต่งบ้านด้วยฝีมือตนเอง /ทำของขวัญเอง /มีตัวอย่างให้ดูมากมายในยูทูป

4. พึ่งตนเองให้มาก อันนี้เข้าหลักเศรษฐกิจพอเพียง (แต่อย่าเอาเงินเป็นตัวุตั้งนะคะประเภท 1 ไร่ ได้หนึ่งล้านอะไรแบบนี้ มันคนละคอนเซปต์กัน ) เป้าหมายคือลดค่าใช้จ่ายโดยการสร้างแหล่งอาหาร เพิ่มให้ตนเอง ด้วยการปลูกผักสวนครัว ไม้ผล เพาะเห็ดหรือจะเลี้ยงปลาเลี้ยงไก่ไข่ด้วยก็ได้นะถ้าไหว / ปั่นจักรยานไปไหนมาไหนบ้างถ้าไม่ไกลมาก ได้ออกกำลังกายไปด้วย / ทำอาหารกินเอง ง่าย ๆ ห่อไปกินที่ทำงานด้วยก็ดี /เรียนรู้เรื่องอาหารเป็นยา การใช้สมุนไพรแทนยาต่าง ๆ / จัดระเบียบรีไซเคิลขยะในบ้านไม่ว่าจะเป็นขวดกระดาษ หรือเศษอาหารเอาไปทำปุ๋ย ฯลฯ

5. หาเพื่อน กลุ่ม ที่สนใจในแนวเดียวกันทุกวันนี้ป้าแมวมีกลุ่มเพื่อนเล็ก ๆ ปั่นจักรยานด้วยกันทุกอาทิตย์ เข้าชมรมเกษตรอินทรีย์และติดตามบล็อกของกลุ่ม minimalist.com เพราะคนพวกนี้จะมีแนวคิดและแนวการใช้ชีวิตที่คุยกันเข้าใจและเติมไอเดียให้กันได้มากมายแต่ก็ไม่ได้ทิ้งเพื่อนเก่า ๆ ที่คนละแนวทางกันนะคะเพียงแต่ป้าแมวจะชัดเจนในแนวทางของตนเองว่าเราจะกิน เที่ยว ใช้ชีวิตแบบประหยัดและเพื่อสุขภาพนะถ้าเพื่อนเข้าใจเรา ป้าแมวก็คบได้หมดค่ะ

6. เรียนรู้ที่จะหาความสุขทันทีจากสิ่งที่เรียบง่ายใกล้ ๆ ตัว minimalist สามารถทำให้ชีวิตในแต่ละวันมีคุณค่าขึ้นมาได้ด้วยการทำอะไรเล็ก ๆ น้อยๆ ด้วยตนเอง เช่นงานฝีมือ อ่านหนังสือ ทำอาหารสุขภาพง่าย ๆ ปลูกสวนครัวปั่นจักรยาน หรือแม้แต่หาเวลาฝึกโยคะ นั่งสมาธิเงียบ ๆ ในแนวที่ตนเองถนัด

7. จัด budget system ขึ้นมา ป้าจะบริหารเงินรายได้ของตัวเองด้วยการแบ่งเป็นส่วนๆ ส่วนแรกคือเงินออมยามเกษียณฝากทุกเดือน (ซื้อพันธบัตร หรือกองทุน บอนด์ต่าง ๆ)ส่วนที่สองคือค่าใช้จ่ายรายปีเช่นค่าประกันต่าง ๆ (ฝากประจำระยะสั้น)ส่วนที่สามเก็บกระปุกไว้สำหรับเที่ยว (แนวออกทริปปั่นจักรยาน แคมป์ปิ้ง ตามจังหวัดต่างๆ ปีละสองสามครั้ง) และสุดท้ายจะเป็นเงินเหลือสำหรับใช้รายเดือน ซึ่งตรงนี้ป้าแมวก็จะแบ่งเป็นส่วนๆ ใส่ซองแยกเป็นค่าน้ำมัน ค่าอาหาร และอื่น ๆ วิธีนี้จะทำให้ป้าแมวรู้ว่าเรามีงบสำหรับใช้อะไรเท่าไหร่ วิธีนี้อาจจะไม่เหมาะกับทุกคนแต่ป้าแมวใช้วิธีนี้แล้วมันเวิร์คมาก

8. เปลี่ยนคอนเซปต์ของการ “ให้” จากที่เราเคยซื้อของขวัญราคาแพงให้คนรักพาไปกินอาหารร้านหรู ๆ หรือแม้กระทั่งการให้รางวัลตัวเองด้วยวัตถุสิ่งของต่าง ๆไม่สิ้นสุด ปรับเปลี่ยนเถอะค่ะ การให้นั้นมีหลายรูปแบบนัก

อย่างที่ป้าแมวบอกในหัวข้อก่อนหน้านี้เราสามารถให้รางวัลตัวเองเป็นความสุขในเรื่องง่าย ๆ เช่น ทำ diy สักอย่างด้วยตัวเอง หรือให้คนที่เรารัก การทำทานด้วยการให้ความรู้หรือสนับสนุนองค์กรที่ทำงานกับคนหรือสัตว์ที่ยากลำบากหรือการเที่ยวที่มีคุณค่ากับครอบครัวไม่จำเป็นต้องทำให้เรากระเป๋าแห้งเราอาจจะชวนพ่อแม่ไปเที่ยวแหล่งธรรมชาติ ทำกิจกรรมร่วมกัน ปั่นจักรยาน ทานปิกนิกหรือแม้กระทั่งทำอาหารอร่อย ๆ กินกันในบ้านก็เป็นการให้ที่มีคุณค่าแล้วเพราะคุณได้ ให้สิ่งที่มีค่าที่สุดกับคนที่คุณรัก คือเวลาที่มีคุณภาพร่วมกันนั่นเอง

9. เข้าใจในข้อดีของการเป็น minimalist ว่าการครอบครองให้น้อยลง จับจ่ายให้น้อยลงเท่าที่จำเป็นเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตนเองให้มากนั้นทำให้เราได้ประโยชน์อย่างมากมายกลับคืนในระยะยาวมันทำให้เราเก็บออมเงินได้มากขึ้นในยามที่เราต้องใช้จริง ๆ ทำให้เรารู้จักเลือกสรรอาหารอย่างระมัดระวังขึ้นไม่ใช่กินๆ ตามใจปาก สุขภาพก็ดีขึ้น ทำให้ชีวิตเรามีระเบียบมากขึ้นไม่รกรุงรังไปด้วยสัมภาระที่เราไม่ได้ใช้ทำให้เราได้มองเข้าไปในตนเองว่าเราต้องการอะไรและรุ้จักวางแผนจัดระเบียบตนเอง ที่สำคัญทำให้เรามองเห็นความงดงามของชีวิตที่เรียบง่ายแบบไม่ต้องพึ่งแบรนด์ตลอดเวลา หรือวิ่งตามกระแสสังคมที่แกว่งเราไปมาสำหรับป้าแมวแล้วการเป็น minimalist ในระดับหนึงทำให้เราเข้าถึงพุทธะได้เลยทีเดียวในเรื่องของความพอดี และยินดีในปัจจุบัน ความเรียบง่ายและการไม่ยึดติดในสิ่งที่ไม่จำเป็นแค่นี้ก็คุ้มแล้วค่ะ




Create Date : 29 พฤษภาคม 2559
Last Update : 29 พฤษภาคม 2559 10:07:40 น.
Counter : 382 Pageviews.

0 comment

feewfaw
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]