World of Health & Knowledge
Group Blog
 
All blogs
 

ลาก่อนนะ...

ผมมักจะบอกทุกคนอย่างหนึ่ง ผมเป็นคนที่โชคดีอย่างที่สุด ที่ผมมีสังคมเพื่อนฝูงที่ดี มีคุณภาพ และเป็นคนเก่งๆ กันหลายอย่าง

ยิ่งการที่ผมประสบอุบัติเหตุหนักครั้งนี้ ผมยิ่งรู้สึกว่าผมโชคดี อุบัติเหตุขนาดนี้ ไม่สมควรเรียกว่าโชคร้ายหรอกครับ เพราะมันคือการโชคดีอย่างที่สุด ที่ผมยังมีโอกาสมานั่งพิมพ์ตรงนี้ได้

สังคมหนึ่งที่ผมใช้ชีวิตอยู่ ก็คือสังคมออนไลน์ ของเวบพันทิป โดยเฉพาะในห้องเฮฮาหว้ากอ ซึ่งเป็นคลับย่อยๆ ของคนที่อพยพมาจากห้องอื่นกัน ในสังคมที่เฮฮามีความสุข ในปลายปี 52 นี้ กลับกลายเป็นที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องเศร้า

ตั้งแต่ผมประสบอุบัติ ไม่กี่วัน อาจารย์เต้ย Digital-Crash หรือที่เรียกกันว่าอาจารย์เดี้ยง ก็ประสบอุบัติเหตุที่หนักพอกัน

แต่มันไม่หนักหนาเท่ากับการที่เพื่อนของพวกเราคนนึงต้องจากไป

พราว Queen of Convenience ฉายา อำแดงจืด เพื่อนเก่าคนหนึ่ง ซึ่งเดินทางใช้ชีวิตอยู่ ณ แดนไกล ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อวันพุธที่ 16 ที่ผ่านมา ที่ปารีส ดินแดนที่พราวใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ด้วยตัวเอง

พราวเป็นผู้หญิงที่สู้ชีวิตและอดทนคนหนึ่ง เป็นคนที่ผมชื่นชมถึงความกล้า แม้จะไม่สนิทกันมากนัก แต่เราในฐานะห้องเฮฮา ก็พูดคุยกันหลายๆ อย่าง

เรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่ทุกคนจำได้ก็คือพราวเลี้ยงงู แล้วโดนงูฉกหัว --'

วันนี้พราวได้กลับบ้านแล้ว แม้จะกลับมาแค่อัฐิเท่านั้น แต่พราวก็ไม่ต้องดิ้นรนอีกต่อไป

นาทีที่ผมรู้เรื่องพราว ผมร้องไห้ให้กับสองเรื่อง คือการจากไปของเพื่อนคนหนึ่ง และความโชคดีของตัวเอง...

ตอนนี้ผมยิ่งคิดว่าตัวเองโชคดีมากแค่ไหน ไม่มีอะไรจะโชคดีกว่านี้
และอย่างหนึ่งที่ได้เรียนรู้ก็คือ ชีวิตนั้น ไม่เที่ยงจริงๆ

และสำหรับพราว
ลาก่อนนะ นอนพักผ่อนให้เต็มที่อยู่ที่บ้านของพวกเรา บ้านที่พราวจากไปนาน




 

Create Date : 21 ธันวาคม 2552    
Last Update : 21 ธันวาคม 2552 12:36:06 น.
Counter : 1504 Pageviews.  

ซวยซ้ำซวยซ้อน สองวันติด

ไม่รู้เป็นอะไร ทำไมซวยซ้ำซวยซ้อนสองวันอย่างนี้

วันเสาร์ที่ผ่านมา (6 ตุลาคม 2550) ขับรถไปนครปฐม น้ำมันดูเหมือนจะหมด กระตุกๆ จะดับตั้งแต่ที่แยกรพ. มิชชัน นึกว่าจะไปไม่ถึง เลยดับเครื่องแล้วสตาร์ทใหม่ อ่ะ รถติด ไปได้ จนถึงทางขึ้นสะพานพระราม 8 เลยไปเติมน้ำมัน Gasohol 95 ด้วยความลืมตัว ว่าเอารถโบราณมาใช้ เครื่องเป็นคาบูเรเตอร์ ไม่ใช่หัวฉีด แต่กว่าจะรู้ตัวก็ปาเข้าไป 500 บาท เกือบครึ่งถัง อ่ะ ลองขับดู ก็กระตุกๆ ไปตลอดทางสะพานพระรามแปด

เอาหละสิ ทำไงดีหละ ดับๆ ติดๆ ไปตลอด จนถึงใกล้ๆ ทางแยกขึ้นสะพานยกระดับ ถึงรอด แต่พอไปจนถึงศาลายา เริ่มออกอาการอีก

เลยตัดสินใจเลี้ยวเข้าศาลายา กะว่าจะขับทะลุไปถึงนครชัยศรี จะได้ออกนครปฐมง่ายๆ แต่ในที่สุด มันก็ดับสนิท

จอดไว้สักพัก ดูน้ำมันเครื่องดูน้ำ ก็สมบูรณ์ดี แต่สตาร์ทได้นิดนึงก็ดับ เลยลองเปลี่ยนเป็นแก๊ส แต่ก็วิ่งแทบไม่ออก

ค่อยๆ กระดึ๊บๆ ไป จนถึงปั๊มปตท. กะว่าจะเติม Super 95 ก็ดันไม่มี เอาวะ เป็นไงเป็นกัน 91 ก็ได้ ยังดีกว่า Gasohol

เติมไปอีกสองร้อย ก็ยังไปต่อไม่ได้ เลยใช้ Gas วิ่งไป แต่.....มัีนดันเหลือแค่ 10% หรือน้อยกว่า

ซวยไม่จบ เลยหาทางไปเติมปั๊มแก๊ส เติมไปสามร้อย แล้วกลับบ้านเลยแล้วกันไม่ไปไหนแม่มแระ แง่มมมม

ดันหลงทาง หาทางออกไม่ได้ จะเอาของไปให้เพื่อนก็ไม่ได้ไป โว้ยยยยยยย อยากตาย

แต่ยังครับ มันยังไม่จบ หลงอยู่นานมาก จนออกมาได้ รถก็คลานมาได้ 30-40 ตลอดทางด้วยแก๊สที่เติมไป

จนกระทั่งเข้าเขตกทม. รถเริ่มติด ต้องใช้คลัชมากๆ ความซวยจึงมาเยือนอีกรอบ
พอถึงหน้าลานพระบรมรูปทรงมา หน้าองค์ร. 5 เลย จะเข้าเกียร์ แต่เข้าไม่ได้ แล้วก็มีเสียงดังลั่น....เกียร์หลุดครับ

คันแรกของไฟแดง อายก็อาย แต่ทำไรไม่ได้ เลยโทร 191 มีพี่ตำรวจจากสน. ดุสิตมา แล้วก็ช่วยเข็นรถ กับพี่แท็กซี่ วิ่งลงมาช่วยเข็นแอบไป แล้วพี่ตำรวจก็บอกว่า ให้เรียกรถไป มีอู่อยู่แถวถนนสุโขทัย

แต่หันซ้ายหันขวา พี่เค้าก็บอกว่า เดี๋ยวผมไปส่งดีกว่า เดี๋ยวมีขบวนเสด็จ จะไม่ทัน ว้าวววว ได้นั่งมอไซค์ตำรวจ เท่ๆๆๆ

พอถึงอู่ พี่เค้าเรียกช่างให้ แล้วก็บอกว่า ผมกลับก่อนนะครับ โดยที่ผมไม่ได้ถามไถ่อะไรไว้เลย

อยากขอบคุณพี่ตำรวจและพี่แท็กซี่ใจดีไว้ตรงนี้ด้วยครับ คนดีมีอยู่ทุกที่

พอช่างซ่อมเสร็จ ก็ให้เงินไป สรุปวันนั้นเสียเงินค่าซ่อมไป 200 ค่าแท็กซี่ขามา 40 ขากลับให้เงินช่างกลับเอง 60

เสียไป 1,300 บาทโดยที่ไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง

เซ็งว้อย



แต่ความซวยไม่ได้มีเพียง 1 วัน

วันอาทิตย์ ผมกำลังนั่งๆ ทำงานอยู่ ด้วยความที่ notebook มันครางมาหลายวันแล้ว ก็คิดๆ อยู่ว่าเสียงอะไร แต่ก็รู้ตอนคืนวันเสาร์ว่ามันคือเสียงพัดลม แต่มันเงียบไปก็นึกว่าปลอดภัยดี ที่ไหนได้

พัดลม Notebook ที่เป่า CPU มันดับครับ

ความสยองจึงเกิดขึ้น ในวันอาทิตย์ เพราะอยู่บ้านผมใช้พัดลมเป่าช่วยกะแอร์ ไงๆ มันก็เย็นจัด พอที่จะไม่ให้พัดลม notebook ต้องทำงานหนัก

แต่ที่ร้าน มีแค่แอร์ พัดลมไม่มี ผลคือ Notebook มันร้อนจัด จน Overheat และดับครับ

ซวยสุดๆ เลยรีบเหยียบรถไปฟอร์จูน เพื่อซื้อ แผ่นรอง แต่ความซวยก็ยังไม่จบ เพราะผมรีบ เลยซื้อมาในราคา 650 แต่ขากลับเดินหาทางออก วนไปเจออีกร้าน...

390 ครับ

สรุป สองวันเสียเงินที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ไป 1,300 กับ 260 เป็น 1,560 บาท ที่ไม่ได้อะไรเลย

เหมือนทำเงินหายซะงั้น

เฮ้อ!!!!




 

Create Date : 08 ตุลาคม 2550    
Last Update : 8 ตุลาคม 2550 9:27:50 น.
Counter : 919 Pageviews.  

เป็นหมาข้างถนน ดีกว่าเป็นหมากลางถนน

วันนั้น ผมรีบๆ ขับรถไปส่งน้องที่วิทยาลัย ไปทางมอเตอร์เวย์ ผ่านไปได้สักครึ่งทาง ก็เห็นหมาน้อยนอนอยู่กลางถนน ถูกรถชนตาย ด้วยความสงสัย ว่าทำไมถึงเกิดได้ เพราะปรกติบนนี้จะไม่มีหมา แต่ไม่สำคัญเท่ากับว่ามีอีกกตัวติดอยู่ที่เกาะกลาง และข้ามถนนไม่ได้ เพราะรถวิ่งเร็วมา

ร้อนก็ร้อน น้ำก็ไม่มี ไปไหนไม่ได้ นี่แหละ

ทั้สองตัว นับเป็นหมากลางถนนของจริง ที่ไม่สามารถหลีกหนีออกไปได้เลย

ก็เหมือนกับชีวิตคนเรา หากติดอยู่กลางถนน ครึ่งหนึ่งของจุดหมาย ก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้อีก ยกเว้นเสียแต่ว่า เราจะหาทางออกมาข้างถนน แม้มันจะลำบาก ไม่มีความสุขเหมือนหมาเลี้ยง

แต่ก็เป็นทางที่เราต้องไป และเราต้องทำมันให้ดีที่สุด

ในที่สุดแล้ว ถ้าต้องเลือก ผมขอเป็นหมาข้างถนนดีกว่าเป็นหมากลางถนน ที่น่าสงสาร

หวังว่าหมาน้อยอีกตัวคงจะปลอดภัยนะครับ




 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 8 กรกฎาคม 2550 16:33:46 น.
Counter : 960 Pageviews.  

เทศกาลรักช้ำ หรือเทศกาลแห่งความเปลี่ยนแปลง

แก...ชั้นทำไงดีวะ ชั้นเลิกกับเค้าแล้ว


สองสามวันนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้นะครับ มีแต่คนโทรมาร้องห่มร้องไห้ เลิกกับแฟน ทะเลาะกับกิ๊ก สารพัด น่าแปลกที่หลายๆ เรื่องมาพร้อมๆ กันในช่วงนี้ ทั้งๆ ที่ผมไม่คิดว่าจะเป็น

เช่นเพื่อนที่ไม่เคยคิดจะทำธุรกิจ กลัวไปซะหมด อยู่ดีๆ มาคุยกับผม ว่าอยากเซ้งร้านยา...

เป็นไปได้ไงเนี่ย

หลายๆ เรื่องเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ ไม่รู้ชีวิตผมจะเปลี่ยนไปด้วยหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ

โทรมาดึกซะ....กูง่วงนะโว้ยยยยยยยยย

เอาครับ เพื่อเพื่อน กอล์ฟทำได้เสมอ เมื่อคืนวาน (คืนวันที่ 19/3/50 เข้าตอนเช้า 20/3/50) นอนตอนตี 4 กว่า ร้านไม่ต้องเปิดพอดี

เดือนมีนาต่อเมษา เป็นช่วงที่เริ่มต้นปีใหม่ตามปฏิทินดวงดาว ถ้าใครเชื่อโหราศาสตร์ ก็ไม่ต้องแปลกใจครับ ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงเยอะแยะในช่วงนี้

ระวังๆ ตัวกันหน่อยก็ดีครับ เผื่อใจกับความเปลี่ยนแปลงไว้เสมอ




 

Create Date : 21 มีนาคม 2550    
Last Update : 21 มีนาคม 2550 1:09:15 น.
Counter : 785 Pageviews.  

เมื่อเภสัชป่วย Version กินไม่ได้นอนไม่หลับ

"พี่กอล์ฟคะ จริงไหมที่เขาบอกกันว่า เวลาเภสัชไม่สบาย จะไม่ยอมไปหาหมอ"

คำถามจากรุ่นน้องผมเมื่อไม่นานมานี้ ทำผมคิดหนัก....

เออ จริงว่ะ

แล้วทำไมผมไม่ไปหาหมอหละ???

ครับ....ตอนนี้ผมป่วย



จากคนที่กินข้าววันละ 3 มื้อแถมมื้อพิเศษได้ตลอด กลายมากินข้าววันละมื้อ แถมกินไม่ค่อยจะหมดด้วย

เศร้าจิตจริงๆ

คิดดูนะครัีบ วันๆ นึง กินข้าวจานนึงก็ใช้เวลาไปสองชั่วโมง จะกลืนก็ไม่ค่อยลง ฝืนๆ กินไปตามหน้าที่.....

ทั้งๆ ที่ท้องก็ยังเสียด้วย แต่ก็กินไม่ได้อยู่ดี

สงสัยจะเกี่ยวกับยอดขายที่ร้น

หลายคนคงสงสัย เวลาเภสัชไม่สบายเนี่ย ไปหาหมอกันรึเปล่า...

นั่นสิ ผมก็อยากรู้ แต่ผมคนหนึ่งหละ ที่ไม่ไปแน่ๆ ถ้าไม่จำเป็น

ก็เรารู้ตัวนี่ครับ ว่าเป็นถึงขนาดไหน
อะไรที่ยังใช้ "เภสัชบำบัด" ได้ ก็ใช้ไป

พูดง่ายๆ คือถ้ากินยาได้อยู่ก็ไม่ไปหาหมอให้เสียตังเล่นหรอก เสียเวลาีอีกตะหาก

ไม่ใช่ว่าเภสัชเก่งกว่าหมอ หรือเราว่าหมอไม่มีความสามารถ แต่เราจ่ายยาเอง ก็ได้เท่ากะหมอจ่าย แล้วจะไปทำไมฟะ.....



ตอนนี้จะกินอะไรก็กินตามหน้าที่ เศร้านะครับ รู้สึกเหมือนไม่มีชีวิตเลย เพราะไม่ได้เจอรสชาติอะไรที่มีความสุข

สิ่งที่ต่อชีวิตตอนนี้มีแค่ "ไอติม" จากร้านดังในนครปฐมครับ IceBerg

กินได้ทีละครึ่งโล ทั้งๆ ที่กินข้าวคำเดียวก็ไม่ไหวแล้ว

เอาน่า.....ดีกว่ากินอะไรไม่ได้เลย เนาะ

ไม่แค่เรื่องกิน แต่เรื่องนอนตอนนี้ก็แย่

เล่นนอนเช้าเกือบทุกวัน รับรองว่าร้านยาผมเป็นร้านยาที่ขายดึกที่สุดแน่ครับ

วันนู้นปิดตีสี่กว่า อีกวันปิดตีสาม

ไม่รู้เป็นไรนอนไม่ค่อยหลัีบ เลยต้องนั่งดูหนังตอบกระทู้ไปตามเรื่อง

เห็นผมอยู่ทุกกระทู้ในสวนลุมก็ไม่ต้องแปลกใจครับ

เพราะเหตุนี้นี่เอง




 

Create Date : 28 กันยายน 2549    
Last Update : 28 กันยายน 2549 17:31:05 น.
Counter : 1035 Pageviews.  

1  2  

Epinephrine
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เมื่อไหร่ที่สุขภาพ วิชาการ และธุรกิจจะไปด้วยกันได้ดีซะที




Friends' blogs
[Add Epinephrine's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.