เรื่องน่าสงสัย

วันนี้ 20 ก.ค. 2555

ไม่ว่างหรอกแต่กินข้าวเที่ยงเสร็จเร็วมีเวลานั่งคิดเรื่อยเปื่อยก่อนเข้าทำงาน

บางเรื่องในชีวิตประจำวันที่มองผ่านๆก็เหมือนไม่มีอะไร แต่พอเอามาคิดมันก็งงนะ

**นักเรียนอาชีวะตีกัน มันจับคู่กันยังไงเหรอว่าไอ้โรงเรียนนั้นต้องเหม็นขี้หน้าโรงเรียนนนี้

**ขับรถช้าแต่วิ่งขวา หางยาวเป็นกิโลกรูก็ไม่สน...สอนขับรถกันมายังไง?

**ไอ้พวกวิ่งมาปาดข้างหน้าหรือคอสะพาน..พอเข้าไม่ได้โกรธด้วยเว้ยเฮ้ย..แทนที่จะอายว่าเมิงเอาเปรียบคนอื่นอยู่ !!

**รถเมล์รถตู้ ทำไมเวลาเข้าป้ายเข้าไม่สนิท ต้องมีตรูดยื่นออกมาอีกเลนส์

**รถเมล์ป้ายอยู่ซ้ายทำไมต้องออกไปวิ่งขวาสุดอยู่ตลอด...เป็นโรคติดขวาวิ่งออกไปตามที่ไขสันหลังสั่งการ?

**ไฟเลี้ยวศักดิ์สิทธิ์ ? เปิดปุ๊บต้องเข้าได้ปั๊บ เบียดใครกรูไม่สน ? มองกันมั่งมั้ยล่ะนั้น

**ยืมเงินคนอื่นตอนมาแทบจะกราบคนให้ พอถึงเวลาคืนไม่คืน แถมทำท่าโกรธคนให้ยืมอีก โทษฐานที่มาทวงเงินของตัวเองคืน..

**บัตรเครดิตทำกันจัง ใช้กันจริง (ใช้สนุกเหมือนเงินนั้นได้มาฟรี) พอถึงเวลาใช้คืนก็ไม่จ่าย ทวงถามก็ย้ายที่เปลี่ยนเบอร์หนี

**ขายตัว ค้าประเวณี ผิดกฎหมาย--แล้วอาบอบนวด มันมีไปไว้ทำอะไรวะ ถึงไม่ผิดกฎหมาย (ความจริงก็ทำเป็นรับไม่ได้เลี่ยงไปเลี่ยงมา)

**นวดเฉพาะจุด--มันมีไว้นวดอะไร ชาวบ้านรู้กันทั่ว (พี่ตำไม่ทราบ)

**เมืองไทยเมืองพุทธ --คาสิโนมีไม่ได้--แต่พวกรักการเสี่ยงโชคมันก็เดินทางไปหาที่เสี่ยงจนได้ทั้งในประเทศ และข้างๆประเทศ

บ่ายโมงซะแล้ว ไปทำงานต่อไว้มาอัพเดทเรื่องที่สงสัยภาคต่อไปวันหลัง ไม่ได้อยากว่าใครแต่แค่มาบันทึกเรื่องที่เจอแล้วก็เอามาคิดๆดูแล้วมันก็แปลกดี




Create Date : 20 กรกฎาคม 2555
Last Update : 20 กรกฎาคม 2555 15:57:10 น.
Counter : 740 Pageviews.

1 comment
สภาวะบ้ากระเป๋า kipling
ผู้หญิงบ้าเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ผู้ชายบ้าเครื่องเสียง กล้อง โทรศัพท์ รถ

เมื่อซัก 10 กว่าปีได้แล้วสมัยนั้นยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย แม่ซื้อกระเป๋ามาให้ใบหนึ่ง เป็น kipling candy copy AA สีน้ำเงินเข้มๆ ก็ชอบมากมาย ไม่ได้คิดว่าจะของแท้หรือก็อป แต่เป็นของที่แม่ซื้อให้ก็รักทุกชิ้น

เวลาผ่านไป จนตอนนี้กระเป๋าใบนั้นเราก็ยังเก็บเอาไว้ นานๆก็เออกมาใช้ ลืมไปแล้วว่าเคยชอบกระเป๋ายี่ห้อนี้ จนมาวันหนึ่งก็เกิดประกายความคิดว่าอยากหากระเป๋าตังใหม่ซักใบ เพราะใบเก่านี่ก็ยับเยินเต็มที ดูไปหลายยี่ห้อก็ไม่ถูกใจ จนมองไปเห็นเจ้ากระเป๋าเก่าใบนั้นก็เลยเข้าสู่ภาวะหลงรัก kipling ขึ้นมาอีก เพราะเราว่ากระเป๋าที่ทรงหรูๆ หรือออกคุณนายมันไม่เหมาะกับบุคลิกอย่างเรา แล้วยี่ห้อนี้ก็ราคาไม่แพงเกินไป หาซื้อมาใช้ได้โดยไม่ลำบาก

เริ่มด้วยใบแรก
กระเป๋าตัง NEW MONEY สี GUMDROP สัญชาติอเมริกา

กระเป๋าถือ หรือจะสะพายก็ได้มีสายยาว SUGAR S สี RED สัญชาติอเมริกา


สองใบแรกนี่ใช้คู่กันแล้วตลกดี สีตัดกันชั๊วะๆ

กระเป๋าถือ UKI สี ESCAPE GRAY สัญชาติเบลเยี่ยม เอาไว้เปลี่ยนมาใช้บ้างเป็นบางทีที่ไม่อยากใช้น้องเขียว


กระเป๋าถือ UKI สี DUST BLUE สัญชาติเบลเยี่ยม ยังไม่ได้ถ่ายรูปเหมือนกัน แต่ใบนี้ซื้อให้แม่เป็นของขวัญวันเกิด แม่ใช้เป็นกระเป๋าตัง ใส่มือถือ ใส่บัตรเครดิต และอื่นๆอีกมากมาย ใบเล็กแต่จุ

นี่ใบล่าสุดเพิ่งซื้อมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (29 พ.ย. 53) sugar s สี true blue จากอเมริกา แบบว่าส่วนมากชอบกระเป๋าใบเล็กๆ ไม่ค่อยมีสมบัติอะไรเลยออกจะหลงรักรุ่นนี้


ตอนนี้ก็ยังมองๆหาอยู่เรื่อยๆ รุ่นที่แอบชอบอยู่ตอนนี้ก็มี
1. kipling cicely
2. kipling lyza s
3. kipling molde xs
แต่ไม่ได้รีบร้อนซื้อค่อยๆหาที่มีคนหิ้วมาราคาไม่แรง (ซื้อมากๆก็เกรงใจคุณสามี)



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2554 11:28:54 น.
Counter : 4853 Pageviews.

5 comment
ฉลาดคิดกันจริงเรื่องเลวๆ
เราท่องโลกอินเตอร์เนต ได้อ่านกระทู้พวกมิจฉาชีพหลอกลวงกันอย่างโน้นอย่างนี้

ในที่สุดมันก็โทรมาหาเราจนได้
รายแรก
--บอกว่าโทรมาจากสรรพากร เป็นเสียงประมาณว่าระบบอัติโนมัติ บอกว่าเราได้คืนภาษี แล้วก็บลาๆๆๆๆๆอะไรไม่รู้ไม่ได้ตั้งใจฟัง
นึกในใจว่า แหมเสียงแก่จังระบบอัติโนมัตินี่ ฮ่าๆๆๆ โทรมาไม่ได้ดูตาม้าตาเรือเล๊ย เราไม่เคยเสียซักบาท เอาที่ไหนมาคืน อยากจะบอกจริงๆเลยว่าฟังจากเสียงก็แก่แล้ว น่าจะสำนึกบาปบุญคุณโทษไปหางานที่สร้างสรรค์กว่านี้ทำ

รายที่สอง
--เป็นเสียงระบบอัตโนมัติ อีกเช่นเดิม เสียงหญิงแก่อีกเช่นเคย บอกว่าเราเอาบัตรเครดิตของธนาคารกสิกรไทยไปใช้จ่ายมียอดเงิน 35000.- ให้ติดต่อ บลาๆๆๆๆๆๆๆ
เราก็เลยกดวางซะ ไม่เคยมีบัตรเครดิตเลย ช่างสรรหาเรื่องมาหลอกกันจริงๆ

รายที่สาม
--เป็นเสียงอัตโนมัติ บอกว่าโทรจากเฟิร์สช้อยส์ ให้เรากดวันเดือนปีเกิด
เราก็อะไรหว่า โทรมาหาเราเองอยู่ดีๆให้กดวันเดือนปีเกิดซะงั้น
ถ้ากดไปก็คงผ่านไปด่านหนึ่งก่อนจะเข้าไปล้วงข้อมูลใน เฟิร์สช้อยส์ได้
ก็เลยวางสายซะ

ฉลาดทำเรื่องเลวๆกันจริงๆเลย



Create Date : 03 มีนาคม 2553
Last Update : 3 มีนาคม 2553 13:01:43 น.
Counter : 234 Pageviews.

2 comment
ฮ่าๆๆ หน้าอย่างนี้ ก็มี...ว่ะ
เกิดมาเป็นตัวเป็นตน ก็ครองตัวรู้รักษาตัวรอดเป็นอย่างดี

สมัยเรียนไปเที่ยวเทคผับก็ไปเป็นกลุ่ม มีทั้งชายหญิง กลุ่มใหญ่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง

พอจบมาทำงานก็ไม่ค่อยได้เที่ยว เพราะเพื่อนๆกลุ่มที่เที่ยวด้วยกันก็กระจัดกระจายไปทำงานอยู่คนละที่คนละจังหวัด

เราหลงมาอยู่ กทม. เพื่อนๆที่ทำงานก็ไม่ใช่พวกท่องราตรี แล้วส่วนมากก็เป็นรุ่นพี่ที่อายุเยอะหน่อยแล้ว เลยวัยจะเที่ยวแล้ว
ส่วนเราก็เก็บเนื้อเก็บตัว เลิกงานก็เข้าบ้านนอน เลยไม่ค่อยมีเรื่องผู้ชายเข้ามาในชีวิตเท่าไหร่ จนกระทั่ง...........

เราก็ทำงานมาจนวันหนึ่งผู้ชายเจ้าชู้รายแรกก็ add msn มาจากไหนไม่รู้ เพราะปกติ msn เราจะมีแต่เพื่อนๆที่คุยกัน ไม่เคยมีใครแปลกหน้า add มา
เค้าก็ว่าเรา add เค้า ส่วนเราก็ว่าเค้านั่นแหละที่ add เรามา คุยๆไปเค้าก็ขอเบอร์ (สุดท้ายตอนนี้ ลูก 1 คนอายุ 3 ขวบแล้วหล่ะ)----------รายแรก

วันเสาร์คุณสามีทำงานครึ่งวัน แต่เสาร์นั่นงานเยอะมั้ง เลยอยู่ต่อจนเกือบๆเย็น ส่วนเราก็ขับรถออกไปช็อปที่ตะวันนา เดินๆไปซักพัก คุณสามีโทรมาตามก็เลยจะกลับ ตอนเดินมาเกือบถึงลานจอดรถ ก็มีผู้ชาย น่าจะอายุน้อยกว่าเราอ่ะ มาเรียก พี่ครับขอเบอร์โทรได้มั้ยครับ เราก็มองด้วยอาการงงๆ
เค้าบอกว่าพี่น่ารักดีผมชอบ (กร๊ากกกก ประมาณนั้นเลยนะน้อง)
เราเลยยิ้มแล้วบอกไปว่า พี่แต่งงงานแล้วค่ะ
ฮ่าๆๆๆ ตอนตรูโสดไม่มียังงี้มั่งหรอก -------------รายที่สอง

ปกติเสาร์-อาทิตย์ ไม่เคยได้อยู่ กทม. เพราะกลับบ้านต่างจังหวัดไปหาลูกชายที่ฝากคุณยายดูแล
แต่เสาร์ไหนซักเสาร์เมื่อปีที่แล้ว ไมได้กลับ (ด้วยเหตุอะไรก็จำไม่ได้) คุณสามีเลยชวนไปนั่นเล่นฟังเพลงที่ผับของเพื่อนเค้า ก็นั่งดื่ม เด๊นซ์เล็กน้อย เหตุการปกติดีทุ๊กอย่าง จนดึกพอสมควร ใกล้ๆจะกลับแล้วหล่ะ สามีเกิดปวดฉี่ขอไปห้องน้ำ คุณพี่ผู้ชายโต๊ะข้างๆ ก็เดินมาคุยด้วย เราก็ยิ้มๆ เค้ายื่นมือมาขอจับมือเราก็ไม่ทันได้นึกอะไรก็เลยยื่นมือไปให้จับ (นึกว่าเชคแฮนด์ตามธรรมเนียมฝรั่ง) ที่ไหนได้ พี่แกบีบมือเราใหญ่เลย แถมเอียงหน้ามากระซิบข้างหูว่าไปกับพี่มั้ยน้อง ฮ่าๆๆ เราเลยยิ้ม แล้วบอกว่า ไม่อ่ะค่ะนู๋มากับแฟน พอดีสามีเดินมา ก็ออกจากร้านกลับบ้านกันพอดี (สงสัยความมืดจะทำให้เราสวยขึ้นนะเนี่ย)---------รายที่สาม

จนตอนนี้ก็ยังไม่มีหนุ่มชะตาขาด ดวงตกรายไหนผ่านมาอีกเลย




Create Date : 20 มกราคม 2553
Last Update : 20 มกราคม 2553 9:18:04 น.
Counter : 219 Pageviews.

4 comment
ประสบการณ์เฉียดตาย
หลังจากทำงานมาได้ซักห้าหกเดือน เราก็เริ่มบ่นถึงความลำบากในการเดินทางจากบ้านที่นวมินทร์มายังกระทรวงสาธารณสุข ที่ นนทบุรี โดยรถเมลล์

พ่อก็เห็นใจว่าเราทำตัวดี ดี๊ ดี มาตลอด เลยยกเจ้า kia sportage มาให้ใช้

>

แต่ด้วยความเป็นห่วงว่ามาขับรถขับราในเมืองหลวงแต่เพียงลำพัง ทุกเช้าถึงที่ทำงานแล้วก้ต้องโทรบอกพ่อ เย็นกลับถึงบ้านก็ต้องโทรบอกพ่อ

ใช้เจ้า kia มาสองสามเดือน ก็เริ่มเห็นความไม่เพียงพอของการขับรถที่ค่อนข้างกินน้ำมัน เพราะเป็นเครื่องเบนซิน 2.0 ลิตร แถมเป็น โฟร์วีล อีก ดังนั้นบางวัน ก็ขึ้นรถเมล์ไปทำงานเหมือนเดิม เพราะข้าราชการชั้นผู้น้อย เงินเดือนติ๊ดเดียว เติมน้ำมันรถอย่างเดียวก็แย่แล้ว

แถมบางวันรถติดแบบไม่น่าเชื่อ กว่าจะถึงบ้านเล่นเอาขาปวดเมื่อย เดินมาเปิดประตูบ้านแทบไม่ไหว

พ่อกับแม่ก็แสนใจดี เลยจะซื้อรถให้ใหม่เป็นเกียร์ออโต้ เครื่องเล็กๆ ก็เลยได้เจ้า วีออส E/AT สีบรอนส์เงินมาใช้ วันรับรถแสนจะดีใจ อาบน้ำแต่งตัวไปรับรถที่ศูนย์ใกล้ๆบ้าน พร้อมพ่อกับแม่

แต่ดีใจอยู่ไม่เท่าไหร่ เจ้าวีออสคันนี้ก็เกือบเป็นที่สิ้นชีพของเรา
ขับมาได้ 3 เดือน พอดีเป๊ะ
เช้าวันนั้น อากาศดี๊ดี ถนนโล่งแบบประหลาด เราเลยลองความเร็วซะหน่อย ไม่ได้เร็วอะไรมา เหยียบๆมาได้ 120 กม./ชม ก็เลิกเหยียบแระ วิ่งแบบปกติดีกว่า

แต่การที่ลองความเร็ว ทำให้เรามาถึงที่ทำงานเร็วไปด้วย จากที่ปกติมาถึงเกือบๆเก้าโมง วันนี้ แปดโมงถึงข้างกระทรวงแล้ว

ระหว่างที่จอดรถรอให้รถคันหน้าเลี้ยวเข้าถนนซอยข้างกระทรวงโดยที่เราเลี้ยวเข้าไปแล้วแต่ยังไม่หมดคัน แต่ก็อยู่ในช่องสำหรับเลี้ยวแล้วทั้งคัน

จากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย จนมาฟื้นที่ รพ. ปรากฎว่ารถเราถูกชน เละทั้งคัน
คนที่ชน เค้ายอมรับว่าก้มหาโทรศัพท์ เลยทำให้รถเป๋ออกมาจากเลนเค้า มาชนเราในเลนของเรา

สามสี่วันแรก เราเบลอๆจำอะไรไม่ค่อยได้ เดินก็ไม่ได้ ต้องใส่ปลอกคอนั่งๆนอนๆอยู่ในโรงพยาบาล กะระยะอะไรก็ไม่ถูก เห็นภาพผิดตำแหน่งไปหมด

หยุดงานไปเดือนครึ่ง กินยาแก้ปวดทุกวัน

รถประกันจ่ายคืนทุนให้ total loss

แต่โชคดีที่ไม่ตายแล้วก็ไม่พิการ เห็นพ่อกับแม่ตอนมาเฝ้าเราแล้วสงสารมาก พ่อกินข้าวไม่ลงทั้งวันตอนที่เรายังไม่ฟื้น

หลังจากกลับมาพักกพื้นที่บ้าน ยังเดินได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็ใกล้เวลามาทำงานแล้ว พ่อกับแม่ก็เลยพาไปจองรถ แล้วก็รอ ร๊อ รอ ไปอีก 3 เดือนก็ได้รถ เป็นเจ้าแจ๊ส ที่ยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบันนี้เลย

>



Create Date : 09 กรกฎาคม 2552
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2553 11:55:04 น.
Counter : 301 Pageviews.

2 comment
1  2  3  4  

The eye of earth
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



หน้าตาพอประมาณ
การศึกษาดี
บ้านมีฐานะ(ยากจน)