พอร์ช 5 ขวบ ฮาร์เล่ย์ 4 ขวบ.. เด็กตลก & เด็กนิ่ง (ตอนที่ 2)




ถึงกับต้องเปิดคอมฯมา update พฤติกรรมของพวกเธอ เพราะยิ่งโต เรายิ่งเห็น character ที่ชัดเจนของพวกเธอแต่ละคนมากขึ้น จนอดที่จะบันทึกไว้ไม่ได้

พอร์ช..เด็ก positive
เธอเป็นเด็ก positive มาก เธอคิดบวกกับชีวิตได้ทุกสถานการณ์ เธอยอมรับความผิดหวังได้ เธอยอมรับความพ่ายแพ้เป็น และในบางครั้ง เธอก็ยอมให้ตัวเองแพ้ เพียงเพื่อให้การแข่งขันมันดูมีสีสัน แล้วเธอก็หัวเราะกับมัน 

เธอเป็นคนยอมเพื่อน เช่น เธอชอบฮีโร่ตัวนี้ แต่ถ้าเพื่อนเธออยากเป็น เธอก็จะยอมเป็นตัวรอง เคยถามเธอเหมือนกันว่า ทำไมเธอไม่เป็นตัวที่เธอชอบ เธอว่า.."ก็เพื่อนอยากเป็น แต่พอร์ชเป็นคุณลุงคนแก่นี้ก็ดีนะมะม๊า" แล้วเธอก็หัวเราะ สนุกกับการได้เป็นคุณลุงของ superhero Smiley



ฮาร์เล่ย์..เด็ก perfectionist
ในขณะที่คนนึงชอบทำตลกให้คนอื่นหัวเราะ อีกคนนี่ถ้าไปหัวเราะ จะเสียใจและร้องไห้ทันที 555
ฮาร์เล่ย์ เธอเป็นเด็กที่ตั้งใจและจริงจังกับทุกอย่างในชีวิต เธอมีความคาดหวังในตัวเองสูง เธอจะพยายามเป็นในสิ่งที่เราอยากให้เธอเป็น แล้วเธอจะภูมิใจทุกครั้งที่เราชื่นชม 

เช่น เราสอนให้พวกเธอใส่เสื้อผ้าเอง อีกคนติดกระดุมแบบผิดๆถูกๆแล้วก็หัวเราะ อีกคนจะพยายามติดอย่างถูกต้อง ถ้าติดไม่ได้ ก็จะพยามต่อไปเรื่อยๆ ไม่ให้เราช่วย หรืออย่างตอนกินข้าว อีกคนนั่งเล่นของเล่นไป กินไป หกไป อีกคนตั้งใจกิน พยายามใช้ส้อมและช้อนตัก ไม่ให้หก.. และเธอจะภูมิใจในตัวเองทุกครั้งที่เธอทำมันสำเร็จ

มีอยู่ครั้งนึง เธอกินข้าวหก เราก็..ฮาร์เล่ย์..ข้าวหกแล้วลูก เท่านั้นแหละ..สะอึกสะอื้นขึ้นมาทันที (เราเข้าใจอารมณ์เธอนะ เหมือนกับคนที่พยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว แต่มันพลาด ก็ย่อมเสียใจเป็นธรรมดา) 

ดังนั้น วิธีการรับมือกับลูกทั้งสองคนจึงแตกต่างกัน ถ้าพอร์ชทำผิด ดุธรรมดา เธออาจจะมึน ต้องจ้องหน้าเธอ (ทำหน้าตาซีเรียส) พูดช้าๆ ชัดๆ เสียงเข้มๆ.. เธอจะปฎิบัติตามทันที 5555 ส่วนฮาร์เล่ย์ ห้ามดุ.. ห้ามดุ.. ห้ามดุ.. (ท่องไว้ๆๆ) ต้องบอกเธอดีๆ ห้ามพูดเชิงตำหนิ พูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา สอนเธอ แต่ไม่เน้นย้ำขนาดพอร์ช

ซึ่งความน่ารักของพวกเธอทั้งสองคนคือ ทำผิดแล้วรู้จักขอโทษ บางทีพวกเธอขอโทษกันเอง ยกมือไหว้ใส่กัน จนเราต้องบอกเธอว่า ไม่ต้องไหว้ๆ พูดขอโทษเฉยๆ ให้ไหว้กับผู้ใหญ่ก็พอ 555



ฮาร์เล่ย์.. หนูน้อยจีเนียส
ตั้งหัวข้อให้ดูเวอร์ๆไปงั้นแหละ 555 แต่เราแค่รู้สึกว่า ฮาร์เล่ย์เธอเป็นเด็กที่มีไอคิวดี อาจจะด้วยว่าเธอเป็นเด็กนิ่ง เวลาทำอะไรเธอมีสมาธิ มันเลยทำให้เธอมีความจำที่ดี และเก็บรายละเอียดต่างๆได้เยอะ  

อย่างเวลาสอนการบ้านพอร์ช ฮาร์เล่ย์เค้าจะเล่นของเล่นของตัวเอง (แต่เชื่อว่าหูเธอฟัง) พอเวลาถามพอร์ช ปรากฎว่า เจ้าฮาร์เล่ย์หันมาตอบแทน (และตอบถูกหลายข้อด้วยนะเออ) 

ล่าสุด เราพาเธอไปเรียนไวโอลิน ตอนเริ่มเรียนอายุ 3.10 ขวบ ผ่านมาสามเดือน เธอจำโน้ตเพลงได้ ตอนนี้ครูกำลังสอนให้เธออ่านโน้ต 5 เส้น ความน่าทึ่งของเธอคือ เธอเป็นเด็กมีวินัยในตัวเอง ก่อนนอนทุกคืน เธอจะหยิบไวโอลินขึ้นมาเล่น โดยที่เราไม่ต้องบอก อีกเรื่องคือเรื่องของความจำ วันก่อนปะป๊าเล่นเปียโนเพลง The moon represents my heart ให้เธอฟัง หลังจากนั้น เธอเล่นเองได้ เราลองเปลี่ยนเครื่องเปียโนให้เธอ เธอก็ยังเล่นจังหวะถูก ทุกวันนี้ ถามเธอว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร เธอบอกว่าอยากเป็นนักไวโอลิน

นอกจากเรื่องของความจำแล้ว เราว่าเธอเป็นเด็กที่โตเป็นผู้ใหญ่เกินตัว ทั้งการใช้คำพูด การตั้งคำถาม การหาเหตุผลมาโต้แย้งกับเรา 


รูปนี้..ขณะที่ฮาร์เล่ย์จริงจังกับการฝึกไวโอลิน เจ้าพอร์ชเธอก็บอกว่าเธอกำลังฝึกกีฬากอล์ฟอยู่ Smiley


ฮาร์เล่ย์.. เด็กสันโดษ
บันทึกรอบนี้ เป็นเรื่องของฮาร์เล่ย์เยอะหน่อย เพราะด้วยบุคลิกอันโดดเด่นของเธอ (แต่จะเป็นบวกหรือลบ อันนี้อีกเรื่องหนึ่ง 555) ล่าสุด มีคำถามจากเธอมา 2 คำถาม ที่ทำให้มะม๊าถึงกับต้องเก็บมาคิดและวิเคราะห์

คำถามแรก เกิดขึ้นตอนที่เธออยู่กับมะม๊าสองคน (ปกติจะมีพอร์ชอยู่ด้วยกัน เป็นสามคนตลอด) วันนั้นพอร์ชไม่อยู่ แล้วเราก็เล่นกันสองคนอย่างสนุกสนาม อยู่ดีๆเธอก็พูดขึ้นมาว่า 
ฮาร์เล่ย์: มะม๊า..ฮาร์เล่ย์อยากอยู่คนเดียว
มะม๊า: อยากอยู่คนเดียวยังไงลูก
ฮาร์เล่ย์: มีแค่ฮาร์เล่ย์กับมะม๊า
มะม๊า: อ้าวแล้วเฮียพอร์ชล่ะ
ฮาร์เล่ย์: ม่ายย อยากมีแค่ฮาร์เล่ย์กับมะม๊า
มะม๊า: แต่พอร์ชเป็นพี่ชายลูกนะ มีพีชายเล่นด้วยกันดีออก จะได้ไม่เหงา
ฮาร์เล่ย์: ม่ายอ่ะ ฮาร์เล่ย์อยากมีแค่คนเดียว...

คำถามที่สอง เกิดขึ้นวันที่ไปรับพวกเธอที่รร. หลังจากที่เราถามพอร์ชว่าวันนี้เป็นยังไงมั่ง พอร์ชเล่าว่า ได้เล่นกับเพื่อนคนโน้น คนนั้น คนนี้ที่สนาม (คือเจ้าพอร์ชนี่ มีเพื่อนตั้งแต่ชั้นตอ. ยัน อ.3 มิสเตอร์เฟรนลี่มากกก) หลังจากนั้นเราก็ถามฮาร์เล่ย์มั่ง 
มะม๊า: แล้วฮาร์เล่ย์ล่ะ เล่นกับใครลูก
ฮาร์เล่ย์: ฮาร์เล่ย์แค่นั่งเหม่อเฉยๆ ไม่ได้เล่นกับใคร"
มะม๊า: ทำไมล่ะ
ฮาร์เล่ย์: ฮาร์เล่ย์กลัว
มะม๊า: กลัวอะไรลูก กลัวเพี่อนแกล้ง หรือ กลัวเพื่อนไม่ให้เล่นด้วย
ฮาร์เล่ย์: กลัวเพื่อนไม่ให้เล่น...

อืมม..หลังจากที่เราได้ฟังมาสองครั้ง เราก็เริ่มคิดว่า เธออาจจะเป็นเด็กที่รู้สึกว่าการเข้าสังคมเป็นเรื่องยากหรือเปล่า เราเลยไปถามครู แต่ปรากฎว่า ครูบอกว่าฮาร์เล่ย์อยู่ในห้องก็ปกตินะคะคุณแม่ เค้าก็เล่นได้กับทุกคน ไม่ได้แยกตัวหรืออะไร

บางที อาจจะเป็นแค่มู๊ดของเธอ ณ วันนั้นก็ได้ ที่เธอรู้สึกไม่อยากเล่นกับใคร เพราะถ้าฟังจากครู ในเวลาปกติ เธอก็ไม่ได้มีพฤติกรรมที่แยกตัวอะไร แต่ยังไงก็ดี คำตอบของเธอ มันทำให้เราต้องหมั่นสนใจ และใส่ใจที่จะถามไถ่เธอและพี่ชายเธอให้มากขึ้น เพราะเรารู้ว่า..พวกเธอต่างกัน มีความคิดที่ต่างกัน พวกเธออาจต้องการการตอบสนองที่เหมือนกันในบางเรื่อง และแตกต่างกันในบางเรื่อง แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ พวกเธอต้องการคนที่เข้าใจ รับฟัง และรักเธอ และปะป๊ามะม๊า จะอยู่ตรงนี้ เพื่อรับฟังพวกเธอ อยู่ข้างพวกเธอ แล้วรักพวกเธอตลอดไป Smiley





Create Date : 02 กันยายน 2559
Last Update : 2 กันยายน 2559 15:51:12 น.
Counter : 545 Pageviews.

1 comments
  
น่ารักน่าเลิฟทั้ง 2 แบบ ค่ะ
โดย: kae+aoe วันที่: 6 กันยายน 2559 เวลา:13:59:45 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



ด้วยรักและผูกพัน
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]