Group Blog
 
All blogs
 

การดื่มน้ำสะอาด

ผู้ใดสมบูรณ์ด้วยศีล สงบระงับ มีสติ มีความดำริชอบ ไม่ประมาท
ยินดีแต่เฉพาะกรรมฐานภาวนาอันเป็นธรรมภายใน มีใจมั่นคงอย่างยิ่ง
อยู่ผู้เดียว ยินดีด้วยปัจจัยตามมีตามได้ ปราชญ์ทั้งหลายเรียกผู้นั้นว่าภิกษุ

[b]ภิกษุเมื่อบริโภคอาหารจะเป็นของสดหรือของแห้งก็ตาม
ไม่ควรติดใจจนเกินไป ควรเป็นผู้มีท้องพร่อง มีอาหารพอประมาณ
มีสติอยู่ การ บริโภคอาหารยังอีก ๔-๕ คำจะอิ่ม ควรงดเสียแล้วดื่มน้ำ
เป็นการสมควรเพื่ออยู่สบายของภิกษุผู้มีใจเด็ดเดี่ยว[/b]

พระสารีบุตรเถระ

การดูแลสุขภาพร่างกาย มีส่วนสำคัญ วันนี้สุขภาพนักปฏิบัติธรรมมาฝากเป็นตอนแรกครับ

.......................................................................................

การดื่มน้ำ

การดื่มน้ำจะช่วยสร้างความสมดุล และเป็นการช่วยทำความสะอาดอวัยวะภายในร่างกา
ลดการทำงานหนักของอวัยวะต่างๆ โดยน้ำจะทำหน้าที่นำของเสียต่างๆ ออกทางปัสสาวะ
หรือเหงื่อ จึงไม่เป็นอันตรายใดๆ (ถ้าเป็นน้ำสะอาด)

ขอให้ลองสังเกตุสีของปัสสาวะว่า เป็นสีใด (ซึ่งควรเป็นสีน้ำใส จะเหมาะสมที่สุด)

แต่มีข้อแนะนำคือ อย่าดื่มน้ำในปริมาณมากในครั้งเดียว เพราะจะทำให้อวัยวะภายใน
(เช่น กระเพาะ) ต้องรับน้ำหนักของน้ำที่มากจนเกินไป (ขอให้ลองนึกถึงหรือลองยก
ปริมาณน้ำทั้งหมดที่ดื่มในขวดขึ้น ว่าหนักเพียงไร แต่กระเพาะนั้นบางกว่ามือของเรามาก)

ควรแบ่งเฉลี่ยช่วงของการดื่ม โดยห่างกันประมาณ 30 นาที ขึ้นไป

.......................................................................................



เรียบเรียงจากหนังสือสุขภาพนักสร้างบารมี
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตของอนุโมทนามา ณ โอกาสนี้ครับ

การใช้ร่างกายของเราสร้างบุญบารมี ก็จะต้องใช้อย่างทะนุถนอม คือต้องหมั่นรักษาสุขภาพให้ดี
ไม่หักโหมใช้งาน ไม่ว่างานการประกอบอาชีพ หรืองานปรารถความเพียร
ในคราวป่วยคราวไข้ก็ต้องรีบไปพบแพทย์ อย่าได้นิ่งนอนใจครับ




 

Create Date : 22 สิงหาคม 2551    
Last Update : 14 กันยายน 2551 8:41:00 น.
Counter : 147 Pageviews.  

ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง

การที่พวกเราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ มีร่างกาย จิตใจ สติปัญญาที่สมบูรณ์เหมาะสมต่อการสร้างคุณงามความดี อีกทั้งได้พบพระพุทธศาสนา แล้วได้ใช้ร่างกายมนุษย์นี้ สร้างความดีและสั่งสมบุญบารมีตามคำสอนของพระพุทธศาสนา เป็นความโชคดีอย่างสุดประมาณ เพราะฉะนั้นการที่บุคคลใดจะสามารถใช้และรักษาความโชคดีนี้ไว้ ต้องตระหนักถึงการป้องกันบำรุงรักษาสุขภาพร่างกาย และจิตใจให้แข็งแกร่งอยู่เสมอ ตราบกระทั่งวันหมดอายุขัย

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงห่วงสุขภาพของเหล่าพุทธบริษัททั้ง 4 เป็นหนักหนา ได้ตรัสสาเหตุแห่งความเจ็บไข้ได้ป่วยไว้ว่ามาจากสาเหตุหลายประการที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่งครับ


ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ อยู่ในป่าก็ดีอยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างเปล่าก็ดี
ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า กายนี้มีทุกข์มาก มีโทษมาก
เพราะฉะนั้น อาพาธต่างๆ จึงเกิดขึ้นในกายนี้ คือ โรคตา โรคหู โรคจมูก ...

อาพาธอันเกิดแต่ฤดูแปรปรวน อาพาธอันเกิดแต่การบริหารไม่สม่ำเสมอ
อาพาธอันเกิดแต่ความเพียรเกินกำลัง อาพาธอันเกิดแต่วิบากของกรรม
ย่อมพิจารณาเห็นโดยความเป็นโทษในกายนี้ ด้วยประการดังนี้

อาพาธสูตร (คิริมานนทสูตร)

1.โรคเกิดแต่ฤดูแปรปรวน
ถ้าจะว่าไปแล้วโรคประเภทนี้ หากเจาะลึกลงไปก็จะพบว่ามีสาเหตุมาจาก

1. ไม่สนใจธรรมชาติของร่ายกายตนเองให้มากพอ ประมาทว่าร่างกายนี้คงทน ราวกับทำมาจากหินจากเหล็ก ไม่ได้ประกอบขึ้นมาจากเลือดเนื้อ

2. ไม่ระมัดระวังในการเลือกใช้ปัจจัย 4 ให้เหมาะสมในคราวฤดูแปรปรวน เนื่องจากปัจจัย 4 คืออาหาร ที่อยู่อาศัย เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ล้วนเป็นเครื่องประคับประคองให้ชีวิตดำเนินไปได้

2.โรคเกิดแต่การผลัดเปลี่ยนอิริยาบถไม่สม่ำเสมอ

หากศึกษาให้ลึกซึ้งซักนิด ว่าร่างกายมนุษย์จะปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ในอิริยาบถใดอิริยาบถหนึ่ง
ไม่เปลี่ยนเลยก็ไม่ได้ หรือเปลี่ยนอิริยาบถแล้วแต่ไม่สม่ำเสมอก็ไม่ได้ เป็นการผิดธรรมชาติ
หากไม่เป็นไปตามที่ถูกกำหนดไว้ย่อมเกิดอาการ Over Load คือเกินกำลังของอิริยาบถนั้น
แล้วก็จะนำมาซึ่งความเสื่อมโทรม ทำให้เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย

เมื่อวานคุณ kaveebsc คุณ faisara บอกว่า ถ้าทานอิ่มมากๆ ให้เดินจงกรมช่วยย่อยอาหาร
ก็เป็นการเปลี่ยนอิริยาบถ ลองดูนะครับ

3.โรคเกิดแต่ความเพียรเกินกำลัง

ความจริงโรคที่เกิดจากความเพียรนี้ มักไม่เกิดแก่คนทั่วไป
แต่กับเกินแก่ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร จึงเผลอใช้ร่างกายหักโหมเกินกำลัง แม้ว่าการปรารถความเพียร
เป็นเรื่องที่ควรแก่การอนุโมทนา แต่ว่าหากหักโหมเกินไปก็เป็นโทษ การได้กัลยาณมิตรไวัคอยสะกิด
เตือนกันบ้าง ให้รู้จักประมาณก็จะสามารถแก้ไขผ่านเหตุนี้ไปได้ไม่ยาก

เรียบเรียงจากหนังสือสุขภาพนักสร้างบารมี ภาพประกอบอินเตอร์เน็ต

การได้เกิดในสภาพร่างกายเป็นมนุษย์เป็นเรื่องยาก
การได้พบพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องยาก
การได้ฟังคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเรื่องยาก
การได้โอกาสบรรลุธรรมก็เป็นเรื่องยาก

พุทธดำรัส

สมบัติที่แสนจะได้ยากทั้ง 4 นี้ ชาวพุทธต่างได้รับมา 3 ประการแล้ว
เหลือเพียงประการสุดท้าย คือการบรรลุธรรม ซึ่งยากแค่ไหนทุกท่าน
ก็ทราบดีแก่ใจ และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่จะได้สมบัติประการสุดท้าย
นี้ก็คือเราจำเป็นต้องอาศัยร่างกายที่มีสุขภาพดี จึงจะมีทางสำเร็จได้ครับ




 

Create Date : 22 สิงหาคม 2551    
Last Update : 22 สิงหาคม 2551 20:31:38 น.
Counter : 144 Pageviews.  

อิ่มแล้วง่วง


การที่พวกเราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ มีร่างกาย จิตใจ สติปัญญาที่สมบูรณ์เหมาะสมต่อการสร้างคุณงามความดี อีกทั้งได้พบพระพุทธศาสนา แล้วได้ใช้ร่างกายมนุษย์นี้สร้างความดีและสั่งสมบุญบารมีตามคำสอนของพระพุทธศาสนา เป็นความโชคดีอย่างสุดประมาณ เพราะฉะนั้นการที่บุคคลใดจะสามารถใช้และรักษาความโชคดีนี้ไว้ ต้องตระหนักถึงการป้องกันบำรุงรักษาสุขภาพร่างกาย และจิตใจให้แข็งแกร่งอยู่เสมอ ตราบกระทั่งวันหมดอายุขัย

บางคนรับประทานอาหารเสร็จแล้วก็ง่วง ถ้านั่งสมาธิก็จะหลับสัปหงก วันนี้มาศึกษาธรรมจากพระสารีบุตร ผู้เลิศทางปัญญาครับ

ภิกษุ เมื่อฉันอาหารสดก็ตาม แห้งก็ตาม ไม่พึงฉันให้อิ่มเกินไป
ไม่พึงฉันให้น้อยเกินไป พึงฉันแต่พอประมาณ มีสติอยู่

พึงเลิกฉันก่อนอิ่ม 4-5 คำ แล้วดื่มน้ำ เท่านี้ก็เพียงพอ
เพื่ออยู่ผาสุกของภิกษุผู้มีใจเด็ดเดี่ยวมุ่งนิพพาน

สารีปุตตเถรคาถา

บางคนรับประทานอาหารเสร็จแล้วก็ง่วง ถ้านั่งสมาธิก็จะหลับสัปหงก
สาเหตุที่สำคัญคือ ดื่มน้ำน้อยไปหรือรับประทานอาหารมากไป
จนไม่มีช่องว่างสำหรับน้ำ ทำให้อาหารในกระเพาะข้นมาก ยากต่อการย่อย

พระสารีบุตรทรงสอนไว้ว่า ทุกครั้งที่รับประทานอาหารให้เตือนตนว่า
อีก 4-5 คำจะอิ่มให้หยุดเสีย แล้วดื่มน้ำเข้าไปซักแก้วหนึ่ง

ใครก็ตามขณะที่รู้สึกว่าอีก 4-5 คำจะอิ่ม ความจริงคืออิ่มแล้ว
เพราะอาหารที่เรารู้สึกว่า ยังขาดนั้น อาจกำลังเดินทางยังไม่ถึงกระเพาะ
ในทันทีที่ทั้งหมดถึงกระเพาะจะรู้สึกอิ่มพอดี

บางคนพอพบกับข้าวอร่อยถูกปาก ทั้งที่อิ่มแล้ว ยังขอแถมอีก 4-5 คำ
นั่นแสดงว่า เมื่อดื่มน้ำแล้ว ก็เกินไปตั้ง 9 คำ 10 คำ

ทำไมพระสารีบุตรจึงทรงสอนเช่นนั้น ทั้งนี้เพื่อให้มีที่ว่างในกระเพาะและลำไส้
พอที่น้ำจะแทรกเข้าไปได้ อาหารก็จะเหลวลงซึ่งจะช่วยให้การบีบตัวของ
กระเพาะและลำไส้สะดวก ไม่ต้องออกแรงมาก ร่างกายจึงไม่เพลีย ไม่ล้า
การย่อยอาหารดำเนินไปได้โดยง่าย อิ่มแล้วก็ไม่ง่วง นั่งสมาธิก็ไม่สัปหงกครับ

เรียบเรียงจากหนังสือสุขภาพนักสร้างบารมี ภาพประกอบอินเตอร์เน็ต
หากเรารู้จักการประมาณการในการรับประทานอาหารและน้ำได้อย่างนี้ สุขภาพจะดี
สามารถประพฤติปฏิบัติธรรมสร้างบารมีได้อย่างเต็มที่กันทุกคนครับ




 

Create Date : 22 สิงหาคม 2551    
Last Update : 22 สิงหาคม 2551 20:27:30 น.
Counter : 308 Pageviews.  

นั่งสมาธิอย่างไรให้ได้นาน?

การที่พวกเราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ มีร่างกาย จิตใจ สติปัญญาที่สมบูรณ์เหมาะสมต่อการสร้างคุณงามความดี อีกทั้งได้พบพระพุทธศาสนา แล้วได้ใช้ร่างกายมนุษย์นี้สร้างความดีและสั่งสมบุญบารมีตามคำสอนของพระพุทธศาสนา เป็นความโชคดีอย่างสุดประมาณ เพราะฉะนั้นการที่บุคคลใดจะสามารถใช้และรักษาความโชคดีนี้ไว้ ต้องตระหนักถึงการป้องกันบำรุงรักษาสุขภาพร่างกาย และจิตใจให้แข็งแกร่งอยู่เสมอ ตราบกระทั่งวันหมดอายุขัย

นั่งสมาธิอย่างไรให้ได้นาน? หลายคนสงสัย


ต้นตำรับอาสนะสองชั้น

มีคำที่เรามักใช้กันอยู่คำหนึ่งว่า คนเราไม่มีหาง ตามธรรมดาของสัตว์ที่มีหาง เมื่อเวลามันนั่ง มันก็จะใช้ช่วงโคนหางของมันหนุนก้น จึงทำให้มันนั่งได้มั่นคง แต่คนไม่มีหาง จึงต้องมีอะไรมาช่วยหนุนก้นให้นั่งได้สบายและมั่นคง

สมัยก่อน ปู่ย่าตาทวดของเราเวลาไปนอกบ้าน เขาจะมีผ้าขาวม้าผืนหนึ่งเวลาจะนั่ง ก็จะพับครึ่งผ้าขาวม้า แล้วก็จะพับอีกครึ่งหนึ่งตามยาว จากนั้นจะม้วนให้สูงพอสมควร แล้วใช้หนุนก้นด้านหลังปุ่มของกระดูดเชิงกราน ที่ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักตัวขณะนั่ง (ทดลองนั่งลงบนฝ่ามือ จะรู้สึกว่ามีปุ่มกระดูกกดลงมาที่ฝ่ามือ นั่นแหละปุ่มกระดูกเชิงกราน) ให้เสมือนเป็นพนักพิงก้นนั่นเอง ทำเช่นนี้แล้วจะช่วยทำให้นั่งตัวตรงได้สบายขึ้น อาจจะใช้ผ้าขนหนูลองดูก็ได้

นี่คือที่มาของการออกแบบอาสนะ คือช่วงหลังที่สูงไว้สำหรับนั่ง
หรือที่ผมเห็นคนนั่งอาสนะธรรมดาพับอาสนะประมาณ 1/4 หนุนก้น
ทำให้นั่งสมาธิได้สบายขึ้น ชาวห้องศาสนาลองทำดูนะครับ







 

Create Date : 22 สิงหาคม 2551    
Last Update : 22 สิงหาคม 2551 20:25:45 น.
Counter : 197 Pageviews.  


ebusiness
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







พระพุทธเจ้าทรงมอบสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้แก่มวลมนุษยชาติ สิ่งนั้นคือพระธรรมที่ใช้เป็นกรอบในการดำเนินชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีงาม สู่ความเจริญสูงสุดของชีวิต ในฐานะชาวพุทธ ทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลรักษาสิ่งที่ดีเหล่านี้เอาไว้ให้ได้นานที่สุด อย่างน้อยก็ในช่วงชีวิตเราแต่ละคน
Friends' blogs
[Add ebusiness's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.