Group Blog
 
All blogs
 
เวลาอ่านกระทู้ธรรมะ ฟังธรรมะ ทราบอานิสงส์กันไหมครับ?

เวลาอ่านกระทู้ธรรมะ ฟังธรรมะ ทราบอานิสงส์กันไหมครับ? ท่านผู้สดัปธรรมะย่อมได้รับอานิสงส์ วันนี้มาอ่านอานิสงส์การสดัปธรรมะนำมาฝากชาวห้องศาสนาในวันหยุดครับ

ธรรมสวนะเป็นหน้าที่ของมนุษย์อันแท้จริง ตั้งแต่แรกประถมวัยถือได้คำสอนจากบุพการี ที่สุดถึงปัจฉิมวัยก็ยังต้องอาศัยการสดับธรรมอยู่ทุกเมื่อ เพราะสิ่งทั้งหลายในโลกนั้นยิ่งพยายามค้นหาด้วยหมั่นสดับก็ย่อมเพิ่มความรู้ความฉลาดยิ่งขึ้น การสดับจากสำนักผู้อื่นชื่อว่าถ่ายความรู้จากผู้นั้นมาจดจำเข้าไว้ เก็บมารวมไว้ได้มากเท่าใด ชื่อว่าเป็นมูลแห่งสัมมาปฏิบัติเท่านั้น เหตุนี้จึงแสดงอานิสังสคุณธรรมสวนะไว้ในพระบาลีว่า "ปัญจิเม ภิกขเว อานิสังสา ธัมมัสสวเน" เป็นอาทิ ความว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสังสคุณในการสดับธรรมเหล่านี้มี ๕ ประการคือ
ผู้ฟังได้ฟังธรรมที่ยังไม่เคยฟัง ๑
ชำระสิ่งที่ฟังแล้วอันคลาดเคลื่อนให้ถูกต้อง ๑
กำจัดความสงสัยเสียได้ ๑
ทำความเห็นที่คดให้ตรง ๑
ผู้ฟังนั้นมีจิตเลื่อมใส ๑


ห้าประการเหล่านี้แหละภิกษุทั้งหลาย เป็นอานิสงส์ในการฟังธรรม ดังนี้ฯ

ธรรมสวนะมีคุณานุภาพให้เกิดวิจารณปัญญาโดยปริยายแลนิปปริยายฉะนี้ ย่อมเป็นบุญกิริยาวัตถุที่สาธุชนควรประพฤติเป็นอาจิณวัตรเพราะเป็นเครื่องประหารอันธการความมืดให้สิ้นไป ทั้งให้เกิดอาโลกแสงสว่างในธรรม ให้เกิดเวสารัชชความกล้า ประหารเสียได้ซึ่งนิวรณธรรมคืออุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านแลบรรเทาวิตก เป็นต้น มีจิตมั่นคงในพระธรรมชื่อว่าสุตบุคคล เป็นเหตุให้ละความชั่วประพฤติความดี สมด้วยพระบาลีใน นคโรปมสูตร ซึ่งได้ยกเป็นนิกเขปบทว่า " สุตวา จ โข ภิกขเว อริยสาวโก" เป็นอาทิ ความว่า

ภิกษุทั้งหลาย พระอริยสาวกผู้สดับ แลละอกุศล อบรมกุศล ละกรรมมีโทษ อบรมกรรมอันหาโทษมิได้ บริหารตนให้บริสุทธิ์ ฉะนี้ฯ

อกุศลเป็นบาปธรรมมีวิบากอันเผ็ดร้อน ไม่ทำให้เกิดอัสสาทะในเวลากระทำแล้ว ผู้ดับรู้สึกกลัวโทษเช่นนั้นแล มาอบรมกุศล ชำระส่วนมีโทษประกอบสิ่งปราศจากโทษ บริหารตนให้ห่างไกลจากอกุศลแลสาวัชชกรรม เป็นผู้มีไตรทวารอันบริสุทธิ์โดยปริยายแลนิปปริยาย ทั้งนี้ก็ด้วยอำนาจสุตะการสดับ เมื่อตั้งใจสดับ ปัญญาย่อมเจริญในลำดับ ปัญญานั้นแลประหารกรรมฝ่ายกาฬปักษ์ให้ถึงความบริสุทธิ์ สมด้วยพุทธภาษิตว่า "ปัญญาย ปริสุชัฌติ"

บุคคลย่อมบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา นี้ใช่แต่เท่านั้น ธรรมสวนะยังนับว่าเป็นอนุตตริยะ ชื่อว่าสวนานุตตริย การสดับอย่างสูง เป็นปทัฏฐานแห่งคุณประการอื่น

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วใน อนุตตริยสูตรว่า "โย จ โข ภิกขเว ตถาคตัสส วา ฯลฯ อิทัง วุจจติ ภิกขเว สวนานุตริยัง" ความว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลใดแลมีความเชื่อมั่นแล้ว มีความรักตั้งมั่นแล้ว ดำเนินไปส่วนเดียว เป็นผู้เลื่อมใสยิ่งแล้ว ย่อมไปเพื่อฟังธรรมของพระพุทธเจ้า ของสาวกของพระพุทธเจ้า บรรดาการฟัง การฟังนี้เป็นการฟังเยี่ยมยอด ภิกษุทั้งหลาย ย่อมเป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงความโศก แลความร่ำไร เพื่อดับความทุกข์ แลความโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ฯลฯ นี้เราเรียกว่าสวนานุตตริยะ ดังนี้

ธรรมสวนะเป็นอนุตตริยะ ในพระสูตรนี้ ก็โดยเป็นมรรคาให้ถึงความบริสุทธิ์แลเกิดความปีติไม่เป็นไปเพื่อความฟุ้งซ่าน แลวิตกในกามในการเบียดเบียน เป็นต้น ดีกว่าการฟังสัททารมณ์อย่างอื่นซึ่งให้เกิดอุทธัจจะแลวิตกในอารมณ์นั้น ๆ มีแต่จะให้เกิดความรื่นเริงอาจหาญในธรรมขึ้นทุกเมื่อ สัปปุริสชน ย่อมสรรเสริญว่าเป็นพหุสูต ผู้ทรงธรรมมีปัญญามาก สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วใน อัปปสุตสูตรว่า

"พหุสสุต ธัมมธรัง สัปปัญญัง พุทธสาวกัง ฯลฯ พรหมุนาปิ ปสังสิโต"

"ท่านผู้พหุสุตทรงธรรม มีปัญญาเป็นพุทธสาวก ใครเล่าจะควรนินทา เหมือนทองชมพูชุบทั้งแท่ง แม้เทพเจ้าย่อมสรรเสริญท่าน แม้ท่านนอนพรหมก็สรรเสริญแล้ว ดังนี้ ฯ

ในพระนครสาวัตถี มีธรรมมิกอุบาสก คนหนึ่งมีธิดาเจ็ดคน ซึ่งทั้งบุตรและธิดาก็ขวนขวายใน
การให้ทาน มีการถวายสลากยาคู สลากภัตต์ ปักขิกภัตต์ อุโปสถิกภัตต์ อาคันตุกภัตต์ คนละอย่างกัน
บุตรธิดาเหล่านั้น จึงได้ชื่อว่าอนุชาตบุตร ด้วยกันทั้งนั้น

ครั้นต่อมาวันหนึ่งธรรมมิกอุบาสก ได้ป่วยเป็นไข้ขึ้น อายุและสังขารก็ถอยลง มีความประสงค์
จะฟังธรรมจึงส่งสาส์นไปยังสำนักพระศาสดาขอให้พระองค์จัดส่งภิกษุสักแปดรูปหรือสิบหกรูป
พระศาสดาก็ทรงส่งภิกษุไปแล้ว ธรรมมิกอุบาสกก็พูดว่าท่านเจ้าขา การที่เห็นพระผู้เป็นทั้งหลาย
ข้าพเจ้าหาได้ยากมาก เพราะข้าพเจ้ามีกำลังน้อย ดังนั้นขอท่านพระผู้เป็นเจ้าทั้งหลาย
จงสวดพระสูตรหนึ่งเถิด พระผู้เป็นเจ้าทั้งหลายก็สวดพระสูตรสติปัฏฐานให้ธรรมมิกอุบาสกฟัง
ทันใดนั้น รถหกคันประมาณร้อยห้าสิบโยชน์ประดับด้วยเครื่องอลังการครบทุกอย่างเทียมด้วย
ม้าสินธพ หนึ่งพันได้แล่นมาแต่เทวโลกทั้งหกชั้น พวกเทวดาผู้ประจำรถก็กล่าวกันว่า พวกข้าพเจ้าจัก
นำไปสู่เทวโลกของพวกข้าพเจ้า ธรรมมิกอุบาสก ไม่ปรารถนาอันตรายแก่การฟังธรรมจึงกล่าวว่ารอ
ก่อนดังนั้นภิกษุทั้งหลายก็พากันนิ่งเสีย ด้วยเข้าใจว่าธรรมมิกอุบาสกบอกให้หยุด บุตรและธิดาก็พากัน
ร้องไห้ว่าบิดาของตน เมื่อก่อนนี้เป็นผู้สนใจการฟังธรรมแต่บัดนี้กลับห้ามไม่ให้ภิกษุสวดด้วย บิดา
ของเรากลัวตาย ภิกษุทั้งหลายก็พากันกลับสู่สำนักธรรมิกอุบาสก เผลอไปคู่หนึ่ง เมื่อได้สติแล้วถาม
บุตรว่าเจ้าทั้งหลายค่ำครวญกันทำไม และพระภิกษุไปไหนกันเสียหมดเล่า
ข้าแต่พ่อ พ่อได้สั่งให้พระภิกษุหยุดสวด แล้วภิกษุทั้งหลายได้กลับไปหมดแล้วพวกฉันมาคิดว่า
ธรรมดาสัตว์ผู้ไม่กลับความตายย่อมไม่มี
พ่อไม่ได้พูดกับพระผู้เป็นเจ้า ถ้าเช่นนั้นพ่อพูดกับใคร พ่อบอกกับเทวดาทั้งหลาย ที่เอา
รถซึ่งประดับมาหกคัน แต่เทวโลกหกชั้น แล้วหยุดอยู่ในอากาศแล้วบอกพ่อกับเทวดาเหล่านั้น
พ่อจึงบอกให้รอก่อน รอก่อน ดังนี้
รถอยู่ที่ไหนเล่าพ่อ พวกฉันไม่เห็น

พ่อจึงถามว่า "ดอกไม้ที่ร้อยเป็นพวงมีบ้างไหม"
ลูก "มีพ่อ"
พ่อ "เทวโลกชั้นไหนน่ารื่นรมย์ "
ลูก"ดุสิตพิภพ ซึ่งเป็นที่อยู่ของพระโพธิสัตว์ทุก ๆ พระองค์ น่ารื่นรมย์พ่อ"

ถ้าเช่นนั้นเจ้าจงอธิษฐานว่า ขอพวงดอกไม้จงคล้องอยู่ที่รถมาแต่ดุสิตพิภพ แล้วโยน
พวงดอกไม้ขึ้นไปบุตรทั้งหลายโยนดอกไม้ขึ้นไป พวงดอกไม้ก็คล้องอยู่ที่งอนรถห้อยอยู่ในอากาศ
มหาชนเห็นพวงดอกไม้นั้นแต่ไม่เห็นรถ อุบาสกพูดว่าพวกเจ้าเห็นดอกไม้อยู่ในอากาศแล้วมิใช่หรือ
บุตรธิดาทั้งหลายบอกว่าเห็นแล้วจึงบอกว่านั่นแหละ พวงดอกไม้ได้แขวนอยู่ที่รถชั้นดุสิตพ่อจะไปสู่
ดุสิตพิภพ พวกเจ้าอย่าตกใจไปเลย เมื่อต้องการจะไปบังเกิดในสำนักเดียวกับพ่อ ก็จงทำบุญให้ทาน
รักษาศีลแล้วฟังธรรมตามโอกาสเวลาสมัย ดังที่เราได้ทำไว้แล้วนั่นแหละครั้นแล้วธรรมมิกอุบาสก
ก็ทำกาลกิริยาตายไป ไปประดิษฐานอยู่ในรถที่มาแต่ชั้นดุสิตพิภพ มีนางเทพอัปสรพันหนึ่ง แวดล้อม
วิมานแก้ว ประมาณยี่สิบห้าโยชน์ได้ปรากฏคอยรอรับธรรมมิกอุบาสกนั้น

ในมงคลสูตรยกย่องการสดับธรรมว่าเป็นมงคลอันอุดม แก่ผู้สดับในกาลที่ฟังแล้วว่า "กาเลน ธัมมัสสวนัง เอตัมมังคลมุตตมัง"

การฟังธรรมโดยการนั้นเป็นมงคลอันสูงสุด แลเป็นธรรมรสของผู้สดับดีกว่ารสทั้งหลายบรรดามีในโลก เพราะให้เกิดความชุ่มชื่นในภายในทุกกาลทุกสมัย รสสามัญว่าให้ซาบซ่าเลี้ยงอวัยวะ แลรู้ได้ด้วยชิวหาประสาท ส่วนธรรมรสนั้นเป็นปัจจัยให้มีสติปัญญาแลอัตตสัมมาปณิธิ มีพุทธภาษิตยกย่องว่า "สัพพระสัง ธัมมรโส ชินาติ" ธรรมรสทั้งปวงฉะนี้ฯ



คัดมาจากพระธรรมเทศนาแสดงโดย พระธรรมราชานุวัตร สมัยดำรงสมณศักดิ์ที่ พระรัตนเวที วัดพระเชตุพน แสดง ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๑ / อานิสงส์การทำบุญ

ขออนุโมทนาบุญทุกท่านที่มีจิตเป็นกุศล ที่มุ่งมั่นติดตามอ่านธรรมะด้วยนะครับ








Create Date : 22 สิงหาคม 2551
Last Update : 22 สิงหาคม 2551 17:31:27 น. 0 comments
Counter : 267 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ebusiness
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







พระพุทธเจ้าทรงมอบสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้แก่มวลมนุษยชาติ สิ่งนั้นคือพระธรรมที่ใช้เป็นกรอบในการดำเนินชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีงาม สู่ความเจริญสูงสุดของชีวิต ในฐานะชาวพุทธ ทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลรักษาสิ่งที่ดีเหล่านี้เอาไว้ให้ได้นานที่สุด อย่างน้อยก็ในช่วงชีวิตเราแต่ละคน
Friends' blogs
[Add ebusiness's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.