Group Blog All Blog
|
#ฮองเฮาเหนือฮ่องเต้ตอน1 #พรรณีเกษกมล เจ้าหญิงตระกูลอิง แห่งแคว้นเฟิ่ง สิบสองปีก่อน ตระกูลอิง แห่งแคว้นเฟิ่ง ต้องประสบพบกับชะตากรรมอันโหดร้ายชนิดคาดไม่ถึง การฆ่าล้างตระกูล ไม่ให้เว้นแม้ใครสักคนเดียว ลมหนาวกรรโชกเข้ามาทางหน้าต่าง ในเรือนหลังเล็กสุดท้ายของตระกูลอิง ตระกูลที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นกำแพงของราชสำนัก แห่งเมืองหลวง แคว้นที่จงรักภักดี และเก่งกล้าสามารถพร้อมปกป้องฮ่องเต้ แต่บัดนี้ล่มสลาย ด้วยน้ำมือของใคร ถ้าไม่ใช่ขันทีเรืองอำนาจ เสียงฝีเท้าทหารเกราะเหล็กดังทั่วจวน เสียงร้องไห้ และเสียงขอชีวิต คละเคล้ากันเป็นความวุ่นวายที่บดบังราตรี เด็กสาววัยสิบสาม อิงซูเหยา นั่งอยู่ในห้องใต้ดินเล็ก ๆ บนตักของนางมีหนังสือปกหนาเล่มหนึ่ง กฎหมายลับของราชวงศ์สมัยปฐมกษัตริย์ หน้ากระดาษเก่าเหลืองกลิ่นฝุ่น เป็นสิ่งเดียวที่พ่อฝากให้นางปกปักรักษา พ่อในชุดเกราะครึ่งยศ คุกเข่าลงตรงหน้าลูกสาว มือเปื้อนเลือดจากการปกป้องตระกูลที่ใกล้หมดสิ้น “ซูเหยา” น้ำเสียงพ่อนุ่ม อ่อนแรง “จำไว้นะ เราไม่ได้แพ้เพราะอ่อนแอ เราแพ้เพราะใจเรายังเป็นมนุษย์อยู่” ซูเหยากัดริมฝีปากจนเลือดซึม แต่ไม่ยอมร้องไห้ “ท่านพ่อ” เสียงนางสั่น “ทำไมต้องเป็นเรา ทำไมต้องปกป้องแผ่นดินที่ไม่เคยปกป้องเรา” พ่อส่งยิ้มเศร้าให้ รอยยิ้มของคนที่เติบโตบนสนามรบและความทรยศ “เพราะถ้าเราไม่ปกป้อง มันจะถูกคนไม่คู่ควรคว้าไป” “ลูกอาจไม่เข้าใจวันนี้ แต่วันหนึ่ง ลูกจะยืนอยู่ ณ ที่ที่ไม่มีใครเคยคิดว่าลูกจะยืนได้” เสียงประตูเหนือห้องใต้ดินดังระรัว ทหารกำลังใกล้เข้ามา พ่อโอบลูกสาวครั้งสุดท้าย กลิ่นเลือดและกลิ่นดินปะปนกัน อบอุ่นในแบบที่เจ็บปวด “ซูเหยา” “หากวันหนึ่ง ลูกต้องเลือกระหว่าง บัลลังก์กับหัวใจ” “จงเลือกสิ่งที่ทำให้ลูกไม่ต้องละอายที่จะมองเงาตัวเองในกระจก” แล้วพ่อก็ดันนางเข้าไปในช่องลับหลังตู้ ก่อนจะปิดแผ่นผนังลง เด็กสาวมองผ่านรอยแยกของบานไม้ เห็นพ่อยืนหันหลังให้กับประตู ดาบชี้ไปข้างหน้า ตัวสั่นด้วยแรงสุดท้ายของชีวิต ประตูถูกถีบเปิด ทหารพุ่งเข้ามา มีดและหอกแวววาว เลือดกระเซ็นขึ้นสูงราวดอกไม้เหล็กสีแดงคมปลิวว่อนกลางอากาศ ซูเหยากัดแขนตัวเองเพื่อห้ามเสียงร้อง แต่เสียงสะอื้นไม่อาจหยุดได้ ถ้อยคำสุดท้ายของพ่อดังขึ้นเหนือเสียงตะโกนของทหาร “จะร้องก็ร้องเถิดลูกแต่ขอให้ร้องเป็นครั้งสุดท้าย” เงียบงัน จนได้ยินเพียงเสียงหยดเลือดตกบนพื้นเย็นชา หลังการล่มสลาย ซูเหยาถูกส่งไปเป็น “ตัวประกันเงียบ” ในวังหลวง มีเพียงคนเดียวที่เห็นนาง เสด็จลุงฮ่องเต้องค์ก่อน ผู้ป่วยติดบัลลังก์และถูกเวลาไล่ล่า คืนหนึ่ง เขาเรียกนางเข้าพบในตำหนักมืด “เจ้ามีสายตาแบบบิดาเจ้า” เขากล่าว “สะอาดเกินไปสำหรับที่นี่” ซูเหยาคุกเข่า ไม่มีคำตอบใด ฮ่องเต้หัวเราะเบา ๆ ก่อนยื่นพระหัตถ์ไปรับหนังสือปกหนาในอ้อมแขนนาง “กฎหมายลับนี้เจ้าอ่านหรือยัง” ซูเหยาพยักหน้า “บางบทเพคะ” “งั้นเจ้าคงรู้” “ว่าในราชวงศ์นี้ มีคำสาบานหนึ่งถูกผูกไว้” “หากฮ่องเต้มิอาจปกครองราชสำนักได้จริง ฮองเฮามีสิทธิ์ถอนตำแหน่งด้วยการอ้างอิงกฎหมายดั้งเดิม แม้ต้องแลกด้วยเลือดของตนเอง” ซูเหยาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แววตาแข็งแกร่งขึ้นในคราวเดียว “เพคะ” “หม่อมฉันรู้ และหม่อมฉันจะจำมันไว้จนวันตาย” ฮ่องเต้ยิ้ม รอยยิ้มเศร้าที่แบกโลกไว้ทั้งใบ “ดีเพราะคืนนี้ ข้าจะฝากบัลลังก์นั้นไว้ที่เจ้า” “ไม่ใช่เพราะข้าไว้ใจราชสำนักแต่เพราะข้าไว้ใจ ตระกูลอิง” ปีนั้น เด็กสาวอายุสิบสามปี กลายเป็นเงาบนกำแพงราชสำนัก ที่ไม่มีใครกล้ามองตรง ๆ เงาที่รอวันเติบโต เพื่อขึ้นไปอยู่เหนือทองคำ และเหนือหัวใจของผู้ปกครอง |
สมาชิกหมายเลข 4665919
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]![]() ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
Friends Blog Link |


ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [