เรื่องราวของชายผู้มีความหลัง
Group Blog
 
All blogs
 
รถในฝันของชายหนุ่มผู้อาภัพ...

มาลองอ่านดูกันดีกว่าครับ ว่ารถในดวงใจผมคือรถยี่ห้อไหนรุ่นไหนบ้าง

ในฐานะที่ผมเองเป็นคนที่ชอบรถยนต์ ชอบศึกษาเรื่องรถยนต์ มีความสนใจในเรื่องที่เกี่ยวกับรถยนต์มาก ทั้งยังบ้ารถพอสมควร ผมจึงมีรถสุดโปรดในดวงใจผมมากมาย ซึ่งการที่เราจะมีรถสุดโปรดในดวงใจนั้นไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นรถยนต์ที่เราเป็นเจ้าของ ซึ่งจะเป็นรถยี่ห้ออะไรก็ได้ที่เห็นแล้วรู้สึกชอบ และเมื่อได้สัมผัสก็ยิ่งหลงใหลได้ปลื้ม มีความรู้สึกดีเกี่ยวกับรถยนต์ยี่ห้อนั้น ๆ รุ่นนั้น ๆ

รถยนต์สุดโปรดในดวงใจของผมนั้นก็มีหลายยี่ห้อ จากประเทศต่าง ๆ ซึ่งก็มีดังต่อไปนี้

McLaren F-1 - เป็นรถสปอร์ตที่ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเหมือนกับรถยนต์สูตร 1 มากที่สุด ทั้งที่นั่งภายใน และรูปลักษณ์ภายนอก ทั้งยังใช้เครื่องยนต์ 6.2 ลิตร V-12 สูบ 627 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 385 กม./ชม. อัตรเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ 3.3 วินาที ถือได้ว่าเป็นรถที่วิ่งได้เร็วมากในสมัยนั้น ภายในออกแบบให้มี 3 ที่นั่งโดยมีที่นั่งคนขับอยู่ตรงกลาง และมีที่นั่งผู้โดยสารขนาบข้าง ถ้าผมได้เป็นเจ้าของก็คงดีพิลึก แต่กระนั้นด้วยความที่ผมยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนทั้งยังไม่มีกิ๊ก เอ่อ.......นะ ผมก็คงจะรู้สึกโหวง ๆ พิลึกถ้าไม่มีเค้ามานั่งขนาบข้าง เหอๆๆๆๆๆ

Lamborghini Murcialago - ผมรู้สึกชอบเจ้ากระทิงบ้าตัวนี้มานานแล้ว แต่ที่ชอบสุด ๆ และคลั่งสุด ๆ ก็คือหลังจากที่ผมได้ไปดูหนังเรื่อง Transporter 2 มา ซึ่งรถรุ่นนี้ได้มีการนำไปแสดงด้วย ทำให้ผมเองรู้สึกติดอกติดใจกับสมรรถนะในระดับพระกาฬของมัน รวมทั้งระบบส่งกำลังแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีมาจากค่ายรถ AUDI ของเยอรมันซึ่งเป็นเจ้าพ่อในเรื่องนี้ด้วย แน่นอนว่ามันย่อมเป็นสุดยอดแห่งรถซูเปอร์คาร์แห่งยุคอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยความดุดันในสมรรถนะ อัตราเร่งที่เร้าอารมณ์ การบังคับควบคุมที่ยอดเยี่ยม ทัศนวิสัยที่สุดยอด ทำให้อารมณ์ในการขับมันเปลี่ยวเหมือนยี่ห้อรถคันนี้เลย แต่ผมก็ต้องขอติในเรื่องของการตกแต่งภายในที่ดูจืดชืด ไม่ดุดันเร้าในกว่าที่มันน่าจะเป็น ทั้งนี้เป็นเพราะได้รับอิทธิพลมาจากค่ายออดี้และโฟล์คซึ่งไม่ชำนาญด้านการออกแบบภายในของซูเปอร์คาร์นักทำให้ลัมโบร์ตัวนี้เสียคะแนนไปมาก แต่กระนั้นก็ยังเป็นรถในดวงใจผมอยู่ดี

Lamborghini Diablo - เจ้ากระทิงดุตัวนี้เป็นบรรพบุรุษเจเนอเรชั่นที่แล้วของเจ้ามูร์เซียลาโก้ ก็ถือได้ว่าเป็นรถที่เหี้ยมเกรียม ดุดัน เข้าขั้นพยศเลยก็ว่าได้ ทั้งภายนอกและภายในออกแบบโดย จุยจาโร่ (Guigiaro) ซึ่งเป็นสำนักออกแบบที่ลือชื่อของอิตาลี ทั้งเครื่องยนต์ V-12 อันดุเดือดเลือดพล่าน ทำเอาคู่แข่งอย่างแฟร์รารี่ในยุคนั้นไม่มีรถรุ่นไหนมาต่อกรได้เลยซักรุ่น

Ferrari Testarossa - มันคือสุดยอดรถสปอร์ตเครื่องวางกลางลำในยุคนั้น เสียงเครื่องยนต์ของมันคือสุ้มเสียงอันกร้าวแกร่ง ไม่หวานแหลมเท่าไหร่นัก ออกไปทางทุ้มต่ำ ดุดันอันเนื่องมาจากเครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ 12 สูบ สมรรถนะก็ถือได้ว่าเป็นอะไรที่ดุดันให้ฟิลลิ่งพอสมควร ผมจึงยกให้คันนี้แหละคับเป็นอีกคันสำหรับรถในดวงใจผม

Porsche Carrera - 40 ปีมาแล้วที่เจ้ากบตัวนี้ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง แต่กระนั้นมันก็ยังไม่ละทิ้งเอกลักษณ์เดิม ๆ ของมัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์เครื่องวางท้าย ขับเคลื่อนล้อหลัง เครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ รูปทรงตัวถังที่เหมือนกบ เป็นต้น ซึ่งมีลักษณะร่วมกับเจ้าโฟล์คเต่าอยู่ไม่น้อย ก็ได้ทำให้เจ้าคาร์เรร่าตัวนี้คงความคลาสสิคเอาไว้ได้นานแสนนาน ยิ่งกว่านั้นมันไม่ได้มีรูปร่างคลาสสิคเพียงอย่างเดียว มันยังมีสมรรถนะที่กร้าวแกร่ง ดุดัน การบังคับควบคุมที่เยี่ยมยอด การขับขี่อันแสนเร้าใจ ทำให้ผมรู้สึกว่ามันคือรถสปอร์ตพันธุ์ดุที่คงไว้ซึ่งความดุดันอยู่ในที

VW Golf GTi mk.I - เป็นรถคอมแพ็คท์อันสุดแสนคลาสสิคซึ่งก็ถือว่าเป็นรถคอมแพ็คท์ที่ครองใจผู้คนจำนวนมากแทบจะทั่วโลกด้วยรูปทรงที่เล็กกะทัดรัด การขับขี่อันแสนเร้าใจ สมรรถนะสูงแต่ประหยัดน้ำมัน ถือได้ว่าเป็นรถที่สานต่อความสำเร็จต่อจากเจ้าเต่าได้ดีทีเดียว

VW Golf GTi mk.V - ถือเป็น Golf GTi ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่รุ่นแรก ด้วยการปรับปรุงเครื่องยนต์ ระบบบังคับควบคุม การตกแต่งภายใน ทำให้เจ้าตัวนี้ มีโอกาสขึ้นทำเนียบรถคลาสสิคในอีก 2 ทศวรรษข้างหน้าได้อย่างไม่ยากเย็น

VW Käfer / Beetle mk.I - ถือเป็นผลผลิตทางวิศวกรรมชั้นหัวกะทิของประเทศเยอรมันในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (Dr.Ferdinand Porsche ) จากความคิดริเริ่มของจอมเผด็จการชาตินิยมสุตโต่งแห่งพรรคนาซีซึ่งก็คือ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่ต้องการให้มีรถยนต์ที่ทนทาน ดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องเติมน้ำที่หม้อน้ำ ราคาถูก และมีรูปทรงที่ดึงดูดสายตาคนทั่วไป เจ้าเต่าทองจึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูหวานแหวว เครื่องยนต์วางท้ายขับเคลื่อนล้อหลัง ระบายความร้อนด้วยอากาศ ซึ่งมีความทนทานดูแลง่ายสมใจอยากของจอมเผด็จการผู้นี้ โดยแต่เดิมเจ้ารถยี่ห้อนี้มีชื่อว่า Kraft Durch Freude หรือ KDF ซึ่งหมายถึงรถที่มีทั้งความแข็งแกร่งและความสนุกในการขับขี่ แต่พอหลังสงคราม มันกลับมีชื่อใหม่ว่า Volkswagen หรือ VW ซึ่งหมายถึงรถของประชาชน ยิ่งกว่านั้น ในระหว่างสงคราม เจ้าเต่าตัวนี้ก็ได้มีการนำเอาไปใช้ในงานสงครามด้วย โดยใช้เป็นรถพยาบาล รถลำเลียงเสบียง หรือแม้กระทั่งรถลาดตระเวณ เนื่องจากความทนทานของมัน รวมทั้งตัวถังที่หนาราวกับรถหุ้มเกราะซึ่งอาจจะเป็นกุศโลบายชั้นยอดของฮิตเลอร์ที่อาจจะให้ประชาชนนำเอารถคันนี้มาใช้ป้องกันตัวเเองในยามฉุกเฉินก็เป็นได้ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เจ้าเต่าตัวนี้ก็ได้เป็นสักขีพยานแห่งความมหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจของเยอรมัน (Wirtschaftswunder) ในทศวรรษที่ 1950 โดยเจ้าเต่าขายได้เกิน 1 ล้านคันในปี 1954 เป็นเวลา 6 ปีนับแต่ปี 1948 เท่านั้น !!! เจ้าเต่านั้นมีความก้าวหน้าทางวิศวกรรมสูงมากในสมัยนั้น โดยระบบช่วงล่างทั้ง 4 ล้อเป็นแบบกึ่งอิสระทอร์ชั่นบาร์ในขณะที่รถส่วนใหญ่ยังใช้แหนบ ฐานล้อที่กว้างทำให้มีการทรงตัวที่ดี รวมทั้งโครงสร้างที่แข็งแกร่งทำให้เป็นรถที่ปลอดภัยมาก เครื่องยนต์แบบบ็อกเซอร์ที่ทนทานดูแลง่าย และให้สุ้มเสียงที่เร้าใจพอตัว ทำให้เจ้าเต่าเป็นที่นิยมอย่างมาก แต่กระนั้นด้วยความที่เทคโนโลยีทางวิศวกรรมยานยนต์ได้พัฒนามาเรื่อย ๆ เจ้าเต่าก็เริ่มล้าสมัย และยอดขายตกต่ำ ทำให้สายการผลิตค่อย ๆ ปิดตัวลง โดยสายการผลิตในเยอรมันปิดตัวลงเมื่อทศวรรษ 1970 แต่ก็ยังมีโรงงานผลิตในเม็กซิโกโดยผลิตมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งปี 2003 เจ้าเต่าคันสุดท้ายก็ได้ออกสู่ท้องตลาดก่อนที่สายการผลิตสุดท้ายในโลกใบนี้ของเจ้าเต่าจะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ ถึงแม้ว่าเจ้าโฟล์คเต่าตัวแรกจะปิดตำนานอายุกว่า 60 ปีลงแล้วแต่ความยิ่งใหญ่และความคลาสสิคก็ยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย จนถึงขนาดมีคำกล่าวที่ว่า " It's not a car. It's a Volkswagen !!! "

VW Golf VR6 mk.III - เป็นครั้งแรกที่มาการเอาเครื่อง 6 สูบมาวางที่เจ้ากอล์ฟเล็กคันนี้ เครื่อง VR6 ของโฟล์คนั้นเป็นเครื่อง V6 สูบที่มีลักษณะการวางแบบองศาแคบ คือ 15 องศาซึ่งช่วยให้ไม่กินเนื้อที่ทำให้สามารถวางในรถเล็ก ๆ ได้ ทำให้เจ้า กอล์ฟVR6 นั้นเป็นรถเล็กที่ทรงสมรรถนะเอามาก ๆ

AUDI A6 C4 2.4 - ออดี้ไม่ได้สุดยอดแต่เฉพาะระบบส่งกำลังแบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ทรงประสิทธิภาพจนได้รับการยกย่องว่าเป็นตุ๊กแกเยอรมันเท่านั้น แต่ออดี้ก็ยังเป็นสุดยอดในเรื่องของเครื่องยนต์ด้วยเช่นกัน เครื่องยนต์ 2.4 ลิตรที่วางในออดี้รุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดเครื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ของออดี้เลยทีเดียว อัตราเร่งไหลลื่น ต่อเนื่องสม่ำเสมอ มีความทนทานเป็นเลิศ ดูแลไม่ลำบากนักถ้าหาช่างที่รู้จริง ยิ่งกว่านั้นการตกแต่งภายในของออดี้ยังถือได้ว่าเป็นรถที่มีการตกแต่งภายในที่ยอดเยี่ยมด้วยวัสดุชั้นเลิศ ดีกว่ารถยุโรปในระดับเดียวกันหลายยี่ห้อซึ่งที่กินไม่ลงก็จะมีแต่จากัวร์เท่านั้น ยิ่งกว่านั้นการขับขี่ การทรงตัว บอกได้เลยว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของยุโรป และของโลก ทั้ง ๆ ที่ออดี้รุ่นนี้ใช้ช่วงล่างแบบคานแข็งในด้านหลังแต่ก็ยังมีการทรงตัวที่เป็นเลิศ ถือได้ว่าเป็นรถที่คลาสสิคของผมเลยทีเดียว

AUDI RS6 C6 4.2 Quattro - จะเห็นได้ว่าออดี้ตัวนี้เป็นเจ้าตุ๊กแกเยอรมันที่การทรงตัวเป็นเลิศจริง ๆ รวมทั้งเครื่องยนต์ V8 สูบ 4.2 ลิตร สมรรถนะการออกตัวที่กร้าวแกร่งเร้าใจ เป็นรถอีกคันในดวงใจผม

BMW M5 E60 - M5 รุ่นนี้ ทางวิศวกรBMW ได้ทำการพัฒนาแทบทุกส่วนจนเปลี่ยนแปลงไปจากตัวเก่าแทบจะหน้ามือเป็นหลังมือ ด้วยเครื่องยนต์ V-10 สูบ 5.0 ลิตร ทื่สามารถเลือกโปรแกรมได้เองว่าจะเอาแบบ 400 แรงม้าสำหรับขับนิ่ม ๆ สบาย ๆ (แค่นี้ก็เสียวแล้ว) หรือจะเอาแบบดุดัน แบบสปอร์ตถึง 500 แรงม้า พร้อมทั้งระบบกันสะเทือนที่สามารถปรับระดับอ่อนแข็งได้ตามใจผู้ขับขี่ ทั้งเครื่องยนต์ที่แรงม้าและแรงบิดมหาศาลโดยไม่ต้องมีระบบอัดอากาศมาช่วย ระบบเกียร์ SMG อัจฉริยะที่เปลี่ยนเกียร์ได้เนียนและไหลลื่น รวมทั้งระบบกันสะเทือนและระบบอิเล็คทรอนิคส์ต่าง ๆ ที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนามาใหม่หมด รวมถึงระบบช่วยการออกตัวซึ่งทำให้การออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง 0-100 ได้ 4.8 วินาที และทำให้เสียงล้อสีกับพื้นดังเอี๊ยดดดดดด !!! ทำให้เจ้าเหยี่ยวเดือนเก้านี้เป็นรถสปอร์ตซีดานที่ทรงสมรรถนะเทียบได้กับปอร์เช่หรือแฟร์รารี่เลยทีเดียว

BMW 3-Series E30 - เจ้าE30 ตัวนี้เป็นบีเอ็มที่แสนคลาสสิคของผมอีกเช่นกัน ด้วยสมรรถนะอัตราเร่ง การขับขี่ ความทนทานของเครื่องยนต์ รวมถึงการใช้งานที่แสนสะดวกสบาย ทำให้เป็นอีกคันที่ผมมิอาจมองข้ามมัน

BMW 3-Series E46 - เป็นซีรี่ส์ 3 รุ่นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว ด้วยการขับขี่ที่แสนจะเร้าใจ เข้าโค้งได้แนบเนียน สมรรถนะอัตราเร่งที่ไม่เป็นสองรองใคร รวมทั้งการตกแต่งภายในที่หรูหราดูดีแบบสปอร์ต รูปลักษณ์ที่ดึงดูดซึ่งในการทดสอบจากเกือบทุกสำนักจะยกให้บีเอ็มรุ่นนี้เป็นที่หนึ่ง ซึ่งก็บอกความเป็นที่สุดในตัวของมันอยู่แล้ว

BMW 5-Series E39 - เป็นซีรี่ส์ 5 ที่ดีที่สุดอีกเช่นกันด้วยความภูมิฐาน ตกแต่งภายในได้เนี้ยบ วัสดุภายในดูมีราคา ภายในกว้างขวางสะดวกสบายกว่าคู่แข่ง การขับขี่ที่เป็นเลิศ สมรรถนะที่ไม่เป็นรองใคร โดยเฉพาะความเร็วตีนปลาย ถือได้ว่าเป็นบีเอ็มซีรี่ส์ 5 ที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

SAAB 9-3 2.0t AERO - ขอบอกเลยว่าซ้าบตัวนี้ตั้งใจทำรถจริง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าอัตราเร่งไม่เป็นรองใครแถมด้วยเสียงเทอร์โบที่ดังวี้ดๆๆๆๆๆ ซึ่งแสนจะเร้าใจอีกต่างหาก ระบบช่วงล่างของรถก็ใช้แบบอลูมิเนียมโดยเอามาจากวัสดุทำระบบรองรับของเครื่องบิน ซึ่งบอกได้เลยว่าเกาะเป็นตุ๊กแก ยิ่งกว่านั้นภายในตกแต่งในแบบเครื่องบินซึ่งทำให้บรรยากาศในการขับขี่ดูราวกับขับเครื่องบินรบไล่ยิงข้าศึก !!!

Subaru Impreza STi - ศักดิ์ศรีแชมป์แรลลี่โลกหลายสมัยเป็นประกันได้ถึงความยอดเยี่ยมในสมรรถนะของมัน ลองฟังเสียงเครื่องบ็อกเซอร์ของมันแล้วจะรู้ว่ามันคืออะไรที่ดุดัน เหี้ยมเกรียม เร้าใจเป็นอย่างมาก ทั้งการทรงตัวก็เป็นเลิศด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และการกระจายน้ำหนักที่เท่ากันทั้งหน้าและหลัง ทำให้เจ้า "อิม" ตัวนี้เป็นสุดยอดรถในดวงใจของใครหลายคนรวมทั้งผม

Mazda MX-5 / Miata - เจ้ามิอะตะถือได้ว่าเป็นสุดยอดโรดสเตอร์ซึ่งขนาดอังกฤษที่เป็นเมืองแห่งรถเปิดประทุนยังมีเจ้าตัวนี้วิ่งอยู่เกลื่อนแทนที่จะเป็นรถของชาติตัวเอง ซึ่งก็บอกได้ว่ามันคือความคลาสสิคและความเร้าใจของเจ้าโรดสเตอร์ของญี่ปุ่นยี่ห้อนี้ ไม่ว่าจะเป็นบอดี้ไหนก็ตาม

Mazda RX-7 / RX-8 - ด้วยเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์โรตารี่ติดหอยพิษอันแสนเร้าใจ การทรงตัวอันยอดเยี่ยม ภายในที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้มันเป็นรถที่เร้าใจในทุกสัมผัสจริง ๆ

Mitsubishi 3000GT / GTO - แปลกนะผมไม่ชอบ EVO แต่ผมดันมาชอบเจ้า GTO ซะงั้น แน่นอนมันเป็นสปอร์ตพันธุ์ดุที่หายาก เครื่องยนต์ 3000 ซีซี 272 แรงม้า 0-100 ได้ 5.4 วินาที ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ภายในที่ดุดัน ทำให้เจ้าจีทีโอตัวนี้ เป็นสุดยอดรถสปอร์ตในฝันของผมเลยทีเดียว

Honda NSX - ผลิตมานานถึง 15 ปีตั้งแต่ 1990-2005 !!! เป็นเครื่องรับประกันมนต์เสน่ห์ที่ยังไม่เสื่อมถอยของเจ้าฮอนด้าNSXนี้ แน่นอนว่ามันคือรถที่อาศัยเทคโนโลยีวีเทคอันเลื่องชื่อของฮอนด้าในการเสริมสร้างสมรรถนะเครื่องยนต์ แทนที่จะเป็นการใช้ระบบเทอร์โบช่วยอัดอากาศ ยิ่งกว่านั้นการที่เครื่องยนต์วางกลางลำได้ทำให้การกระจายน้ำหนักมีความสมดุล ช่วยเสริมสร้างสมรรถนะและการขับขี่ให้เร้าใจมากขึ้นไปอีก และที่แน่นอนก็คือมันเป็นรถญี่ปุ่นที่ใกล้เคียงแฟร์รารี่ที่สุดแล้วในสายตาผม

ทั้งหมดนี้คือรถอยู่ในฝันของผม ซึ่งผมเองก็ยังคงฝันกลางวันต่อไปว่าทำยังไงถึงจะได้เจ้ารถพวกนี้มาเป็นเจ้าของ แต่แน่นอนว่า ถึงผมจะไม่สามารถหาซื้อมันมาครอบครองได้ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้ มันก็ยังคงเป็นสปอร์ตในฝันของผมอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง


Create Date : 02 ตุลาคม 2548
Last Update : 4 ตุลาคม 2548 20:48:05 น. 5 comments
Counter : 456 Pageviews.

 
นิ่มชอบBmw มากที่สุด
Audi ก็ชอบนะ ชอบAudiสีส้ม
แต่เคยลองเทียบคุณสมบัติดูแล้ว กินน้ำมันจุมาก


โดย: http://nimm0310.diaryclub.com IP: 203.151.140.118 วันที่: 2 ตุลาคม 2548 เวลา:18:23:27 น.  

 
อืม .. เคบได้ยินเป็นบางตัวค่ะ
รถในฝันเก๋คือ SLK อ่ะค่ะ
ฮือๆ เวลาเห็นคนขับในกรุงเทพแล้ว หัวใจสะออน อิอิ
.
.
ขอให้ได้ขับรถในฝันในเร็ววันนะคะ


โดย: เก๋ (KEZIA ) วันที่: 2 ตุลาคม 2548 เวลา:18:24:27 น.  

 
โห...รถแต่ละรุ่น...ค้างคาวไม่กล้าฝันถึงเลย


โดย: ค้างคาว (Batgirl 2001 ) วันที่: 2 ตุลาคม 2548 เวลา:19:23:15 น.  

 
แหมเฮีย...

สุดยอด แฟนพันธ์แท้รถยนต์จริงๆ ครับ

ผมก็ชอบเหมือนกัน ดีใจมีเพื่อน

แต่ถ้าเทียบกับ เฮีย

ความรู้ผมคงแค่หางสเปิร์มหละครับงานนี้

ว่างๆ แวะมาคุยกันนะครับ

ปล. ส่วนตัวชอบ PEUGEOT น้องโยต์ของผมนี่แหละครับ รักมากถึงคลั่งไคล้ !!!


โดย: ดอลลี่เพลย์บอย (^^PIANIST^^ ) วันที่: 2 ตุลาคม 2548 เวลา:23:43:00 น.  

 
ลืมบอกไป ตอนนี้ที่ชอบที่สุด(มากกว่าBMWแล้ว)
คือ Alfa Romeoสีแดง


โดย: http://nimm0310.diaryclub.com IP: 203.151.140.116 วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:1:06:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดยุคแห่งออสเตรีย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]