Group Blog
 
All blogs
 
พร 7 ประการ

สวัสดีทุกท่านครับ

ชาวพุทธที่ชอบทำบุญ ให้ทาน ย่อมจะได้ยินได้ฟังพระสวดอนุโมนทนา (พระก็ต้องการบุญเหมือนกัน)
และให้พร กันอยู่บ่อย ๆ คือ พร 7 ประการ ในบทว่า

อายุวัฑฒะโก ธะนะวัฑฒะโก สิริวัฑฒะโก ยะสะวัฑฒะโก
พะละวัฑฒะโก วัณณะวัฑฒะโก สุขะวัฑฒะโก

ทุกท่านคงจะจำได้ มาทำความเข้าใจความหมายของพรกันครับ

พรที่ 1 อายุวัฑฒะโก แปลว่าขอให้เจริญด้วยอายุ คือ อย่ามีอายุสั้นพลันตาย ให้มีอายุ ยืน ๆ ทำอย่างไรจึงจะเป็นผู้มีอายุยืน ในทางพระพุทธศาสนา พระผู้มีพระภาคเจ้าเคยตรัสตอบปัญหาของสุภมาณพบุตรของโตเทยพราหมณ์ข้อหนึ่งว่าคนที่จะมีอายุยืนได้นั้นมันเกี่ยวข้องกับกรรมเก่าด้วย เช่น ในอดีตชาติฆ่าสัตว์ตัดชีวิตสัตว์อื่น ๆ มาหรือไม่ ? ถ้าฆ่าสัตว์ตัดชีวิตสัตว์อื่นมามากในปัจจุบันชาติกรรมก็มาบันดาลตัดรอนให้อายุสั้นพลันตาย แต่ถ้าบาปเก่าไม่มีซ้ำเติมก็จะเป็นผู้มีบุญ คืออายุยืน

พรที่ 2 ธะนะวัฑฒะโก เจริญด้วยทรัพย์ทุกคนปรารถนาต้องการมีชีวิตดีๆ ด้วยกันไม่มีใครที่จะปรารถนาอยากจะลำบาก ไหว้พระกราบพระ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ครั้งใด ก็มักจะอธิษฐานปรารถนาแต่สิ่งที่ต้องการ หลักธรรม ควรแก่การดำเนินชีวิต คือ 1. ขยันหมั่นเพียร 2. รักษาดี 3. มีกัลยาณมิตร 4. เลี้ยงชีวิตเหมาะสม ขยันหานั้น คือ ขยันทำมาหากิน บางคนขยันกิน ไม่ขยันหามันก็เลยเกิดปัญหา หามาได้แล้วต้องรู้จักรักษา นอกจากรักษาดีแล้วก็ต้องรู้จักใช้รู้จักขวนขวายสร้างบุญสร้างกุศล มีกัลยาณมิตร (มีเพื่อน) ที่ดี คือว่า เป็นผู้ประพฤติอยู่ในศีลธรรม รู้จักควรแก่ความเหมาะสมแก่ฐานะของตน

พรที่ 3 สิริวัฑฒะโก เจริญด้วยสิริมงคล ทำอย่างไร จึงเจริญด้วยมงคล สิริมงคล แปลว่า สิ่งที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น งอกงามขึ้น เหมือนต้นไม้ได้ปุ๋ย คนที่มีสิริวัฑฒะโก ต้องเป็นคนที่คิดดี พูดดี ทำดี คนคิดดี พูดดี ทำดีเป็นสิริมงคลแก่ตนถ้าคิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดี สิริมงคลก็หาได้ยาก มีแต่อัปมงคล เมื่อสิริมงคลของตนเกิดแล้วก็จะเป็นที่รักใคร่ของบุคคลอื่นผู้พบเห็น

พรที่ 4 ยะสะวัฑฒะโก ให้เจริญด้วยยศ ยศก็เป็นอย่างหนึ่งที่ทุกคนปรารถนาไม่ว่าจะ รับราชการหรือไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตาม ก็มีความปรารถนากันโดยส่วนมากเพราะคำว่า ยศ แปลว่า ยิ่ง แปลว่า ใหญ่ ใครมียศหากสำคัญว่ายิ่งใหญ่เหนือกว่าคนอื่นใช้อำนาจไปทางผิดๆมักก่อให้เกิดโทษแก่ตนเอง และบุคคลรอบข้างยศนั้นมีอยู่สองฝ่ายมีทั้งฝ่ายดีทั้งฝ่ายชั่วยศฝ่ายดีมี สาม

1. อิสสริยยศ ความเป็นใหญ่ยิ่ง ต้องเป็นการพระราชทานจากพระมหากษัตริย์
2. เกียรติยศ เกียรติยศนี้สังคมเป็นผู้มอบให้ เกิดจากความดีที่เราได้ทำ เกิดจากประโยชน์ ที่เราได้สร้าง
3. บริวารยศ อันนี้ผู้น้อยให้ มีมิตรมีบริวารมาก “บริวารมาเพราะน้ำใจมี บริวารหนีเพราะน้ำใจลด บริวารหมดเพราะน้ำใจแห้ง”

มีอิสริยยศ ย่อมจะชนะอุปสรรค, มีเกียรติยศย่อมชนะภัย, มีบริวารยศ ย่อมชนะงาน

พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสถึงเหตุของยศไว้ว่า คนจะมียศได้ต้องมีคุณธรรมสำคัญ 7 ประการ คือ

อุฏฐานะวะโต คือเป็นผู้แข็งขันขยันในการงาน
สะตีมะโต ทำงานด้วยความระมัดระวังคือเป็นผู้มีสติ
สุจิกัมมัสสะ เป็นผู้มีการงานบริสุทธิ์สะอาด
นิสัมมะการิโน ใคร่ครวญตรวจสอบก่อนแล้วจึงทำ
สัญญะตัสสะ จะ เป็นผู้มีปกติสำรวม
ธัมมะชีวิโน ประพฤติตนตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรมโดยปรกติ
อัปปะมัตตัสสะ เป็นผู้ไม่ประมาท
ยะโสภิวัฑฒะติ นี่แหละ ยศจะเจริญยิ่ง

พรที่ 5 พะละวัฑฒะโก ให้เจริญด้วยพละกำลัง ทุกคนปรารถนาให้ตนมีกำลังกาย และกำลังใจที่ดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อคราวอายุมากขึ้นความไม่เที่ยงของสังขาร (อนิจจัง)ก็เกิดขึ้น จะลุกก็โอย จะนั่งก็โอย เป็นสภาพธรรมโดยแน่แท้ ฉะนั้นทุกท่านจึงปรารถนาว่าขอให้มีกำลังแข็งแรง ไม่ป่วย ไม่ไข้

พรที่ 6 วัณณะวัฑฒะโก ให้เจริญด้วยวรรณะ คำว่า “วรรณะ” หมายเอาผิวพรรณก็ใช่ คำกล่าวสรรเสริญก็ด้วย

พรที่ 7 สุขะวัฑฒะโก ให้เจริญด้วยความสุข อุดมด้วยฃวามสุข ทุกคนปรารถนาก็คือความสุขกาย และสุขใจ สุขกาย…ต้องการมีความเป็นอยู่ที่ดีๆ ของอิริยาบถต่างๆทุกขณะ และ ความไม่มีโรคภัยเบียดเบียน สุขใจ เพราะปราศจากกิเลสเบียดเบียน

ข้อเหล่านี้มีพุทธภาษิตบทหนึ่งว่า ผู้ให้ข้าว ชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่าให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยานพาหนะ ชื่อว่าให้ ความสุข ผู้ให้ประทีบโคมไฟ ชื่อว่าให้จักษุ

เนื้อเรื่อง ภาพประกอบอินเตอร์เน็ต

วิธีจะให้สำเร็จแน่ๆ ต้องลงมือทำเหตุดีด้วยตนเอง ก็จะได้ผลดีแน่ๆ ครับ


Create Date : 22 ตุลาคม 2551
Last Update : 22 ตุลาคม 2551 8:22:59 น. 0 comments
Counter : 1370 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ebusiness
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







พระพุทธเจ้าทรงมอบสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้แก่มวลมนุษยชาติ สิ่งนั้นคือพระธรรมที่ใช้เป็นกรอบในการดำเนินชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีงาม สู่ความเจริญสูงสุดของชีวิต ในฐานะชาวพุทธ ทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลรักษาสิ่งที่ดีเหล่านี้เอาไว้ให้ได้นานที่สุด อย่างน้อยก็ในช่วงชีวิตเราแต่ละคน
Friends' blogs
[Add ebusiness's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.