|
บาริสต้าบนทางสายกาแฟ(ซะที)
หลังจากวันนั้น เวลาก้อผ่านไปเรื่อยๆ resumeของผมยังคงปริ๊นออกมาอยูเรื่อยๆ และยังคงหาสมัครอยู่เรื่อยๆ จนวันนึงของต้นเดือนมีนาคม2009 ผมไปช่วย พี่ปอ หรือ อ.ปอ ผู้ที่ถ่ายทอดความรู้วิชากาแฟให้ผม เค้ากำลังจะเปิดร้านกาแฟเล็กๆ เค้าเจอหน้าผมก้อนึกออกอะไรบางอย่าง แล้วก้อให้เบอร์พี่คนนึงมาชื่อว่า "พี่ใหม่" ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งคนในบรรดาผู้มีบุญคุณกับผม (พี่ใหม่เป็นบาริสต้า ที่จัดได้ว่า ขั้นเทพ ถ้าโลกกาแฟเป็นยุทธจักรหนังจีน แกก้อครบเครื่องทั้งบู้บุ๋น ไว้แล้วจะเขียนเรื่องของบาริสต้าไทยขั้นเทพ คนนี้อีกต่างหาก ว่าที่ว่า ครบเครื่องมันคือยังไงเพราะไม่ใช่แค่ชงกาแฟออกมาเร็วแล้ว ดีแล้ว เก่งแล้ว จบ มันมีมากกว่านั้น) พี่ใหม่เค้ากำลังหาคนให้บอสของเค้า ที่อีกสาขานึง ชื่อว่า City espresso ผมก้อโทรไป แกก้อบอกว่าให้ไปทำแทนบาริสต้าที่ทำประจำอยู่ แค่สองวัน แน่นอนครับไม่มีปัญหา วันที่ผมไปคุย แค่เห็นเครื่องชงผมก้ออึ้ง อะไรหว่า สี่หัวชงเลยเหรอ บอสที่นั่งคุยกับผมอยู่ ชื่อว่า " Craig" เป็นออสซี่-กรีก ถามผมแค่ว่า
" ร้านเรายุ่งนะ ใช้กาแฟหกถึงเจ็ดกิโลในตอนเช้า ทำไหวไหม ?" แค่นั้น
ผมก้อแค่ยิ้มๆบอกว่าพอไหว แต่ในใจแล้ว "ห่าาาา ตายแน่กุ" แต่ยังไงเราก้อต้องสู้ครับ
ที่ผมประทับใจอีกอย่างในตัวบอสคนนี้ คือ ผมกำลังจะยื่น ใบ resume เค้าบอกว่า ไม่้ต้องการ เค้าแค่ต้องการคนชงกาแฟ ชงได้ก้อได้ ชงไม่ได้ก้อกลับบ้านไป ไม่ได้อยากรู้ว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำอะไรมาก่อน
และยิ่งต่อมาภายหลัง ผมถือว่า เค้าเป็นเหมือนครูกาแฟอีกคนของผม ผมเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากเค้า ไม่ว่า การเป็นบาริสต้าที่เป็นมากกว่าแค่ชงกาแฟออกมาดี .การ management ใีนทุกๆส่วนของร้านกาแฟ .trick&tipที่ไม่มีที่ไหนมาสอนกัน.แนวคิดในการทำธุรกิจ และอะไรอีกหลายๆอย่างอีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดนั้น เค้าไม่เคยพูดหรือคุยกับผมเลย มันมาเองจากการทำงานร่วมกัน
" บอสเก่าผมเอง ชื่อCraigหนึ่งในบรรดาผู้มีบุญคุณ เป็นผู้ให้โอกาสลงสังเวียนจริงกัยผม "
และแล้ววันแรกก้อมาถึง โอ้แม่เจ้า ยุ่งสุดๆคนมารอซื้ออย่างกะเค้าแจกกาแฟฟรี หน้าที่ของผมมีแค่ โหลดช็อตกาแฟ ให้ บอสเป็นคนสตรีมนมแล้วเท แค่นั้นผมยังแทบทำไม่ทัน แต่ผมก้อผ่านพ้นวันแรกมาได้ด้วยความทุลักทุเล ด้วยสิ่งหนึ่งที่ผมเพิ่งมาค้นพบตอนที่ทำว่า มันสำคัญมากถึงมากที่สุด สำหรับคาเฟ่ระดับท็อป นั่นคือ ระบบ หรือ System และ teamwork นั่นเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมเจอแต่ว่า บาริสต้าเป็นวันแมนโชว์มาตลอดและด้วยทีมเิวิร์กที่ดี ก้อทำให้ผมผ่านวันที่สองได้อย่างไม่ยากนัก และก้อรับเงินค่าจ้างที่คอนข้างจัดว่า น่าประทับใจ ทำสองวัน คิดเป็นสิบแปดชั่วโมง ได้มาสามร้อยเหรียญถ้วน ผมจำได้แม่นว่าวันนั้นวันพุธ ต่อมาวันพฤหัสก้อไม่มีอะไร แต่แล้ว....
เช้ามืดของวันศุกร์ น่าจะตีห้าครึ่งมั้งครับ โทรศัพท์ก้อดังขึ้น เปล่า ผมไม่ได้ตั้งปลุกนี่หว่า ใครโทรมาอะ ใจคอไม่ค่อยดีรีบรับ ปรากฎว่า พี่ใหม่โทรมา
พี่ใหม่ " เฮ้ ปอง ไปทำงานแทนหน่อยได้ไหม ไอ้นั่นที่แกเคยไปทำแทนมันไม่มา"
ผม " โห พี่ ด่วนงี้เลยเหรอ เอากี่โมงละ "
พี่ใหม่ " หกครึ่ง "
ผม " แปดได้ปะ ได้ก้อได้นะพี่ ถามบอสพี่หน่อย"
แล้วก้อวางหูไป คิดในใจว่าจะบ้าหรือเปล่า กุเพิ่งนอนเมื่อตีสองนี่เอง
ซักพักโทรศัพท์ดังอีก
พี่ใหม่ " ได้ปอง แปดโมงนะ "
เอาสิงานเข้าแล้ว ไปก้อไปโว้ย อย่างน้อยมันก้อได้เงินละวะ
ไปถึง บอสใหญ่ที่เป็นบอสของพี่ใหม่นั่งดักรอที่ทางเข้าตึก ก้อเข้ามาคุย บอกขอบอกขอบใจใหญ่ แล้วบอกว่า บอสของผม ซึ่งเป็นน้องเขยเค้าจะคุยกะเธอ อีกที
ทำๆไปจนถึงเวลาเบรก เราก้อพูดกะบอสว่าฉันจะขอกลับบ้านหลังเบรกละกัน (หลังเที่ยงร้านหายยุ่งแล้ว)
และแล้วบอสก้อเอ่ย สิ่งที่ผมรอมานานแสนนาน ด้วยความอดทนเพียรพยายาม
บอส " ปอง เธอต้องการทำงานบาริสต้าแบบ full time ไหม "
ผมจำคำตอบภาษาอังกฤษอันอ่อนแอของผมที่ตอบออกในไปตอนนั้นได้ว่า " Absolutely ,please " .....
ผมเดินออกมา โทรศัพท์หาแม่ที่เชียงราย เดินไปตามทางที่ผู้คนพลุกพล่าน เพื่อขึ้นรถไฟกลับบ้าน คนเยอะจริงๆ เพราะกำลังหาอาหารกลางวันทานกัน แม่ง คนเยอะจริงๆ ทุกซอกทุกมุมเลย มีตรงไหนเงียบๆบางเปล่าวะ บอกข่าวดีให้แม่ไปแล้ว แม่ดีใจเสียงสั่นแล้ว กุไม่ไหวแล้ว ... เอาตรงนี้ล่ะวะ แล้ว ผมก้อนั่งร้องไห้ริมบันไดอาคารออฟฟิศหลังนึง " กุทำสำเร็จแล้ว แค่สี่เดือนกว่าๆ เอง มันนานแค่นั้นเอง" ตอนนั้นใครมองผมยังไง ก้อช่างหัวมัน
แล้วผมก้อได้นับสองบนเส้นทางสายกาแฟของผมซักที แม้เส้นทางนี้มันยังอีกยาวไกล ผมก้อจะพยายามนับสาม สี่ ห้า ไปเรื่ิอยๆ ซึ่งก้อไม่รู้ว่าแต่ละจุดที่ผมจะนับบนเส้นทางสายนี้มันคืออะไร แต่ไม่ว่าอย่างไรผมจะเดินไปบนเส้นทางสายนี้จนวันสุดท้ายที่ผมได้พักยาว
| Create Date : 14 มิถุนายน 2553 | | |
| Last Update : 14 มิถุนายน 2553 17:50:55 น. |
| Counter : 2412 Pageviews. |
| |
|
|
|