All Blog
2015 ซัวเถา & กวางโจว - ทริปเยี่ยมญาติ (รีวิวสายการบิน+ที่พัก)
ทริปนี้ แทบไม่ต้องวางแผนอะไรเลย นอกจากจองตั๋วเครื่องบินกับทำวีซ่า รวมถึงจัดทริปเล็กๆ 2 วัน 2 คืนในกวางโจว

วัตถุประสงค์หลักของทริปนี้คือ ไปงานแต่งของญาติคุณพ่อสามีที่เมืองเถิงไห่ (อำเภอหนึ่งของซัวเถา) 
 แล้วก็มีห้อยทริปเล็กๆก่อนกลับในกวางโจวมาด้วย เพราะคุณสามีติดใจเสื้อโปโลที่ซื้อมาจากกวางโจวเมื่อสองปีก่อน
ทริปนี้นางบอกว่าจะซื้อกลับมายกโหล Smiley

วันและเวลาที่เดินทาง 25 พ.ย. - 1 ธ.ค. 2015

สายการบิน - เราเลือก China Southern Airline เพราะเป็นสายการบินที่บินตรงไปยังซัวเถา ส่วนขากลับเราเลือก transit ที่กวางโจว

ณ สุวรรณภูมิ...


ตัวช่วยพร้อม รถเข็นสองคัน อุปกรณ์กันหนาวเล็กน้อย กะว่าชิลล์ เพราะเช็คมาอุณหภูมิ 10 ปลายๆ น่าจะกำลังดี แถมยัยแม่ไม่ลงทุน ถุงมือก็ขอยืมหลานสาวมา สีก็เลยน่ารักมุ้งมิ้งอย่างที่เห็น ช่างเหมาะกับพวกเธอจริงๆ Smiley


จริงๆเครื่องออก 11.30 น. แต่เรามาถึงสนามบินกันแต่เช้า กะจะมาช็อปใน duty free ก่อนตั้งแต่ 7.30 น. ปรากฎว่า counter ยังไม่เปิดให้ check-in Smiley  เลยต้องไปนั่งกินข้าวเช้าฆ่าเวลากันที่ S&P รอจน counter เปิด เศร้า Smiley

ได้ช็อปกันเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ โชคดีที่ซื้อบางส่วนจากรางน้ำมาแล้ว Smiley


เครื่องบินก็ลำไม่ใหญ่ ที่นั่ง 3-3
โซนขวามือหลับกันอย่างสงบ ส่วนโซนซ้ายมือเป็นลิงเป็นข้างมากSmiley


ปล.ทริปนี้เราอยู่บนเครื่องกัน 3 รอบ 3 อารมณ์
กรุงเทพฯ - ซัวเถา > เงียบสงบ อารมณ์ชุมชนผู้ดีเบาๆ มีคนไทยเยอะอยู่เหมือนกันบนเครื่อง ส่วนใหญ่ก็มาเยี่ยมญาติ
ซัวเถา - กวางโจว > ไม่รู้ว่าเป็นการบินสั้นหรืออย่างไร ไม่มีอาหารให้เลย นอกจากนำ้เปล่า 1 ขวด Smiley
กวางโจว - กรุงเทพฯ > แม้จะมืดค่ำ แต่ไฟลท์นี้ก็คึกคัก เปิดหนังให้ดูกันบนเครื่อง เสียงเจี๊ยวจ๊าวกันเกือบทั้งลำ ประหนึ่งชั้นจะได้กลับบ้านแล้วเย้

อาหารบนเครื่องก็จืดๆทั้งไฟลท์ไปและไฟลท์กลับ รสชาติสไตล์อาหารจีน คิดซะว่ากินคลีน จืดเข้าไว้เป็นดี Smiley


ที่พักในซัวเถา - ให้ญาติที่เถิงไห่จัดการได้ สรุปว่าได้พักที่ 7 days inn ตลอด 4 คืน
(อารมณ์เหมือน รร. Hop Inn บ้านเรา ที่มีสาขาตามตจว.แล้วก็ราคาไม่แพง)



ข้อดีของโรงแรมนี้คือ ใหม่ และ ทำเลดี เรียกว่าอยู่ใจกลางเมืองเถิงไห่เลย

นี่คือภาพจากหน้าโรงแรม



ห้องพัก ก็เรียกว่าพออยู่ได้ และที่สำคัญคือสะอาด
ที่นี่ เราไม่ได้จองไปก่อน ไปจองวันไปพักเลย ให้ญาติคนจีนช่วยคุยราคาให้
ตกแล้วคืนละ 700-800บาทประมาณเนี่ย ไม่รวมอาหารเช้า





ที่พักในกวางโจว - เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่สามีมาด้วย เราเลยต้องพิถีพิถันเลือกที่พักกันนิดหนึ่ง 555 ไอ้ครั้นจะให้มาพักเหมือนที่เราสองคนแบกเป้มากันเองเมื่อสองปีก่อน ก็กระไรอยู่ Smiley สรุปเราเลือกพัก Ascott Guangzhou ซึ่งเป็น services apartment แบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ย่านไฮโซบนTianhe (Good Value and Highly recommended!!) คุณพ่อคุณแม่สามีชอบ ฟิน!! Smiley



ที่นี่เราไม่ได้ถ่ายรูปห้องมาเท่าไหร่ แบบว่าตอนไปถึงหิว!! (ถ่ายรูปบนรูปเดียวถึงกับมือสั่น 555)

ราคาห้องก็ตกคืนละ 6พันต้นๆ (จองจาก booking ไป)
โดยสรุปคือ..ชอบ Smiley

(+) ที่พักทำเลดี ใกล้ห้าง ใกล้ MRT หน้าตึกมีทั้ง starbucks และ family mart
(+) พนักงานที่นี่เป็นมืออาชีพ มี service mind แล้วที่สำคัญพูดภาษาอังกฤษได้ดี
(+) ห้องพักแบ่งสัดแบ่งส่วนได้ดี ให้ฟิลลิ่งบ้าน ห้องสะอาด ไม่อึดอัด
(+) ชอบอ่างจากุชชี่ในห้องนอนใหญ่ Smiley



เด็กๆถึงกับต้องฝากลายเซ็นต์เอาไว้ให้ ว่าชอบมาก 555

รูปปิดท้ายหน้าโรงแรมก่อนกลับ เลิฟยูววว์ แอสคอท กวางโจว






Create Date : 25 มีนาคม 2559
Last Update : 25 มีนาคม 2559 14:38:27 น.
Counter : 2444 Pageviews.

1 comment
2015-Taiwan (Day6) เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กู้กง ชมแหล่งไอที ตบท้ายที่ Roahe
 Day 6
เป่ยโถว > พิพิธภัณฑ์กู้กง > Zhongxio Xinsheng > Roahe Night market

เช้านี้หลังจาก Check out จากรร. เราก็เดินมาที่บ่อน้ำพุร้อนสาธารณะ Beitou Hot Springs Museum
ถ้าเราไม่พักรร.ที่มี Private Onsen เราก็สามารถมาแช่ออนเซ็นสาธารณะได้เช่นกัน


เราเดินดูรอบๆ น้ำใสเชียว


จาก Museum เดินไปขึ้นรถไฟฟ้า เราจะเห็นร้านค้าที่เป็น Global brand มากมาย
เนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยว กลางคืนบริเวณนี้ก็จะเห็นนักท่องเที่ยวมานั่งดื่มกันบริเวณนี้


เป้าหมายการเดินทางของเราในวันนี้คือ "พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กง"
พิพิธภัณฑ์ที่ได้รับการยกย่องติด 1 ใน 4 ของโลก

ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีสมบัติมีค่าที่เจียงไคเช็คหอบหิ้วมาจากเมืองจีนกว่าหกแสนชิ้น
มันเยอะขนาดนี้ ต้องมีการเปลี่ยนของโชว์ทุก 3 เดือน และใช้เวลาถึง 12 ปี ถึงจะแสดงโชว์ได้หมด
ไฮไลท์คือ "หยกผักกาดขาว" และ "หยกสีน้ำตาลหมูสามชั้น"

ที่มา: //www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1369809923

เราขึ้นรถไฟฟ้าจาก Xin Beitou มาลงที่สถานี Shilin

มาทริปนี้ เด็กๆได้เรียนรู้เรื่อง public transportation ภาคปฎิบัติกันอย่างทะลุปรุโปร่ง Smiley
ทั้งเครื่องบิน / รถบัส / รถเมล์ / รถไฟ / รถแท็กซี่ ครบถ้วน 555


เมื่อลงจากรถไฟฟ้า เราต้องต่อรถเมล์สาย R30, 255 หรือ 304 ก็จะไปลงที่พหน้าพิพิธภัณฑ์เลย

เข้ามาข้างในละค้าบ ได้ตั๋วมาคนละใบ พร้อมเข้าชมละ Smiley
(ไม่มีรูปข้างในพิพิธภัณฑ์นะจ๊ะ เพราะเค้าห้ามเอากล้องเข้าไป)


หลังจากเดินดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์ชาติจีนกันเสร็จแล้ว เราก็ออกมาเดินเล่นกันที่ลานข้างนอก
มีสมาชิกท่านหนึ่งหลับไปอีกแล้ว 5555 (อากาศดีทีไร สมาชิกรายนี้เสร็จทุกที Smiley)


จากพิพิธภัณฑ์กู้กง เราเรียกแท็กซี่ไปที่ Main Station เพื่อไปเอาของที่ฝากไว้ที่รร.แรก ไป check in ที่รร.ที่เราจะพักในคืนนี้

คืนนี้เราพักที่ Seeya hotel เป็น budget hotel ที่อยู่ใกล้ๆกับ Main station 
กะว่าเอาไว้ซุกหัวนอนแปบ เพราะพรุ่งนี้ต้องออกตั้งแต่ตี 4 เพื่อไปสนามบิน

มาถึงห้องพัก ก็จัดการจัดกระเป๋ากันใหม่ ใบเล็กใบน้อยพยายามรวมชิ้นให้มากที่สุด

ระหว่างจัดของ ลูกๆก็กินอาหารกลางวันกันแบบเบาๆง่ายๆจาก 7-11 กันไปก่อนนะจ๊ะ Smiley


จัดเสร็จเราก็พร้อมออกเดินทางต่อ เป้าหมายต่อไปของเราคือ Zhongxiao Xinsheng Station แหล่งไอที/Gadget ที่คุณพ่อพวกเธอเฝ้าตามหามาตลอดทริป

พอเดินออกจากรร.ไป ปรากฎว่า..ฝนตก SmileySmiley
อุตส่าห์เจออากาศดีมาทุกวัน ดันมาตกม้าตายตอนจบ Smiley

แต่..มีหรือที่เราจะละความพยายาม 555 รอฝนซาหน่อยก็ลุยกันวิ่งเข้าเมืองใต้ดิน
พอมาถึงข้างใน ทีนี้ก็สบายละ ขึ้นรถไฟฟ้าไปลงที่ Zhongxio Xinsheng

มาถึงแล้วคับ แหล่ง IT ที่คุณพ่อถามหามาตลอดทริป


ปรากฎว่า..ของไม่ถูกเลย ราคาพอๆกับบ้านเรา (เด๋วนี้ราคาสินค้าเทคโนโลยีมันค่อนข้างมาตรฐานเหมือนกันทั่วโลกแล้วไง)
คุณพ่อเธออยากดูสินค้าพวก Gadget เพราะด้วยความเข้าใจของเราว่าไต้หวันเป็นประเทศเทคโนโลยี แล้วก็มีพวก Gadget เยอะ

เราเดินในห้างที่เหมือนกับพันทิปบ้านเรา ตลอด 4 ชั้น ก็ไม่มีอะไรที่ดูแปลกตาหวือหวาน่าสนใจเลย
สรุป..ทริปนี้คุณพ่อเธอกลับไปแบบไม่ได้ Gadget ติดไม่ติดมือกลับไปเลย

ออกจาก Zhongxio Xinsheng กันตอนหัวค่ำ สายฝนเริ่มจางหาย
มีหรือที่พวกเราจะปล่อยให้ค่ำคืนสุดท้ายผ่านไปอย่างง่ายดาย หึๆๆ

จัดกันไปต่อที่ Raohe St. Night Market นี่ขนาดฝนเพิ่งหยุดตกนะ คนยังมากันเต็มเลย


คิดถูกมากที่มาปิดท้ายกันที่ตลาดกลางคืนแห่งนี้ ฟินสุดๆทั้ง Eating & Shopping

หอยเชลล์ย่าง สด ใหญ่ (อาหารทะเลที่ไต้หวัน สดมว๊าก)


ชาไข่มุก..
ขอสารภาพว่า มาทริปนี้คาดหวังกับเมนูนี้ค่อนข้างสูง เพราะที่นี่คือต้นตำหรับ
แต่กินมา 4 ร้าน ไม่ชอบเลยอ่ะ เราชอบรสชาติไทยๆแบบ Mr.Shake มากกว่า


น้อยหน่าที่นี่ลูกอ้วนจ้ำม้ำมากเลย น่ากินสุดๆ


เราชอบตลาด Roahe มากกว่าตลาด Shilin นะ
ตลาด Shilin เหมือนทำมาเพื่อนักท่องเที่ยวมากเกินไป ตลาด Roache เดินแล้วได้ความรู้สึก local ดี Smiley

และแล้ว..คุณพ่อเธอก็ได้ของติดไม้ติดมือจากทริปนี้ จากร้านนี้เหละ


ระหว่างคุณพ่อช๊อป คุณลูกก็มานั่งเล่นเกมรออยู่ร้านข้างๆนี้แหละ Smiley


ส่วนคุณแม่ก็ได้มาละลายทรัพย์กับรองเท้าลูกที่นี่เหมือนกัน Smiley


กลับมาถึงห้องพักกันแบบจัดเต็ม 555 รู้สึกคุ้มค่ามากกับการเดินตลาด Roahe ในคืนนี้ Smiley


ดูเด็กๆสิ ท่าหลับยังดูคึกคักกันอยู่เลย Smiley


คืนนี้กว่าจะเก็บของเสร็จก็ปาเข้าไปจะตีสอง ของีบอีกเล็กน้อยก่อนจะต้องตื่นมาตีสีด้วยสภาพสะโหลสะเหล Smiley

เช้า..เรา Check out กันแต่เช้าตรู่ แล้วไปขึ้นรถที่ bus station เพื่อเดินทางไปยังสนามบินเถาหยวน

เราอำลาไต้หวันกันด้วยภาพนี้ See You Taiwan!
....นั่นหมายความว่า พวกเราจะกลับมาเยือนเธอใหม่นะจ๊ะไทเป Smiley.... 


เก็บตกภาพสุดท้าย กับสภาพเมื่อมาถึงประเทศไทย กับกองสัมภาระกองโต Smiley






Create Date : 16 กันยายน 2558
Last Update : 16 กันยายน 2558 16:54:09 น.
Counter : 1301 Pageviews.

0 comment
2015-Taiwan (Day5) อากาศดีๆเย่หลิว-แช่ออนเซ็นเป่ยโถว
Day 5
เย่หลิว (Yehliu) > เป่ยโถว (Beitou) > Danshui

โปรแกรมที่วางไว้วันนี้คือ ไปดูเศียรราชินีที่เย่หลิว(Yehliu) ต่อด้วยชมเหมืองทองเก่าที่จิ่วเฟิ่น(Fujian)
มาที่พักที่เป่ยโถว(ฺBeitou) และชมพระอาทิตย์ตกดินที่ Danshui

....มาดูซิ ว่าเราจะทำได้ตามแผนหรือไม่ หึๆๆ....

เช้านี้เรากินอาหารเช้ากันที่รร. พร้อมกับ check out เพื่อเตรียมไปนอนแช่ออนเซ็นคืนนี้กันที่เป่ยโถว

อำลารร. colorful ไปด้วยภาพนี้ Smiley


ออกจากรร.เราจะต้องเดินไปขึ้นรถบัสที่ Main Station เพื่อไปเย่หลิว

ระหว่างทางเดินก็แวะดูร้านรวงไปเรื่อยๆ ดูสิแม้แต่ร้านขายหมวกกันน็อคยังน่ารักมุ้งมิ๊ง


สรุป..คุณพ่อจัดหมวกให้สิงห์นักบิดรุ่นจิ๋วกันคนละใบ Smiley

ความน่ารักอีกอย่างหนึ่งของที่นี่คือ คนมีระเบียบวินัย
แม้แต่การจอดมอเตอร์ไซค์ก็ยังจอดตามล็อคกันเป็นระเบียบเลย


ก่อนจะซื้อตั๋วไปเย่หลิ่ว เราจัดการเอาสัมภาระที่ไม่จำเป็น ทั้งพายสัปปะรดที่ซื้อเมื่อวาน และหมวกกันน็อคไปฝากในล็อคเกอร์ที่ Main station

เอาไปแค่กระเป๋าเสื้อผ้าสำหรับ 1 คืนและรถเข็น 2 คัน
เมื่อพร้อมแล้ว ก็ขึ้นรถทัวร์ไปกันเลยค้าบบบ


ระหว่างทาง นั่งชมทิวทัศน์ที่นี่เพลินดี ต้นไม้เยอะเยะ และบ้านบนเนิน ดูสวยงามดีจัง Smiley
ในขณะเดียวกัน ก็พยายามเงี่ยหูฟังพี่โชเฟอร์ทุกป้ายที่จอด (กลัวลงผิดป้าย Smiley)

ในที่สุด เราก็มาถึงแล้วค้าบ "เย่หลิว"


ถ้าเรามาโดยรถทัวร์เนี่ย เค้าจะไม่ได้ไปส่งลงที่จุดท่องเที่ยว ดังนั้นเราต้องเดินไปอีกระยะ

เมืองนี้เป็นเมืองท่าหาปลา มีเรือจอดเรียงรายเต็มเลย


บ้านเรือนของที่นี่


บรรยากาศให้ฟิลลิ่ง slow life ได้เป็นอย่างดี เด็กๆกินขนมปังไปชมวิวไป ฟินนน Smiley


มาถึงละ..อุทยานเย่หลิว


จากบรรยากาศเงียบสงบเมื่อกี้ กลายเป็นความพลุกพล่านละ เหล่านักท่องเที่ยวเต็มเลย
....โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน....


ที่นี่เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงของไต้หวัน มีโขดหินรูปร่างแปลกตา เรียงรายอยู่ตามชายหาด 
หินเหล่านี้เกิดจากการกัดกร่อนของน้ำทะเล ลมทะเล และการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกจนหินกลายเป็นรูปร่างต่างๆ


หินที่เป็น Highlight ของที่นี่คือหินรูปเศียรราชินี


เราถ่ายรูปกับหินจำลองกันด้านหน้ากันก่อน
สมาชิกในทีมหลับไปหนึ่งค้าบ (อากาศมันดี ชวนนอนไง Smiley)


บรรยากาศที่นี่ดีมาก อากาศดีๆ ริมทะเล มันชวนให้เราอยากเดินเล่นทั้งวันไม่อยากกลับเลย


อากาศดีๆ มีที่ให้วิ่งเล่น เด็กน้อยก็ happy Smiley


ก่อนจะมา เรากังวลนิดหนึ่งว่า สถานที่นี้ เอารถเข็นเด็กได้ไหม
สรุปว่า.. เอามาได้สบายมาก ทางเรียบสามารถเข็นรถเข็นได้ตลอด ไม่มีคราบตะไคร่ลื่นๆ หรือหินขรุขระ
แต่มีบางจังหวะที่ต้องขึ้นลงบันได(ไม่กี่ขั้น) เราก็อาศัยช่วยกันยกเอา (เป็นการฝึกยกเวทไปในตัว Smiley)


ภาษาไม่ใช่อุปสรรคในการท่องเที่ยว เราอาศัย Google ช่วยเป็นล่ามเวลาต้องการศึกษาประวัติจากป้าย Smiley


ในที่สุด..เราก็มาถึงเศียรราชินี ที่เห็นอยู่นี่คือ แถวที่เข้าคิวเพื่อรอถ่ายรูปกัน signature ของที่นี่ Smiley


และ..คิวของเราก็มาถึง ผลัดกันถ่ายกับอีกครอบครัวที่ต่อแถวข้างหลังเรา Smiley


ส่วนนี่อนุสาวรีย์ที่ท่านประธานาธิบดี เจียง ไคเช็ค สร้างมาเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญให้กับชาวประมง ชื่อ Lin Tianzhen ที่โดดลงไปช่วยเด็กที่กำลังจมน้ำ สุดท้าย..ชาวประมงคนนี้ก็จมน้ำไปด้วย


ข้อดีของการมาเองอย่างหนึ่งคือ เราไม่ต้องบีบเรื่องเวลา เที่ยวกันแบบชิลล์ ชิ๊ลล์ ชิลล์
หลังจากที่ดื่มด่ำกับบรรยากาศกันจนเต็มอิ่มแล้ว เราก็มาฝากท้องกันที่ร้านอาหารทะเลตรงหน้าอุทยาน

จริงๆตรงหน้าอุทยานมีร้านอาหารทะเลยเรียงรายเต็มไปหมด แต่แปลก..ไม่มีคนเลยซักร้าน

เรายืนลังเลกันว่าจะกินที่นี่ดีไหมเนี่ย คนไม่มีเลย แต่เจ้ากุ้งมังกรตัวโตมันยั่วสายตาเราเสียจริงๆ
สรุป..เรายอมเสี่ยงเข้าไปกิน พร้อมกันจิ้มเจ้ากุ้งมังกรตัวโตในตู้นั้นแหละมาเป็นเมนูของมื้อนี้ Smiley


จากกุ้งหนวดยาวในรูปข้างบน ถูกแปรสภาพมาอยู่ในจานแล้ว Smiley


รสชาติก็โอเคนะ แต่ที่เด็ดสุดคือ "สดมากกกก" เป็นอีกมื้อที่ฟินนน Smiley


เอาแต่ละเมนูมายั่วน้ำลาย Smiley



เป็นมื้อที่ฟินสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ส่วนคุณลูกไม่ยอมกินกัน พวกเธอเลยไปฝากท้องกับข้าวกล่องที่ Family mart Smiley

อ้อ Egg Surprise ที่นี่ถูกอ่ะ ลูกละ 30 กว่าบาท พวกเธอเลยจัดกันไปทุกครั้งที่ได้เข้าร้านสะดวกซื้อ Smiley


กินเสร็จ ก็บ่ายแก่ๆ เกือบจะเย็นละ 555 แผนไปจิ่วเฟิ่นต่อเป็นอันต้องพับไป
เราเลยเรียกแท็กซี่ให้ตรงไปที่เป่ยโถวเลย

ถึงรร.กันหัวค่ำพอดี คืนนี้เราพักกันที่ Golden Hot Spring
ห้องพักที่นี่กว้างขวางกว้างในไทเปมาก รู้สึกถึงการได้มาพักผ่อนจริงๆ

ห้องน้ำใหญ่โต กินเนื้อที่ไปเกือบครึ่งห้อง พร้อมบ่อออนเซ็นส่วนตัว

ส่วนห้องสุขาและที่ล้างหน้าก็แยกโซนจากที่อาบน้ำ


อุปกรณ์ในห้องน้ำมีให้อย่างครบครัน


เราขอ baby cot มาลงเพิ่มให้เจ้าจิ๋วได้นอนในอาณาเขตของตัวเอง


เด็กๆแช่ออนเซ็นกันอย่างสนุกสนาม


สรุป..Highly Recommended สำหรับคนที่มาไต้หวัน อย่างน้อยจัด 1 คืนมาพักที่ เป่ยโถวกันเถอะ
คุณสามีชอบที่นี่มาก บอกว่าเป็นที่ๆรู้สึกว่าได้มาพักผ่อนอย่างแท้จริง (หลังจากที่ทรหดเดินอึดกันมาตลอดหลายวัน Smiley)

ที่นี่มีหลายรร.เลยที่มี Private Onsen อย่าง Sweet Me ก็อยู่ต้นถนน (ใกล้กว่าที่เราพัก) ดูก็น่าพักดี
ที่ๆเราพักเท่าที่เห็นนะ ส่วนใหญ่จะเป็นคนเกาหลี กับคนญี่ปุ่น ไม่เจอคนไทยเลย

ครั้งหน้า ถ้าได้มาเยือนไต้หวันอีก ไม่พลาดที่จะมาพักที่นี่อีกแน่นอนจ๊ะ

อำลากันด้วยภาพตอน check out


สุดท้าย..กับรูปที่หน้าโรงแรม


ปล..ตอนกลางคืนเราออกจากรร.เพื่อไป Danshui ตามแผนด้วยนะ แต่ไปถึงสี่ทุ่ม
ร้านปิดหมดแล้วจ้าาา ไก่ทอด Hot Star ที่กะฝากท้องไว้เป็นมื้อเย็นเลยมีอันต้องพับไป

เราเดินถามคนแถวนั้นว่า แถวนี้มีตลาดกลางคืนไหม แต่ละคนก็ชี้กันไปคนละทาง
มีอยู่ซอยนึงดูคึกคักหน่อย แต่ก็ไม่มีอะไร สุดท้ายเลยมาฝากท้องกับ Mc Donald ที่คุ้นเคยกันตอนจะเที่ยงคืน




Create Date : 16 กันยายน 2558
Last Update : 16 กันยายน 2558 13:57:03 น.
Counter : 1401 Pageviews.

1 comment
2015-Taiwan (Day4) เสี่ยวหลงเปาในตำนาน-เยี่ยมท่านซุน-ชมตึกไทเป

Day IV (16 Apr 15)

Sogo > อนุสาวรีย์ซุนยัดเซ็น > Taipei 101 > พายสัปปะรด Chia Te


เช้านี้ เราต้องแพ็คของเพื่อเตรียมย้ายรร. จาก iTaipei ไปพักที่ Green World ซึ่งอยู่ที่ Ximending

หลังจากแพ็คกระเป๋าเสร็จ เราเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่ lobby โดยกระเป๋าใบใหญ่ เราฝากยาวจนถึงวันกลับเลย มีแค่กระเป๋าใบเล็กสำหรับย้ายที่นอน 2 คืน ที่ฝากไว้ถึงแค่ตอนเย็น ที่รร.มีคิดค่าบริการด้วย แต่จำไม่ได้ละว่าเท่าไหร่ ^^'

วันนี้เส้นทางการเที่ยวของเราคือ เส้นทางตามรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน


มื้อเช้า(ที่เกือบจะเที่ยง) เราฝากท้องกันเบาๆไว้กับสตาบัค..รสชาติที่คุ้นเคย
แล้วขึ้นรถไฟฟ้าไป Sogo เพื่อไปอัดมื้อหนักกันที่ Din Tai Fung

สภาพวันที่ 4 ยังไหวกันอยู่ค้าบบ Smiley


ถึงแล้วคับ ร้าน Din Tai Fung ดูคิวสิ T_T


ระหว่างรอ เราก็เลยเดินไปดูครัวเปิดของเค้า
เห็นความตั้งใจของเชฟ ทำให้เรารู้เลยว่าความอร่อยมาจากความใส่ใจอย่างนี้นี่เอง Smiley


และแล้วเมนูแรกก็มาถึง..
"เสี่ยวหลงเปา..ในตำนาน" signature ที่ไม่สั่งไม่ได้
แป้งบางเหนียวนุ่ม กัดเข้าไปที ได้รสชาติน้ำซุปอุ่น พร้อมไส้หมูแสนอร่อย ฟินนนน


เมนูต่อๆไปก็ทยอยกันมา


Wantan สัญชาติไต้หวัน


เด็กๆก้อฟิน เป็นมื้อที่ enjoy eating สุดๆ


ตบท้ายด้วย เมนูขนมหวานเสี่ยวหลงเปาไส้ถั่วแดง แบบไส้เน้นๆ


สภาพโต๊ะตอนเรียกเช็คบิล Smiley หากเชฟได้มาเห็น คงดีใจ 555


ค่าเสียหายมาละค้าบ


กินเสร็จเราก็เดินย่อยท้องกันในห้างโซโก้
ดูสภาพผู้ร่วมเดินทางแต่ละคนสิ หนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน 555


เดินเล่นสักพัก เราก็เคลื่อนขบวนกันไปยังอนุสาวรีย์ซุนยัดเซ็น
ซึ่งจาก Sogo เราสามารถเดินไปที่อนุสาวรีย์ได้เลย

มาถึงละอนุสาวรีย์ซุนยัดเซ็น สามารถมองเห็นตึก Taipei 101 ที่อยู่ด้านหลังด้วย
จริงๆฟ้าไม่ขมุกขมัวแบบนี้นะจ๊ะ แค่ตั้ง filter ถ่ายแบบอาร์ตๆเฉยๆ Smiley


เด็กๆยังหลับกันไม่ตื่น เลยจับให้พวกเธอแชะภาพกับท่านซุนแบบหลับๆนี่แหละ Smiley


ส่วนคุณพ่อคุณแม่ ก็อาศัยจังหวะที่ลูกหลับนี้แชะภาพคู่กันซะหน่อย Smiley


ทัวร์จีนเยอะมากก ว่าหนีจากที่ไทยมาแล้วนะ ยังมาเจอที่ไทเปอีก Smiley


จากอนุสาวรีย์ซุนยัดเซ็น เราเดินมาอีกนิดเดียวก็ถึงตึก Taipei 101 ละ
พยายามถ่ายให้เห็นทั้งตึก ได้มาแค่เนี่ย (นี่คนถ่ายแทบจะนอนลงไปกับพื้นละนะ Smiley)


ก่อนมา เราอ่านรีวิวมาแล้วว่าวิธีการเข้าชมตึกแบบไม่เสียตังค์ คือให้โทรขึ้นไปที่ร้านสตาบัคเพื่อรับบัตรเข้าตึก
หลังจากนั้นเราก็จะไปนั่งกินกาแฟ พร้อมนั่งชมวิว.. ลั้นลาๆๆ

เมื่อมาถึงทางเข้า(ฝั่งที่พนักงานออฟฟิศเค้าเข้ากัน) เราก็เดินอย่างมั่นใจไปบอกยามว่าจะมาสตาบัค
ยามถามว่าจองแล้วหรือยัง เราเลยโทรไปสตาบัค ตามเบอร์ที่จดมา

เรา..."ฮัลโหลๆ ขอจองที่ค่าาา"
พนักงาน..."ต้องจองล่วงหน้า 1 วันนะคะ"
เรา..(ม่ายยย) อ้อนวอนพนักงานว่าเรามาอยู่ข้างล่างที่หน้าตึกแล้วอ่ะ ขอขึ้นได้ไหม
พนักงานบอกว่าไม่ได้ค่าาาา จบ T_T

สรุป.. ยัยแม่ไม่ยอมเสียตังค์ค่าขึ้นตึก ให้ลูกเดินชมความงามของตึกอยู่ข้างนอกแทน 555

กินนมชมวิวกันที่หน้าตึกละกันนะลูก Smiley
ปล.นมยี่ห้อนี้อร่อยอ่ะ เด็กๆชอบ ซื้อกินตลอดทริปเลย


ถ่ายรูปกับป้ายเป็นที่ระลึกแทน Smiley


จากตึกไทเป จริงๆแล้วตามแผนคือจะไป Everrich duty fee และตลาดค้าส่ง Wufenpu
เนื่องจากมันอยู่ routing เดียวกัน

แต่ตอนอยู่ใน sogo เห็น booth ขายขนมพายสัปปะรดเยอะมาก แต่ไม่รู้ว่าจะซื้อเจ้าไหนดี
มานั่งอ่านรีวิวว่าดูว่าเจ้าไหนเทพสุด 555 สรุปได้ข้อมูลมาว่า ยี่ห้อ Chia Te นี่แหละต้นตำหรับ


เราเลยทำการเปลี่ยนแผน จากเดิมคือไป Everrich + Wufenpu เป็นไปหาร้าน Chia Te แทน

ร้านนี้ เธอไม่มีสาขาอยู่ในห้างเลย ร้านของเธอ Stand alone อยู่ริมถนน เราอาศัย google map ช่วยนำทางไป
เราเดินกันจาก Taipei 101 ไปที่ร้าน หลายโลอยู่ แต่อากาศดีไง เลยเดินสบายๆ ชมเมืองไปเรื่อยๆ

ชอบทางเท้าที่นี่จัง ทางเดินกว้างใหญ่ พื้นไม่ขรุขระเลย อากาศก็ดี๊ดี น่าเดินเล่นมาก

เดินไปถ่ายรูปกันไป ตกขอบเฟรมมั่ง หน้าเหวอมั่ง ได้ฟิลลิ่งดี555


ถึงแล้วค้าบ ร้าน Chia Te ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจเดินหา


คิดว่ามาถูกที่แล้วล่ะ คนเยอะเลย แต่ละคนมาซื้อยังกะจะเหมาไปขายต่อ
ในร้านมีขายหลายอย่างแต่ที่ขึ้นชื่อสุดคือเค้กพายสัปปะรด 
กองสูงๆที่เห็นอยู่นี้ แปบเดียวหมด พนักงานต้องเอาออกมาเติมเรื่อยๆ  


ออกมาจากร้านแบบจัดเต็ม 555 (ลืมไปว่ายังต้องเดินทางอีกหลายวัน ต้องแบบเจ้าขนมเค้กนี้ไปด้วยตลอดเส้นทางใช่ไหมนี่ Smiley)


จากร้าน Chia Te เราไม่สามารถไปไหนต่อ เพราะ "มัน..หนัก..มาก"
คือลูกลุกจากรถเข็นไม่ได้เลย รถหงายหลังเลยจ้าาา Smiley
เลยกลับไปตั้งหลักกันที่ Main Station แล้วมุ่งหน้าสู่ที่พัก

คืนนี้เราพักกันที่นี่ Green World
ห้องพักเล็กแต่น่าพัก Smiley เตียงใหญ่นุ่ม ห้องสะอาด มีดีไซน์เก๋ไก๋
ห้องน้ำถือว่าใหญ่ใช้ได้เมื่อเทียบกับขนาดห้อง จากหน้าต่างห้องน้ำ มองเห็นวิว Ximending ด้วย






Create Date : 11 กันยายน 2558
Last Update : 16 กันยายน 2558 13:57:43 น.
Counter : 942 Pageviews.

0 comment
2015-Taiwan (Day3) ตะลุยแหล่งวัยรุ่น Ximending และเมืองใต้ดิน Main station
Day III (15 Apr 15)
วัดหลงซาน > Ximending > Taipei Main Station 

แพลนการเที่ยวในไต้หวัน เรากะเที่ยวตามแนวรถไฟฟ้า 
วันแรกเริ่มจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน Longsan Temple ต่อด้วย Ximending และกลับมาจบที่ Taipei Main Station ที่พักของเรานั่นเอง



บรรยากาศหน้าที่พักของเรา ตึก QSquare ยามเช้า 
(ซึ่งก็ไม่เช้าเท่าไหร่นะ ประมาณ 9 โมงแค่นั้นเอง Smiley)


เมื่อเราข้ามถนนแล้วหันกลับมามองตึกที่เราพัก


เช้านี้เรากะหาอาหาร local กิน ก็เดินกันมาเรื่อยๆ 
จากตึกสูงใหญ่ฝั่งที่เราอยู่ เพียงแค่ข้ามถนนมาก็จะเจอกับร้านห้องแถวสไตล์ดั้งเดิม 
และแล้ว.. เราก็เจอร้านที่เราจะฝากท้องไว้กับมื้อเช้าละ นั่นคือ..ร้านป้ายสีเขียวๆนั่นเอง 


อ้าว ไหนบอกจะหาอาหาร local กิน ไหงกลายเป็น American Breakfast Smiley
ร้านนี้น่าจะเป็นร้านแฟรนไชส์นะ แต่รสชาติ..อร่อยจ้าาา เด็กๆกินกันเกลี้ยง
อ้อ..แต่กาแฟ ไม่อร่อยอ่ะ T_T 



กินอาหารเช้าเสร็จ เราก็รีบตรงดิ่งไป 7-11 ไปซื้อบัตร Easy Card หรือบัตรโยโย่วข่า บัตรหน้าตาน่ารักชวนให้เก็บสะสมอย่างยิ่ง Smiley
บัตรนี้ ช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะ ทั้งซื้อของใน 7-11 ขึ้นรถไฟฟ้า (ลด 20%) หรือจะขึ้นรถไฟ, รถเมล์ ก็ใช้บัตรใบนี้ได้เช่นกัน


เมื่ออุปกรณ์พร้อม ท้องอิ่ม เราก็ Let's Go!!
สถานที่แรกในวันนี้คือวัดหลงซาน วัดที่เก่าแก่ที่สุดในไทเป
เรานั่ง MRT จาก Main station ไปลงที่ Longsan station

ดูความไฮเทคแบบน่ารักของคนเมืองนี้ ห้องน้ำตรงสถานี MRT
ไม่ต้องเข้าไปยืนต่อคิวรอในห้องน้ำ แค่ยืนรอด้านนอก แล้วมองป้ายว่าห้องไหนว่างแล้ว Smiley

คนที่นี่เค้าเป็นระเบียบกันจริงๆ ขึ้นลงบันไดชิดขวากันทุกคน สำหรับคนที่รีบก็วิ่งซ้ายได้เลย

หน้าวัดหลงซาน จะเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์กันของผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุที่นี่ ช่วยเหลือตัวเองกันเกือบทั้งนั้นเลย คือนั่งกันบนรถเข็นแบบเข็น manual มั่ง เข็นไฟฟ้ามั่ง แทบไม่เห็นใครที่มีลูกหลานมาเข็นให้เลย เห็นแล้วแอบรู้สึกเหงาเบาๆ Smiley


และแล้ว.. เราก็มาถึงหน้าวัดหลงซานละค้าบ


เข้ามาในวัด เราก็เจอน้ำตกขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกที่สงบ และร่มรื่น  

กลับมาเปลี่ยนโหมดถ่ายให้เป็นโหมดปกติบ้าง ไม่อย่างนั้นจะดูอึมครึมกันไปกว่านี้ Smiley


เมื่อเราเข้ามาในวัด จะเห็นเลยว่า คนที่นี่เค้าเลื่อมใสวัดนี้มาก
ขนาดเป็นวันธรรมดา ก็ยังคราคลั่งไปด้วยผู้คนที่เข้ามาสักการะขอพร


และสองหนุ่มของเรา ก็ไม่พลาดที่จะมาไหว้พระขอพรเช่นกัน 
เห็นไหมที่ก้มกราบกันอยู่สองคน Smiley



จากวัดหลงซาน เราเดินชมเมืองมาเรื่อยๆเพื่อไปยัง Ximen 
และแล้ว..เราก็มาถึงชิบุย่าแห่งไต้หวัน Ximending (ผู้ร่วมทริป หลับไปแล้วหนึ่ง 555)
วันที่เรามา อากาศเย็นสบาย ฟ้าใส เด็กๆเลยเคลิ้มไปกับอากาศกัน Smiley


เมื่อเข้ามาเดินข้างใน บรรยากาศเหมือนสยามสแควร์บ้านเราเลย


และแล้ว..เราก็มาถึงจุดหมายของการมา Ximen 

ร้านบะหมี่อาจุงชื่อดังในตำนาน Smiley
คือร้านหาเจอง่ายมา เพราะเห็นคนมุงมาแต่ไกล Smiley
ที่นี่มีเก้าอี้อยู่ไม่กี่ตัว ซึ่งสงวนไว้ให้คนสูงอายุ ผุ้พิการ หรือคนท้อง 
ดังนั้น เราจะเห็นแต่ละคนยืนซดน้ำซุปกันซื้ดซ้าดเต็มหน้าร้าน :)


และนี่..คือหน้าตาบะหมี่อาจุง
เส้นมันจะเป็นแบบเส้นโกยซีหมี่บ้านเรา ส่วนที่เค้าใส่มากับบะหมี่ ตอนแรกไม่รู้ว่าคืออะไร กินก็เอากุบๆอร่อยดี 
เพิ่งมาคิดออกตอนหลังว่ามันน่าจะเป็นกะเพาะหมู ..>_<..
คือปกติเป็นคนไม่กินเครื่องในนะ แต่อันนี้กินแล้วไม่รู้เลย รู้แต่ว่ากุบๆอร่อยดี Smiley


รูปข้างบนคือ Original ส่วนรูปนี้คือได้รับการปรุงรสชาติแบบไทยๆแล้ว Smiley


พาเด็กๆมาเยี่ยม Uniqlo ที่สาขา Ximen เด็กๆ Happy มาก 555 หลับกันมันส์สุดๆ


หลังจากปล่อยให้คุณพ่อคุณแม่ช้อปกันเสร็จแล้ว พวกเธอค่อยตื่นขึ้นมา น่ารักที่ซู้ดดด Smiley

พากลับมาถ่ายรูปกับพี่ Buzz Lightyear กันต่อ (ในสภาพที่ตื่นนอน 555)


ระหว่างเดินเล่นอยู่ใน Ximen เจอน้องๆมหาลัย มาชวนร่วมทำกิจกรรมติด tattoo
น้องๆน่ารักมากมาย แวะไปติดตามชมผลงานของน้องๆกันได้ต่อที่นี่ //www.nmacruiser.com


จาก Ximen เราก็ขึ้น MRT กลับมา Main Station

มาถึงจุดที่พ่อเธอต้องใช้พลังอีกแล้ว ยกรถเข็นลงบันได ..>_<..
ที่ไต้หวัน เรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการ/รถเข็น ดีกว่าเมืองไทยเยอะ แต่ถ้าเทียบกับฮ่องกงแล้วก็ยังไม่เท่า
บางจุดมีลิฟท์ บางจุดยังไม่มี ทำให้เราต้องอาศัยพลังแขนของพ่อเธอเช่นนี้แล Smiley

ปูลู: คุณแม่วิ่งลงมาแชะภาพความน่ารักของคุณพ่อ แล้วรีบขึ้นไปช่วยคุณพ่อยกนะจ๊ะ ไม่งั้นแขนคุณพ่อจะเดี้ยงไปซะก่อน 555


กลับมาถึง Main Station จุดหมายต่อไปของเราคือ
หอจีซาน (Hochezhan) แหล่ง Lego ราคาถูก ที่เด็กน้อยของเราเฝ้ารอมาทั้งวัน Smiley

ก่อนมาพยายามหารีวิวสถานที่นี้ แต่หายากมาก มีคนพูดถึงกันนิดหน่อยใน Tripadvisor
มีคนอธิบายไว้ว่า มันอยู่ถัดไป 1 บล็อคจาก Main Station เราก็เดินหากันขาลาก
ในที่สุด เราก็เจอร้านรวง อารมณ์ประมาณแถวสำเพ็งบ้านเรา
ส่วนร้านของเล่น เจออยู่ไม่กี่ร้านนะ แต่ร้านนึงนี่ก็คุ้มที่ได้มา ^^
เพราะของเล่นเต็มร้านเลย มีของเต็มสองชั้น


ถามว่าถูกไหม.. ถูกจริง ถูกกว่าไทย ถูกกว่าฮ่องกง
อย่าง Lego Classic กล่องนี้ เราสามาถสอยมาได้ในราคา 499 เหรียญไต้หวันSmiley
(ในไทยพันกว่า ส่วนฮ่องกงถูกกว่าไทยนิดหน่อย)

อีกหนึ่งตัวอย่างที่ถูกคือ หุ่น Bubble Bee ก่อนมา คุณลูกอยากได้ที่ Central ราคาพันกว่าบาท มาเจอที่ฮ่องกงถูกกว่า มาเจอที่นี่โคตรถูก
คือ..มันดีงาม คือ..มันควรค่าแก่การแวะมา Smiley

ส่วนรถเข็นของพวกเธอ ก็ทำประโยชน์ได้สูงสุด ทั้งให้เธอนั่ง ทั้งเป็นเครื่องทุ่นแรงถือของ Smiley

หลังจากเดินเล่นกันอยู่ที่ Hochezhan กันเสร็จแล้ว เราก็เดินกลับมาที่ Main Station

Main Station ที่นี่..มันใหญ่มาก
เราทึ่งในการวางเมืองใหม่ใต้ติดของที่นี่ รถไฟฟ้าใต้ดินของเค้า มันไม่ใช่แค่รถไฟฟ้า
แต่มันเหมือนเป็นเมืองอีกเมืองนึง
มันเป็นทั้งแหล่ง Shopping mall แหล่งกลางการคมนาคม ที่เราสามารถเดินอยู่ในเมืองใต้ดินแห่งนี้กันได้เป็นวันเลย


เมื่อเราโผล่ขึ้นมาบนดิน ก็เจอ Main Station ยามค่ำคืนเช่นนี้ Smiley


คืนนี้เป็นคิวช้อปของคุณพ่อคุณแม่
คุณแม่กะมาเดิน Shop ร้านเครื่องสำอาง Moli ส่วนคุณพ่อกะเดินดู Gadget ที่ K Mall Smiley

จากพิกัดร้าน Moli ที่อ่านมา เราจะต้องเดินเข้าไปในซอย McDonald's 
คุณแม่เลยจัดการให้คุณพ่อพาเด็กๆไปหาไรกินรองท้องรอกันในแม็ค (คุณแม่จะได้เดินช็อปอย่างเพลิดเพลินบันเทงใจ 555)

พอเดินไปถึงหน้าร้าน Moli ปรากฎว่าเจอป้ายภาษาจีน หันไปถามคนแถวนั้น เค้าบอก "ปิดไปแล้ว" 
......... ร้องไห้หนักมากกก....... ลิสต์เครื่องสำอางที่เตรียมมาซื้อ จบกัน T____T

ไม่เป็นไร เรายังมีแพลนอื่นรออยู่
จากที่อ่านมา เค้าว่าให้ขึ้นไปชั้น 46 ของห้าง Mitsukoshi จะเป็นจุดชมวิว
พอเราเดินไปถามประชาสัมพันธ์ เค้าบอกว่าชั้น 46 เป็นคลีนิคค่ะ ไม่ใช่จุดชมวิว! (เศร้าซ้ำสอง T_T)

งั้นไปหาไรกินกันที่ K Mall (ตึกข้างๆกัน) ก่อนก้อได้ แล้วค่อยมาเดินดู Gadget ของปะป๊า

นี่ไงหน้าตึก K Mall (แต่ไม่มีป้ายเขียนว่า K Mall เลย -_-') 
เดาว่าอดีตเคยเป็นตึก K Mall แล้วถูกซื้อเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นชื่ออะไรที่ลงท้ายด้วย plaza นี่แหละ (ลืมชื่อ 555) 


เรามาจบมื้อค่ำกันที่ Mo Mo Paradise (ขอ Play safe เลือกร้านคุ้นเคยก็ละกัน ไม่อยากเศร้าซ้ำสาม Smiley)

หลังจากได้กิน คือ..มันอร่อยอ่ะ อร่อยกว่าที่ไทยเยอะเลย น้ำซุปหวานกลมกล่อม ชอบจุง Smiley


กินเสร็จ เราก็เดินลงบันไดเลื่อนมาเรื่อยๆ เพื่อดูพวกสินค้า IT

ปรากฎว่า ไม่มีอะไรเลย (เศร้าซ้ำสาม T_T)
พยายามถามเจ้าหน้าที่ เค้าบอกอยู่ชั้นล่าง ซึ่งมันมีร้านอยู่แค่ 1-2 ร้านเอง แล้วคนโหลงเหลงมาก

เราเลยไปเดิน Moji เดิน Sasa แล้วก็เดินดูร้านรอบๆตึกกันแทน แต่ไม่มีร้าน Gadget เลย
แอบผิดหวังเบาๆ ฮือๆๆ

เรากลับไปถามประชาสัมพันธ์กันใหม่ว่าแหล่ง Gadget เนี่ยอยู่ที่ไหน
และในที่สุด เราก็ได้ขุมทรัพย์ลายแทง มันคือ Guanghua Digital Plaza อยู่ตรงสถานี Zhongxial Xinsheng Smiley
(หน้าตามีความหวังกันขึ้นมาทันที 555)

แต่ค่ำคืนนี้เราคงไปไม่ทันแล้ว เพราะจะสี่ทุ่มละ เลยกลับรร.ไปนอนพักเอาแรงกันดีกว่า

คืนนี้เด็กๆ Happy มาก ได้นอนกอดของเล่นที่พวกเธอได้มากันวันนี้ Smiley




Create Date : 07 สิงหาคม 2558
Last Update : 16 กันยายน 2558 13:58:36 น.
Counter : 3017 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  

ด้วยรักและผูกพัน
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]