Dream Hut for you and your gang!
Group Blog
 
All blogs
 

Int'l Sake Fest @ Philly

The Only Event of it's Kind in the Region!

- Experience dozens of Saké varieties
- Taste the Finest Japanese & US brands
- Witness the Versatility of Saké
- Learn how to pair Saké with any Food from cheese to chocolate!

A Brief Guide to Saké

Saké is an all-natural rice-based fermented alcoholic beverage. It is made like beer and served like wine, with tasting characteristics and alcohol content very similar to wine.

Saké was first made in China roughly 5,000 years ago, but was later dramatically improved in Japan. Today, there are over 14,000 different sakés produced by 1,800 brewers worldwide, primarily in Japan.

Saké is made from four ingredients: rice, water, yeast, and koji, an enzyme. The starches in rice are concentrated in the center of the grain, and for premium and super premium saké, the outside of the grain is polished away. This exposes the heart of the rice that contains the starch that will be converted to fermentable sugars. The degree to which the rice is polished determines how the saké is classified.

Most saké is aged for about six months, either in tanks or in the glass bottle. It is important that saké is kept at a controlled temperature, and it should be consumed 2-4 days after opening the bottle.

Main types of saké include:

Junmai
- Made from pure rice that is polished 30-40%.
Junmai Ginjo - Made from pure rice that is polished 40-50%.
Junmai Daiginjo - Made from pure rice polished over 50%.
Honjozo - Rice has been polished 30-40%; very small amount of distilled alcohol has been added. This brings out flavors & aromas.
Nama - Meaning "fresh" or "raw," this saké has not been pasteurized. It must be kept chilled.
Genshu - Sakéé in its purest form before it has been diluted. The alcohol content of this saké is approximately 20-22%.
Nigori - This sakéé has been loosely filtered and has a cloudy, white color. Its taste can be sweet or dry.
Infused - A new phenomenon, an additional flavor is added at the end of the brewing process.




 

Create Date : 27 เมษายน 2550    
Last Update : 27 เมษายน 2550 8:55:11 น.
Counter : 260 Pageviews.  

ว่าด้วยเรื่องทุนการศึกต่อที่ญี่ปุ่น




 

Create Date : 27 เมษายน 2550    
Last Update : 27 เมษายน 2550 8:40:57 น.
Counter : 225 Pageviews.  

MBA ที่ญี่ปุ่น

พูดถึง MBA ก็ต้องนึกถึงเมกาใช่มั๊ยคะ ต้นตำรับนี่นา ชื่อเสียงของ MBA ที่เมกาก็โด่งดังไปทั่วโลก ในขณะที่ที่ญี่ปุ่น MBA เป็นหลักสูตรที่ค่อนข้างใหม่และไม่เป็นที่นิยมมากนัก ว่ากันว่าญี่ปุ่นยังอ่อนหัดนักในเรื่องนี้

แต่ก็นะ ก็ยังมีมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นได้เริ่มเปิดหลักสูตร MBA ในประเทศขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการในประเทศ เนื่องจากคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เมื่อทำงานแล้ว มักไม่ค่อยอยากกลับมาเรียนอีกเท่าไหร่นัก บริษัทต่างๆ จึงได้สนับสนุนทุนการศึกษา เพื่อเป็นแรงจูง ให้พนักงานไปเรียนต่อด้าน MBA ที่ต่างประเทศ เนื่องจากเพื่อจะได้กลับมาพัฒนาบริษัทต่อไป แต่เมื่อพนักงานเหล่านั้นเรียนจบ กลับขอลาออกเพื่อไปทำงานที่ต่างประเทศ เนื่องจากมีรายได้ดีกว่า ทำให้บริษัทเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลาไปมากมาย หลายๆ บริษัทจึงได้หันมามองหลักสูตร MBA ในประเทศแทนมากขึ้น

หลักสูตร MBA ที่ทำการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ที่โด่งดังได้แก่
- Hitotsubashi University มหาวิทยาลัยรัฐบาล
- International University of Japan มหาวิทยาลัยเอกชน
- Waseda University มหาวิทยาลัยเอกชน

หลักสูตร MBA ที่ทำการเรียนการสอนเป็นภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ที่โด่งดังได้แก่
- Keio University มหาวิทยาลัยเอกชน
- Hitotsubashi University มหาวิทยาลัยรัฐบาล
- Waseda University มหาวิทยาลัยเอกชน




 

Create Date : 27 เมษายน 2550    
Last Update : 27 เมษายน 2550 8:35:45 น.
Counter : 942 Pageviews.  

ว่าด้วยเรื่องวีซ่า

การขอวีซ่าญี่ปุ่น จริงๆ แล้วไม่ยากอย่างที่คิดนะคะ เรื่องเงินสำหรับวีซ่าญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องใหญ่เหมือนการขอวีซ่าอีกหลายๆ ประเทสนะคะ ขอเพียงแค่เตรียมหลักฐาน เอกสารต่างๆ ที่ทางสถานทูตต้องการไว้ให้ครบถ้วนเท่านั้นเองค่ะ

รายละเอียดวีซ่าท่องเที่ยว ลิงค์นี้เลยค่ะ //www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visa1.htm

รายละเอียดวีซ่าทรานสิท ลิงค์นี้นะคะ //www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visa6.htm

ส่วนวีซ่าอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ก็ที่นี่เลยค่ะ //www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visaindex.htm

เคสตัวอย่างคนที่เคยไปขอวีซ่าแล้วผ่าน
1. นักศึกษาสาวปริญญาโท ปี 1 ขอวีซ่าท่องเที่ยวไปญี่ปุ่นคนเดียว 12 วัน เป็นการขอวีซ่าไปญี่ปุ่นครั้งแรกก็ผ่านฉลุยนะคะ คิดว่าน่าจะเป็นเพราะได้แนบ
- แผนการเดินทางแต่ละวันพร้อมค่าใช้จ่ายโดยประมาณไปด้วย พร้อมทั้งเขียนจดหมายแสดงความจำนงว่าจะไปทำไม
- หนังสือรับรองความเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย และทรานสคริปต์
- หนังสือรับรองการทำงานของพ่อแม่ เป็นข้าราชการเงินเดือนมากกว่าสองหมื่นทั้งคู่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานทางการเงินก็ได้
- สมุดธนาคาร มีเงินอยู่หนึ่งแสนบาทถ้วน

2. พนักงานบริษัทผู้หญิงสองคน คนแรกมีเงินในบัญชีสามแสน อีกคนสี่หมื่น ก็ผ่านทั้งคู่

3. นักศึกษาสาวปริญญาตรี เพิ่งเรียนจบ ยังไม่ได้รับปริญญา ยังไม่ได้ทำงาน ขอไปญี่ปุ่นครั้งแรกคนเดียว 16 วัน มีเงินในบัญชีที่ไปโชว์กะสถานทูตแค่ 3,000 บาท พ่อแม่เป็นข้าราชการ เคสนี้ให้รอฟังผลทางโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่โทรไปเช็คที่บ้าน ถามว่าเป็นแม่ลูกกันจริงๆ ป่าว แต่ก็ได้วีซ่ามา 90 วันเหมือนกัน





 

Create Date : 27 เมษายน 2550    
Last Update : 27 เมษายน 2550 8:18:15 น.
Counter : 452 Pageviews.  


* เทมมี่จัง *
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




I was once as a lost person in those cruel world. I just want to close those chapters of the unpresent memories. That's why...I decided to be away from home, hoping that the new environments, new societies and new cultures here can help me find my way to the place where I belong...

Do you believe in destiny? I do !!
Friends' blogs
[Add * เทมมี่จัง *'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.