Group Blog
 
All blogs
 
หลักธรรมตามรอยพระยุคลบาท



สวัสดีทุกท่านครับ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในทุกด้าน ทรงมีความเป็นไทยอย่างที่สุด ดูได้จากพระราชจริยวัตรของพระองค์ ทั้งเรียบง่าย พอดี และมีความอ่อนน้อมถ่อมตน วันนี้เสนอประมวลหลักสิบข้อที่พระเจ้าอยู่หัวทรงแสดงให้เราดูมาตลอด หลักนี้สามารถใช้ได้กับทุกอาชีพทุกคน ขอให้ทบทวนทีละข้อว่าเราจะปฏิบัติกันได้ไหม แล้วดูว่าที่พระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัตินั้น ปฏิบัติอย่างไรครับ

๑.ทำงานอย่างผู้รู้จริง และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์

“จำได้ไหมครับ ที่เคยรับสั่งว่า “รู้ รัก สามัคคี” คำแรกที่ทรงสอนคือ “รู้” เพราะฉะนั้นจะทำอะไรขอให้เริ่มที่ความรู้ก่อน พระองค์ท่านบอกว่าต้องมีสติ และสติที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดสิ่งที่สูงกว่า นั่นคือ “ปัญญา” เราจึงต้องเป็นผู้รู้จริงในการทำงาน พระองค์ท่านมีเอกสารศึกษาวิธีทำแต่ละเรื่อง ทรงศึกษาอย่างละเอียด ก่อนตัดสินพระทัยลงไปช่วยพัฒนาประชาชนนั้น ทรงศึกษาก่อน เตรียมก่อน เมื่อพร้อมแล้วจึงลงไปทำ”

๒.ความอดทน มุ่งมั่น ยึดธรรมะ และความถูกต้อง

“ตลอดระยะเวลา ๖๐ ปี พระเจ้าอยู่หัวทรงงานหนัก ผลพวงมาออกตอนพระชนมายุ ๗๒ พรรษา ต้องเสด็จมาประทับที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน เพื่อรักษาอาการปวดพระปฤษฎางค์ เท่าที่ทราบมา ทรงใช้พระวรกายจนสึกหรอแล้ว เราจะเฉยอยู่ได้อย่างไร.... พระองค์ท่านทรงอดทนมาตลอด ๖๐ ปี ต้องเผชิญปัญหาทั้งชาติ ... พระองค์ทรงยึดถือธรรมะและความถูกต้องยิ่งกว่าอื่นใด เมื่อคนถวายเงิน “โดยเสด็จพระราชกุศล” พระองค์ท่านก็กำชับนักหนาให้ดำเนินการอย่างถูกต้อง ทุกกระเบียดนิ้ว ... เชื่อเถอะครับ ถ้าคุณยึดในความถูกต้องแล้วคุณจะสบายใจ จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งได้อย่างสบายใจ แต่ถ้าคุณมีแผลแม้แต่นิดเดียว คุณจะไม่กล้าหันหลังให้ใคร ไม่กล้ามองหน้าใคร ... หากยึดความถูกต้อง ชีวิตเราก็มีความสุข ไม่ต้องทุกข์ ไม่ต้องกลัวอะไร...”

๓.ความอ่อนน้อมถ่อมตน เรียบง่าย และประหยัด

“เห็นเวลาเสด็จเยี่ยมราษฎรไหม ทรงโน้มพระวรกายเข้าหาประชาชน ทรงคุกเข่าต่อหน้าประชาชน ทรงถามทุกข์สุขทรงปรึกษาหารือกับเขาเป็นชั่วโมง ประชาชนนั่งพับเพียบ พระองค์ท่านก็ทรุดพระวรกายนั่งพับเพียบเสมอบนพื้นเดียวกัน ... ในขณะที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของเราเดินก๋า คนใหญ่คนโตระดับเจ้ากระทรวงเดินผูกผ้าขาวม้า เดินตรวจราชการลอยไปลอยมา”

๔.มุ่งประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นหลัก

“ผมเคยไปขอพระราชทานพร กราบบังคมทูลว่า วันนี้เป็นวันเกิดพระพุทธเจ้าค่ะ ขอพระราชทานพร พระองค์ท่าน พระราชทานว่า “ขอให้มีร่างกายที่แข็งแรงเพื่อสามารถทำประโยชน์ให้กับคนอื่นได้ ขอให้มีความสุขจากการทำงาน และขอให้ได้รับความสุขจากผลสำเร็จของงานนั้น” ไม่มีเลยของส่วนตัว แข็งแรงก็ไม่ใช่ส่วนตัว แข็งแรงเพื่อไปรับใช้คนอื่นเขา ความสุขก็คือการทำงานให้คนอื่น เมื่องานสำเร็จเราก็จะมีความสุข ตั้งแต่ร่างกายจนกระทั่งการกระทำของเรา เพื่อคนอื่นทั้งนั้น”

๕.รับฟังความเห็นของผู้อื่น เคารพความคิดที่แตกต่าง

“บ้านเมืองที่ทะเลาะกันอยู่ทุกวันนี้ เป็นเพราะเราไม่รับฟังความเห็นของผู้อื่น ... ทรงเตือนให้นั่งปรึกษาหารือกัน ฟังเขาแสดงเหตุแสดงผลออกมา แล้วเราแสดงเหตุแสดงผลออกไป เหตุผลอันไหนจะยอมรับได้มากกว่า เมื่อตกลงกันได้แล้วก็เลิกเถียงกัน ลงมือปฏิบัติเลย ทรงรับสั่งเอาไว้อย่างเรียบง่าย เพราะถ้าไม่ยอมกัน ต่างเอาชนะคะคานกัน แล้วเริ่มต้นด้วยวาจา ตามด้วยร่างกาย ผลสุดท้ายก็ตีกัน ... ท่านสอนให้ใช้เหตุผล ลองมานั่งนึกดูว่าเหตุผลที่ดีที่สุด น่ายอมรับที่สุดคืออะไร และผลสุดท้ายก็จะตกลงกันได้ นี่สิครับเป็นหนทางของมนุษย์ที่มีสติและปัญญา ไม่ใช่ความคิดกูเป็นที่ตั้ง จะเอาอย่างนี้ ใครอย่าเถียง นี่คือคนเถื่อนแล้ว ไม่ใช่คนมีสติปัญญา”

๖.มีความตั้งใจจริงและขยันหมั่นเพียร

“พระเจ้าอยู่หัวเวลาทรงทำอะไร ทรงมุ่งมั่นมาก เรื่องความขยันไม่ต้องพูด ทรงงานไม่มีวันเสาร์ วันอาทิตย์ ไม่มีเวลากลางวันกลางคืน ... วันนั้นเสร็จงานห้าทุ่ม เสด็จฯ ไปแล้ว เราก็กลับเข้าค่ายมฤคทายวัน เราเหนื่อยมาตั้งแต่บ่ายสี่จนถึงห้าทุ่ม แผ่นอนสลบไสล ตีสองทรงเรียกไปขอแผนที่ ขอข้อมูลเพิ่มเติม ในขณะที่เรากลับไปสลบไสล ทรงกลับไปทรงงานต่อ เราละอายไหมครับ แล้วเรื่องแบบนี้ปรากฎขึ้นตลอดเวลาตราบใดที่งานไม่เสร็จ จะต้องต่อเนื่องไม่มีวันจบจนกระทั่งงานบรรลุ”

๗.ความสุจริตและความกตัญญู

“ความสุจริตเป็นเรื่องที่จะทรงแสดงให้เห็น ... ส่วนเรื่องความกตัญญูก็ไม่ใช่เฉพาะความกตัญญูที่ทรงแสดงกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเท่านั้น ได้ทรงแสดงให้เห็นถึงความกตัญญูต่อแผ่นดิน ความกตัญญูต่อสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ ถ้าเป็นเรื่องของส่วนรวมนั้น พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงแสดงให้พวกเราดูและทรงเตือนพวกเราให้ยึดสิ่งนั้นไว้ เพราะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และเป็นเรื่องที่มีคุณค่า...”

๘.พึ่งตนเอง ส่งเสิรมคนดีและคนเก่ง

“พึ่งตนเองคือเศรษฐกิจพอเพียง พระเจ้าอยู่หัวทรงบอกว่าคำที่สำคัญที่สุดในเรื่องนี้คือคำว่า “พอ” ทุกคนต้องกำหนดเส้นความพอของตนเองให้ได้ และยึดเส้นนั้นให้เป็นมาตรฐานของตน... เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่การกลับไปปลูกถั่วปลูกงา ทำการเกษตร หากต้องตั้งวิถีชีวิตให้เป็นแบบไทยๆ วิถีชีวิตที่เรียบง่าย ธรรมดา เดินทางสายกลาง ... ส่วนการส่งเสริมคนดีและคนเก่งก็หมายถึง ใครดีใครเก่งก็ให้สนับสนุน มีนายบางคนอิจฉาลูกน้อง ไอ้นี่จะล้ำหน้าไปแล้ว เป็นความคิดต่ำช้าที่สุด ตรงกันข้าม ถ้าเขาเก่งจริงสนับสนุนเขาเลย นี่คือสิ่งที่ควรทำกัน”

๙.รักประชาชน

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบอกว่า หากมีคนถามว่าฉันทำอาชีพอะไร ให้ตอบว่า “ทำราชการ” พระองค์ท่านทรงรักประชาชน ทำงานเพื่อประชาชน คนที่รับราชการถือว่า “รับงานของราชะมาทำต่อ” สิ่งแรกที่ต้องทำคือ รักประชาชนและทำงานเพื่อประชาชน พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ปลูกต้นมะม่วงแล้วได้ลูกมะม่วง ไม่ใช่ปลูกมะม่วงแล้วได้ทุเรียน คุณปลูกความดี คุณก็ได้ความรักกลับมาแน่นอน”

๑๐.การเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน

“พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า รู้ไหมบ้านเมืองอยู่รอดมาได้ทุกวันนี้เพราะอะไร เพราะคนไทยยังให้กันอยู่ คำสั้นๆ คำเดียว “เรายังให้กันอยู่” คนในครอบครัวยังช่วยเหลือกัน คนในชุมชนยังเอื้อกัน เวลาเกิดทุกข์ยากที่ไหนทุกคนยังรวมตัวกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”

เนื้อเรื่อง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา

ช่วงนี้บ้านเมืองไม่สงบ ถึงเวลาที่จะน้อมหลักธรรมนี้ไปปฏิบัติเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขครับ


Create Date : 06 กันยายน 2551
Last Update : 6 กันยายน 2551 12:55:25 น. 1 comments
Counter : 251 Pageviews.

 
สาธุครับ


โดย: อัสติสะ วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:8:03:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ebusiness
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







พระพุทธเจ้าทรงมอบสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้แก่มวลมนุษยชาติ สิ่งนั้นคือพระธรรมที่ใช้เป็นกรอบในการดำเนินชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีงาม สู่ความเจริญสูงสุดของชีวิต ในฐานะชาวพุทธ ทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลรักษาสิ่งที่ดีเหล่านี้เอาไว้ให้ได้นานที่สุด อย่างน้อยก็ในช่วงชีวิตเราแต่ละคน
Friends' blogs
[Add ebusiness's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.