Group Blog
 
All blogs
 

ความสุขไม่มีสูตรสำเร็จ

ใครคิดว่า เมื่อเราแสวงหาความสุขแล้วมันจะมาได้ ยกมือขึ้น

ในชีวิตประจำวันนี้ หรือไม่ประจำวันก็ตาม เราทุกคนล้วนต้องการความสุข ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยจะจับต้องมันได้สักที ว่ามันคืออะไร และบ่อยครั้งที่หลายคนขาดสุข ก็เนื่องจากว่ายังไม่รู้เลยว่าสุขคืออะไร

ความสุขเป็นสิ่งที่แปลก เพราะเป็นสิ่งที่ยิ่งแสวงหาก็ยิ่งขาด
เมื่อมีความต้องการ ความต้องการนั้นก็กลายเป็นส่วนที่ทำให้ขาดความสุขไป

ความสุขเกิดจากการทำงาน งานคือหน้าที่ หน้าที่ที่ทำให้ใจเบิกบานถือเป็นงาน ถ้าภาษาอังกฤษก็เรียกว่า career
ลองมาสัมผัสความสุขในชีวิตประจำวันกันได้ง่าย ๆ ด้วยการไม่แสวงหาความสุข และเข้าใจถึงการทำงาน อยู่กับขณะการทำงานอย่างเต็มที่ เมื่อใดที่ใจอยู่กับการทำงานหรือขณะแห่งการกระทำใด ๆ อย่างเต็มอิ่มแล้ว เมื่อนั้นเราก็จะได้สัมผัสความสุขกันได้อย่างเต็มที่




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2548 23:11:56 น.
Counter : 398 Pageviews.  

จิตวิทยาที่เข้าใจกันในนักบริหาร กับจิตวิทยา

วงการบริหารกำลังสับสนกับเรื่องราวทางจิตวิทยา ในหลาย ๆ หลักสูตรการเรียนการสอนใช้คนผิดประเภทในการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางจิตวิทยา

บางคนเข้าใจผิดไปว่า จิตวิทยาเป็นศาสตร์ที่จะทำให้ครอบครองจิตใจคนได้ ซึ่งถือเป็นการโยงจิตวิทยาเข้าไปในทำนองเรื่องที่น่ากลัว เช่น หากบอกว่า คนนี้มีจิตวิทยาดี ในวงการบริหารอาจเข้าใจกันไปว่า คนนี้สามารถครอบครองจิตใจคนได้

แนวคิดที่ว่าด้วยการเข้าใจจิตวิทยาเช่นนี้ได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานเขียนในเรื่องการขาย หรือเขียนเพื่อการขายและการพัฒนาตนเองในเชิงวัตถุ และสุขนิยมของนักคิดอย่างเช่น เดวิด ชวาร์ซ ไบรอัน เทรซี่ นโปเลียน ฮิลล์ ฯลฯ แนวคิดดังกล่าวได้รับความนิยมในการจัดการบริหารทั้งในองค์กรของไทยและเทศเป็นอย่างมาก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการที่หนังสือของนักเขียนดังกล่าวติดอันดับขายดี มีการอิงแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้ในการบริหารองค์กรในไทยและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามจิตวิทยาของนักบริหารนั้นถือว่าอยู่ในกรอบของพฤติกรรมนิยมเสียมากกว่า แม้จะมีบางส่วนที่เป็นหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาตนเองที่แตะในเรื่องมิติทางจิตใจ ดังเช่นหนังสือของ โควี่ย์ เรื่อง 7 อุปนิสัยฯ อย่างไรก็ตาม นักเขียนดังกล่าวไม่ได้ถือว่าเป็นนักจิตวิทยา หรือแม้แต่ สตีเฟ่น รอบบิ้นส์ ที่สร้างผลผลิตให้แก่บุคคลมากมายโดยอิงเอาหลักของ Neurolinguistics Programme มาใช้ในการพัฒนามนุษย์ ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นนักจิตวิทยาในแง่ที่เป็นทางการ

จิตวิทยาต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้น ถือเป็นแนวคิดที่ช่วยพัฒนามนุษย์ได้อย่างไม่เต็มธรรมชาติที่มนุษย์จะสามารถพัฒนาได้เท่าไหร่นัก การพัฒนาเรื่อง ความคิดใหญ่ การคิดบวก ความเครียด หรือการโปรแกรมสมอง ล้วนเป็นการแก้ที่ไม่พันมิติทางด้านการคิด และทางร่างกายเท่านั้น หลักต่าง ๆที่กล่าวมาไม่สามารถแก้ปัญหาในใจคนอย่างลงรากลึกไปได้เลย
ทุกวันนี้คนต้องการจิตวิทยากันมาก หากแต่คนไม่รู้จักจิตวิทยาที่ช่วยชีวิตคนได้อย่างแท้จริง ในหมวดนี้ของ blog จะพยายามเสนอความรู้ทางจิตวิทยาในฐานะนักจิตวิทยาคนหนึ่ง เป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันความรู้บนถนนแห่งความเติบโตทางใจที่ผมเองได้สัมผัส




 

Create Date : 27 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2548 23:10:22 น.
Counter : 604 Pageviews.  

ผูกเสี่ยว : วัฒนธรรมแห่งความรัก

มนุษย์ไม่สามารถอยู่บนโลกอย่างโดดเดี่ยวตามลำพังได้ อย่างน้อยที่สุดเมื่อเป็นทารกมนุษย์ย่อมต้องการผู้ที่เลี้ยงดูให้มีชีวิตรอดต่อไปได้ แม้กระทั่งเข้าโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ทุกชีวิตรอบตัวเรา สิ่งต่าง ๆ รอบตัวก็มีความเกี่ยวข้อง บ้านที่เราอยู่คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามี อิฐ หิน ปูน ทราย แรงงาน คนงาน ผู้คุมการก่อสร้าง คนขาย พ่อแม่ของแรงงานเหล่านั้น ป่าไม้ ดิน ดวงอาทิตย์ โลก น้ำ พ่อแม่ของเราเอง บรรพบุรุษของเรา กษัตริย์ไทย ชาวต่างชาติ ฯลฯ

หากเปรียบชีวิตเป็นเช่นต้นมะม่วงต้นใหญ่ที่มีอายุหลายล้านปี เราก็เปรียบเสมือนผลของต้นมะม่วงผลเล็ก ๆ ซึ่งต้นมะม่วงนี้ย่อมเกิดจากผลมะม่วงผลก่อน เรียกได้ว่า มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันอย่างเป็นข่ายโยงใย ไม่จำเพาะแต่เพียงตัวเราเองกับครอบครัวเรา หรือจำกัดความเกี่ยวเนื่องอยู่แต่เพียงตนเองเท่านั้น ในความเข้าใจในเรื่องแห่งความเกี่ยวเนื่องเกื้อกูลกันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์เช่นนี้ ได้มีบรรพบุรุษชาวไทยอีสานได้ริเริ่มให้มีพิธีผูกเสี่ยวขึ้น

พิธีผูกเสี่ยวเป็นผลแห่งภูมิปัญญาตะวันออกที่มองเห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ กับมนุษย์ ในอันที่จะส่งเสริมและก่อให้เกิดความรักระหว่างมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งฐานนี้อยู่บนการมองเห็นความเชื่อมโยงกันของสรรพชีวิตของคนโบราณที่ส่งเสริมให้เกิดพิธีผูกเสี่ยว การมองอย่างเชื่อมโยงว่าสรรพชีวิตมีความเกื้อกูลกันนี้เป็นภูมิปัญญาที่ทำให้มนุษย์รู้จักนอบน้อมต่อโลก ต่อธรรมชาติ และต่อสิ่งรอบตัว ด้วยความเข้าใจว่า ทุกชีวิตมีส่วนก่อให้เกิดชีวิตเราขึ้นมา ทุกชีวิตมีหน้าที่ของตน การผูกเสี่ยวซึ่งเป็นพิธีกรรมของชาวอีสานได้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน เป็นตัวแทนแห่งการแสดงความเข้าใจความเป็นเหตุ-ปัจจัยของกันและกันของมนุษย์ ที่จะนำพาคนที่ไม่ใช่ญาติกัน มาเกี่ยวดองกันให้มีความสัมพันธ์ดังญาติ เมื่อญาติพี่น้องของเสี่ยวทั้งสองลงความเห็นว่า คู่เสี่ยวซึ่งหมายความว่า เป็นเพื่อนแท้ เพื่อนสนิท เพื่อนตายกัน นั้นมีลักษณะนิสัยคล้ายคลึงกัน หน้าตารูปร่างคล้ายคลึงกัน และมีความยินดีจะเป็นเสียวกัน ก็ให้จัดพิธีผูกเสี่ยวขึ้น เพื่อให้ทั้งสองเป็น “เสี่ยว” กัน ส่งเสริมให้มิตรภาพของทั้งสองแนบแน่นขึ้น

แม้ว่าปัจจุบัน พิธีผูกเสี่ยวอาจจะไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และอาจจะถูกนำมาใช้ส่งเสริมในเชิงธุรกิจ แต่สาระแห่งพิธีกรรมผูกเสี่ยวนั้นยังคงแฝงไว้ด้วยภูมิปัญญาอันงดงามแห่งชาวไทย อีสาน วิธีการผูกเสี่ยวของชาวไทยอีสานไม่มีแบบตายตัว อาจจะเริ่มต้นจากวิธีง่ายที่สุด คือเมื่อเพื่อนทั้งสองมีความตั้งใจจริงต่อกัน มีความถูกอกถูกใจกัน หรือมีจิตใจตรงกันทั้งสองฝ่ายเพื่อนทั้งสองสามารถทำความตกลงกันด้วยวาจาหรือแสดงออกถึงเจตนาที่จะเป็นเสี่ยวกันได้ พิธีกรรมในการผูกเสี่ยวอาจจะจัดให้มีขึ้นในหลายรูปแบบ เช่น ให้มีฝ้ายผูกแขนคนทั้งสอง มือถือข้าวปั้น ไข่หน่วย กล้วยลูกแล้วแบ่งกันกิน หรืออาจจัดให้มีพิธีสู่ขวัญ กล่าวคำสาบาน หรือรับประทานอาหารเป็นการแสดงความยินดีด้วยก็ได้

สัมพันธภาพที่เกิดจากการเป็นเสี่ยวนั้น เป็นสัมพันธภาพที่งดงามและยั่งยืน ในบางจังหวะแห่งชีวิตที่คู่เสี่ยวคนหนึ่งอาจประสบปัญหา หรือมีความทุกข์ “เสี่ยว” ซึ่งถือเป็นกัลยาณมิตรมีส่วนช่วยมิตรให้หลุดออกจากความทุกข์นั้น หรือช่วยให้คลายทุกข์ในขณะนั้น ๆ ไปได้ ในยามสะดวกสบายก็เกื้อกูลกัน ถือเป็นภาพแห่งมิตรภาพที่งดงามซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจโลกและชีวิตของชาวไทยอีสานโบราณ ซึ่งความเข้าใจโลกและชีวิตนี้เป็นพื้นฐานแห่งวิชาจิตวิทยารวมไปถึงศาสตร์และศิลป์ต่าง ๆ ในโลก รวมทั้งยังเป็นหลักพื้นฐานแห่งนักจิตวิทยาที่จะช่วยนำพาผู้ที่ต้องการการเยียวยาทางใจ ให้ได้รับการเยียวยาให้เกิดการเจริญงอกงามทางจิตใจของแต่ละบุคคล


-----------------------------------------------------------
บทความนี้นำเสนอในงานจุฬาวิชาการ
23-27 พ.ย.48




 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2548 23:13:03 น.
Counter : 455 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

Valentine's Month


 
KruBomb Thatti
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]





Enlightened Blog แบ่งปันพื้นที่ เพื่อความตื่น ตระหนักรู้ และเบิกบาน
Friends' blogs
[Add KruBomb Thatti's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.