ห้องสมุด
ห้องสมุดของ Boalt ค่อนข้างใหญ่ มีหนังสือเป็นจำนวนมาก นักศึกษาคนหนึ่งสามารถยืมหนังสือได้มากถึงครั้งละ 72 เล่ม มีหนังสือทั้งใหม่และเก่าย้อนไปถึงศตวรรษที่ 8 ทีเดียว และมีหนังสือจากนานาประเทศ ในส่วนหนังสือกฎหมายของประเทศไทย ก็มีประมวลกฎหมายหลักๆและคำอธิบายกฎหมายไทยพอสมควร นอกจากนี้ยังสามารถขอยืมหนังสือข้ามห้องสมุดข้ามมหาวิทยาลัยได้ ในห้องสมุดมีเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ให้บริการประมาณหนึ่งร้อยเครื่อง แต่ส่วนใหญ่แล้ว นักเรียนทุกคนจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กของตนเองอยู่แล้ว
ห้องอ่านหนังก็มีจัดไว้ให้ทั้งที่เป็น Hall ใหญ่ นักศึกษาสามารถนำน้ำ กาแฟ และของขบเคี้ยวเข้าไปรับประทานได้ ส่วนที่เป็นโต๊ะอ่านหนังสือแบบมีที่กั้น ห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไป และเป็นห้องสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าเป็นกลุ่มซึ่งต้องจองล่วงหน้า



Create Date : 04 มีนาคม 2551
Last Update : 4 มีนาคม 2551 15:08:37 น.
Counter : 201 Pageviews.

2 comment
มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม


U.C. Berkeley เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นทางด้านการรับใช้สังคม หากนักศึกษา J.D. คนใดที่จบการศึกษาแล้วไปทำงานในภาครัฐ ทางมหาวิทยาลัยจะลดยอดเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้ตามจำนวนปีที่ทำงานกับภาครัฐ





Create Date : 04 มีนาคม 2551
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2559 1:39:28 น.
Counter : 91 Pageviews.

0 comment
พิธีฉลองการสำเร็จการศึกษา

หลังจากสอบวิชาสุดท้ายเสร็จประมาณหนึ่งสัปดาห์ จะมีพิธีฉลองการสำเร็จการศึกษาโดยจัดขึ้นที่ Greek Theater มีลักษณะเป็นอัฒจันทร์ครึ่งวงกลมติดภูเขา ด้านหน้าเป็นเวที ประดับด้วยเสาสูง แบบกรีกโบราณ ก่อนเริ่มพิธี นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาทั้ง J.S.D., J.S.P., LL.M. และ J.D. จะตั้งแถวที่ Boalt แล้วเดินเป็นขบวนไปที่ Greek Theater เมื่อไปถึงก็จะเดินผ่านเวทีซึ่งคณาจารย์ทั้งหลายได้นั่งรออยู่บนเวทีแล้ว โดยมีการบรรเลงเพลงไปจนกว่านักศึกษาจะลงไปนั่งประจำที่ด้านล่างครบหมด แต่สำหรับผู้สำเร็จการศึกษา J.S.D. และ J.S.P. จะได้นั่งอยู่บนเวทีกับบรรดา Professor โดยสวมใส่เสื้อครุยแต่ยังไม่ได้สวมผ้าพาดบ่า โดย Professor ที่เป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์จะเป็นผู้สวมผ้าพาดบ่าให้ในตอนรับใบประกาศนียบัตร
เริ่มต้นพิธีการโดยท่านคณบดีกล่าวเปิดงาน แสดงความยินดีกับผู้สำเร็จการศึกษาทุกคน ตามมาด้วยการกล่าวสุนทรพจน์ของผู้แทนจากชั้น LL.M.และ J.D.
จบจากการกล่าวสุนทรพจน์ก็เป็นการมอบประกาศนียบัตร ที่บอกว่าเป็นประกาศนียบัตรก็เพราะ สิ่งที่ได้รับเป็นม้วนกระดาษนั้น ยังไม่ใช่ใบปริญญาบัตร แต่เป็นหนังสือแสดงว่า เราได้เข้าร่วมพิธีฉลองการสำเร็จการศึกษา ส่วนใบปริญญาบัตรจะถูกส่งตามมาให้ทีหลังในเดือนตุลาคม โดยสิ่งที่พิเศษของการเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแคลิฟอร์เนีย ประการหนึ่งก็คือ จะมีการลงนามของผู้ว่าการรัฐในปริญญาบัตรทุกใบ ดังนั้น จึงมีลายเซ็นของผู้ว่าอาโนลด์ ชวาเซเน็กเกอร์ในปริญญาบัตรทุกใบด้วย
ในงาน นอกจากจะมีญาติพี่น้อง ครอบครัว มาร่วมงานโดยนั่งอยู่ทางด้านหลังแล้ว ผู้สำเร็จการศึกษาบางคนโดยเฉพาะนักศึกษา J.D. ที่ในระหว่าง 3 ปีที่อยู่ที่นี่ ก็มีผลผลิตเป็น เมดอินเบิร์คลีย์ตัวเล็กๆ และมักจะพาหรืออุ้ม เจ้าตัวน้อย ขึ้นไปรับใบประกาศนียบัตรด้วย และที่เรียกความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานในครั้งนั้น ก็คือ ผู้สำเร็จการศึกษา J.D. คนหนึ่งขอให้ Professor ที่เป็นผู้ประกาศในวันนั้น ช่วยประกาศขอเพื่อนสาวที่ร่วมอยู่ในงานนั้นแต่งงาน ทำเอาทุกคนรอลุ้นว่า เธอผู้นั้นจะตอบรับหรือไม่ เมื่อเธอตอบ ตกลง เสียงปรบมือและเสียงตะโกนร่วมแสดงความยินดี ก็ดังสนั่นก้องทั้ง Greek Theater เลยทีเดียว นับเป็นประสบการณ์ประทับใจ ในบรรยากาศการสำเร็จการศึกษาที่แตกต่างจากประเทศไทยไปอีกแบบหนึ่ง





Create Date : 04 มีนาคม 2551
Last Update : 4 มีนาคม 2551 14:54:02 น.
Counter : 230 Pageviews.

1 comment
LL.M.
การเรียนหลักสูตร LL.M ซึ่งเป็นหลักสูตร 1 ปี แต่ความจริงแล้วจะเรียนเพียงสองภาคการศึกษา เป็นเวลาประมาณ 10 เดือน โดยต้องเรียนอย่างน้อย 21 หน่วยกิต มีให้เลือก 3 แผน ได้แก่ Course work only คือ เรียนอย่างเดียว ไม่ต้องเขียนวิทยานิพนธ์ Thesis เป็นการเรียนโดยต้องเขียนวิทยานิพนธ์ด้วย แผนนี้ นักศึกษาต้องลงทะเบียนเรียน 13 หน่วยกิต และทำวิทยานิพนธ์อีก 8 หน่วยกิต แผนสุดท้ายเป็นการเรียนแบบ Course work and thesis ซึ่งนักศึกษาต้องลงทะเบียนเรียน 21 หน่วยกิตและทำวิทยานิพนธ์อีก 8 หน่วยกิต และนักศึกษาส่วนใหญ่มักจะเลือกเรียนในสองแผนแรก
นักศึกษา LL.M. จะต้องเข้าร่วมปฐมนิเทศน์ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการใช้บริการต่างๆของมหาวิทยาลัย และเรียนวิชากฎหมายสหรัฐเบื้องต้นก่อน เป็นเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้วสอบ โดยจะเริ่มการปฐมนิเทศน์ประมาณวันที่ 10-11 สิงหาคม ไม่มีการเรียนวิชาภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมตัวก่อนเรียน LL.M. เหมือนที่มีในหลายมหาวิทยาลัย โดย Boalt Hall จะรับเข้าเรียนโดยไม่มีเงื่อนไขให้เรียนภาษาอังกฤษก่อน หลังจากนั้นจะเริ่มเปิดภาคเรียนแรก เรียกว่าภาค Fall เป็นการเรียกตามฤดูกาล เริ่มภาคเรียนประมาณสัปดาห์ที่สามของเดือนกรกฎาคม นักศึกษาต้องลงทะเบียนรายวิชา on line ไปก่อน โดยช่วงสองสัปดาห์แรกจะเป็นการช้อปปิ้งวิชา กล่าวคือ นักศึกษาสามารถเข้าไปนั่งฟังวิชาที่สนใจได้ทุกวิชา แล้วให้ตัดสินใจว่าจะเรียนวิชาที่ลงทะเบียนไว้ต่อหรือจะเปลี่ยนไปเรียนวิชาอื่น หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่การเรียนที่เข้มข้น เราจะต้องอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวเข้าชั้นเรียนอย่างน้อยประมาณ 70-100 หน้าต่อวัน เฉลี่ยวิชาละ 35-50 หน้าต่อวิชาต่อวัน แล้วจะสอบประมาณช่วงกลางเดือนธันวาคม หลังจากนั้นจะปิดเทอม และเริ่มเรียนภาคเรียนที่สอง เรียกว่า ภาค Spring ในสัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคมแล้วจะสอบในช่วงเดือนพฤษภาคม



Create Date : 04 มีนาคม 2551
Last Update : 4 มีนาคม 2551 14:48:30 น.
Counter : 325 Pageviews.

0 comment
Socratic Method
การเรียนการสอนในโรงเรียนกฎหมายของสหรัฐนั้นใช้วิธี Socratic Method ที่เน้นการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในห้องเรียน และให้ถือว่า ห้องเรียนนั้นเป็นเสมือนห้องแล็บสำหรับการเรียนการค้นคว้าวิชากฎหมาย ดังนั้น ในการเข้าเรียนแต่ละคลาส นักศึกษาต้องเตรียมตัวมาก่อน โดยอาจารย์จะมอบงานให้ไปอ่านหนังสือในหัวข้อที่จะเรียนมาก่อน เมื่อเข้าห้องเรียนอาจารย์ก็จะใช้วิธีถามคำถามนักศึกษาเพื่อตะล่อมให้เกิดความเข้าใจในเรื่องที่กำลังศึกษา อาจารย์บางท่านก็เลือกถามนักศึกษาคนใดคนหนึ่งในเรื่องที่หยิบยกมาศึกษาจนครบทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง บางท่านก็เลือกถามเป็นข้อๆโดยเปลี่ยนคนไปบ้าง บางท่านก็กำหนดความรับผิดชอบในแต่ละหัวข้อให้แก่นักศึกษาโดยทำเป็นตารางผลัดเปลี่ยนกันไปจนครบทั้งภาคเรียนไว้เลยก็มี แต่ทุกคนก็ยังคงต้องอ่านหนังสือมาก่อนล่วงหน้า หากจำเป็นต้องขาดเรียนในวันใด นักศึกษาคนนั้นต้องตกลงแลกเวรกับเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นและแจ้งให้อาจารย์ทราบ และการเรียนวิธีนี้มีประโยชน์อีกข้อหนึ่งก็คือ เมื่อจบภาคเรียนเราก็อ่านหนังสือเล่มโตจบพอดี



Create Date : 04 มีนาคม 2551
Last Update : 4 มีนาคม 2551 14:45:13 น.
Counter : 209 Pageviews.

0 comment
1  2  3  

Env. Boalt
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments