Japan Trip 7-22 September 2010

Smiley.........3 พี่น้อง ท.หทาร อดทน แบกเป้ สพายหลัง ท่องเที่ยวพเนจรในแดนอาทิตย์อุไท...SmileySmiley


อ่านดูหัวข้อแล้ว...ก็จะเป็นลักษณะการเที่ยวโดยทั่วไป เพื่อทดสอบกำลังใจและกำลังกายของตัวเอง
แต่ใช่ที่ไหนกันเล่า ก็ทั้ง 3 คนขึ้นชื่อว่า
“งก” เหมือนคนไม่มีสตางค์ แต่จริงๆ แล้วรวยๆ กันทั้งนั้น (ชิมิ ชิมิ รวยไม่รวยก็ต้องดูลักษณะการเที่ยวของพวก 3 พี่น้องก็จะรู้)
เห็นจะมีก็แต่ผู้เขียน ผู้เล่าคนนี้มากกว่าที่จนกรอบชิดขอบประตูเนื่องจากตกงานมาปีกว่า หรือ 2 ปีนี่ละ ต้องใช้บุญเก่าเก็บที่ดูจะร่อยหลอไปทุกวัน ทุกวัน คิดหน้าคิดหลังว่าจะไปเที่ยวดีหรือเปล่านะ....เพราะเกรงว่าหลังจากเที่ยวแล้ว จะมีชีวิตไม่รอดในวันที่ว่างงานที่รออยู่


*หุ หุ พูดเวอร์ไปอย่างนั้นละคะSmiley
จริงๆ เป็นคนธรรมดาเดินดิน กินข้าวแกง ข้างทางดีๆ นี่เอง อย่าเพิ่งหมั่นไส้กันก่อนนะค๊ะสหายที่หลงเข้ามาอ่านทั้งหลาย
ลองติดตามดูว่าเราทั้ง 3 คน กรอบกันแค่ไหน


เมื่อตัดสินใจ ว่าจะไป ด้วยเหตุผลที่ว่า เอาน่า เดี๋ยวทำงานแล้วจะไม่มีโอกาสเที่ยวแบบนี้อีกนาน
......เอาหละนะ มาตั้งงบกันคร่าวๆ แบบไม่ให้บานปลาย แบบตระหนี่ ซึ่งก็คือต้องเที่ยวไป
คิดไป.....คิดอะไรนั้น สามารถหาคำตอบได้จากเนื้อเรื่องนะคะ
.......เรามาประมาณค่าใช้จ่ายหลักๆ ต่อคนได้ดังนี้นะคะ


Smiley ค่าวีซ่า 1,000 บาท
Smiley ค่าเครื่องบิน 18,000 บาทSmiley
Smiley ค่าเดินทางในญี่ปุ่น 30,000 เยนSmileySmileySmileySmileySmiley
Smiley ค่าอาหาร 2 – 3 มื้อ ขึ้นอยู่กับที่พักว่ามีอาหารตอนเช้าให้หรือเปล่าSmiley ตกวันละ 2,000 เยน x 15 วัน = 30,000 เยน
Smiley ค่าที่พักต่อคน คนละ 5,000 เยน x 14 คืน = 70,000 เยนSmileySmileySmileySmiley


*คิดเรท 36.72 บาท ต่อ 100 เยนSmiley


 


รวมทั้งสิ้น
1. ค่าวีซ่า + ค่าเครื่องบิน = 19,000 บาท
2. ค่าเดินทางในญี่ปุ่น 30,000+ ค่าอาหาร 30,000+ค่าที่พักต่อคน 70,000 = 130,000 เยน ~ 47,736 บาท
1 + 2 = 66,736 บาท



Smiley อนึ่ง ต้องเผื่อค่าเข้าชมสถานที่ ในแต่ละเมืองด้วย...........รวมคร่าวๆ ตีแบบหลวมๆ น่าจะไม่เกินที่ 70,000 บาท ก็เที่ยวได้แล้ว.......... อืม งบ 70,000 บาท พอรับได้อย่าให้เกิน.......... ไม่งั้นเจ็บ


เมื่อบอกรายจ่ายคร่าวๆ กับพี่น้อง ตามด้านบนนี้ ก็รับปากกันทันที เพราะ ทั้ง 2 คนที่ไปด้วย อยากไปเที่ยวกันเอง หาเพื่อนเที่ยวว่างั้นละคะ.... ว่างัยก็ว่าตามกัน ของแค่ชีวิตติดดินและประหยัดให้ได้มากที่สุด


 


ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวแปรที่สำคัญในการทำให้การท่องเที่ยว ที่ก่อให้เกิดความประหยัดได้ในแบบของเราเอง



  1. ก็เห็นจะมีเรื่องเส้นทางการเดินทาง อยากเที่ยวแบบเหนือไปใต้หรือออกไปตกก็แล้วแต่คน เพราะต่างคนต่างชอบ แต่สำหรับเราผู้ซึ่งไปญี่ปุ่นครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 และผู้ร่วมเดินทางอีก 1 คนที่เดินทางไปด้วยนั้นเป็นการเหยีบญี่ปุ่นครั้งที่ 3 แล้ว แต่ที่ผ่านมาจะเป็นการเที่ยวกับทัวร์- เขาต้องการไปเที่ยวสถานที่ๆ ทัวร์ไม่พาไป (หุ หุ ว่างั้นไป ก็ต้องไปสถานที่ที่โด่งดังสำหรับชาวต่างชาติบ้าง สำหรับคนในพื้นที่บ้างก็ว่ากันไป) และผู้เดินทางคนสุดท้ายเป็นการเดินทางเข้าญี่ปุ่นครั้งแรกครับกระผม ดังนั้นเส้นทางการเดินทางของเรา 3 คนพี่น้อง....ไปตาม บริเวณ สาย JR East Pass (เอาว่าเลือกแล้ว ว่าถูกและเหมาะสมกับเรา)

  2. ค่าที่พัก ก็เอาให้ถูกที่สุดนั้นหละ เพราะสำหรับพวกเรา ขอแค่เป็นที่หลับนอน (ที่ซุกหัวนอนก็ว่างั้นเถอะ) ไม่ต้องหรูเลิศ อลังกาลงานสร้างเพราะเงินมันสร้างตามไม่ทัน

  3. อาหารการกิน แน่หละเราทั้ง 3 คนเกิดมาในชนชั้นกลาง การกินอยู่ของเราก็จะเป็นแบบง่ายๆ เน้นกินกันตาย และก็ต้องลองชิมของดีของเมืองๆ นั้น ที่ชาวบ้านเขากินกันด้วยหากมีโอกาส (เพราะไม่ได้ซีเรียส โปรแกรมการกิน)

  4. และแน่ละ ข้อมูลที่อ้างอิงก็มาจากทางเวปทั้งหลาย ทั้งการอ่านในเวปบอร์ด และการหาข้อมูลจากเวปการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นเอง ที่ผู้เขียนใช้เป็นหลัก จนอย่างช่ำชองคือ



ข้อมูลการท่องเที่ยวและการเดินทาง



  1. //www.japan-guide.com/ จะบอกรายละเอียดการเดินทาง ข้อมูลการเดินทาง และข้อมูลอื่นๆได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีเวปลิงค์ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้าไปอ่านข้อมูลที่ละเอียดและหลากหลายมากขึ้น จึงสะดวกต่อการใช้งานอย่างมากคะ ผู้เขียนใช้เวปนี้เปก็นหลักเลยคะ

  2. //www.jnto.go.jp/eng/ นี่ก็เป็นอีกเวปที่ผู้เขียนอ้างอิงเหมือนกัน เพราะบางอย่างใช่ว่าเวปข้องของ japan-guide.com จะมีทุกอย่าง

  3. ก็จากเวปบอร์ดของเพื่อนๆ เอาไว้อ่านและอิงจากประสบการณ์ของเขาเหล่านั้น เป็นข้อมูลคร่าวๆ ว่าเราอยากไปเที่ยวไหนบ้าง พักที่ไหนดี




ข้อมูลการคมนาคม เวลาการเดินทาง เส้นทางการเดินทาง .....อนึ่ง ผู้เขียนใช้เส้นทางการเดินรถไฟเป็นหลักคะ



  1. //www.japanrail.com/ เส้นทางการรถไฟ ตารางการเดินรถไฟ และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานที่รถไฟผ่าน แนะนำแผนการเดินทาง

  2. //www.hyperdia.com/cgi-english/hyperWeb.cgi เป็นการเช็คว่าเราอยู่ไหนและ ต้องการจะไปไหน โดยฐานข้อมูลที่มีอยู่ คือ Airline, Shinkansen ( excepts NOZOMI), LIMITED EXPRESS จะบอกรายละเอียดทันทีว่าคุณจะไปถึงจุดหมายอย่างไร ด้วยรถไฟขบวนไหน/ เครื่องบินลำไหน ต้องรอกี่นานเท่าไหร่รถไฟถึงจะมา มีเส้นทางที่จะไปถึงจุดหมายทั้งหมดกี่เส้นทาง ทั้งนี้คุณสามารถระบุถึงเวลาที่คุณจะออกเดินทางได้ด้วย....แล้วจะแสดงผลเฉพาะเวลาที่คุณเลือกเอาไว้ ...มีอีกเยอะนะคะ ลองเข้าไปดูแล้วจะรู้ว่า...อ๋อ มันดีจริงๆ และอีกเวปหนึ่งที่จะลืมไปได้คือ

  3. นึกไม่ออก เอาเป็นว่าหลักๆ ก็ 2 เวบข้างบนแล้วกันนะ




ข้อมูลที่พัก



  1. //www.toyoko-inn.com/eng/index.html เป็น Business Hotel ซึ่งผู้เขียนพักที่นี่เป็นหลักเลยคะ เนื่องจากที่นี่สะอาด ราคากันเอง ไปเมืองไหนก็นึกถึงที่พักที่นี่ก่อนใครเพราะมีเกือบทุกที่ในญี่ปุ่นและดูเหมือนจะตั้งอยู่ในสถานที่ที่ใกล้รถไฟ แหล่งชุมชน เอาเป็นว่าค่อนข้างสะดวก ไม่ต้องท่องเวปให้เหนื่อยในการหาที่หลับที่นอน ( นอกจากจะเต็มหรือไม่ก็สะดวก ถึงจะเปลี่ยนใจไปใช้บริการที่พักที่อื่นๆ คะ) ยิ่งเขามีโปรโมชั่นตลอดปีตลอดชาติ(คิดไปเอง แต่ดูเหมือนว่ามีลดบ่อย) ก็อดใจไม่ไหวที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของโรงแรมด้วยคนคะ ลกแหลก 30 % ในวันธรรมดา และซื้อ 10 คืน ฟรี 1 คืนเตียงเดี่ยว สำหรับคน 60 หรือ 65 ขึ้นไปลด 50 % บ้าง (จำไม่ค่อยได้แล้วนะคะ มีหลากหลายเหลือเกิน)

  2. Hostel & Ryokan ข้อมูลจาก 2 เวปบอร์ตของไทย อย่างที่เอ่ยไว้ว่าอ้างอิงสถานที่พัก และรูปภาพจากเวบบอร์ดสายพันธ์ไทยคะ



เริ่มเรื่องของการวางแผนการเดินทาง



  1. ว่าจะไปช่วงไหนดี จะไปกี่วัน วางแผนไว้คร่าวๆ ว่าเดือน กันยายนนี่หละเหมาะสุด เพราะ(เวลา)สะดวกที่สุดที่จะไปและถึงแม้อยากจะไปช่วงพฤศจิกายน ไปเห็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจนตัวสั่นก็ตาม

  2. ผู้เขียนเลือกที่จะเดินทางโดยใช้รถไฟเป็นหลัก และแน่หละโปรโมชั่นในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น JR East หนึ่งในการแบ่งเขตการเดินทางจาก JR East , JR West , JR Central , JR Hokkaido และ JR Kyushu

    จากการ + -
    x % ผู้เขียนเลือกที่จะซื้อ JR East Pass 3 Flexible days (special): ราคา 10,000 เยน //www.jreast.co.jp/e/eastpass/prices.html , //www.jreast.co.jp/e/press/20090601/20090601.pdf

    เป็นหลักไว้ก่อน เนื่องจากถูกสุด และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่เรายังไม่เคยไป
    ...จะมีเหตุผลใดกันเล่าที่จะไม่เลือกโปรโมชั่นนี้อีก ราคาค่าตั๋ว 110 USD/ ใบ จาก Online Booking //www.eastjapanrail.com/?conf=true และจากการวางแผนการท่องเที่ยวแบบง่ายๆ คร่าวๆ แล้วก็ต้องซื้อ JR East Pass 3 Flexible days คนละ 2 ใบคะ ซื้อออนไลน์ไว้ก่อน แล้วไปรับตั๋วที่เคาน์เตอร์เดี๋ยวกับ JR Pass



*JR East จะซื้อกี่ใบก็ได้นะคะเมื่อทำการซื้อนอกประเทศญี่ปุ่น แต่เมื่อเข้าประเทศญี่ปุ่นแล้วสามารถทำการซื้อได้เพียง 1 ใบเท่านั้นคะ ขอยืนยันข้อความที่เขียนไว้นะคะ เพราะจะมีหลายๆ คน ที่เข้าใจว่าซื้อได้เพียง 1 ใบเท่านั้น แม้แต่เจ้าหน้าที่บางคนที่การท่องเที่ยวญี่ปุ่นในไทยเองก็ตาม



**เริ่มแรกค้นข้อมูลจากเวบบอร์ด เขาว่าซื้อได้ใบเดียวก็วางแผนการท่องเที่ยวด้วยตั๋ว JR East Pass 3 Flexible days แบบซื้อใบเดียว และแล้วเราทั้ง 3 ไปทำวีซ่าที่สถานฑูตญี่ปุ่น จากนั้นไปการท่องเที่ยวญี่ปุ่นเพื่อเก็บข้อมูลแบบขำๆ เผื่อมีข้อมูลหรือโปรใหม่ๆ ที่เราไม่รู้ ที่เราตกหล่นไป คุยกับเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง พี่เขาก็แนะนำว่าซื้อกี่ใบก็ได้สำหรับ JR East Pass 3 Flexible days
... อ่า ดีใจซะ เหมือนกับว่าการเที่ยวครั้งนี้ของเราคงจะถูกลงไปอีก เพราะตอนแรกตั้งใจจะซื้อแบบ JR East Pass 3 Flexible days 1 ใบ และ JR Pass แบบ 7 วัน อีก 1 ใบ (28,300 Yen) กลับถึงบ้าน รีบเปลี่ยนแผนการเดินทาง เพื่อดูว่าเราจะซื้อซักกี่ใบดี ปรับเปลี่ยนทิศทาง การท่องเที่ยว ว่าจะไปที่ไหนก่อน จะแวะพักที่ไหนดี



หลังจากได้วีซ่ามาแล้ว ก็มาอ่านในเวบบอร์ดเพื่อหาข้อมูลให้ลึกขึ้นเพราะที่หาและมองไว้ครั้งแรกก่อนการขอวีซ่าเป็นแค่การหาแบบคร่าวๆ
อ่านไปๆ แล้ว
เสียงโดยรวมว่าซื้อ
JR East Pass 3 Flexible days ได้ใบเดียว เราก็เลยไม่แน่ใจในการรับรู้ด้านการฟังของเราแล้วสิ
(ฉันจะต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางหรือเปล่านะ เปลี่ยนไป เปลี่ยนมา) ไม่รีรอโทรไปการท่องเที่ยวญี่ปุ่น(ไม่รออ่านละ ต้องฟันธงให้ได้เพราะใกล้ถึงวันเดินทางแล้วยังไม่ได้จองโรงแรมด้วยซิ เดี๋ยวจะไม่มีที่นอนถูกๆ เหลือ) สอบถามเพื่อให้แน่ใจ
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรับสายว่าได้ 1 ใบ .... เอ้า เอาแล้วสิ...ถกเถียงกันอยู่นานนิดว่าวันก่อนเราได้ยินว่ากี่ใบก็ได้นะ เพราะเรามีพยานที่ไปด้วยกันวันนั้น (คือไม่วาย ทั้งโทรศัพท์หาพี่ แล้วหันไปถามน้องว่าได้ยินเหมือนกันไหม ทุกคนตอบ
Yes!)
แต่ก็นะเจ้าหน้าที่พูดเสียงแข็งว่าถ้าไม่เชื่อ ก็ไปถามเจ้าหน้าที่คนนั้นเองสิ ...บลา บลา (ไล่ส่งเราซะอย่างนั้น ) เราก็ถามชื่อป้าคนนั้นนะ ว่าชื่ออะไรคุณเธอไม่ตอบ แล้ววางหูซะ(จดจำ ความแค้นนี้เอาไว้)
เราก็อีเมล์ไปถาม
JR โดยตรงเลยและก็โล่งอกที่การรับฟังของเรายังดีอยู่
.... ตอบโต้คุณป้านั้นทันที โดยการอีเมล์ไปที่
Feed back หรือ contact us (จำไม่ได้ว่าอะไร มันนานหละเพราะเรื่องมันเกิดเมือปีที่แล้วได้ ตอนที่เขียนที่ปี 2010 เดือนกรกฎาคม)
ก็เล่าถึงวันเกิดเหตุว่าวันนั้น เวลานี้ เสียงคุณป้าตอบอย่างนี้ (ก็จำเสียงคุณเธอได้พอดี มั่นใจว่าเป็นป้าแน่เลย และให้เขาคิดกันเองว่า
วันนั้น มีใครไปออกงานที่ศูนย์ประชุม ใครที่อยู่ออฟฟิส และใครมีหน้าที่รับสาย ณวันนั้นๆ) ตอบคำถามเราอย่างไร พูดจาอย่างไร
พร้อมก๊อปปี๊ข้อมูลว่าเราต้องกระเสือกกระสน ดิ้นรนแค่ไหน ในการพิสูนจ์ว่าประสาทโสตการรับรู้ทางเสียงยังดีอยู่

จริงๆ เหตุที่เขียนไป เพื่อให้พนักงานศึกษาข้อมูลให้แม่นยำมากขึ้น ให้รู้ถึงข้อมูลที่แท้จริงเพื่อตอบคำถามกับพวกเราคนเดินทางได้อย่างถูกต้อง**หุ หุ ไม่มีคนตอบกลับ หายจ๊อย พอดีจะไปเที่ยว เลยไม่เอาความต่อ(โหดไหมเรา)**




เบื้องหลังการวางแผน



  1. ท่องเวบ ชอบที่ไหนตั้งไว้ในใจ เยอะมากขึ้นก็ทำการโน๊ตในคอมซะ เพราะสมองอย่างไรจำไม่ได้หมด

  2. เลือกสไตล์การเที่ยว ซักอย่างว่าเราอยากเที่ยวแบบไหน หรืออยากได้หลายๆ อย่าง เข้าไว้ด้วยกัน เช่น เน้นเรื่องกิน เรื่องโรงแรม หรือเน้นที่สถานที่ อืม... ซึ่งจริงๆ แต่ละคนมีความแตกต่างกันออกไป สำหรับเราเน้นท่องเที่ยวตามเส้นทางเดินรถไฟ มีสถานที่ไหนที่รถไฟผ่าน หรือแถวๆ นั้นก็หยุด

  3. แล้วก็พล๊อตว่าเส้นทางที่เราจะไป มีสถานที่ท่องเที่ยวไหนที่น่าสนใจ น่าวางไว้ในแผนการท่องเที่ยวของเรา โอ้...ทำไมเต็มไปหมดเลยเนี่ย ตีวงให้แคบลง แคบลง

  4. ทำการเลือก เช่นเลือกบนเส้นทางที่รถไฟไปถึงและสะดวก เลือกที่ใช้บัตรเบ่งได้ เลือกที่ถึงต้องจะจ่ายค่าใช่จ่ายเพิ่มเติมก็ไม่มากมายนัก เลือกสถานที่อะขยับไปอีกนิด ไกลอีกหน่อย ต่อถึงกันได้

  5. ทำการตัดมันออกไป เช่น ตัดจำพวกที่เดินทางนานโดยไม่จำเป็น...อย่างไปวัดอย่างนี้

  6. สรุปเรื่องของเรื่อง สะดวก ประหยัด น่าสนใจ...เอาใจผู้จัดเป็นที่ตั้ง



สรุปแผนการเดินทางของเราก็คลอดก่อนวันเดินทางจนได้ กว่าจะเสร็จก็นะเจียนตัวเหลือเกิน
จริงๆ แล้ว หลังจากได้วีซ่ามา ก็เหลือเวลาไม่ถึง 1 เดือนแล้วหละ ก็ต้องทำการจองโรงแรมก่อนเลย
ก็อย่างที่บอก มีแผนคร่าวๆ ว่ารถไฟไปจอดไหน เมืองใหญ่ๆ จะอยู่ซักกี่วัน(นี้ขึ้นอยู่กับสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนั้นๆ ด้วย) และทำการจองเลย Smileyแล้วมาเก็บรายละเอียดว่าจะถึงเมื่อไหร่ ออกเดินทางเมื่อไหร่ จะไปที่ไหนบ้าง จะกินอะไรแถวไหน(อันนี้ไม่ได้ทำไว้นักหรอก) จะต้องซื้อค่าเดินทางอะไรเพิ่มบ้างอีกที
และก็ไม่ลืมที่จะซื้อ
JR East Pass 3 Flexible days ทั้งหมด 6 ใบ .... เสร็จก่อนเดินทางซัก 1 อาทิตย์ได้






Create Date : 24 สิงหาคม 2554
Last Update : 24 สิงหาคม 2554 21:53:59 น.
Counter : 248 Pageviews.

0 comment
Jurong Discovery....Singapore


2 June 2005

Reach Changi Airport @ approx 2315hrs. Managed to have supper after touching down at the East Coast Food Centre. Due to some unforseen circumstances, was unable take pictures since then till 4 June 2005.




4June 2005

was a tour to the western part of Singapore - Jurong. Had a local dish for breakfast in the Jurong West St 52 Food Market"Minced Pork Noodle, Carrot Cake & Soya bean Milk"all for less than S$5








"Carrot Cake"with dark soya sauce.






A busy & crowded scene in the local fresh market. People choosing ingredients for the local dish named"Yong Tao Fu".







A long queue in front of the famous food stall selling
"Jub Chai Peng"
Mix Food Rice - Khao Rhad Gaang).







A butcher selling fresh pork. A very rare scene nowadays. The singapore government has stop building fresh market, these fresh markets can be found in moldern housing area.






Jurong Spring Community is a place for the residence for activities such as morning exercise, cooking classes, music class, etc, in the neighborhood.






Driving along the PIE (Pan Island Expressway) is such a enjoyable experience with all the trees smiling at me.







A view of the singapore flats in Singapore in front of a junction. A clean and green city with no pollution.






Singapore government introduce a policy to paint the flat every 5 years. Residence in the flat also play their part by keep the flat clean. And also avoid hanging their laudry to keep their flat look neat & tidy.






Even the car park in Singapore has a nice building. Parking in a government car park like this is $0.50 per 30 minutes in the day time or $2.00 for overnight. Other private carparks charges varies.






At the entrance to the sport complex. You can find swimming, gym & soccer facilities. You can find such sport complex like this in almost every area in singapore(not orchard, not chinatown, eg) to service you with little pay, ........WOW, such a good service right?






An electronic Ticket Vending Machine at the entrance of the sports complex. Entry fee is $2 (weekend - adult), $1.50 (Week days - adult).






For Child (under 18 years old) - $1.00 (weekend), $0.80 (weekdays).






The swimming complex getting crowded in the late morning. Have a deep pool that creates rain & wave every hour on weekday & 15 mins on weekend( if i'm not wrong) Rainbow may form over your head. Watch out for it!!!.






Rent a float for $3 (+ $2 deposit ) to take a leisure time in the "lazy pool". Experience yourself in the "manmade" cave & the feelings of falling rains.






Children are not forgetted. The swimming complex has a playground.






Besides the "lazy pools" there are other areas such as the spa treatmeant pool, slides, and a olympic size pool.






A Japanese team training in the stadium. SO CUTEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEE.............
Where is GYM? oh it's at second floor.....but to day i don't wanna go GYM yet, next trip, can?







Create Date : 14 มิถุนายน 2550
Last Update : 25 พฤษภาคม 2554 0:25:18 น.
Counter : 273 Pageviews.

4 comment
Sin Chao Veitname
...



Create Date : 14 มิถุนายน 2550
Last Update : 14 มิถุนายน 2550 5:00:50 น.
Counter : 173 Pageviews.

0 comment
สบายดี๊ เจอกันทีไรเป็นต้องพูด
โอ๊ย!! โอ๊ย!! เป็นต้องโวยวายไว้ก่อนเลย กับการที่ต้องนั่งรถเป็นนานสองนาน กับเส้นทาง เวียงจันทร์-วังเวียง-หลวงประบาง
เส้นทางสุดแสน



Create Date : 14 มิถุนายน 2550
Last Update : 14 มิถุนายน 2550 4:59:17 น.
Counter : 248 Pageviews.

0 comment

duck_rice
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นคนขี้เกียจตัวเป็นขน แต่ก็ยังไม่วายที่มีความอยากทำโน้นอยากทำนี่ คิดเพ้อเจ้อจนกลายเป็นคนจับจด และในที่สุดก็ไม่มีอะไรได้เรื่องได้ราว.......