Group Blog
 
All Blogs
 

การสัมภาษณ์เรียนต่อที่ the Royal Institute of Technology(KTH) , Sweden 1

เริ่มต้นเรื่องราวจากการที่เรารู้สึกว่างานที่ทำทางด้าน particle accelerator มันช่างไม่เหมาะกับเราจริงๆ เลยอยากลองหางานใหม่ที่ดูมีลู่ทางการทำงานในประเทศที่เจริญแล้วหลังจบมากกว่า เลยลองเข้าไปหาๆดูว่ามหาลัยไหนมีงานว่างบ้าง วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือเปิดดูตาม ranking ต่างๆที่เค้าทำไว้ แม้ว่ามันจะน่าเชื่อถือบ้าง ไม่น่าเชื่อถือบ้าง แต่อย่างน้อยมันก็คงมีความเป็นไปได้ในระดับหนึ่งว่ามหาลัยที่อยู่ในลิสต์คงไม่ห่วย ก็ไล่สมัครๆไป โดยเปิดเวปเข้าไปดูที่แต่ละมหาลัย

จาก ranking ของ the times magazine นิตยสารของอังกฤษ เป็น world university ranking ทาง information and technology ก็พบว่า KTH อยู่ประมาณ Top 50 ของตาราง ก็โอเค ไม่ขี้เหร่เพราะท๊อป 50 ของโลก ก็เลยสมัครไป เพราะมีงานว่างในตำแหน่ง RF MEMS พอดี ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ทางโน้นเค้าก็ตอบมาค่อนข้างดี แต่ติดอยู่ที่ว่า ตอนนี้มี candidate 2 คนที่น่าสนใจ 1 คือเรา เค้าบอกว่าเป็น the best external candiadate อีกคนนึงก็คือเด็กที่กำลังทำ master thesis กับเค้านั่นเอง ก็หนาวๆร้อนๆนิดนึง เพราะเป็นที่รู้กันว่าส่วนใหญ่ก็คงเลือกเด็กข้างในไปก่อน แต่เค้าก็ตอบทิ้งท้ายมาว่า เออ งานมันก็คงทำคนเดียวไม่หมด จะลองหาทางรับทั้งคู่ดู แต่ไม่รับประกัน ให้รอก่อนแล้วเค้าจะติดต่อมา แล้วให้เตรียมตัวไว้ไปสำพลาด(ตอนนั้นคิดว่าพลาดแหงๆตู)

หลังจากที่ขาดการติดต่อกันไปประมาณสามอาทิตย์เค้าก็อีเมล์มาจิกหัวเรียกตัวไปสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ เราก็ตื่นเต้น กล้าๆกลัวๆ แต่เพื่อนๆก็ปลอบใจว่า ไม่ได้ก็ช่างมัน ถือว่าไปเที่ยว Stockholm เราก็โอเค จองตั๋วไปกับ Ryanair ราคาแสนถูก 42 Euro ได้ พอดีนังเพื่อนสาวอินทวดีขอไปด้วยก็เอ้า ไปก็ไป ก็ออกเดินทางกันวันพุธ โดยขึ้นรถไฟจาก Darmstadt ไปลงที่ Mainz เพื่อต่อรถบัสไปยังสนามบิน Frankfurt Hahn จากนั้นก็ต่อเครื่องไปลงสนามบิน Skavsta Stockholm แล้วก็ต่อบัสเข้าไปที่ตัวเมือง Stockholm อีกประมาณ 1 ชม 30 นาที อากาศที่ Stockholm ยังหนาวๆอยู่ รอบนอกเมืองยังมีหิมะตกอยู่ประปราย พอไปถึงก็เดินงมทางกัน โรงแรมก็ไม่ได้จองล่วงหน้า กะมาหากันดาบหน้าสุดริด ก็เดินไปที่ information หาโรงแรม สรุปว่าหลง ก็เดินถามทางไปเรื่อยๆ พบว่าคนที่ Stockholm ส่วนใหญ่ใจดี พูดภาษาอังกฤษได้ดี เดินมาถึงโรงแรมที่ดูไว้ก็เช็คอิน เข้าห้อง หลับกันทั้งคู่เพราะเหนื่อยมาก ดึกๆก็ตื่นมาแปบนึง เพราะจะเตรียมตัวไปสำพลาดพรุ่งนี้ เตรียมงานไปให้เค้าดูนิดหน่อย

รุ่งขึ้นเช้ามาก็ลงมากินอาหาร แล้วก็ออกไปเดิน ส่วนนังอินก็ทำงาน(ไม่รู้มันจะมาทำไม มานั่งเขียนทีซิส) เราก็เดินไปขึ้น subway พบว่า การคมนาคมที่นี่ดี มีรถไฟใต้ดินกระจายไปทั่วเมือง รถที่เราจะไปมาทุกๆ ห้านาที เลยไม่เบียดเสียดกัน เราขึ้นจาก T-Centralen แล้วก็ลงที่ป้ายมหาลัยเลย คือ Tekniska Högskolan ก็เดินๆหาตึกอยู่พักนึงก็เจอ แต่เอ...มาถึงก่อนเวลานัดสาม ชม ทำไรดีหว่า ก็เลยเดินไปรอบๆมหาลัย แล้วก็ไปแอบๆงีบนิดนึงในส้วม พอใกล้ๆบ่ายก็ขึ้นไปคุย แอ่นแอนแอ้นนนนนน ไฮไลท์การสำพลาดมาถึงแล้วววว

ไปถึงเค้าก็ต้อนรับดี ถามว่าจะดื่มอะไร เราบอกขอน้ำเปล่า เค้าเลยไปไขก๊อกตรงอ่างล้างจานมาให้ดื่ม แล้วก็บอกว่า เดี๋ยวให้เข้าไปคุยกับโปรเฟสเซอร์ก่อนเลย เพราะหลังจากนี้แกจะมีประชุม ก็โอเคๆ เข้าไปก็ทักทายกัน คำถามส่วนใหญ่ก็ถามแบบเรียบง่ายไม่มีอะไร ถามว่าทำไมอยากเปลี่ยนมาทำงานนี้ งานเก่ามีปัญหาอะไร เคยทำงานเป็นทีมไหม รู้จักไหมว่า MEMS คืออะไร clean room คืออะไร ก็ว่ากันไป สุดท้ายก็ให้เราถามเค้าได้ว่าเรายังสงสัยอะไร เราก็ถามไปสามสี่คำถาม ซึ่งเค้าบอกว่าตอบยากแฮะ เพราะเป็นคำถามเกี่ยวกับ vision เรื่องของเรื่องก็คือเราอยากทำแล้วตั้งรกรากจนเรียนจบไปเลย ไม่อยากรู้สึกเหมือนที่ Darmstadt อีกแล้ว เลยถามไปว่า ทีม RF MEMS ที่เราอาจจะได้มาทำเนี่ย เค้าวางอนคตในห้าปีสิบปีไว้ยังไง แล้วอนาคตของ RF MEMS เนี่ยเป็นยังไงในสายตาของเค้า อีกอย่างที่เราถามก็คือ MEMS เนี่ยอนาคต clear มั้ย คำว่า clear ในที่นี้เรายกตัวอย่างถึง left-hand material ว่า วิจัยกันมาสิบกว่าปี application ยังไม่ clear เลย ก็เลยกลัวว่า MEMS มันจะเป็นแบบนั้น เพราะเท่าที่ดู product จริงๆที่เอาออกมาขายยังไม่มี เพราะราคาแพงมาก แกก็พยายามตอบ สรุปว่างานที่เราเตรียมมาโชว์ก็ไม่ได้โชว์อะไรมาก เพราะเวลาหมดซะก่อน

หลังจากนั้น คุณ Dr เจ้าของโปรเจ็กก็ทำ presentation ให้ดูว่างานที่เราอาจจะได้รับมีอะไรบ้างแล้วก็แนะนำ RF MEMS เบื้องต้น ระหว่างนั้นก็มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนิดหน่อยตราบเท่าที่สมองน้อยๆของเราจะคิดออก แล้วแกก็โทรเรียกแทกซี่ บอกไปๆๆ ไปเที่ยว clean room กัน ตายแล้วทำไงดี บอกนังอินไว้ว่า ทุกอย่างคงเสร็จตอนบ่ายสาม นี่ก็จะบ่ายสามแล้ว....to be continued




 

Create Date : 15 เมษายน 2549    
Last Update : 15 เมษายน 2549 14:33:59 น.
Counter : 581 Pageviews.  

ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลง

หลังจากที่ไม่ได้อัพเดทมานานก็ถึงเวลาซักที่ สองสามเดือนที่แล้วผิดหวังนั่งหน้าเหี่ยว (ปกติก็เหี่ยวอยู่แล้วเพราะแก่แรด) เนื่องจากว่าผลสมัครมหาลัย และทุนนั้นเป็นอันชวด ฉลู ขาล เถาะไปหมด เริ่มตั้งแต่ผลทุนมอนบุโช ก็ไม่ได้ อุส่าสมัครจนโปรเฟสเซอร์ที่มหาลัยโตเกียวรับแล้วเชียว มาพลาดทุนเอาจนได้ ที่ MIT ก็เป็นไปตามคาดคือไม่ได้ เพราะรับแค่ 4% มีคนสมัครทั้งหมดประมาณ 4-5000 คน ก็นั่นเศร้าใจไปตามระเบียบ ช่วงนั้นก็ไม่ค่อยเป็นอันทำมาหากินเท่าไหร่ มัวแต่คิดว่าเรามีจุดบกพร่องอะไรมั่งนะ ก็คิดเจอมากมาย ทั้งเรื่องจบมาจากมหาลัยไม่ดังในเยอรมัน ไม่มี papers เลยในตอนนั้น แถมสมัครไปงานก็ไม่ตรงกับที่จบมา โอ้ย เยอะแยะไปหมด หลังจากนั้นพอดีมี papers ออกมา 2 อัน เพราะมันถึงเวลาที่งานที่ทำมามีผลและควรส่งตีพิมพ์ได้แล้วก็ ส่งไปที่ European Particle Accelerator Conference ที่ UK ก็เอาเป็น conference ง่ายๆไปก่อนแล้วกัน อีกอันก็ส่งไปที่เชียงใหม่ เป็น conference ที่ support โดย IEEE จริงๆก็ไม่ได้อยากส่งไปเท่าไหร่หรอก แค่อยากกลับบ้านมากกว่า

หลังจากนั้นก็ลองสมัครๆเรียนดูใหม่อีกที เผื่อว่าจะมีที่ไหนรับแบบให้เงินเดือนบ้าง เหมือนชีวิตผกผันว่า ที่ Cambridge ดันตอบรับ แต่เหมือนที่โตเกียวคือ ไปสมัครทุนเอาเอง ถ้าได้ก็มาเรียน ไม่ได้ก็อด เลยไม่สมัครทุนละเลิกคิดทันทีว่าจะไป Cambridge ก็ลองสมัครแถวๆ continental Europe ดีกว่าน่าจะมีเงินให้มั่ง ปรากฎว่า ได้สำพลาดไปหลายที่ ที่แรกที่สำพลาด(พลาดจริงๆสมชื่อ) คือ TU Delft ใน Nethelands พลาดเพราะงานเราไม่ตรง ก็สมควรเพราะตอนสมัครคิดแค่ว่าอยากไปทำงานอะไรก็ได้ไวๆ ไม่คิดว่า ป เอก ควรจะเป็นงานที่เรามีประสบการณ์ ไม่งั้นจะลำบาก หลังจากสำพลาดไป professor ก็เงียบหายต๋อมไป ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่าคงชวด อีกทีๆปฎิเสธมาคือ TU Eindhoven ใน Netherlands เพราะงานไม่ตรงอีกเช่นกัน หลังจากนั้นมีข่าวดีปนข่าวร้ายคือ professor ที่ ETH Zurich สนใจ โทรมาสัมภาษณ์ คราวนี้ได้แบบใสๆ เพราะงานตรง ทาง RF IC Design แล้วเราก็อยากไปเรียนที่ Zurich มากๆด้วย แต่ข่าวร้ายก็คือ เราได้เงินเดือนครึ่งตำแหน่ง คือครึ่งเดียวของที่เราได้ตอนนี้แค่ 700 ยูโรต่อเดือน ค่าบ้านเค้าก็ออกให้นิดเดียว แถม professor กำลังจะย้ายมาทำงานที่ Dresden อีก เลยเป็นอันว่าคิดหนัก แต่ก็ยังดีที่มีอะไรอยู่ในมือ ถ้าไม่ได้ที่ไหนก็คงต้องไปที่นี่แหละ

หลังจากนั้นไม่นาน KTH (Royal Institute of Technology) ก็เรียกให้ไปสำภาษณ์ที่ Stockholm ก็ไป ถือว่าได้ไปเที่ยว 4 วัน มหาลัยใหญ่มากๆ ที่สำคัญคือเครื่องไม้เครื่องมือดีมาก ทันสมัย และเงินหนามากๆ ได้เข้าไปใน clearn room ที่ใช้ทำงาน (งานที่ได้คือ RF MEMS) ก็พบว่าสุดยอดมากๆเพราะเป็น fully furnished clean room การสำภาษณ์ผ่านไปได้ด้วยดี ทุกคนต่างพอใจ และเจอพี่คนไทยเรียนเอกอยู่ก่อนแล้วที่นั่น 1 คน พี่เค้าน่าสงสารมาก เหมือนเราตอนมาเรียนเยอรมันใหม่ๆ คือ มาแบบเสี่ยงดวงเอา เงินไม่มี แต่ก็อดทนทำ เพราะพี่เค้าไม่ได้ถูกจ้างงานมีเงินเดือน และมาด้วยตัวเอง ก็เลยพาพี่เค้าไปเลี้ยงอาหารไทยหน่อย เพราะช่วงที่อยู่ที่นั่นพี่เค้านิสัยดีมาก ค่อยช่วยเหลือ ถึงขั้นเดินมาส่งที่โรงแรมตอนดึกๆเลยทีเดียว ที่สำคัญ พี่เค้าเคยเรีย สจพ รุ่น อ ฮุยด้วย ขอบอกๆ เลยคุยกันได้ถูกคอ หวังว่าพี่เค้าจะได้เงินจากมหาลัยโดยเร็ว คืนสุดท้ายก่อนกลับเยอรมัน หลับๆอยู่ตอนกลางคืนประมาณห้าทุ่ม ได้เกิดศึกนองเลือดขึ้นในห้องข้างๆ อิอิ คนเอากันดังสนั่น นอนไม่หลับ ครางซะหูแทบแตก กว่าศึกนอกเลือดจะสงบก็หนึ่ง ชม เต็มๆ เพราะนอนฟังและจับเวลาอยู่ ก็เป็นไปตามคาดคือได้งานที่นี่แบบเงินเดือนเต็มตำแหน่ง ไม่ต้องออกค่าประกันสุขภาพเอง ทุกอย่างดีมาก แต่ที่น่ากลัวก็คือ เงื่อนไขการจบการศึกษา ต้องมีอย่างต่ำ 6 international journal papers ซึ่งอันนี้น่าห่วง เพราะยากพอสมควร ทำให้ต้องคิดหนักว่าจะเอาดีหรือไม่

อีกที่นึงที่ตอบมาคือ TU Delft อีกสาขานึงที่สมัครไว้ ทำพวกเขียนโปรแกรม simulatot ของ Agilent Technology มั้งจำไม่ได้ เป็นพวกโปรแกรมเกี่ยวกับการออกแบบและ implementation ของ RF IC โปรแกรมมื่งล้วนๆเลยทาง Finite Element สยองมากๆ เพราะไม่เก่งโปรแกรม professor ให้รีบไปสำพลาด(คิดว่าน่าจะพลาด) แต่ติดปัญหาคือตอนนี้ passport ไม่ได้อยู่กับตัว อยู่ที่สถาณทูตอังกฤษเพราะต้องขอวีซ่าไป conference ไม่รู้จะได้คืนเมื่อไหร่ ก็คงต้องรอกันไปก่อน

อีกที่ๆรออยู่คือ ETH Zurich(อีกแล้ว) ที่สมัครไปอันนี้ทำทางพวกออกแบบ high speed transistor ในระดับนาโนเลเวล ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวก SiGe, GaAs อะไรพวกนั้น เป็น physics กับ semiconductor มากกว่า อันนี้สงสัยว่า professor จะไม่เรียก เพราะที่เรียนมากับงานที่สมัครไป ค่อนข้างห่างไกล แต่แกบอกว่าจะตอบกลับมาวันที่ 15 เดือนนี้ ก็ต้องรอกันต่อไป

เหนื่อยแล้วกลับบ้านนอนดีกว่า




 

Create Date : 12 เมษายน 2549    
Last Update : 12 เมษายน 2549 21:07:58 น.
Counter : 243 Pageviews.  

2 สัปดาห์ เหมือน 2 เดือน

สองอาทิตย์กว่าๆที่ไม่ได้มาอัพบล๊อกเลย มีเรื่องผ่านเข้ามาเยอะนิดนึง จนทำให้ไม่ได้เข้ามาอัพเดทเรื่องราว ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา มีทั้งเรื่องดีเรื่องร้ายปะปนกันไป แต่เหมือนจะมีเรื่องไม่ดีเข้ามามากกว่า ฮิๆ แต่ก็ช่างมัน รสชาติความเป็นคน ถ้าไม่มีเรื่องไม่ดีเข้ามาในชีวิต เราจะรู้สึกมีความสุขกับเรื่องดีๆได้ยังไงกัน อันนี้ปลอบใจตัวเอง อิอิ

เริ่มจากอาทิตย์ที่แล้วมี Symposium จัดโดยภาควิชา nuclear physics สองวัน เราก็เข้าๆโดดๆ เพราะไม่รู้เรื่องทางที่เค้าบรรยายกันเท่าไหร่ อะไรคือซุปเปอร์โนวา อะไรก็ไม่ไม่รู้เหมือนกัน ยังดีที่มีอาหารกินฟรีเลยไป แบบว่างกๆอ่ะนะ ประหยัดค่ากับข้าวที่ต้องจ่าย แหม ก็ถูกๆซะที่ไหนกัน พูดถึงเรื่องเงินแล้วเจ็บใจ ที่นี่ไม่มีโบนัส แต่มีเงินให้เป็นของขวัญวันคริสมาสต์ เรามาทำงานได้ประมาณสี่เดือน ได้มา 800 ยูโร เพื่อนมาทำงานสองเดือน ได้มา 400 ยูโร แต่ที่เจ็บใจก็คือ หลังหักภาษีแล้ว เราเหลือเงินรวม(บวกเงินเดือน)น้อยกว่าของเพื่อน ตอนแรกก็งงๆ อะไรกันเนี่ย ก็ไปถามอาเจ้เลขา เจ้แกบอกว่า เราซวย เพราะว่าเงินคริสมาสต์ที่ได้มันเกินเรท เลยโดนหักภาษีไป 50% ส่วนเพื่อนเงินไม่เกินเรท เลยไม่โดนหักภาษี อ้าว....เป็นแบบนั้นไปซะชิบ เป็นอันว่า...ปลง และทำใจ

นอกจากนี้ยังมีเรืองจดหมายอีก เราส่งเอกสารสมัครไปเรียนโทอีกใบที่ ETH Zurich ก็ส่งแบบลงทะเบียนไป ปรากฎว่าตอนไปส่ง เค้าบอกว่าไม่มีคนรับ สงสัยลาพักร้อน(อันนี้โทรไปถามไปรษณีย์มา) ก็เลยทิ้งโน้ตไว้แล้วเค้ากลับมาเค้าจะต้องไปรับเองที่ไปรษณีย์ เราก็เออออห่อหมกไป หลังจากนั้นอีกอาทิตย์ก็โทรไป เค้าบอกยังไม่มีใครมารับเลย จะให้ติดตามมั้ย เค้าจะส่งแบบฟอร์มมาให้ ว่าให้ติดตามเป็นกรณีพิเศษ เราก็เออออไปอีกรอบ ก็กรอกแบบฟอร์มไปแบบรวกๆ ไม่ได้อ่านละเอียดเพราะง่านยุ่งๆช่วงนั้น ปรากฎว่าวันนี้โดนค่าตามไป 14 ยูโรแหนะ แพงหูฉี่ แทบจะยกหูโทรศัพท์ไปด่า แถมอินเตอร์เนตของ Arcor ที่ยกเลิกไป อยู่ดีๆก็มีบิลมาเก็บตังเฉยเลย คราวนี้ไม่ทนจริงๆ เลย fax ไปด่าซะ ป่านนี้ยังไม่ตอบเลย เซ็งๆ วุ่นวาย ค่าไฟก็ยังไม่ได้ไปแจ้งเลยว่าย้ายเข้ามาแล้ว ให้หักบัญชีไป กะว่าจะทำอาทิตย์หน้าแหละ เพราะทำงานอีกสองอาทิตย์ก็ลาพักร้อนละ กว่าจะมาอีกทีก็หลังปีใหม่

อีกเรื่องนึกที่แย่ๆ(แต่ไม่รู้สึกแย่)ก็คือ วันนี้เราโดนปฎิเสธการเรียนต่อที่ Tokyo Institute of Technology ไปเรียบร้อยแล้ว สองอาทิตย์ที่แล้วสำพลาดทางอีเมล์กับโปรเฟสเซอร์ไปสองท่าน แต่เนื่องด้วยงานเยอะมากๆ ทั้ง project ที่เจ้าของเงินก็เร่ง แถมมี symposium อย่างที่บอก เลยไม่มีเวลาตอบ หรือคิดอะไรมาก เลยรีบๆตอบไป ผลที่ได้คือโปรเฟสเซอร์ที่เราสมัครไปบอกว่า เราเหมือนรู้ไม่ลึกในเรื่องที่ถาม เลยไม่รับดีกว่า ก็เป็นอันว่าแห้วไป เราก็เลยเมล์ไปบอกต้นสายปลายเหตุว่าเรายุ่งวุ่นวายกับงานตอนนี้แค่ไหน แต่ก็ไม่ซีเรียสเพราะเราเองก็ถือว่าการตัดสินใจของโปรเฟสเซอร์ท่านคงคิดดีแล้วถึงตัดสินใจแบบนั้น คงเห็นว่าเราไม่เหมาะสมจริงๆ ซึ่งก็โอเค เป็นอันว่าจบกันไป

แต่ที่น่าสังเกตก็คือ ในขณะที่เราโดนบอกปัดจากทาง Tokyo Inst. of Tech แต่ในขณะเดียวกัน เราได้ใบตอบรับจากทาง The University of Tokyo ซึ่งเราเองก็งงๆ เพราะปกติแล้ว ทางโตได จะดังกว่ามากๆ แต่ทำไมรับ แต่ก็ไม่สนละ ไหนๆโปรเฟสเซอร์ก็พลาดรับเราแล้วนิ ตอนนี้ก็ได้เวลาส่งเอกสารไปขอทุนมอนบุโชหล่ะ ตอนนี้ก็เป็นงานหิน เพราะขอทุนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ทำเต็มที่ เพิ่งส่งเอกสารไปที่โตเกียว(พร้อมกับส่งไป ETH ใหม่อีกรอบ)เมื่อวันจันทร์ โดนค่าส่งเอกสารไปโตเกียว 28 ยูโร รวมกับส่งไปซูริคอีก 4 ยูโร แพงแต้ๆ แต่ทำยังไงได้ การเรียนคือการลงทุน แต่ก็เริ่มปลงๆเฉยๆแล้วหล่ะ เพราะไม่คิดว่าจะได้ทุน ที่ได้ตอบรับมาก็ได้มาแบบแปลกๆ เพราะดูมันวุ่นๆยังไงไม่รู้ แถมไปเรียนแบบเปลี่ยนทิศทางไปเลย เราจบมาทาง wireless communications ตอนนี้ทำงานและเรียนทาง high-frequency system for particle accelerator ทาง nuclear สมัครที่โตได ได้ตอบรับมาทาง nanoelectronics เอาสิวะ ชีวิตอะไรมันจะหลากหลายขนาดนี้ แต่ตอนนี้ก็คิดว่า โอเค เรียนที่เดิมก็ไม่ได้มีอะไรเลวร้าย ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยชอบมันเท่าไหร่ก็ตาม แต่เรียนๆไปคงรู้สึกดีขึ้นกับมัน แถมได้เงินเดือน ก็โอเค เพราะรู้สึกเหนื่อยๆกับการสมัครเรียนแล้วหล่ะ ตอนนี้เอาเท่านี้ก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้มาอัพใหม่ เรื่องสมัครเรียนที่ Massachusetts Institute of Technology มีอะไรเล่าให้ฟังเยอะมากๆ เป็นข้อมูลดีๆที่เราได้มา จะได้เป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังคิดที่จะสมัคร
ปล1.ฝากรูปใบตอบรับจากโตไดให้ดูต่างหน้า
ปล2.จะสังเกตได้ว่า โปรเฟสเซอร์คงวุ่นวายงานยุ่งมาก แกเขียนมาโปรโยคเดียว จบเลย โอ้โฮ อเมซิ่งสุดๆ




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2548    
Last Update : 6 ธันวาคม 2548 21:41:14 น.
Counter : 313 Pageviews.  

1  2  

Dresdner
Location :
Leeds United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Dresdner's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.