'What a treacherous thing it is to believe that a person is more than a person'
Group Blog
 
All blogs
 
The Tourists



โพสต์หลังกลับจากไปเที่ยวกับเจมส์ขี้เกียจแปลในหัว เพราะไม่มีเวลานั่งหน้าคอมนานๆ เลยพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็รู้สึกผิดเพราะสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะพิมพ์เป็นภาษาไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แอบโกงเพราะนี่ลอกมาจากอีเมลที่ส่งถึงคุณน้าเมื่อปลายเดือนมกราคมเสียเยอะ หุหุ แถมคุณน้ายังทักมาอีกว่า เดี๋ยวนี้ภาษาเขียนเริ่มแปลกๆ แข็งๆ ไม่เป็นธรรมชาติเหมือนเมื่อก่อน อาจจะเป็นเพราะหยุดอ่านหนังสือนิยายภาษาไทยมานานพอสมควร สกิลภาษาไทยเลยเริ่มลดลง เมื่อช่วงประมาณปี 2010-2011 อ่านเยอะมากจริงๆ แต่พอเข้าปี 2012 ก็ลดลงตามระดับเนื่องจากงานที่รุมเร้า ย้อนกลับไปอ่านบล็อกเก่าๆ ยังงงเลยว่าตัวเองพิมพ์รีวิวนิยายออกมาได้ยังไง แต่ก็ใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะเขียนออกมาได้ งานหินเลยนะนั่น 

เข้าเรื่องดีกว่า… ขอย้อนเวลาไปถึงเดือนธันวาคมปีที่แล้วค่ะ หลังจากที่ทำเอาเพย์ตั้นเศร้าจนใจหาย เจมส์ก็บินมาถึงอังกฤษหลังคริสต์มาสไม่กี่วัน ตอนแรกว่าจะขับรถมาจากสนามบินแต่ก็ยกเลิกแผน พอดีคำนวณแล้วว่าเหนื่อยเกินกว่าที่ขับรถมาถึง Alderley Edge ก็เลยเอาสัมภาระทิ้งไว้ที่ลอนดอน แล้วเขาก็นั่งรถไฟมาแทนพร้อมกับ overnight bag  

เรื่องเที่ยวช่วงปลายธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม เป็นอะไรที่ last minute มาก เป็นครั้งแรกในชีวิตเพย์ตั้นเลยที่ลงมือแพลนเรื่องเดินทางแบบวินาทีสุดท้ายเช่นนี้ เพราะปกติช้าสุดก็คือหนึ่งเดือนก่อนการเดินทาง ก็เร่งรีบจองตั๋วกันนาทีสุดท้ายเลยค่ะ Ironic มากๆ เพราะใช้เว็บ Lastminute ฮาาา จองเช้าวันนี้ บินค่ำวันมะรืนนี้จริงๆ เพย์ตั้นเห็นแล้วปวดหัวเลยยกให้เป็นหน้าที่เจมส์จัดการ ในเมื่อเขากระตือรือร้นอยากเที่ยวนัก ฮ่าๆ เพย์ตั้นก็เลยนั่งจิบชา ออกความเห็นเป็นระยะๆ แต่ไม่มีปัญหาค่ะ เพราะเรา เอ่อ เขาเลือกเมืองที่เคยไปกันมาแล้วทั้งนั้น ที่พักและอื่นๆ เลยคุ้นเคยเป็นอย่างดี ถือว่าเป็น leisurely holiday มากกว่า on-the-go ค่ะ ตั้งใจจะไปผ่อนคลายจริงๆ 

เริ่มต้นกันจากลอนดอนไปปารีส ไปเบอร์ลิน ไปบาร์เซโลน่า แล้วก็กลับมาฝรั่งเศสอีกครั้ง โดยมีเพื่อนๆ และคนรู้จักมาสมทบบ้างเป็นบางครั้ง หรือแวะไปเจอเพื่อนๆ ที่อยู่แถวนั้นพอดีบ้าง อะไรประมาณนั้นค่ะ อันที่จริงเจมส์เกือบจะลากเพย์ตั้นไปโมรอคโกแล้วด้วยซ้ำ เพย์ตั้นก็เกือบบ้าบิ่นตอบตกลงเหมือนกัน คิดอยู่อย่างเดียวว่าอยากได้ชุดชา (tea set ?) จากโมรอคโก แต่โชคดีว่าเขายังมีสติหน่อย เลยคิดว่าเอาไว้แพลนให้ดีกว่านี้ เอาไว้สำหรับทริปอื่น เพราะยังไม่เคยไปกันทั้งคู่ อย่าเสี่ยงเลย และที่สำคัญคนที่เคยไปกันก็แนะนำว่าต้องแพลนดีๆ และควรจะไปกันหลายๆ คน เพื่อความสนุกและความปลอดภัย

แต่เจมส์ damn him ก็สามารถพาเพย์ตั้นไปนั่งรถบัสข้ามคืนจนได้ ข้ามประเทศจากบาร์เซโลน่าเข้าไปยัง Lyon บนรถบัส …บนรถบัส! รถ Eurolines ประมาณ 9 ชั่วโมง ที่ว่าจะ surprise ก็จริงๆ ล่ะค่ะ เพราะเหมือนการนั่งเครื่องจากลอนดอนไปถึงดูไบเลยนะ เวลามากมายขนาดนี้ อดนึกถึงแฮร์รี่ไม่ได้ นายคนนั้นคงช็อกตายตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวขึ้นรถ อ่อ ไม่สิ ตั้งแต่คนรถโยนกระเป๋าเดินทางเข้าใต้รถดังโครม ขนาดเพย์ตั้นยังแทบแย่เลย สงสารกระเป๋า เหอะ ๆ คนขับรถถามมองหน้าปุ๊บก็ถามเลยว่าเคยขึ้นหรือเปล่า รถบัสข้ามประเทศ ตอบได้ทันทีว่าไม่เคยค่ะ ครั้งนี้จะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ใช่รถข้ามคืนล่ะ

รถบัสเต็มไปด้วยพวกยิปซี พวกเขาส่งเสียงดังกันตลอดคืน ไม่มีมารยาทเอาซะเลย เพย์ตั้นงี้นอนไม่ได้ทั้งๆ ที่เหนื่อยและเพลียมาก ปวดหลังปวดคอสุดๆ อยากจะฆาตกรรมคนต้นคิดเหลือเกิน มีอยู่ช่วง ยิปซีคนนึงลุกขึ้นคร่อมที่นั่งของเพย์ตั้นกับเจมส์ ยื่นหน้าข้ามหัวพวกเรามาแล้วถามด้วยน้ำเสียงกวนโมโหว่า เธอสองคนมาฮันนีมูนที่บาร์เซโลน่ากันเหรอ เพย์ตั้นจำได้ว่าหันไปมองเจมส์ด้วยสายตาที่บอกว่า นี่เป็นความผิดทั้งหมดของนาย แล้วก็สะบัดหน้าหนีเขา แหะๆ อารมณ์ไม่ดีเลยค่ะ เจมส์ก็เลยตอบกลับไปเสียงเย็นๆ ว่า “Oh didn’t I tell you what we’re here for? Perhaps that’s because it’s none of your business.” 

เพย์ตั้นล่ะสะดุ้งเลย อยากจะหัวเราะแต่ก็หัวเราะไม่ออก กลัวมีเรื่อง ได้แต่หันไปมองเจมส์อย่างตะลึงๆ แต่เขากลับไม่ดูเดือดร้อนอะไรเลย แถมยังคุยต่อกันกับพวกนั้นอีกสักพักใหญ่ในภาษาสเปน เอ่อ…wow แต่เพย์ตั้นงี้ล่ะหมั่นไส้ นึกถึงตอนคนขับรถเอากระเป๋าเดินทางโยนใส่รถดังโครมแล้วก็ฉุน อยากจะกลายร่างเป็น Sweeney Todd เลยเชียว เจมส์หัวเราะใหญ่ บอกว่าน่าจะเอากระเป๋าเดินทางใบอื่นมา ก็เลยสวนกลับไปว่า นี่เป็นใบที่ เขาเรียกว่ายังไงล่ะค่ะ ทนที่สุดของเพย์ตั้นแล้วนะ แถมใครจะไปรู้ว่าเซอร์ไพรส์ของนายจะเป็นการลากไอขึ้น Eurolines ข้ามประเทศแบบนี้ 
ก็เงียบไปเลยทีเดียว ฮ่าๆ แต่ทางบ้านเพย์ตั้นขำใหญ่ แสดงความยินดีกับเจมส์กันเป็นแถว ที่สามารถลากเพย์ตั้นขึ้นรถบัสข้ามประเทศได้ คงต้องจดบันทึกวันและเวลาไว้เลย … เยี่ยมมาก

พอไปถึงโรงแรมที่ Lyon แล้วก็สบายหน่อย ได้อาบน้ำร้อนๆ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ stretch โชคดีที่เจมส์ติดต่อกับทางโรงแรมล่วงหน้าว่าเราจะไปถึงเช้า ขอเช็กอินก่อนเวลา ไม่งั้นต้องเตร่ข้างนอกพร้อมสัมภาระจนถึงบ่ายสาม แถมเป็นอย่างนั้นแล้วเพย์ตั้นมีสิทธิ์หนีกลับลอนดอนชัวร์ ฮ่าๆ เหมือนเขาจะรู้ว่าเพย์ตั้นอาจจะองค์ลงเลยล่ะ แต่พอเช็กอินแล้วว่าจะนอน เพย์ตั้นกลับนอนไม่หลับเสียอย่างนั้น เพราะนายคนข้างๆ นอนกรนเหมือน industrial saw สงสัยจะเหนื่อยจัด (ได้ข่าวว่าเหนื่อยทั้งคู่นะ เฮ้อ) เลยหนีไปนั่งดูวิวเมืองเก่าที่ร้านอาหารของโรงแรมแทน ดูไปก็เคืองคนที่กำลังนอนหลับสบายไป แถมมีการตื่นมาบ่นว่าเราทำให้เขาตกใจที่ตื่นมาแล้วไม่เจอ

Sigh. 

นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีอะไรมากมายค่ะ เที่ยวพักผ่อนกันต่อไป พอเข้าปารีสอีกครั้ง เพย์ตั้นก็ลากเจมส์ขึ้นหอคอยที่ Notre Dame ได้อีกหน จนเขาบ่นว่าจะขึ้นทุกครั้งที่มาเชียวหรือ ปากบ่นแต่ก็ยอมขึ้นมาด้วยกันทุกครั้งล่ะนะนาย อิอิ ก็ตามรูปข้างบน สวยจะตาย ดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ สวยพอกันกับบรรยากาศแถว Pont Alexandre III ตอนกลางคืนเลย แต่เพย์ตั้นดันเอา iPod ไปตกน้ำพุที่หน้า Hotel de Ville ตอนที่จะเดินไปอพาร์ตเมนท์ของเพื่อน มันน่าไหมล่ะ ครั้งเดียวที่ไม่ได้ทำประกันท่องเที่ยว ของเสียเลย ยังโชคดีว่าพอมีเพลงในโทรศัพท์อยู่บ้าง 

อ้อ เกือบลืม เป็นการนับถอยหลังปีใหม่อีกปีที่เร้าใจของเพย์ตั้นเลยค่ะ เพราะเบอร์ลินทำพิษ 
จริงๆ นะ เล่นเอาเสียอาเจียนไม่หยุดข้ามปีเลยทีเดียว ถือเป็นการ Welcome 2013 ที่ unique จริงๆ เนอะ คนลูบหลังทั้งสงสารทั้งเอือมระอา บอกว่าไม่มีทางมาเบอร์ลินกับเพย์ตั้นอีกแล้ว สงสัยโดนคำสาป เพราะเพย์ตั้นไปเบอร์ลินทีไร ต้องป่วยทุกที ใครๆ ก็บอกว่าอย่าไปอีกเลยเบอร์ลินเนี่ย ไปทีไรได้ข่าวว่าแทบไม่รอด นั่นสินะ
ไม่รู้ว่าไปทานอะไรมาเหมือนกัน แต่เรื่องอาหารเป็นพิษนี่ไม่อะไรค่ะ มันแย่และน่าเสียดายตรงที่ว่าโรงแรมที่เบอร์ลินเป็นโรงแรมที่เจมส์ตั้งใจจองสำหรับการ countdown โดยเฉพาะ หุหุ 
เขาก็เลยงอนเพย์ตั้นนิดหน่อย เพราะห้อง Suite นั้นเรา เอ่อ เพย์ตั้นใช้แบบคุ้มค่าที่สุด ก็แค่ห้องน้ำ ฮ่าๆ พลุไม่ได้เห็น นาฬิกาไม่ได้ดู เห็นแค่กระเบื้องบนพื้นห้องน้ำและโถชักโครก ได้ยินเสียงนับถอยหลังผ่านจอทีวีก็เท่านั้น เศร้าจริงๆ

แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วก็สนุกมากค่ะ เป็นอีกหนึ่งฮอลิเดย์ที่มีรสชาติมาก ที่สำคัญเลยคือว่าเพย์ตั้นมีโอกาสไปเจอเพื่อนสมัยไฮสกูลที่ไม่ได้เจอจริงๆ จังๆ เลยตั้งแต่เรียนจบ ตอนไปงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนเจมส์ที่ Neuilly-sur-Seine ถือว่าโลกเล็กจริงๆ เลย แล้วพอเจมส์อยากไปฉลองต่อกับหนุ่มๆ เพื่อนๆ เขา เพย์ตั้นก็เลยไปค้างกับเพื่อนตัวเองเสียเลยที่บ้านเธอใน Marnes-la-Coquette  ก็ได้ catch up กันอย่างหนำใจเลยทีเดียว วันต่อมาเจมส์กับเพื่อนๆ ก็มารวมกลุ่มกับเราอีก เลยสนุกเข้าไปใหญ่ 
แต่อะไรก็คงไม่น่าจดจำเท่าเจมส์โดนจีบในบาร์เกย์แห่งหนึ่ง เขาเกือบจะไม่ให้อภัยเพย์ตั้นด้วยซ้ำ คิดแล้วก็ขำ คงต้องเอาไว้เล่าวันหลังแล้วล่ะ 

แต่ตอนเย็นวันกลับ ที่สนามบิน Charles de Gaulle เจมส์เช็กโทรศัพท์แล้วจู่ๆ ก็หันมาประกาศกับเพย์ตั้นว่า ไม่กลับอังกฤษแล้วไปสวิตเซอร์แลนด์แทนดีกว่า
อ่า… 
เพย์ตั้นชะงักไปเลย หน้าตาเขาซีเรียสจริงจังด้วย ไม่ใช่คำถามอีก เขาต้องการไป St. Moritz หรือถามที่พี่ท่านเรียก “Sankt Moritz” เพราะเพื่อนๆ ของเขา (ที่บ้าพอๆ กัน) กลุ่มนักสกี นักสโนว์บอร์ดทั้งหลายที่ท้ากันไปเมื่อปีที่แล้วน่ะค่ะ ก็กำลังอยู่ที่นั่น แถมไม่รอช้าค่ะ หันไปถามมาดามที่เคานท์เตอร์ด้วยภาษาฝรั่งเศส แบบ perfect French เลย คือตั้งใจอ้อนกันสุดๆ ว่ามีตั๋วชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่งของสายการบินอะไรก็ได้ ที่จะไป Zurich หรือ Geneva หลงเหลืออยู่ไหม 
โชคดีของเจมส์แต่โชคร้ายของเพย์ตั้น หล่อนมีค่ะ มีเหลืออยู่พอประมาณเลยด้วย
เพย์ตั้นรีบท้วงทันทีว่าปีที่แล้วก็ไปมาไม่ใช่หรือไง ตอบกลับมาหน้าระรื่นอีกนะว่า "Exactly! It was amazing."
เพย์ตั้นว่า ณ จุดนั้นวิญญาณออกจากร่างเพย์ตั้นไปละ
คือไม่ใช่อะไรค่ะ แต่เพย์ตั้นอยากขึ้นเครื่องบินกลับลอนดอน อยากไปนอนบนเตียง อยากใช้ชีวิตไกลๆ จากกระเป๋าเดินทางสักระยะ  เบื่อเสื้อผ้าในกระเป๋าเต็มทน แต่ที่สำคัญคือ เรามีคอนเสิร์ต Passenger วันพฤหัสฯ ที่ 17 มกราคม ที่ Manchester แล้วเป็นตายร้ายดียังไงเพย์ตั้นก็จะไม่ยอมพลาดเด็ดขาด ส่วนค่ำวันศุกร์นั้นเพย์ตั้นกับครอบครัวจะไปดู La Boheme ที่ Covent Garden กันอีก คุณย่าคงฆ่าเพย์ตั้นแน่ ถ้าพลาด 
ก็เลยไม่ยอมไปกับเจมส์ค่ะ ครั้งนี้ไม่ได้จริงๆ บอกเขาว่าอยากไปก็ไป ไม่ได้ประชดด้วยนะ คือชิลๆ เลย เพย์ตั้นกลับไปลอนดอนก่อนคนเดียวได้ สบายมาก เรื่องตั๋วคอนเสิร์ตก็ไม่มีปัญหา มีอีกหลายคนจ้องจะตะครุบบัตรของเจมส์อยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่ยอม บอกว่าไม่มีทางเด็ดขาด ฮ่าๆ พอดียังมีสติ คิดได้ว่าเที่ยวมามากแล้วก็เลยกลับลอนดอน แทนที่จะไปสวิตเซอร์แลนด์ เอ่อ อันที่จริงเป็นเพราะเพย์ตั้นเตือนเขาไปว่า ก่อนแวะมาหาเพย์ตั้น เขาก็ไปสโนว์บอรด์ ไปสกีที่ Colorado มาสามอาทิตย์เต็มแล้วนะ แต่ก็มิวายเอาโรงแรม Carlton มาล่อเพย์ตั้นอีกแน่ะ ไอ้เราก็ลืมตัว perked up มานิดนึง ก่อนจะนึกได้ เกือบเสียเรื่องแล้วไหมล่ะ ฮ่าๆ
เจมส์ก็ต้องยอมเลยโบกมือลาความฝันว่าจะไปเซนต์ มอริตซ์แล้วนั่งเครื่องบินกลับลอนดอนพร้อมเพย์ตั้นตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก  น่ารักจริงๆ ฮาาาาา


วันที่ไปส่งเจมส์ที่ฮีทโรว์เป็นวันอาทิตย์ แปลกมาก ไม่เคยแยกกันที่สนามบินแล้วเป็นเหมือนคราวนี้ ไม่ได้ร้องไห้นะคะ แต่ก็ไม่ได้ยิ้มแย้มดีใจอะไร  อาจเป็นเพราะปกติเจมส์มักอารมณ์ดี รื่นเริงเสมอที่สนามบิน เพย์ตั้นก็เลยสบายใจไปด้วย แต่คราวนี้เขาซึมมาก เพย์ตั้นก็ใจไม่ดีอยู่แล้ว เลยเกือบหลุดร้องไห้ไปหลายครั้งอยู่เหมือนกัน โชคดีว่ามีแค่เขากับเพย์ตั้นที่มาสนามบิน ถึงจะเศร้าแต่ก็ยังแกล้งบอกอีกว่า “If the damn ticket didn’t cost me 5 grand, I would say screw the damn flight” ไม่กลับมันแล้ว เพย์ตั้นก็อดล้อไม่ได้ว่า เสียดายเงินหรือกลัวที่ทำงานไล่ออกคะ เพราะลาหยุดเสียยาว แถมได้ข่าวว่า weekend หน้าจะแวะไปสโนว์บอร์ดที่ Whistler ไม่ใช่หรือ เขาก็เลยยิ้มแห้งๆ ตอบกลับมา






Create Date : 06 มีนาคม 2556
Last Update : 28 มิถุนายน 2556 20:13:41 น. 0 comments
Counter : 429 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

les-bisou
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




So much to tell you... 

Friends' blogs
[Add les-bisou's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.