นายสัญชาติ พลมีศักดิ์
Group Blog
 
All Blogs
 

มหัศจรรย์==กล้วย===

วิถีรับประทานกล้วยมื้อเช้าแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมถึงขนาดก่อตั้งชุมชนออนไลน์ (Social Networking Service) สำหรับคนกินกล้วยมื้อเช้ากันเลย ( Mixi) และภายในเวลาสองปีครึ่งที่ผ่านมา พบว่าสมาชิกชุมชนประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักถึง 300 คนแล้ว

พวกเขามีผู้นำชื่อ "ฮามาจิ" ผู้เปลี่ยนไดอารี่บันทึกวิธีลดน้ำหนักฉบับกล้วยมื้อเช้าให้เป็นพ็อคเกตบุ๊ก

สูตรไอเด็ทของเขาคือ กล้วยกี่ลูกก็ได้ตามใจอยาก + น้ำเปล่า เท่านั้นเอง

เมนูนี้ “เหมาะเหม็ง” ที่สุดด้วยเหตุผลหลายประการ

มองไปทางไหน เรามักเห็นกล้วยเกลื่อนตลาดไปหมด จึงไม่ยุ่งยากเกินไปที่จะเสาะหามารับประทาน แถมราคายังถูกแสนถูก อาจให้กันฟรีๆ หรือกินทิ้งกินขว้างยังได้เลย

ยิ่งช่วงเวลาเช้า เหล่ามนุษย์เงินเดือนต้องเร่งรีบกันอยู่แล้ว จะมีสักกี่คนที่สามารถปฏิบัติตามหลักโภชนาการที่ว่า มื้อเช้าสำคัญที่สุดบ้าง

ในเมื่อต้องการลดน้ำหนักแล้ว จงอย่าฝืนใจ หรืออดทนอดกลั้นทำตามกฎเคร่งครัดใดๆ ควรเอาเวลาไปกินมื้อเที่ยงให้อิ่มแปล้ และสังสรรค์มื้อเย็นกับเพื่อนโดยไม่อึดอัดใจกันดีกว่า

อีกอย่าง กล้วยไม่จำเป็นต้องหั่นปอกเปลือกเหมือนผลไม้ชนิดอื่น แค่ใช้มือปอกไม่กี่วินาทีก็กินได้แล้ว

กล้วยมื้อเช้าจึงโดนใจสาวกไดเอ็ท เพราะไม่เปลืองเงิน ไม่ต้องอด ไม่ต้องทน และไม่เสียเวลา

ฮามาจิ พบว่าการลดน้ำหนักสัมพันธ์กับระบบย่อยอาหารในร่างกายของคนเรา ฉะนั้นการกินผลไม้อย่างเดียว ทำให้กระเพาะได้พักผ่อน ช่วยฟื้นฟูสภาพการทำงานของกระเพาะ ลำไส้ และอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย

หลังจากรับประทานผลไม้ไป 15-20 นาที ผลไม้จะเคลื่อนที่ไปสู่ลำไส้ และเริ่มถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ขณะที่ผักคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน จะใช้เวลาในการย่อยนานกว่า 3-4 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ส่วน “น้ำ” ที่เราดื่มตามไปติดๆ จะช่วยทำให้การหมุนเวียนของเลือด และของเหลวในร่างกายดีขึ้น ส่งผลดีต่อการขับของเสียออกจากร่างกาย

สรรพคุณของกล้วยใบน้อยถือเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย

เมื่อกินกล้วย เราจะได้รับวิตามินบี1 และบี 2 เร่งการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน ป้องกันตัวบวม และฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า รวมทั้งเกลือแร่ เช่น โปรแตสเซียม ช่วยในการขับโซเดียมออกทางปัสสาวะ และแมกนีเซียม ช่วยควบคุมความดันเลือด และการทำงานของแคลเซียม อีกทั้งยังมีเส้นใย บรรเทาอาการท้องผูกได้ดี แต่มักเป็นสารอาหารที่เรามักไม่ได้รับให้เพียงพอในแต่ละวัน

นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ในการขับพิษสูง เพราะแป้งในกล้วยดิบจะช่วยดีท็อกซ์ ส่วนกล้วยสุกช่วยเสริมภูมิต้านทานป้องกันหวัดได้ดี

ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงคุณสมบัติพื้นฐาน

กล้วยยังมีสารโพลีฟินอล มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ทำหน้าที่ชะลอความแก่ และสารยูจินอล ซึ่งเป็นไฟโตเคมีคัล ที่ช่วยเร่งการพัฒนาสภาพร่างกาย รวมถึงเซโรโทนิน ช่วยลดอาการหงุดหงิด และทำให้ความอยากอาหารลดลง ตลอดจนตัวเอ็นไซม์ช่วยย่อยในเนื้อกล้วยเอง ก็จะทำให้การย่อยเป็นไปอย่างราบรื่น เป็นการประหยัดเอ็นไซม์ในร่างกาย ช่วยให้คลายความเหนื่อยล้าไปในตัว

น้ำตาลในกล้วย ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้มีสมาธิกับการทำงานมากขึ้น และส่งผลให้ความถี่และปริมาณการบริโภคน้ำตาลในระหว่างวันลดลงไปโดยปริยาย

ที่น่าทึ่งไปกว่านั้น มีผลวิจัยว่ากล้วยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ NK ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่จัดการมะเร็งได้ด้วย

ข้อดีขนาดนี้ ถึงเวลาใช้ชีวิตสไตล์กล้วยมื้อเช้าอย่างถูกวิธีกันแล้ว

เริ่มจากกินกล้วยหอมอย่างเดียวในมื้อเช้า จะกี่ลูกก็ได้ตามต้องการ เคี้ยวให้ละเอียด ปล่อยให้ลิ้นได้รับรสอร่อยของกล้วยอย่างเพลิดเพลิน

หลังจากกินเสร็จแล้วยังหิวอยู่ ให้เว้นระยะเวลา 15-30 นาที จึงรับประทานอย่างอื่น เช่น ข้าว หรือแอบอมลูกกวาดก็ได้ไม่ว่ากัน

แต่ถ้าวันไหนเบื่อกล้วย หรือไม่ชอบกล้วยหอมจริงๆ จะเปลี่ยนเป็นผลไม้ชนิดอื่นก็ได้ แต่ขอให้เป็นผลไม้ชนิดเดียวเท่านั้น เพื่อแบ่งเบาภาระของกระเพาะของเราไม่ให้เหนื่อยเกินไปที่จะผลิตน้ำย่อยกรดด่างต่างกัน แล้วตีกันให้ปั่นป่วน

มาถึงการดื่มเฉพาะน้ำเปล่า ณ อุณหภูมิห้อง และดื่มบ่อยๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณ เดี๋ยวพานจะเครียดเปล่าๆ จงดื่มเท่าที่พอใจ เพื่อให้ประสาทการรับรสดีขึ้น ซึ่งต่างจากน้ำดื่มที่มีรสชาติ มันจะทำให้ประสาทการรับรสแย่ลง ส่งผลให้เราต้องเพิ่มปริมาณอาหารโดยไม่จำเป็น

อีกทั้ง น้ำเปล่ายังไม่ต้องย่อยที่กระเพาะอาหารและลำไส้ จึงเป็นการปล่อยให้พวกมันได้เวลาพักไปในตัว

ส่วนมื้อกลางวัน จะกินอะไรก็ได้ แต่ต้องเคี้ยวให้ละเอียด กินให้เต็มที่ หากกั๊กไว้ เสี่ยงกินจุบกินจิบระหว่างวัน แผนการที่วางไว้ตั้งแต่ต้นจะล้มครืนลงทันที

พอถึงบ่ายสามก็กินของว่างได้บ้าง โดยเฉพาะของว่างประเภทข้าว ช็อกโกแลต หรือผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น และกินอาหารเย็นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเวลาเหมาะสมจะอยู่ที่ 6 โมงเย็นแต่ไม่เกิน 2 ทุ่ม และพยายามกินให้เร็วขึ้นจากปัจจุบันสักครึ่งชั่วโมงจะดีมาก รวมทั้งไม่รับประทานของหวานหลังอาหารเย็น

หลังจากใส่ใจอาหารการกิน ก็ต้องนอนหลับให้ไวขึ้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องนอนก่อนเที่ยงคืนให้ได้ และให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายที่ไม่หักโหมจนเกินไป ทำให้พอเหมาะ เพื่อร่างกายสดชื่น แล้วสูตรกล้วยไดเอ็ทนั้นก็จะสัมฤทธิผลดั่งใจ

ส่วนผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จ อาจต้องกลับไปทบทวนกันสักนิดว่า นอนดึก สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เหนื่อยล้าตลอดเวลา พึ่งยาเป็นประจำ เครียดมาก และเคยลองไดเอ็ทแบบไม่กินคาร์โบไฮเดรตมาแล้วหรือไม่

หากเป็นเช่นนั้น ลองปรับพฤติกรรมเสียใหม่ ก็ยังไม่สายเกินไปนัก

สำหรับข้อเสียจากวิธีลดน้ำหนักด้วยกล้วยมื้อเช้านั้น นอกจากจะเบื่อหน่ายบ้าง เพราะกินได้แค่กล้วยกับน้ำ แถมมื้อดึกต้องกินเพียงผลไม้เท่านั้น และเข้านอนก่อนเที่ยงคืนด้วย และอาจไม่เหมาะกับทุกคน เพราะบางคนแพ้ยางกล้วย หรือแพ้กล้วยจนเกิดอาการคัน หรือมีผื่นแดง กับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือผู้ที่กำลังป่วยอยู่

แต่ยังไง ไดเอ็ทก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากจริงๆ




 

Create Date : 12 ตุลาคม 2552    
Last Update : 12 ตุลาคม 2552 15:06:32 น.
Counter : 311 Pageviews.  

วิธีทำปลาร้า

ทำปลาร้า
วิธีทำ
1. นำปลาสด (ปลาน้ำจืด) มาขอดเกล็ด ตัดหัว ตัดครีบ ตัดหาง ควักไส้ ล้างน้ำให้สะอาด หมักกลือเม็ดดทิ้งไว้ 7 วัน
2. นำรำหรือข้าวคั่ว อ่อนมาคั่วไฟให้หอม จากนั้นนำปลาที่หมักไว้มาตำในครกตำเบา ๆ พอให้เนื้อปลาแตกใส่รำลงไป เพื่อให้เกลือและรำเข้าไปในเนื้อปลา อัตราส่วน ปลา:เกลือ;ข้าวคั่ว=6:2:1
3. นำไปใส่โอ่งหรือไห อัดให้แน่น ใช้พลาสติกมัดปิดปากโอ่งหรือไหให้สนิททิ้งไว้ 3 เดือน จึงนำออกจำหน่ายได้ โดยบรรจุถุงพลาสติกแล้วอัดลงปี๊บปิดด้วยพลาสติก หรือบรรจุถุงพลาสติกตามปริมาณที่ลูกค้าต้องการ
ข้อแนะนำ
1. ปลาร้าใช้ปลาน้ำจืดทำได้ทุกชนิด ชนิดขนาดใหญ่ใช้ปลาช่อน ปลาดุก ขนาดกลางใช้ปลานิล ปลาตะเพียน ปลาหมอ ขนาดเล็กใช้ปลากระดี่ และแบบหั่นเป็นชิ้น ๆ
2. การหมักปลาร้าในไหหรือโอ่ง ต้องอัดให้แน่นและปิดให้สนิท เพื่อทำให้อร่อย และไม่เน่าเสีย ในที่โล่งอากาศถ่ายเท แสงแดดส่องไม่ถึง




 

Create Date : 11 ตุลาคม 2552    
Last Update : 11 ตุลาคม 2552 14:37:00 น.
Counter : 340 Pageviews.  

วิธีต้มน้ำซุป

การทำแกงจืดเพื่อให้รสดี และเพิ่มคุณค่าของอาหารมากขึ้น จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่ จะต้องทำจากน้ำซุป ( น้ำ ต้มกระดูก ) ซึ่งทำจากกระดูกสดของเป็ด ไก่ หมู วัว และปลา ต้มกับเกลือและผักต่างๆ เช่น หัวผักกาด ต้นขึ้นฉ่าย ต้น หอม ผักชี หอมฝรั่ง กระหล่ำปลี หรือเศษผักที่เหลือจากประกอบอาหาร

หลักของการต้มซุป
1. ใช้หม้อใบใหญ่และมีฝาปิด ควรใช้หม้อที่มีหูจับได้สะดวกต่อการยกขึ้นอุ่นบนเตา

2. เครื่องประกอบที่จะต้มน้ำซุปนี้ต้องให้สด กระดูกสับชิ้นใหญ่ประมาณ 4 นิ้ว เนื้อหั่นชิ้นเล็กๆ ตัดส่วนมันออกให้หมด ผักหัว ปอกเปลือกแล้วหั่น ส่วนผักชนิดอื่นตัดเป็นท่อน ๆ

3. แช่ในน้ำประมาณ 2 ชม. เพื่อให้น้ำหวานในกระดูกออก ใช้ไฟกลาง จนกว่าจะเดือด ใช้ทัพพี ช้อนฟองทิ้งเคี่ยวไฟ อ่อนๆต่อไป เมื่อน้ำซุปจวนจะได้ที่แล้ว ใส่ผัก และเคี่ยวต่อไป

4. กรองน้ำซุปด้วนตะแกรง และใช้ผ้าขาวบางวางใต้ตะแกรงอีกชั้นหนึ่ง ส่วนไขมันที่ลอยหน้ายังไม่ต้องช้อนทิ้งจนกว่า จะใช้ เพราะไขมันนี้จะช่วยไม่ให้อากาศเข้าไปในน้ำซุป ซึ่งจะทำให้เสียง่าย น้ำซุปที่ดีต้องใส ควรทำล่วงหน้าก่อนที่จะ ใช้หนึ่งวัน ไม่ควรเก็บไว้นานวัน เฉพาะอย่างยิ่งในที่ๆมีอากาศร้อน

การต้มน้ำซุปมีหลายวิธีด้วยกัน
1. กระดูกเนื้อวัว สับแล้ว และเศษเนื้อตัดมันออกให้หมด หั่นเนื้อเล็ก ๆ 1/2กิโลกรัม น้ำ 8-10 ถ้วย เกลือ 1 ช้อนชา แช่ ไว้ประมาณ 20-30 นาที เพื่อให้น้ำหวานในกระดูกออก แล้วตั้งบนไฟกลางอ่อนๆ พอเดือด ช้อนฟองทิ้ง ปิดฝาหม้อเคี่ยว ต่อไปจนกว่าน้ำงวดลงครึ่งหนึ่ง ใส่ผักที่ต้องการแล้วเคี่ยวต่อไป จนเหลือน้ำซุปตามต้องการ น้ำซุปชนิดนี้จะออกเป็นสี น้ำตาล ( ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง )

2. กระดูกไก่ - เป็ด - หมู สับแล้ว พร้อมทั้งเศษเนื้อของไก่ - เป็ด รวมกัน 1/2กิโลกรัม น้ำ 6-8 ถ้วย เกลือ 1 ช้อนชา แช่ ไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ตั้งไฟกลางอ่อนๆ พอเดือดช้อนฟองทิ้ง พอน้ำลดลงครึ่งหนึ่งใส่ผักต่างๆ และเพิ่มหอมใหญ่ พริก ไทยด้วย น้ำซุปชนิดนี้จะออกเป็นสีขาว ( ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง )

3. กระดูกปลาเนื้อขาว1/2กิโลกรัม ล้างด้วยน้ำเกลือ ต้มน้ำ 5 ถ้วย ใส่เกลือ 1 ช้อนชา ให้เดือด ใส่กระดูกปลาลงต้ม 20 นาที ช้อนฟองทิ้ง ใส่หอมใหญ่ ต้นขึ้นฉ่าย ต้มต่อไปอีก 10 นาที ใช้ได้ ซุปปลานี้ต้มแล้วต้องใช้ทันที

4. ผักหลายๆชนิดเช่น หัวผักกาดขาว-เหลือง ต้นหอม ผักชี ขึ้นฉ่าย กระหล่ำปลี ฯลฯ รวมกัน 2 กิโลกรัม ล้าง ปอก หั่น ตามลักษณะของผัก ผักชีใช้ทั้งต้น ไม่ต้องตัดรากออก กระเทียม สับ 1 ช้อนชา เจียวในน้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ พอหอมใส่ผัก ทุกอย่างลงผัด ตักใส่หม้อ ใส่เกลือ 1 ช้อนชา ใส่น้ำ 6-8 ถ้วย พริกไทย 8-10 เม็ด เคี่ยวไฟกลางอ่อนๆ ปิดฝาประมาณ 1-2 ชั่วโมง

ข้อแนะนำ
การต้มน้ำซุป จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใส่เกลือพร้อมทั้งน้ำและกระดูก โดยวิธีนี้จะทำให้น้ำซุปใส เวลาต้มไม่ต้องคน ถ้าคน บ่อยแล้วจะทำให้น้ำซุปขุ่น

วิธีแก้น้ำซุปขุ่นให้ใส
ล้างเปลือกไข่ให้สะอาดพร้อมทั้งไข่ขาวดิบ 1 ฟอง ผสมให้เข้ากัน ยกหม้อน้ำซุปลงจากเตา ใส่เปลือกไข่และไข่ขาว คนให้ กระจาย ยกขึ้นตั้งไฟ พอเดือดสักครู่ ฟองจะขึ้น จึงช้อนฟองทิ้ง น้ำซุปจะใส




 

Create Date : 01 ตุลาคม 2552    
Last Update : 1 ตุลาคม 2552 10:06:38 น.
Counter : 224 Pageviews.  

อาหารอิสานที่ลืมไม่ได้...แซ่บ

ก้อยขม ก้อยไข่มดแดง แกงหน่อไม้ แกงเห็ดเผาะ






 

Create Date : 18 กันยายน 2552    
Last Update : 1 ตุลาคม 2552 10:10:51 น.
Counter : 880 Pageviews.  


sunchart
Location :
ยโสธร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีต้อนรับสู่ MY BLOG ครับผม
สวัสดีครับ เพื่อนพ้องน้องพี่ที่แวะเยี่ยมครับ
Friends' blogs
[Add sunchart's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.