Echo21's MF Lense Choice : 9. Olympus Zuiko OM 55mm F1.2

Echo21's MF Lense Choice

อยากจะออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าเลนส์ MF หรือเลนส์มือหมุนหลายๆตัวที่ผมเลือกมานี้ จะเป็นเลนส์ที่ผมเลือกที่จะใช้และชื่นชอบโดยส่วนตัวนะครับ เป็นเลนส์ที่ซื้อหามาใช้และครอบครองจริงๆ แต่ยังมีเลนส์มือหมุนอีกมากมายครับที่ผมยังไม่เคยได้ลองใช้ และมีเลนส์หลายตัวที่ดีกว่าเลนส์ที่ผมเลือกด้วยซ้ำครับ และก็ยังมีเลนส์อีกมากที่ผมชื่นชอบแต่ยังไม่มีปัญญาที่จะหามาครอบครองได้ในตอนนี้เพราะว่า เลนส์แต่ละตัวนอกจากจะมีเงินแล้วยังต้องมีโชคและโอกาสอำนวยให้ถึงจะได้ครอบครองครับ ดังนั้น ณ เวลาที่ผมเขียนเรื่องนี้ เลนส์แต่ละตัวที่ผมเลือกมาเป็นเลนส์ที่ผมชื่นชอบและเลือกมาเพื่อเล่าให้ฟังครับ


9. Olympus Zuiko OM 55mm F1.2



ในบรรดาเลนส์ Normal (ช่วง 50-55-58mm)ซึ่งถือว่าเป็นเลนส์ช่วงที่ฮิตเพราะถือว่ามีมุมมองที่ใกล้เคียงกับสายตามนุษย์ ถูกผลิตออกมาด้วยความสว่างหลายช่วง มีทั้ง f/2.8 f/1.9 f/1.8 f/1.7 f/1.6 f/1.4 และที่สว่างมาก เช่น f/1.2 f/1.1 f/1 เป็นต้น เลนส์ที่สว่างมากที่พอจะจับต้องได้และเป็นที่นิยมเห็นจะได้แก่เลนส์ที่มีความสว่าง f/1.2 ครับ



ส่วนเลนส์ Normal ที่สว่าง f/1.2 ที่ผมเลือกมาตัวแรกนี้คือ Olympus Zuiko OM 55/1.2 ครับ ซึ่งถือว่าเป็นเลนส์สว่าง f/1.2 ตัวแรกของ Olympus และเลนส์ตัวที่ผมได้มามีสภาพใหม่มากเหมือนไม่ค่อยได้ใช้และมีเลข Serial Number ลำดับต้นๆของ Series เลยทีเดียวครับ



เลนส์ตัวนี้ผมหาประวัติมายืนยันไม่ได้ว่าเริ่มต้นผลิตครั้งแรกปีอะไร แต่ก็พอประมาณได้ว่าน่าจะเป็นปี 1974 ซึ่งในสมัยนั้นเลนส์ยังเป็น Single Coated อยู่เลยครับ ซึ่ง Coated จะมีสีเหลืองทองอำพันสวยงามมากครับ



เลนส์ตัวนี้อาจมีหลายท่านที่อาจจะไม่ชอบเนื่องจากเป็นเลนส์ที่มีชิ้นแก้วที่เคลือบด้วย Torlium ซึ่งเป็นสาร Radioactive แต่หลายท่านก็ยืนยันว่าไม่มีอันตราย แต่เมื่อเวลานานขึ้นชิ้นเลนส์ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง อาจจะไม่มีผลกับฟิล์มขาว-ดำ แต่อาจจะมีผลกับฟิล์มสีโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฟิล์มสไลด์ครับ (ทำให้ภาพออกจะอมสีเหลือง)


ส่วนถ้าใช้กับกล้อง Digital สมัยปัจจุบันผมคิดว่ากล้องมันคงจะฉลาดพอที่จะปรับแก้ไขให้อัตโนมัติหรือผู้ถ่ายสามารถปรับแก้เองภายหลังได้ครับ



ว่าด้วยคุณลักษณะของเลนส์ตัวนี้ครับ
- 7 elements in 6 groups
- 55mm filters
- f/1.2 - f/16
- Dimension : 47mm Lenght x 65mm Max Diameter
- weight : 310g.
- Minimum Focus Distance 0.45m.



ว่าถึงประสิทธิภาพของเลนส์ตัวนี้ครับ ถ้าเทียบกับบรรดาเลนส์ Normal ที่สว่างกว่า f/1.2 ด้วยกันแล้ว เลนส์ตัวนี้อาจจะอยู่ปลายแถวครับ สู้อะไรในหลายๆด้านไม่ได้ครับ ความคมที่ f/1.2 แค่พอใช้ซึ่งน่าจะเหมือนกับเลนส์ Normal ไวแสง f/1.2 ตัวอื่นๆครับ แต่จะดีขึ้นเมื่อหรี่รูรับแสงลงอีกนิดครับ ส่วนความฟุ้งที่ f/1.2 ก็จะฟุ้งมากซึ่งก็น่าจะเหมือนกับเลนส์ f/1.2 ตัวอื่นๆครับ แต่จะดีขึ้นเมื่อหรี่รูรับแสงลงครับ



อ้าวแล้วเลนส์ตัวนี้มีดีอะไรล่ะ เลนส์ตัวนี้มีดีอย่างคือโบเก้นุ่มนวลและเป็นเอกลักษณ์ของตนเองคือมีโบเก้เป็นรูป"เกล็ดปลา"ครับ ถ้าเห็นภาพที่มีโบเก้ลักษณะนี้ก็อาจจะเดาได้เลยว่าน่าจะเป็นภาพที่ถ่ายด้วยเลนส์ตัวนี้ครับ



กล่าวโดยรวมๆครับว่าเลนส์ตัวนี้โดยรวมแล้วจะสู้เลนส์ Normal f/1.2 ตัวอื่นๆไม่ได้ทั้งทางด้านความคม contrast Flare แต่จะมีดีที่โบเก้สวยเป็นเอกลักษณ์ และถ่ายภาพขาว-ดำได้สวย Classic ส่วนเหตุผลที่ทำไมผมถึงซื้อเลนส์ตัวนี้นะหรือครับ คงตอบได้เพราะว่าผมเป็นสาวกของ "OM United" ครับ



ทางเลือกอื่น (ในใจผม) : ถ้าเป็นเลนส์ Normal f/1.2 แล้ว ถ้าผมจะเลือกเอาตัวที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าตัวนี้ทั้งทางด้านความคม contrast flare แล้วละก็ ผมมีอยู่ 2 ตัวในใจที่ผมเลือกครับคือ
1. Olympus Zuiko OM 50mm f/1.2 ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงของเลนส์ตัวนี้ ออกแบบการวางชิ้นเลนส์คล้ายกันแต่มีขนาดที่เล็กลง และใช้การเคลือบชิ้นเลนส์แบบ Multi-coated ครับ
2. Pentax-A 50mm f/1.2 เล็กพริกขี้หนูของค่าย Asahi Pentax ครับ ซึ่งผมว่าเป็นตัวที่สุดยอดไม่เป็นรองใครเลยครับ



หวังว่าคงได้สาระไปบ้างนะครับ ขอบคุณที่ติดตามชมครับ




Create Date : 16 กันยายน 2556
Last Update : 30 มีนาคม 2558 8:29:44 น.
Counter : 2072 Pageviews.

1 comment
Echo21's MF Lense Choice : 8. Vivitar 100mm F2.8 Macro (by Kiron)
Echo21's MF Lense Choice

อยากจะออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าเลนส์ MF หรือเลนส์มือหมุนหลายๆตัวที่ผมเลือกมานี้ จะเป็นเลนส์ที่ผมเลือกที่จะใช้และชื่นชอบโดยส่วนตัวนะครับ เป็นเลนส์ที่ซื้อหามาใช้และครอบครองจริงๆ แต่ยังมีเลนส์มือหมุนอีกมากมายครับที่ผมยังไม่เคยได้ลองใช้ และมีเลนส์หลายตัวที่ดีกว่าเลนส์ที่ผมเลือกด้วยซ้ำครับ และก็ยังมีเลนส์อีกมากที่ผมชื่นชอบแต่ยังไม่มีปัญญาที่จะหามาครอบครองได้ในตอนนี้เพราะว่า เลนส์แต่ละตัวนอกจากจะมีเงินแล้วยังต้องมีโชคและโอกาสอำนวยให้ถึงจะได้ครอบครองครับ ดังนั้น ณ เวลาที่ผมเขียนเรื่องนี้ เลนส์แต่ละตัวที่ผมเลือกมาเป็นเลนส์ที่ผมชื่นชอบและเลือกมาเพื่อเล่าให้ฟังครับ

8. Vivitar 100mm F2.8 Macro (by Kiron)

แนะนำเลนส์ Portrait มาหลายตัว มาถึงเลนส์มาโครกันบ้างครับ เมื่อพูดถึงเลนส์มาโคร โดยปรกติแล้วเลนส์มาโครของผู้ผลิตกล้องรายใหญ่แต่ละรายนั้นก็ดีกันทั้งนั้นครับ แต่ราคาก็มักจะแพงเสมอ ยิ่งระยะช่วง 90-100-105mm. ละก็ จะแพงกว่าช่วง 50mm. อยู่เยอะพอสมควรครับ



ส่วนเลนส์มาโครจากผู้ผลิตอิสระอื่นๆ ที่ดีนั้นก็มีครับ ตัวที่ผมสนใจมีอยู่หลายตัว แต่ตัวที่มีโอกาสหามาได้ก่อนก็คือ Vivitar 100mm. F2.8 Macro ตัวนี้ครับ



เลนส์ตัวนี้แปะขายในยี่ห้อ VIvitar ก็จริงอยู่ แต่เลนส์ในยี่ห้อนี้ใช้ผู้ผลิตเลนส์หลายเจ้า ซึ่งสามารถดูได้จากเลข Serial Number 2 ตัวหน้าครับ เลนส์มาโครตัวนี้รหัส 22 นั่นหมายความว่าผลิตโดย Kino Precision (Kiron) ครับ



เลนส์ตัวนี้มีฝาแฝดที่คล้ายๆกันซึ่งเป็นเลนส์ที่ผลิตโดย Kiron แล้วแปะขายในยี่ห้อต่างๆดังนี้ครับ
1. Kiron 105/2.8 Macro 1:1
2. Lester A Dine 105/2.8 Dental Macro 1:1
3. Vivitar 100/2.8 Macro 1:1
4. Rikenon 105/2.8 Macro 1:1 (Rare)
5. Vivitar Series 1 105/2.5 Macro 1:1



เลนส์ Kiron กับ Lester A Dine หน้าตาภายนอกจะคล้ายกันครับ และ Vivitar กับ Rikenon ก็จะหน้าตาคล้ายกัน คู่แรกและคู่ที่สองหน้าตาแตกต่างกันนิดหน่อยครับ แต่ Optic ที่ได้น่าจะเหมือนๆกันครับ น่าแปลกอยู่อย่างที่ทุกตัวระบุ 105mm. หมดยกเว้น Vivitar ที่ระบุ 100mm. ครับ แต่รุ่นปรับปรุงของ Vivitar ที่ออกมาเป็น Vivitar Series 1 105mm F2.5 Macro (By Kiron) ก็ระบุเป็น 105mm. เหมือนกับตัวอื่นๆแล้วครับ แต่ F สว่างกว่า ที่เป็น F2.5 ครับ



เลนส์ตัวนี้ใช้ Optic Construction เป็น 6 elements, 6 groups ครับ รูรับแสงปรับได้ตั้งแต่ f/2.8 - f/32 โดยสามารถถ่าย Macro ได้ตั้งแต่ 1:10 จนถึง 1:1 โดยไม่ต้องต่อท่อเพิ่มเติมครับ



เลนส์ตัวนี้ใช้ฟิลเตอร์ขนาด 52mm. และมี Hood ในตัวครับ น้ำหนักตัวโดยประมาณที่ 650g. ครับ ส่วนเม้าท์ ก็มีการผลิตให้สามารถใช้กับกล้องมือหมุนต่างๆ ก็มี Nikon, Pentax, Minolta, Olympus, Konica, Yashica/Contax และ Canon FD ครับ

images by free.in.th

เรื่องคุณภาพของภาพที่ได้จากเลนส์ตัวนี้คงไม่ต้องบรรยายเพิ่มครับ เพราะเป็นที่ยอมรับกันว่าอยู่ในระดับแนวหน้าตัวหนึ่งครับ

images by free.in.th

ทางเลือกอื่น(ในใจผม) : ถ้าจะเอาให้ดีกว่านี้ ผมขอแนะนำให้หาคู่แฝด 2 ตัวนี้ครับ
1. Vivitar Series 1 90mm F2.5 Macro 1:2 (Made by Tokina รหัส 37 เจ้าของฉายา "Bokina") - ตัวนี้โครงสร้างดูแข็งแรงกว่าตัวล่างครับ
2. Tokina AT-X 90mm. F2.5 Macro 1:2 - เจ้าของฉายา "Bokina"
อาจจะหายากซักหน่อยครับ ถ้าหาไม่ได้ อาจจะหา เลนส์มาโครยอดนิยมอย่าง Tamron SP 90mm. F2.5 Maro 1:2 มาแทนก็ได้ครับ แต่พวกนี้มาโครได้แค่ 1:2 ครับ ถ้าต้องการได้มาโคร 1:1 ต้องหาท่อมาต่อเพิ่มครับ



หวังว่าคงได้สาระไปบ้างนะครับ ขอบคุณที่ติดตามชมครับ







Create Date : 19 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2555 19:12:37 น.
Counter : 1611 Pageviews.

0 comment
Echo21's MF Lense Choice : 7. Nikkor 105mm F2.5 AIS
Echo21's MF Lense Choice

อยากจะออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าเลนส์ MF หรือเลนส์มือหมุนหลายๆตัวที่ผมเลือกมานี้ จะเป็นเลนส์ที่ผมเลือกที่จะใช้และชื่นชอบโดยส่วนตัวนะครับ เป็นเลนส์ที่ซื้อหามาใช้และครอบครองจริงๆ แต่ยังมีเลนส์มือหมุนอีกมากมายครับที่ผมยังไม่เคยได้ลองใช้ และมีเลนส์หลายตัวที่ดีกว่าเลนส์ที่ผมเลือกด้วยซ้ำครับ และก็ยังมีเลนส์อีกมากที่ผมชื่นชอบแต่ยังไม่มีปัญญาที่จะหามาครอบครองได้ในตอนนี้เพราะว่า เลนส์แต่ละตัวนอกจากจะมีเงินแล้วยังต้องมีโชคและโอกาสอำนวยให้ถึงจะได้ครอบครองครับ ดังนั้น ณ เวลาที่ผมเขียนเรื่องนี้ เลนส์แต่ละตัวที่ผมเลือกมาเป็นเลนส์ที่ผมชื่นชอบและเลือกมาเพื่อเล่าให้ฟังครับ

7. Nikkor 105mm F2.5 AIS

คงจะน่าแปลกประหลาดมากถ้า 1 ในหลายตัวของเลนส์มือหมุนที่ผมเลือกและกล่าวถึงจะไม่มีเลนส์มือหมุน Portrait แท้ๆตัวแรกในชีวิตที่เลือกหามาใช้อย่างเลนส์ตัวนี้ เลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์ Portrait ที่ให้คุณภาพระดับแนวหน้า สว่างใส บอดี้แข็งแรง กระทัดรัดอย่างนี้



เป็นเลนส์ Portrait ที่มีราคาที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้ ซึ่งหาไม่ง่ายนักสำหรับเลนส์ Portrait ที่ส่วนใหญ่ราคามักจะแพงเสมอ

images by free.in.th

ดังนั้นเลนส์ตัวนี้จึงจะเป็นเลนส์ตัวแรกๆที่ผมมักจะแนะนำให้มือใหม่ที่จะสนใจหาเลนส์ Portrait แท้ๆ ดีๆ ในราคาที่ย่อมเยาไว้ใช้งานครับ



เลนส์ตัวนี้สร้างชื่อให้กับ Nikon มาตั้งแต่ยุคสมัยกล้อง RF (Range Finder) โดยยุคนั้นยังเป็น Nikkor-P 10.5 cm. f/2.5 อยู่ ซึ่งออกแบบเป็น Sonnar Type ซึ่งการวางชิ้นเลนส์เป็น 5 elements in 3 groups



ต่อมาถูกพัฒนานำมาใช้กับกล้อง SLR ของ Nikon เอง (Nikon F) และถูกปรับปรุงจนมาเป็น Nikkor-Auto 105mm. f/2.5 ซึ่งถูก Redesigned การวางชิ้นเลนส์เป็น 5 elements in 4 groups และ Nikon ยังคงใช้ Design นี้จนถึงตัว Version สุดท้าย คือรุ่น AIS ซึ่งเป็นเลนส์ มือหมุน Version สุดท้ายของ Nikon ครับ



ตัวที่ผมได้มาเป็นรุ่น AIS ครับ ซึ่งเป็นรุ่นที่มี Hood ในตัวแล้ว มีแผ่น diaphragm สำหรับปรับรูรับแสง 7 ใบ สามารถปรับได้เล็กสุดที่ f/22 ระยะโฟกัสใกล้สุดประมาณ 1 เมตร และใช้ Filter ขนาด 52mm. ตัวเลนส์หนัก 435 g. ครับ



ความสามารถของเลนส์ตัวนี้จัดได้ว่ายอดเยี่ยมมากครับ ผมเคยลองถ่ายเทียบกับเลนส์ Portrait ตัวอื่นๆ ที่แพงกว่า 2-3 เท่าตัว แต่เลนส์ตัวนี้ก็สามารถสู้ได้สบายๆเลยครับ

images by free.in.th

ผมจึงอยากแนะนำคนที่ต้องการหาเลนส์ Portrait ชั้นดีในราคาประหยัด ยังไงก็คงหนีไม่พ้นเลนส์ Nikkor 105mm f2.5 AIS ตัวนี้แหละครับ



ทางเลือกอื่น(ในใจผม) : ถ้าเงินถึงก็ไปที่ Nikkor 105mm F1.8 AIS เลยครับ ถ้าไม่ชอบ Nikkor ก็ลองไปหา Olympus Zuiko OM 100mm F2.8 หรือ Fujinon EBC 100mm F2.8 ก็ได้ครับ



หวังว่าคงได้สาระไปบ้างนะครับ ขอบคุณที่ติดตามชมครับ






Create Date : 16 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2555 19:15:08 น.
Counter : 1659 Pageviews.

1 comment
Echo21's MF Lense Choice : 6. Olympus Zuiko OM 100mm F2
Echo21's MF Lense Choice

อยากจะออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าเลนส์ MF หรือเลนส์มือหมุนหลายๆตัวที่ผมเลือกมานี้ จะเป็นเลนส์ที่ผมเลือกที่จะใช้และชื่นชอบโดยส่วนตัวนะครับ เป็นเลนส์ที่ซื้อหามาใช้และครอบครองจริงๆ แต่ยังมีเลนส์มือหมุนอีกมากมายครับที่ผมยังไม่เคยได้ลองใช้ และมีเลนส์หลายตัวที่ดีกว่าเลนส์ที่ผมเลือกด้วยซ้ำครับ และก็ยังมีเลนส์อีกมากที่ผมชื่นชอบแต่ยังไม่มีปัญญาที่จะหามาครอบครองได้ในตอนนี้เพราะว่า เลนส์แต่ละตัวนอกจากจะมีเงินแล้วยังต้องมีโชคและโอกาสอำนวยให้ถึงจะได้ครอบครองครับ ดังนั้น ณ เวลาที่ผมเขียนเรื่องนี้ เลนส์แต่ละตัวที่ผมเลือกมาเป็นเลนส์ที่ผมชื่นชอบและเลือกมาเพื่อเล่าให้ฟังครับ

6. Olympus Zuiko OM 100mm F2

"มาช้าดีกว่าไม่มา" น่าจะเหมาะสมกับเลนส์ตัวนี้ครับ เพราะกว่า Olympus จะออกเลนส์ตัวนี้มาได้ก็อยู่ในช่วงปลายยุคของกล้องมือหมุนและเป็นช่วงบุกเบิกของกล้อง AF ครับ (ช่วงกลางๆของทศวรรตที่ '80s) แต่ก็ยังดีกว่าเลนส์ Olympus Zuiko OM 85mm f/1.4 ครับ ที่ทำตัวต้นแบบแล้วก็ไม่ได้ออกมาในสายการผลิตจริง!



เลนส์ตัวนี้ถูกออกแบบและผลิตออกมาได้ใหญ่พอสมควรเมื่อเทียบกับเลนส์ตัวอื่นๆของ Olympus Zuiko OM ที่ส่วนใหญ่จะเน้นเล็กๆเบาๆ ก็คงเป็นเพราะเลนส์ตัวนี้สว่างมากในระยะ 100mm (ตัวที่สว่างกว่านี้จะเป็น Nikkor 105mm f/1.8 AIS) เพราะโดยทั่วไประยะ 100 mm จะเห็นผลิตกันที่ f/2.8 เป็นส่วนมากครับ



หน้าเลนส์ใหญ่โดยใช้ Filter 55mm. เลนส์ตัวนี้ถูกออกแบบให้ใช้ชิ้นแก้ว ED (Extra-Low Dispersion) ซึ่งช่วยลด CA - Chromatic Aberration ซึ่งหาได้ยากในเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสต่ำกว่า 180mm. (ในสมัยนั้น) และเป็นเลนส์เพียง 1 ใน 2 ตัวของ Olympus Zuiko OM ซึ่งใช้ชิ้นแก้ว ED (อีกตัวก็คือ Olympus Zuiko OM 35-80 mm. f/2.8) แต่แปลกที่ Olympus ไม่ใส่คำว่า ED ต่อท้ายชื่อรุ่นเลนส์เพื่อโฆษณาครับว่าใช้ชิ้นแก้ว ED ครับ

images by free.in.th

นอกจากการวางชิ้นเลนส์ ED ในส่วนหน้าแล้ว เลนส์ตัวนี้ยังใช้ชิ้นเลนส์แบบลอยตัว (Floating Rear Elements) เพื่อแก้ไขเรื่อง Distortion อีกด้วยครับ ระบบ Optic ของเลนส์ตัวนี้ ถูกออกแบบมาโดยวางชิ้นเลนส์ 7 elements in 6 groups โดยการใช้ ED elements และ Floating Rear Elements ดังกล่าวข้างต้น



ระยะโฟกัสใกล้สุดเพียง 0.7 m. เท่านั้น หรือเรียกได้ว่าเป็นมาโครอ่อนได้ระดับ 1:5 ครับ รูรับแสงสามารถปรับได้ 7 ระดับ ตั้งแต่ f/2 - f/22 นอกจากนี้เลนส์ตัวนี้ยังมี Built-in Hood มาให้ด้วยครับ แต่ทั้งหมดนี้ต้องแลกกับน้ำหนักที่มากถึงครึ่งกิโลกรัมครับ



ภาพที่ได้จากเลนส์ตัวนี้ ผมอยากจะนิยามสั้นๆว่าครับว่า "ความลงตัวของศาสตร์และศิลป์" Olympus ทำเลนส์ตัวนี้น่าจะเอาชื่อเสียงมากกว่าจะเอาตังค์ครับ (เลนส์ดีและแพง...ขายได้ไม่มาก)



ผมคิดว่าเลนส์ตัวนี้ยอดเยี่ยมมากๆครับ แต่ราคาก็แพงสุดๆเช่นกัน คงเป็นเพราะออกมาในช่วงเวลาที่อยู่ในช่วงท้ายๆของกล้องมือหมุน ประกอบกับราคาแพงจึงทำให้มีคนสนใจซื้อมาใช้น้อย จึงทำให้เลนส์ตัวนี้คงผลิตออกมาไม่มากและหลงเหลืออยู่ในตลาดปัจจุบันน้อย ทำให้กลายเป็นเลนส์ที่หายากไปครับ



ราคาของเลนส์ตัวนี้ไต่ระดับไปเป็นของสะสมแล้วครับ ตั้งแต่ผมเล่นเลนส์มือหมุนมาราคาของเลนส์ตัวนี้ที่เห็นปล่อยกันออกมาก็ขึ้นตลอดครับ เรียกได้ว่าไปหาเลนส์ AF ใหม่ๆ ที่ทางยาวโฟกัสและความสว่างเดียวกันได้ถูกกว่ากันเยอะครับ

images by free.in.th

ดังนั้น ถ้าไม่ได้เป็นสาวกพันธุ์แท้ ของ OM United และมีความรักเลนส์ตัวนี้จริง (บวกความบ้า) คงยากที่จะทำใจหาเลนส์ตัวนี้มาครอบครองครับ



ทางเลือกอื่น (ในใจผม) : นึกไม่ค่อยออกครับ เอาตัวที่ใกล้กัน หายากเหมือนกัน แพงเหมือนกัน (แพงกว่าอีก) ก็ Olympus Zuiko OM 90mm F2 Macro ครับ
หวังว่าคงได้สาระไปบ้างนะครับ ขอบคุณที่ติดตามชมครับ





Create Date : 11 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 30 มีนาคม 2558 8:34:25 น.
Counter : 2866 Pageviews.

1 comment
Echo21's MF Lense Choice : 5. Leitz Wetzlar Elmarit-R 1:2.8/90
Echo21's MF Lense Choice

อยากจะออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าเลนส์ MF หรือเลนส์มือหมุนหลายๆตัวที่ผมเลือกมานี้ จะเป็นเลนส์ที่ผมเลือกที่จะใช้และชื่นชอบโดยส่วนตัวนะครับ เป็นเลนส์ที่ซื้อหามาใช้และครอบครองจริงๆ แต่ยังมีเลนส์มือหมุนอีกมากมายครับที่ผมยังไม่เคยได้ลองใช้ และมีเลนส์หลายตัวที่ดีกว่าเลนส์ที่ผมเลือกด้วยซ้ำครับ และก็ยังมีเลนส์อีกมากที่ผมชื่นชอบแต่ยังไม่มีปัญญาที่จะหามาครอบครองได้ในตอนนี้เพราะว่า เลนส์แต่ละตัวนอกจากจะมีเงินแล้วยังต้องมีโชคและโอกาสอำนวยให้ถึงจะได้ครอบครองครับ ดังนั้น ณ เวลาที่ผมเขียนเรื่องนี้ เลนส์แต่ละตัวที่ผมเลือกมาเป็นเลนส์ที่ผมชื่นชอบและเลือกมาเพื่อเล่าให้ฟังครับ

5. Leitz Wetzlar Elmarit-R 1:2.8/90 (Leica Elmarit-R 90mm F2.8)

เป็นเลนส์ Leica ตัวแรกที่ผมได้ครอบครองด้วยราคาไม่แพงนัก เพียงหมื่นต้นๆ ท่านก็สามารถครอบครองเลนส์เยอรมันชั้นดีไว้ใช้งานครับ



เป็นเลนส์ที่อยากจะแนะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเลนส์ Portrait ชั้นดี ในราคาที่สามารถเอื้อมถึงที่หมื่นต้นไว้ใช้งาน ก่อนที่จะไต่ระดับไปเลนส์ที่แพงกว่านี้ครับ เลนส์ Leica Elmarit-R 90/2.8 ตัวนี้ก็น่าสนไม่น้อยครับ



เลนส์ตัวนี้ถึงจะไม่สว่างนักถ้าเทียบกับเลนส์ Portrrait ตัวอื่นๆ แต่ภาพที่ได้จากเลนส์ตัวนี้ ตั้งแต่ f/2.8 ก็สามารถใช้งานได้ดี สวย คม ใส สีแบบ Leica



เลนส์สามารถเก็บรายละเอียดได้ดี รูปถ่ายลูกสาวที่ขยายติดฝาบ้านก็ถ่ายด้วยเลนส์ตัวนี้ครับ เมื่อดูจาก File ต้นฉบับสามารถมองเห็นตัวผมซึ่งเป็นผู้ถ่ายภาพและสถานที่ถ่ายภาพสะท้อนในดวงตาลูกสาวได้อย่างชัดเจน !




เลนส์ตัวนี้ถูกออกแบบโดย Dr. Walter Mandler นักออกแบบคนดังแห่งสำนัก Leica ตัวเลนส์มีขนาดใหญ่ไม่มากนัก และไม่ได้มีขนาดอวบอ้วนแบบเลนส์ Portrait ที่สว่างๆ (คงเพราะมี F กว้างสุดแค่ 2.8 เท่านั้น)



โครงสร้างสวยงามและแข็งแรงทำด้วยโลหะ รูปร่างภายนอกจะดูแตกต่างกันบ้างระหว่าง Version แรก และ Version 2 ส่วนที่แตกต่างกันชัดเจนดูได้ที่ Hood และ Filter และ ฝาปิดครับ



ตัวที่ผมได้มาเป็นเวอร์ชั่นแรก Gauss-type designed, 5elements/4 groups(2nd version : 4 elements/4groups) ของผมเป็นรุ่นแรก CAM เดียว ใช้ Filter Series VII (14161) ปรับ f-stop ได้ตั้งแต่ f/2.8 - f/22 ปรับได้ที่ละ 1/2 stopมีระยะใกล้สุด ที่ 70 cm. ซึ่งถือว่าใกล้มากสำหรับเลนส์ระยะนี้ครับ



เลนส์มี น้ำหนักตัว 500 g.ครับ (ส่วน Ver.2 : 450g.) มีฮู้ดในตัวเป็นลักษณะยืด-หดเป็นชั้นๆ ฝาปิดเลนส์มีลักษณะเป็นฝาครอบสวมทับฮู้ดได้ครับ ใครหาฝารุ่นนี้ไม่ได้ก็สามารถใช้ฝากระป๋องสำลีก้านตรารถพยาบาลแทนได้ครับขนาดพอดีกันเป๊ะเลยครับ



ทางเลือกอื่น (ในใจผม) : เลนส์ระยะนี้ถ้าไม่ใช่ Macro (Tamron SP 90/2.5 Macro หรือ Vivitar/Tokina 90/2.5 Macro) ก็นึกไม่ค่อยออกครับ ถ้างบถึง ก็ไป Leica-R Summicron 90mm F2 ไปเลยครับ



หวังว่าคงได้สาระไปบ้างนะครับ ขอบคุณที่ติดตามชมครับ




Create Date : 08 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 16 ธันวาคม 2554 10:40:10 น.
Counter : 1151 Pageviews.

1 comment
1  2  

Echo21
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



"เสียงสะท้อนแห่งศตวรรษที่21" โพสประจำบ้าง นานๆโพสบ้าง ที่ห้องมือหมุนพันทิพครับ

login : Echo21
MFID : MF2100/116
ชื่อเล่น : ป้อ
ที่อยู่ : คลองบางหลวง กทม.
อุปกรณ์ที่มี :

Digital SLR Camera : Canon EOS 300D,Canon EOS 5D Classic

Digital Mirrorless Camera : Olympus EPL-2, Olympus EPM-2

Digital Compact Camera : Canon Powershot G5,Canon Ixus70, Panasonic TZ-7

SLR 35mm Film Camera : Pentax MX (Chrome), Nikon FM2/T, Nikon F3HP, Nikon FG (Black), Olympus OM-1n (Black), Olympus OM-2n (Black), Olympus OM-2S/P, Olympus OM-4Ti (Black)

Rangefinder 35mm Film Camera : Canon Canonet QL-17 GIII (Black), Olympus 35-RD, Olympus 35-RC @2, Olympus Pen D2, Fujica Compact Deluxe, Lomo LC-A

AF 35mm Film Compact Camera : Olympus mju-1, Olympus LT-1 Black, Olympus Stylus Limited Edition, Olympus Ecru Limited Edition

MF Lens : SMC Pentax-M 50/1.4, SMC Pentax-M 50/4 Macro, Nikkor 50/1.4 AIS @2, Nikkor 85/1.4 AIS, Nikkor 105/2.5 AIS, Nikkor 35-105/3.5-4.5 AIS,Nikkor 35-70/3.5 AI, Zuiko OM 28/2 (Sold), Zuiko OM 50/1.4 Silver Nose @2, Zuiko OM 50/1.4 MC, Zuiko OM 50/3.5 Macro, Zuiko OM 100/2 MC, Zuiko OM 100/2.8 Silver Nose, Zuiko OM 135/2.8 Silver Nose, Zuiko OM 300/4.5, Vivitar 100/2.8 Macro for OM, Mamiya/Sekor 55/1.4 M42, Sears 55/1.4 M42 (Sold), Jupiter-9 85/2 M42 (Sold), Schneider Tele-Xenar 135/3.5 M42, Tokina 400/5.6 SD, Leitz Wetzlar Elmarit -R 90mm F2.8, Leitz Wetzlar Summicron-R 35mm F2, Contax Carl Zeiss Planar T* 85mm F1.4 AEG, Tamron SP 70-210mm F3.5 19AH (Sold), Fujinon EBC 100mm F2.8 M42(Sold), Voigtlander Nokton Classic 40mm F1.4 SC, Revuenon 135mm F2.8 M42, Carl Zeiss Distagon T* 21mm F2.8 ZE, Samyang 7.5mm F3.5 Fisheye MFT, Fujinon EBC 50mm F1.4 M42, Leitz Wetzlar Summicron-R 90mm F2, Kern-Paillard Switar AR C 25mm F1.4 C-Mount, Zuiko OM 55mm F1.2 Silver Nose, P. Angenieux Paris S41 25mm F1.4 C-Mount

AF Lens : Canon EF 17-40/4 L USM, Canon EF 50/1.4 USM, Canon EF 135/2 L USM, Canon EF-S 18-55/3.5-5.6, Canon EF 100/2.8 Macro USM, Olympus M.Zuiko Digital ED 14-42mm f/3.5-5.6 II MSC, Panasonic Lumix G 14/2.5 ASPH

Accessaries : Olympus Extension Tube 25, Olympus Auto Tube 65-116, Flash Metz 32-Z2, Flash Canon 580EX, Tamron SP 2X Tele-Converter 01F (Sold), Olympus VF-2

อุปกรณ์ที่อยากได้, อุปกรณ์ในฝัน : Olympus OM-3Ti, Nikon F3T, Leica M6, Carl Zeiss Distagon T* 35mm F1.4 ZE, Canon EOS 5D Mark III, Olympus OM-D EM-5