Everyday is learning

แผนที่ความคิด Mind Map


แผนที่ความคิด Mind Map
ผมเคยได้รับฟังจากหลายท่านที่ประสบความสำเร็จทั้งหน้าที่การงานและทางสังคม เขามีวิธีคิดอย่างไร เขาทำอย่างไรที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างระหว่างงานและเรื่องส่วนตัว
ท่านกล่าวว่าการเดินทางของชีวิตก็เหมือนการเดินทางไปในที่ต่างๆ ต้องมีจุดหมายปลายทาง ชีวิตก็ต้องมีเป้าหมาย พูดง่ายนะ แต่ท่านบอกจริงนะ เรามีความตั้งใจที่จะไปเชียงใหม่เราก็ต้องมีแผนที่ทางไปจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนวิธีการว่ากันอีกที จะขับรถยนต์ไป นั่งรถไฟไป นั่งเครื่องบินไป หรือรถทัวร์ แต่ต้องรู้จะไปเชียงใหม่และทุกคนก็เข้าใจตรงกับเรา หากทุกอย่างเราเริ่มจากการคิด และเขียนแผนที่ออกมาเพื่อรู้จุดมุ่งหมาย เป้าหมาย ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี
แผนที่ความคิดเป็นการเขียนแนวทางการทำกิจกรรมใดสักอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่แท้จริง สมมุตเราจะต้องการเรียนปริญญาโท เป้าหมายคือการเรียนปริญญาโทให้จบ ตั้งใจไว้ที่มหาวิทยาลับราชมงคลธัญบุรี แผนที่ความคิดก็คือ การวางเวลาเรียน การเตรียมค่าเรียน การเตรียมเครื่องมือในการเรียน การปรับสภาพการเข้าร่วมกลุ่มการเรียน เรามีจุดอ่อนตรงไหนก็หากเพื่อนที่มีจุดแข็งเพื่อการแลกเปลี่ยนกัน และคำนวณระยะเวลาเรียนให้เหมาะสมกับการงาน
แผนที่ความคิดสามารถทำได้ทั้งการงานเพื่อช่วยกันคิดและมีความเข้าใจตรงกัน และทำส่วนตัวเพื่อบรรลุเป้าหมายส่วนตัวเช่น การทำแผนที่การเรียนในแต่ละวิชา ประโยชน์ที่ได้จะเป็นการสำรวจว่าการทำงานจะมีระเบียบแบบแผน มีการเตรียมตัวที่ดี ไม่มีงานที่เร่งรับให้ปวดหัว ไม่ขาดตกบกพร่องในรายละเอียด และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าขาดสิ่งใดบ้าง

ในการเรียนปริญญาโทผมได้ใช้แผนที่ความคิดในการช่วยอย่างมาก โดยได้แรงบันดาลใจจาก ดร.กุศยา ลีฬหาวงศ์ ในการที่ท่านให้เอาเอกสารเข้าห้องสอบได้ แต่เป็นกระดาษA4หน้าเดียว ท่านลองคิดดูว่าเรียนมาทั้งเทอมเอกสารมากกว่า200-300 แผ่น ให้สรุปออกมาเป็นกระดาษแผ่นเดียวโดยไม่ไห้ถ่ายเอกสารจากเพื่อนๆ พอลองทำเข้าจริงๆ ได้ผลมากนั่งทำข้อสอบทุกๆอย่างลอยมาอย่างเห็นได้ชัด เพื่อมองกระดาษแผ่นเดียว ตั้งแต่นั้นมาผมก็ฝึกฝนจนชำนาญและได้ใช้ตลอดมา

แผนที่ความคิดเมื่อผมเขียนครั้งแรกๆ
แต่เดี๋ยวก่อนครับ เดี๋ยวนี้เขามีเครื่องมือที่สามารถจัดเรียงความคิดได้อย่างดี เป็นโปรแกรมซอร์ฟแวร์ที่สะดวกมาก เขาเรียกว่าโปรแกรมMindManager XP 6.0 คราวหน้าผมจะมาเล่าให้ฟัง น่าใช้มากทีเดียว สวัสดีครับ




 

Create Date : 29 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2550 8:23:08 น.
Counter : 543 Pageviews.  

Positive Thinking


สวัสดีค่ะ เพื่อนทุกๆท่าน ใกล้วันเลือกตั้งของเรากันเข้ามาทุกทีแล้วนะคะ อย่าลืมไปใช้สืทธินะคะ
ในฉบับนี้ก็เลยอยากฝากแง่คิดดีๆ เอาไว้ให้คิดกันที่เขาเรียกกันว่า Positive thinking หรือคิดเชิงบวก
ฉันขอขอบคุณ....

สำหรับสามีที่นอนกรนทั้งคืน
เพราะนั่นหมายถึงเขากำลังหลับอยู่ที่บ้านกับฉัน ไม่ใช่กับผู้หญิงอื่น


สำหรับลูกสาววัยรุ่นที่กำลังบ่นเรื่องล้างจานอยู่
เพราะนั่นหมายถึงเธออยู่บ้าน ไม่ใช่ที่ถนน
สำหรับภาษีที่ต้องเสีย
เพราะนั่นหมายถึงฉันมีงานทำ

สำหรับข้าวของต่างๆ ที่ต้องคอยเก็บหลังงานปาร์ตี้
เพราะนั่นหมายถึงฉันถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อนฝูง

สำหรับเสื้อผ้าที่พอดีจนเกือบจะคับเกินไป
เพราะนั่นหมายถึงฉันยังมีกิน

สำหรับเงาที่คอยมองดูฉันทำงาน
เพราะนั่นหมายถึงฉัน กำลังได้รับแสงแดด

สำหรับพื้นที่ต้องคอยขัดถู และหน้าต่างที่ต้องทำความสะอาด
เพราะนั่นบ้านถึงฉันมีบ้านให้ดูแลรักษา
สำหรับคำบ่นต่างๆ ที่มีต่อรัฐบาล
เพราะนั่นหมายถึงเรามีอิสระ ในการที่จะแสดงความคิดเห็น

สำหรับที่จอดรถที่อยู่ไกลสุดของลานจอดรถ
เพราะนั่นหมายถึงฉันสามารถเดินได้ และฉันมีรถ

สำหรับผ้ากองโตที่รอการซักรีด
เพราะนั่นหมายถึงฉันมีเสื้อผ้าสวมใส่

สำหรับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทุกสิ้นวัน
เพราะนั่นหมายถึงฉันสามารถทำงานหนักได้


สำหรับเสียงปลุกในทุกๆ เช้า
เพราะนั่นหมายถึงฉันยังมีชีวิตอยู่




 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2550 8:38:21 น.
Counter : 255 Pageviews.  

สารสัมพันธ์


สวัสดีครับทุกๆท่าน
พบกันตามนัดทุกต้นเดือน กับข่าวสารสังคม นักศึกษาปริญญาโทรุ่น MGX’48 และเวทีความคิดเห็นอย่างมีสาระ

ขอเริ่มงานเลี้ยงขอบคุณท่านคณาจารย์ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ เป็นไปอย่างเรียบร้อยและสนุกสนานกันถ้วนหน้า งานนี้ขอขอบคุณท่านอาจารย์ทุกๆท่าน ที่ให้ความเป็นกันเอง และมากันอย่างมากมาย มีตอนหนึ่งที่รศ.สมชาย บอกว่ามีอยู่หนึ่งคนน่าเสียดายที่ไม่จบ แต่ก็ยังมีโอกาสนะถ้าพวกเราช่วยกันชักจูงมาเรียนต่อ
>
จึงได้มีการคุยกันในกลุ่ม และมีมติให้ผมกับเฮียมงคลประสานงานกับคุณสมศักดิ์หรือพี่ต้อม โดยความช่วยเหลือไม่ว่าด้านใดก็ให้ช่วยกันคนละคนละมือ เป็นที่เรียบร้อยผมได้พาพี่ต้อมไปปรึกษาอาจารย์ ดร.ดารณี และรศ.สมชาย และได้ลงทะเบียนทำวิทยานิพนธ์ในเทอม2ของปีนี้ โดยความช่วยเหลือทางทุนทรัพย์จากเพื่อนๆร่วมรุ่นทุกคน แปลว่าหมดเทอมนี้รุ่นเราจะจบครบ100% แน่นอน แค่คิดก็มีความสุขแล้วใช่ไหมครับเพื่อนๆ
สำหรับสาระในฉบับนี้มีนักเขียนหน้าใหม่เพิ่มเข้ามา ยินดีต้อนรับทุกคนครับ มีเรื่องของการอยู่ร่วมกันโดยไม่เห็นแก่ตัว โดยน้องหน่องวิภาวดี ชวนไปเมืองน่านทำกิจกรรมโรงเรียนของหนู โดยกอล์ฟวิศิษฐ์ สำหรับก้าวไปกับจิตตรา ก็ทันเหตุการณ์โลกร้อน ช่วยกันทำให้โลกเย็น และหนุ่มเมืองพิจิตรมาบอกว่า “ลูกค้า คือ สินทรัพย์” ใครมีบทความดีๆประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ยินดีนะครับเวทีนี้เป็นของท่าน การที่ได้รู้อะไรดีมีประโยชน์แต่ถ่ายทอดไม่เป็น ก็เหมือนมีเงินทองเป็นหมื่นล้านแล้วใช้ไม่ได้(คุ้นไหมเหมือนใครเอ๋ย)




 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2550 9:25:19 น.
Counter : 195 Pageviews.  

ลูกค้า คือ สินทรัพย์


ลูกค้า คือ สินทรัพย์
มีงานเขียนที่ผมอ่านแล้วรู้สึกว่าน่าเอามาลงใน e-news letter (2) ....เพราะเหมาะกับท่านที่ทำธุรกิจ และท่านมหาบัณฑิต (ex-mba) ทั้งหลายจะได้แนวคิด...มุมมองที่ต่างออกไป...มีมุมมองใหม่ ๆ เพิ่มการคิดนอกกรอบ...ไม่มองเพียงด้านเดียว.....เพื่อจะได้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส.....จากหนังสือ “แพ้ได้ แต่ ไม่ยอม” (ฟาสต์ฟูดธุรกิจ ๙) เขียนโดย...หนุ่มเมืองจันท์...
“ผมถือว่าลูกค้าคือสินทรัพย์” เป็นคำพูดของ “วิชา พูลวรลักษณ์” บอสใหญ่ของค่าย เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ บนเวทีเสวนาของ “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อครั้งก่อน
นี่คือการยกระดับไปอีกขั้นหนึ่งของ “วิชา”
ในอดีตธุรกิจของ “เมเจอร์ฯ” เริ่มต้นจากการทำโรงหนังแบบ “สแตนด์อะโลน” ฉีกจากโรงหนังยุคนั้นที่ซุกตัวอยู่ในศูนย์การค้า
ตอนนั้น “ห้างสรรพสินค้า” คือ “แม่เหล็ก”
“เดอะมอลล์” หรือ “เซ็นทรัล” ขายพื้นที่ในศูนย์การค้าได้หมดก็เท่ากับได้พื้นที่ห้างสรรพสินค้าฟรี
“โรงหนัง” ในยุคที่ยังไม่เฟื่องฟูมีสภาพคล้าย ๆ กับร้านค้าร้านหนึ่ง ที่ยังต้องหวังพึ่งบารมีจากคนที่มาเดินห้าง
แต่ “วิชา” พลิกเกมทำโรงหนังแบบ “สแตนด์อะโลน” ใช้ “โรงหนัง” เป็นแม่เหล็ก และขายพื้นที่ใน “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” ให้กับร้านค้าต่าง ๆ
“วิชา” อาศัยประสบการณ์ที่เคยทำอสังหาริมทรัพย์มาก่อนบุกเบิก “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” ในโมเดลนี้ ประสบความสำเร็จอย่างมโหฬาร
ต่อจากนั้นเขาก็ขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจโบว์ลิ่ง คาราโอเกะ และฟิตเนส ส่วนใหญ่จะอิงอยู่กับ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์”
คล้าย ๆ กับที่ “เซ็นทรัล” มี “บีทูเอส-เพาเวอร์บาย-ซูเปอร์สปอรต์”
การขยายธุรกิจในแนวนี้คือการพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มจากลูกค้ากลุ่มเดิม แนวคิดของเขาก็คือจะทำอย่างไรให้คนสามารถเดินอยู่ใน “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” ได้ตลอดทั้งวัน คิดแบบ “ลูกค้าคือสินทรัพย์”
ตอนแรกคงคิดเพียงว่า เมื่อสามารถดึงลูกค้าเข้าเมเจอร์ฯได้แล้ว ทำอย่างไรจะทำให้ลูกค้าใช้จ่ายมากที่สุด “โบว์ลิ่ง-คาราโอเกะ-ฟิตเนส” จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
แต่คำว่า “ลูกค้าคือสินทรัพย์” ไม่ได้จบลงแค่นั้น เพราะไม่เช่นนั้นพื้นที่จัดกิจกรรมในเมเจอร์ฯ คงไม่ขายดิบขายดี
จัดอีเวนต์เกี่ยวกับคนรุ่นใหม่เมื่อไร เมเจอร์ฯ ก็คือทางเลือกลำดับต้น ๆ ของสินค้าต่าง ๆ และรายได้จาก “สื่อโฆษณา” ก็ถือเป็นกลุ่มรายได้ที่กำลังมาแรงของเมเจอร์ ในตอนนี้

ความชัดเจนของกลุ่มลูกค้าที่เดินเข้าเมเจอร์ฯ ก็คล้าย ๆ กับคนที่ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส
ใครอยากจะทำอะไรกับกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ที่เดินอยู่ในเมเจอร์ฯ จะแจกหนังสือ แจกโบรชัวร์ โฆษณาขายของ ตั้งบูธเปิดตัวสินค้า ฯลฯ
ไม่ยาก
มา......จ่ายเงินให้ “เมเจอร์ฯ” ซะดี ๆ
ในขณะที่ “วิชา” คิดเรื่อง “ลูกค้าคือสินทรัพย์” ผมก็นึกถึงเจ้าของร้านอาหารร้านหนึ่งในฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ยักษ์ตอนที่เพิ่งเปิดใหม่ ๆ
เป็นเรื่องที่ลงในนิตยสารเส้นทางเศรษฐีหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ได้ไม่นาน
เขาคิดแตกต่างจาก “วิชา” โดยสิ้นเชิง ตอนนั้น “ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต” ไม่ได้รุ่งเรืองเหมือนกับตอนนี้ จำนวนคนเดินยังโหรงเหรง ร้านค้าต่าง ๆ เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิดตลอดเวลา
บางวันพนักงานในศูนย์การค้ามากกว่าลูกค้าเสียอีก เมื่อขายไม่ได้ก็ต้องเลิกกิจการเป็นธรรมดา
แต่ร้านขายอาหารตามสั่งร้านนี้กลับอยู่ได้ เพราะมุมคิดเรื่อง “ลูกค้า” ของเขาแตกต่างจากร้านขายอาหารร้านอื่น ในขณะที่ร้านค้าทั่วไปมองคนที่มาเดินใน “ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต” เป็นลูกค้า “กลุ่มเป้าหมาย”
แต่เขากลับมองพนักงานกว่าพันคนของร้านค้าต่าง ๆ ใน “ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต” เป็นกลุ่มเป้าหมาย เพราะพนักงานทุกคนมีสถานะเท่าเทียมกับลูกค้าที่เดินห้าง ต้องกินอาหารมื้อเที่ยงและเย็นเหมือนกัน
ดังนั้นเขาจะมีเมนูอาหารตามสั่งที่ราคาไม่แพงส่งไปตามร้านค้าต่าง ๆ ให้พนักงานในร้านนั้นโทรศัพท์มาสั่งอาหารได้ จากนั้นก็จะมีบริการให้เด็กไปส่งอาหารให้ที่ร้านเลย เน้นขายความสะดวกและราคาที่คุ้มค่า
ร้านอาหารร้านนี้จึงอยู่รอดแบบสบาย ๆ ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ในขณะที่ “วิชา” มอง “ลูกค้า” ที่เดินเข้าเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เป็น “สินทรัพย์”
แต่เจ้าของร้านอาหารนี้เขาไม่ได้คิดว่า “ลูกค้า” ที่เดินเข้า “ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต” คือ “สินทรัพย์” แต่กลับค้นพบ “สินทรัพย์” ใหม่ที่อยู่ใกล้ตัวแต่คนมักลืมเลือน “พนักงาน” ของ “ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต” คือ “สินทรัพย์” ของเขา
รูปแบบของ “สินทรัพย์” อาจจะแตกต่างจาก “วิชา” แต่ที่เหมือนกันก็คือ “คุณสมบัติ”
เพราะคุณสมบัติที่ดีของ “สินทรัพย์” ในเชิงธุรกิจก็คือคนที่พร้อมจ่ายเงินซื้อสินค้าของเรา




 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2550 12:00:48 น.
Counter : 239 Pageviews.  

โรงเรียนของหนู


โรงเรียนของหนู
ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสเดินทางไปสำรวจโรงเรียนในชนบท ได้เดินทางไปที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ได้พบเห็นความเป็นอยู่ของเด็กๆนักเรียนในชนบท ที่มีโอกาสที่ต่างจากเด็กในเมืองในหลายด้านทั้งสภาพความเป็นอยู่ สภาพการเดินทางจากบ้านไปโรงเรียนที่ไกลๆต้องอาศัยกินนอนที่โรงเรียน อาหารการกินที่ไม่ค่อยสมบูรณ์นักเพราะงบประมาณที่จำกัดจากรัฐ ต้องมาบริหารให้ดีเพื่อทำอาหารให้เด็กกินได้ทั้งโรงเรียน
เป็นความลำบากที่เกิดกับเด็กนักเรียนในชนบทห่างไกล ทั้งความหนาวเหน็บที่กำลังจะมาเยือนก็เป็นสิ่งที่สะท้านร่างกายเด็กๆตัวน้อยที่ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่ม เป็นภาพที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสตลอด 17 ปีในการทำกิจกรรมอาสาช่วยเหลือเด็กๆในชนบทห่างไกล ในวาระปีใหม่นี้ ยังนึกไม่ออกว่าจะทำบุญอะไรร่วมบริจาคผ้าห่มสักผืนให้กับเด็กน้อยในชนบท ก็จะเป็นกุศลยิ่งกับชีวิตเราดีนะครับ ผมมีข้อมูลของโรงเรียนที่ผมจะไปร่วมทำกิจกรรม เลี้ยงอาหารเด็กๆ มอบสิ่งของอันเป็นปัจจัยสี่ของเด็กๆ รวมทั้งการสร้างอาคารเอกประสงค์และโรงอาหารให้กับเด็กนักเรียน โรงเรียนบ้านด่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ซึ่งจะดำเนินกิจกรรมในระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2551 ตามข้อมูลการสำรวจดังนี้
ชื่อโรงเรียนบ้านด่าน ที่อยู่ ม.3 ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน 55130
ชื่อผู้อำนวยการ ว่าที่ร้อยโทสุกิจ มหาวงค์ โทรศัพท์ 089-5602838
จำนวนครูทั้งหมด 14 คน ชาย 3 คน หญิง 11 คน
จำนวนนักเรียนทั้งหมด 213 คน ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าไทลัวะ และไทลื้อ
เปิดสอน 3 ระดับ ตั้งแต่อนุบาล – ม.3 (ขยายโอกาส)

ความต้องการ ชุดนักเรียน ชุดกีฬาสีแดงขาว รองเท้า เสื้อผ้าลำลอง ผ้าห่ม หมอน ที่นอน เสื้อกันหนาว อุปกรณ์กีฬา เช่น ลูกฟุตบอล วอลเล่ย์บอล ตะกร้อ เป็นต้น นักเรียนส่วนใหญ่ชอบทานก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน และไอศกรีม นอกจากนี้ยังขาดสนามเด็กเล่น หนังสืออ่านเล่น และคอมพิวเตอร์ (ปัจจุบันมีอยู่ 3 เครื่อง) อีกทั้งยังไม่มีหน่วยงานใดมาจัดกิจกรรมในวันเด็ก
เพื่อนๆที่ต้องการร่วมกิจกรรม ขอเรียนเชิญนะครับ เพราะท่านจะมีความสุขจากการเป็นผู้ให้




 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2550 10:56:45 น.
Counter : 257 Pageviews.  

1  2  3  4  

dr.yut1409
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้ค้นหา
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dr.yut1409's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.