เส้นทางสายกาแฟ
Group Blog
 
All blogs
 

coffee blend เค้าจะเบลนด์เพื่ออะไร??

          วันที่ผมอยากเขียนblogขึ้นมาเมื่อสองสามปีก่อน ผมเเค่อยากเอาประสบการณ์ในอาชีพคนชงกาแฟมาแชร์กะคนอื่นๆ เวลาผ่านไปเริ่มรู้อะไรขึ้นบ้างก้อพยายามเขียนอะะไรที่มันง่ายๆ เพื่อให้คนที่ชอบกาแฟหรือชอบมั่งไม่ชอบบ้างได้ความรู้เกี่ยวกับกาแฟเพิ่มขึ้นบ้าง หรือสนใจที่จะพิถีพิถันกับการดื่มกาแฟและเข้าใจกาแฟในเชิงผู้บริโภค คืออยากให้ดื่มกาแฟอย่างเท่าทันคนขาย ก้อเขียนๆหยุดๆ มาเรื่อยๆ



          วันนี้ผมได้ยุติอาชีพคนชงกาแฟในAustraliaแล้ว เส้นทางเดินนี้เดินมั่งวิ่งมั่ง มาสามปี จนถึงทางแยกใหม่ อีกไม่กี่วันข้างหน้าผมจะบินกลับบ้านแล้วครับ ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ที่ผมจะได้ชงกาแฟให้ลูกค้าอีก



          และ blog นี้จะเป็น blog สุดท้ายที่ผมจะเขียนใน bloggang ของพันทิปละครับ ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านครับ




          ว่ากันต่อเรื่อง coffee blend  คือเมล็ดกาแฟที่จะเอามาใช้กัน มีสองอย่าง หนึ่ง เป็นแบบเมล็ดกาแฟมาจากแหล่งปลูกเดี่ยว ไม่เกี่ยวกับใคร ไม่ต้องการรสชาติจากที่ใดๆมาปน ให้เสียอารมณ์ รสดีหรือกากก้อให้รู้กันไป เรียกว่า " Single origin coffee "      อย่างที่สองคือ เมล็ดกาแฟที่มีการผสมกันจากแหล่งปลูกหลายๆแหล่งปลูก เรียกว่า " coffee Blend "  เพราะ blend แปลว่า " ผสม " ที่นี้ ถามว่าจะผสมเมล็ดกาแฟไปทำไม ผสมแล้วมันได้อะไร ตอบว่าแล้วแต่จุดประสงค์ของคนคั่ว,โรงคั่ว,บริษัทกาแฟ ว่าblend ไปทำไม เท่าที่ผมจะนึกได้ เช่น ลดต้นทุนการผลิต เมล็ดกาแฟบางตัวใช้ตัวเดียวขายได้กำไรไม่มากต้องหาตัวถูกๆมาผสม อะไรประมาณนั้น ไม่ว่ากัน แต่ในเชิงของคนกาแฟแล้ว Specialty coffee จะblend เพื่อสร้างกาแฟที่เกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะขึ้นมา โดยการใช้ characteristic (ลักษณะพิเศษเฉพาะ)ของเมล็ดกาแฟที่แตกต่างกัน มาผสมรวมกัน    เคยอ่านหนังสือของตาลุงญี่ปุ่น แกบอกว่า basic ของการblendแบบอิตาเลี่ยนต้องใช้กาแฟมากกว่า 5 ชนิดขึ้นไป แต่กาแฟที่ผมเคยทำงานหรือรู้จักด้วยก้อใช้ 7-8 ชนิด


         ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าต้นกาแฟออกผลเป็นลูกเชอรรี่ เมล็ดกาแฟก้อคือเมล็ดในผลเชอรี่ อะไรที่ทำให้เกิดความแตกต่าง นั่นก้อคือ สิ่งที่ต้นไม้มันกินไป อากาศที่มันสูดไป ต้นกาแฟที่ดอยจุ๊กกรู้(สมมุติ) กินดินแร่ธาตุ โดนฝน โดนอากาศบนดอยนี้ อาจให้รสชาติอย่างนี้ แต่ถ้าเอาไปลงปลูกที่เคนย่าอาจให้รสที่ต่างกันไปเลย นี่คือปัจจัยครับว่าทำไมมันถึงมีประเทศแหล่งปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียงของโลกกาแฟ  ลองสังเกตดูตามแผนที่โลกนะครับ ไอ้ประเทศพวกนี้มันจะอยู่บนเส้นกลางแกนนอนของโลก ผมไม่กล้าลงไปลึกเรื่องการปลูก เรื่องพันธุ์ พื้นที่การปลูก เพราะยังไม่เคยไปศึกษาจริงจัง อยากได้ข้อมูลจริงจังแนะว่าหาหนังสืออ่านครับ ส่วนตัวผม เชื่อว่า ไม่ว่ากาแฟจากดอยไหนของภาคเหนือ ผมถือเป็นแค่แหล่งปลูกเดียว ไม่มีความแตกต่างอะไรมากจนถึงทำให้เกิดความพิเศษเฉพาะขึ้น เพราะมันกินอยู่ใกล้เคียงกันบางดอยยังกินอยู่เหมือนๆกันด้วยซ้ำ ที่จะทำให้แตกต่างคือ Process หลังการเก็บเกี่ยว







            บางคนที่ผมเจอตามเวบบอร์ดสาธารณะ มันไม่รู้เรื่องว่าเบลนด์ จริงๆเพื่ออะไร กาแฟนอกมันก้อเป็นอะไรเหมือนๆกัน ที่ไหนเค้าก้อทำ  ดอยนั้นอร่อย ดอยนี้ห่วยทั้งๆที่เป็นดอยเทือกเดียวกัน ชอบกาแฟของร้านยักษ์ๆโดยไม่เคยรู้ว่าเค้าเอากาแฟที่ไหนคั่วมาแต่เมื่อไหร่มาให้กิน  ไม่ผิดครับที่ไม่รู้เรื่องเบลนด์ ฝรั่งมันยังไม่รู้เลย แต่ในระดับของคนที่คิดจะขายกาแฟควรจะพอรู้ไว้บ้าง ยิ่งจะเป็นเซียนไล่แนะนำชาวบ้านเค้ายิ่งต้องพยายามให้มากกว่าเซียนครับ ขอร้องละครับ


 อีกครั้งนะครับว่าที่ผมอยากย้ำว่า เบลนด์เพื่อนำจุดเด่นของกาแฟตัวอื่นมาเสริมให้เกิดความซับซ้อนของรส มีมิติ สร้างเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะ การเบลนด์เป็นการสร้างสรรค์และพิสูจน์ Skill ของคนคั่วกาแฟอย่างแท้จริง ไม่ใช่สักแต่คั่วมันให้สุกๆไป



                 ผมอยากให้เราๆท่านๆ มีความเข้าใจอย่างเท่าทัน เวลาไปซื้อกาแฟ คนขายมันบอกว่าเป็นเบลนด์ ถามมันไปว่ากาแฟอะไรเหรอที่เอามาเบลนด์ มีอะไรพิเศษเหรอ ไม่ใช่ว่าเอาดอย ก. มาผสมดอย ข. และ ค. นะ หรือกาแฟตัวเดียวกันมาคั่วต่างระดับกันแล้วเอามาเบลนด์ ถามว่ามันเบลนด์มั้ย? มันก้อเบลนด์อะนะ แต่เบลนด์แบบ "กากๆ" (แล้วมาอัพราคาขาย )


                มีความสุขกับการดื่มกาแฟนะครับ หวังว่าวันนึงผมคงมีโอกาศได้ชงกาแฟดีๆให้คนอ่านblogของผมครับ







 

Create Date : 11 มีนาคม 2554    
Last Update : 11 มีนาคม 2554 21:13:21 น.
Counter : 9176 Pageviews.  

บาริสต้า(ในอิตาลี)มองบาริสต้า(นอกอิตาลี)

           ผมไปอ่านเจอบทความอันนึงมา เจ้าของคอลัม ก้อไปสัมภาษณ์อิตาเลี่ยนบาริสต้ามาหลายคนอยู่ น่าสนใจมากครับกับความคิดและมุมมองที่มีต่อ คนที่มีอาชีพชงกาแฟนอกประเทศเค้าที่ใช้ชื่อเรียกทับไปว่า"บาริสต้า"


          กล่าวรวมๆจากที่อ่านมา อิตาเลี่ยนบาริสต้าไม่ได้มองว่าเค้าเป็นส่วนหนึ่งของของอุตสหกรรมกาแฟ หน้าที่หลักก้อไม่ใช่ทำกาแฟ แต่กาแฟเป็นแค่partหนึ่งของอาชีพบาริสต้าเท่านั้น แค่เริ่มก้อจะเห็นว่ามันสวนทางกับความนึกคิดของเราว่า บาริสต้าก้อชงกาแฟสิจะไปทำอะไรเหรอ ทุกวันนี้ คำว่า บาริสต้ามันเป็นสากลแล้วนิคือคนชงกาแฟ แต่บาริสต้าที่อิตาลีต่างไปจากความนึกคิดของเราครับ หลายคนอาจรู้มาบ้างว่า นอกจากบาริสต้าจะเสริฟกากาแฟยังต้องเสริฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรียกว่างานหลังบาร์ ทำหมด เป็นบาร์แมน ถูกแค่ครึ่งครับ บาริสต้าเลี่ยนยังต้องทำงานกับเครื่องสไลด์เนื้อที่เรียกว่า salumi slicer เพื่อเตรียมทำอาหารต่างๆออกเสริฟ เป็นแซนวิชอิตาเลี่ยนที่เรียกว่า" Panini" บางคนบอกว่า ใช้เวลาทำงานกับเครื่องสไลด์นี้เท่ากับเครื่องชงกาแฟเลย


ให้เห็นรายละเอียดชัดๆยกมาบอกเลยจากนาย Enrico บาริสต้าจากเมืองตูรินบอกว่า "สี่อย่างที่เป็น main หลักของอิตาเลี่ยนบาริสต้า คือ 25% ทำกาแฟ, 25% ทำ Salami slicer และเสริฟอาหาร,25% ไอติม gelato ,25% แอลกอฮอล์ทั้งหลายเช่น wine mixed drinks cocktails"







 " ภาพบาร์แห่งหนึ่งในอิตาลี จะเห็นว่านอกจากกาแฟยังมีอื่นๆมากมาย "(รูปภาพจาก google)



."เครื่อง Salumi slicer ที่พูดถึง เผื่อนึกภาพไม่ออกกัน"



"หน้าตาแซนวิชที่เรียกว่า Panini "


            สิ่งที่บาริสต้าเลี่ยนมองคล้ายๆกัน ประมาณว่า บาริสต้าของเึ้ค้าคือ คนทำงานที่มีบทบาทตรงบาร์ที่อยู่ในเขตประเทศอิตาลีเท่านั้นทีี่สามารถใช้คำว่า"บาริสต้า" เป็นเกียรติยศ เป็นศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของเค้า แน่นอนครับว่าถ้าใช้คำว่า เกียรติยศ อธิบายถึงการได้มาของสิ่งๆหนึ่ง แปลลวกๆว่า สิ่งนั้นได้มาไม่ง่าย ผมไม่รู้ชัดเหมือนกันว่ากว่าจะได้เป็นบาริสต้าในอิตาลีต้องใช้เวลานานเท่าใด ฝึกฝนอะไรยังไงบ้างดังนั้น แต่สังเกตบาริสต้าส่วนใหญ่จะมีอายุ ไม่ค่อยเห็นเด็กหนุ่มและทำงานหนักวันนึงมากกว่า12ชม. ในบทสัมภาษณ์จึงเห็นถึง อีโก้ ความถือตัวในศักดิ์ศรี แต่ผมเข้าใจครับเพราะไม่ได้เป็นแค่ชื่อเรียกของอาชีพอาชีพนึง แต่เป็นอาชีพที่เกี่ยวพันกับการสืบทอดทางวัฒนธรรม           บางคนเสนอแนะว่า ให้ไปหาคำในภาษาของตัวเองเพื่ออธิบาย "คนชงกาแฟ" ในประเทศของคุณเอง รู้มั้ยว่าบาริสต้าเลี่ยนบางคนมองว่า การแข่งขัน barista ตามงานexhibition ต่างๆทั่วโลก เป็นสิ่งที่ดูถูกและไม่มีความเคารพต่อ อิตาเลี่ยนบาริสต้า


พูดถึงเรื่อง latte art ผมชอบทำและยังฝึกทำเรื่อย เพราะในมุมมองผม ลาเต้อาร์ืทเป็นสิ่งที่โชว์ทักษะของบาริสต้าและเป็นpresentationที่ดี แต่สำหรับที่อิตาลี ไม่มีที่ว่างให้กับลาเต้อาร์ทครับ เป็นสิ่งที่เสียเวลา เสียของ  หลายคนอาจรู้นะครับว่าคนอิตาเลี่ยนดื่มแต่เอสเปรสโซ่ ช็อตเล็กๆเท่านั้น อาจเป็นกาแฟนมคาปูชิโน่ในตอนเช้าบ้างเท่านั้น ดังนั้น กาแฟแบบmilk base เป็นเรื่องประหลาด  เหตุผลที่ว่าทำไม ลาเต้อาร์ท เป็นสิ่งที่บาริสต้าเลี่ยนดูถูก





เดี่ยวมาพิมพ์ต่อครับ(อีกที)




Free TextEditor




 

Create Date : 27 มกราคม 2554    
Last Update : 29 มกราคม 2554 12:51:09 น.
Counter : 1266 Pageviews.  

ฝากข่าวเพื่อช่วยเหลือคนดีๆจากคอกาแฟไทยทุกๆท่าน

              blogตอนนี้ ผมมีเรื่องมาบอกเพื่อขอความช่วยเหลือไม่ทางใดหรืออย่างใดอย่างนึง


ผมเป็นคนนึงที่ชอบไปดูความเคลื่อนไหว ของวงการกาแฟไทย ว่าเป็นอย่างไร ใครทำอะไรที่ไหน อย่างไรนอกเหนือจากความรู้เรื่องต่างๆของกาแฟ ที่เว็บของร้อยตะวัน ทำให้ผมได้รู้จักชายหนุ่มคนนึงที่ทุ่มเทให้กับสิ่งที่ตัวเองรัก มาเป็นเวลาหลายปี


                วงการกาแฟเวลามองภาพรวม ผมเชื่อว่าสิ่งที่จะเป็นหลักที่คอยผลักดันให้มาตราฐานของกาแฟรวมทั้งสังคมกาแฟ(coffee culture)บ้านเรา พุ่งไปข้างหน้า นั่นคือ "คน" ครับ คนกาแฟ คนที่มีความหลงไหล(passion)ต่อกาแฟ ฝึกฝนพัฒนาทักษะเพิ่มพูนความรู้ มุ่งมั่นที่จะทำกาแฟดีๆ เป็นทางเลือกให้คนที่ชอบหรืออะไรก้อแล้วแต่ได้มีโอกาสดื่มกาแฟดีๆ ผมสนับสนุนและเอาใจช่วยอย่างจริงใจ



              วันนี้เกิดเรื่องน่าเศร้าครับ ผมเข้าไปเว็บร้อยตะวันเช่นเคย คนหนุ่มที่ผมได้แต่รู้จักเค้า(แต่เค้าไม่รู้จักผม) ประสบเคราะห์ถูกทำร้ายโดยคนเลวๆ เข้าโรงบาลอาการโคม่า โดยที่ผมเชื่อด้วยใจว่าคนที่ทุ่มเทให้กับกาแฟอยู่ตลอดเวลา มาหลายปี มีธุรกิจร้านกาแฟ เป็นทั้งครูที่ถ่ายทอดวิชากาแฟ ไม่สมควรมีเรื่องเช่นนี้เกิดกับเค้า  ไม่ยื้อเยื้อละครับ ใครที่บังเอิญมาอ่านหรือยังตามอ่านblogผมอยู่ พอจะมีกำลังทางทรัพย์ หรือสบายแล้ว โปรดพิจารณาการช่วยเหลือ คนกาแฟตัวจริงคนนี้ด้วยครับ เพื่อที่เค้าจะได้กลับมาคนบุคลากรคุณภาพของวงการกาแฟไทยอีก


เค้าชื่อคุณแน่ หรือน้าอิม ครับ


ช่วยเหลือได้ทางนี้ 

ชื่อบัญชี คุณปิยะฉัตร จุลมนต์
บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพฯ
สาขาถนนนิมมานเหมินท์

967-0019-224


ตามเรื่องราวจากลิ้งค์นี้>>>//www.roytawan.com/forum/index.php?topic=8239.0


นี่เป็นสิ่งที่ผมพอจะทำได้นอกจากกำลังทรัพย์อันจำกัดจำเขี่ย ให้กับเพื่อนร่วมอาชีพที่มีชื่อว่า "บาริสต้า" ครับ


ขอบคุณทุกๆคนล่วงหน้าครับ






Free TextEditor




 

Create Date : 28 ธันวาคม 2553    
Last Update : 28 ธันวาคม 2553 17:21:25 น.
Counter : 509 Pageviews.  

Coffee at home กาแฟ(สด)ดีๆที่บ้านหาใช่จะยากไม่ (1)

            วันจัทร์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสได้ต้อนรับคนกาแฟจากเมืองไทย เป็นนักคั่วกาแฟ เป็นเจ้าของธุรกิจร้านกาแฟ เป็นคนนำเข้าเครื่องชงและอุปกรณ์ต่างๆนานาเกี่ยวกับธุรกิจกาแฟ เป็นBlogerเรื่องกาแฟที่ผมได้ติดตามมานานตั้งแต่สมัยที่ผมเริ่มหัดชงกาแฟใหม่ๆ ซึ่งก้อได้ความรู้และเห็นโลกใหม่ของกาแฟจากbolgของเค้านี่แหละครับ //www.espressofriend.com/blog/  แนะนำครับ 


            จากการพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันหลายเรื่องและเรื่องหลายๆสิ่ง สิ่งหนึ่งที่สะดุดเป็นประเด็นมาในหัวผมคือ สังคมคนกาแฟหรือคนดื่มกาแฟบ้านเรา มักจะยึดติดกับตัววัตถุอุปกรณ์โดยเฉพาะเครื่องชงกาแฟ กลายเป็นเรื่องที่ดูเพี้ยนๆไปว่า กาแฟอร่อยไม่อร่อย ก้อเครื่องมันนั่นแหละ ผมก้อชอบเครื่องกาแฟดีๆไฮโซครับแต่ จะบอกว่า มันเป็นปัจจัยสุดท้ายของคำว่า"กาแฟดี" ครับ ตัวกาแฟกับคนชง เป็นปัจจัยที่สำคัญกว่า (ลองกลับไปอ่าน ที่ผมเคยเขียนไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ)  


            ผมอ่านๆดูในบอร์ดพันทิปเองและอีกบอร์ดนึง ผมสรุปเอาของผมเองว่า หลายๆคนต้องการกาแฟดีๆซักแก้ว ดิ้นรนค้นหา ร้านนั้นร้านนี้ หรือจะทำเองก้อต้องโน่นนี่ กะไอ้เจ้าespresso machine ที่ดูจะวุ่นวายซับซ้อนเหลือแสน วันนึงผมคิดว่าจะทำกาแฟด้วยวิธีการอื่นๆที่ไม่ใช่espresso machine ที่บ้านดู เพื่อค้นหาว่า มันยังไง แต่ก้อได้แต่คิดเท่านั้น มันจะแปลกครับเพราะอาชีพบาริสต้าทำกาแฟทั้งวัน ดื่มกาที่ร้านมาแล้วทั้งวัน กลับบ้านจะหาเรื่องมาชงกาแฟอีก พอมีเวลามีวันหยุดก้อไปหานั่งดื่มกาแฟดีๆให้คนอื่นทำให้ คงเหมือนอาชีพเชฟล่ะครับ คงไม่มีเชฟไหนทำงานเสร็จแล้วไปทำกับข้าวกินเองที่บ้านอีก


            และแล้วเวลาก้อมาถึง ด้วยที่ผมเปลี่ยนงาน มีวันหยุดมากขึ้นคือทำงานแค่ สี่วัน จากเมื่อก่อนที่ทำงานหกเจ็ดวัน ประจวบเหมาะได้ของฝากเป็นกาแฟคั่วสดๆจากมือคุณซาน แห่ง espressofriend เจ้า Moka pot ก้อได้ถึงเวลาที่มันต้องทำงานซักทีหลังจากไปตบมาจากร้านขายของมือสองได้พักใหญ่


ผมเอาเมล็ดกาแฟที่ได้รับมาไปจัดการบดกับgrinderที่ร้านที่ผมทำงานมา หลังจากทดลองชงกะเครื่องชงespresso machineแล้วนิดนึง โดยใช้ความละเอียดเดียวกะที่ใช้ชงแบบespresso ออกตัวก่อนว่า นี่เป็นการทำกาแฟครั้งแรกของผมที่ไม่ใช่ espresso machine กะครั้งแรกกับ Moka pot ซึ่งเป็นภูมิปัญญาประดิษฐ์ประดอยของนายอิตาเลี่ยนคนหนึ่ง ใช้หลักการแรงดันไอน้ำเช่น espresso machine มาดูกันครับ



สิ่งที่ต้องเตรียม 1.Moka pot มีหลายขนาดให้ได้ใช้กันแล้วแต่ว่าโสดหรือไม่ (เกี่ยวไหม?)
                 2. coffee ground กาแฟที่บดมาแล้ว ควรพิถีและพิถันเลือกครับ กาแฟควรสดใหม่หลังการคั่วไม่ควรเกินสองสัปดาห์ บดแล้วควรใช้ให้หมดเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ หาคนมาช่วยดื่มหรือชวนหญิงหรือหนุ่มๆมาดื่มก้อยิ่งดี ฮา
                    น้ำเปล่ากะแก้วกาแฟแค่นั้น



 ดูส่วนประกอบของ moka pot กัน


A. เป็นส่วนก้นหม้อเอาใส่น้ำเพื่อต้ม จุกเล็กๆที่ติดอยู่เป็นวาล์วไอน้ำ
B. ตะกร้าใส่ผงกาแฟ
C. filter กรองกากกาแฟ
D. ตัวกา


ขั้นตอน




เติมน้ำเข้าไป



ใส่ตัวbasketลงไป ถ้าน้ำมันปริ่มขึ้นมาใน เทน้ำออก อย่าให้ท่วมเข้ามาครับ



ตักผงกาแฟ ใส่ไปซะ



เอาfilterปิดหน้า คลีนผงกาแฟที่เลอะๆเทอะๆ ด้วยครับ ผงกาแฟคลีนง่ายครับ ไม่เหมือนคนใหญ่คนโตในรัฐไม่ยอมเปลียนแปลง เลอะเทอะจนคลีนยังไงก้อไม่สะอาดซักที 





ประกอบตัวกาเข้าไป หมุนให้ชัวร์ว่าแน่นสนิทดี


     แล้วไปต้มเลย                          



รอและลุ้นครับ (ผมตื่นเต้นจริงๆนะน่ะ)  ตอนต้มระวังให้เอาด้ามจับวางออกไปนอกเตานะครับ โดนมาแล้วจับแล้วร้อน


เสียงเริ่มมาแล้ว...


เริ่มดังขึ้น อูยตื่นเต้นง่ะ...


เฮ้ย ออกมาซะทีดิ(วะ)...


ออกมาแล้วววววววว




           กาแฟออกมาด้านข้างหม้อต้มครับ เทอะๆเลอะๆ หยั่งกะการเมืองบ้านเราซะงั้น ฮ่าๆๆ เซ็ง




ได้มาแค่นี้เองครับ ลืมบอกว่า ให้อุ่นแก้วด้วยน้ำร้อนก่อนนะครับ จะได้keepอุณหภูมิของกาแฟไม่ให้ตกเร็ว มีผลในเรื่องรสชาติด้วยนะเออที่เหลือก้อ Enjoy ครับ จะใส่ นม น้ำตาล น้ำเชื่อม น้ำตา น้ำใต้ศอก อะไรก้อแล้วแต่ชอบครับ


ผลการทดลอง moka pot    เนื่องจากกาแฟรั่วออกมารอบๆหม้อก่อนที่จะดันขึ้นมาในตัวกา เลยหาเหตุ ว่าอาจมาจากกาแฟบดละเอียดไป หรืออาจจะใส่กาแฟเยอะและอัดแน่นไป เลยดันไม่ขึ้น ลองทำอีกครั้งคราวนี้ใส่ผงกาแฟน้อยลง ปรากฎว่า  เหมือนเดิมครับ สรุปหม้อมันพัง ฮาเลย  รสชาติกาแฟ ไม่เลวเลยครับ กลิ่นหอมดีมาก กาแฟเข้มข้นแต่ไม่หนัก ดื่มแล้วสว่างๆใสๆ aftertaste อยู่นานมากๆ (ผมอธิบายแบบcuppingไม่เป็นอะครับ)แม้จะติดเบิร์นนิดๆ ซึ่งผมไม่แน่ใจในสาเหตุ อาจเป็นเพราะใส่น้ำเกือบร้อนไปในตัวหม้อก่อนหรือเปล่า? ต้องซื้อหม้อใหม่มาลองดูอีกที  ผมว่า วิธีนี้ไม่เลวเลยครับสำหรับวันเวลาดีๆที่ได้อยู่บ้าน สะดวกนะ ผมใช้เวลาไม่เกินห้านาทีในการทำครับ ใช้เสร็จทิ้งหม้อให้เย็นซักพัก เคาะกากทิ้ง ล้างๆน้ำเปล่า จบ หนึ่งนาที ไม่ต้องใช้เวลาทำความสะอาดมากมาย


               อยากให้ลองคิดๆดูครับว่า กาแฟดีๆ ไม่ได้เกินความสามารถของคุณ เมล็ดกาแฟก้อแล้วแต่กำลังทรัพย์ เครื่องบดยังไม่มีก้อให้ที่ร้านเค้าบดให้ ซื้อทีละนิด วีคต่อวีค สนุกดีออกได้ลองกาแฟจากหลายๆที่ด้วยตัวเอง แรกๆหัดขับก้อเริ่มแถวดอยบ้านเราก่อนถูกดี คุ้นเคยกะวิธีทำ แล้วค่อยไปเล่นของนอก อีกหน่อยเพื่อนๆรู้ว่าคุณเล่นกาแฟอยู่บ้าน ไปไหนมาไหน เดี๋ยวเค้าก้อสรรหามาฝากเอง นอกจากเพื่อนไม่คบก้อเเย่นิส แอบชอบใครก้อได้มุขแล้ว จัดมุมน่ารักๆเก๋ชวนเค้านั่งละเอียดกาแฟที่คุณทำเลย ดูมีอะไรดีออก สำคัญอย่างเดียวให้รู้จักเลือกกาแฟครับ ให้สดใหม่อันนี้สำคัญมาก แถวบ้านหายากเหรอ เดี๋ยวนี้โรงคั่วดีๆเค้ามีให้สั่งทางเน็ตทั้งในและนอกรัฐ(ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง)ตั้งเยอะ  ขอให้มีความสุขกับการทำกาแฟครับ


Free TextEditor




 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2553 15:36:16 น.
Counter : 4570 Pageviews.  

รีวิว espresso bar ซักที่ ที่เชียงใหม่

                   ห่างจากเขียนบล็อคไปนาน หลายสิ่งเกิดเปลี่ยนแปลง ผมไม่มีความสุขกับการทำงาน แม้ว่าจะได้ทำงานกับเพื่อนร่วมงานที่ดี กาแฟดีๆ เครื่องชงที่ผมชอบเป็นการส่วนตัว ผมออกงานเมื่อสี่ห้าวีคที่ผ่านมา หลังจากทำมาได้หกวีค วันที่ออกงานเป็นวันศุกร์ เป็นการออกงานที่ผมรู้สึกผ่อนคลาย แม้ว่าจะไม่มีงานใหม่มารองรับ ท่ามกลางความเป็นห่วงของคนรอบข้าง ว่าทำไมถึงไม่หางานให้ได้ก่อนแล้วค่อยออก และในสภาวะที่ค่าครองชีพในซิดนีย์สูงขึ้นไปทุกๆอย่าง(ยกเว้นค่าจ้าง) วันเสาร์หางาน โทรศัพท์ไปสมัครงาน วันจันทร์ไปลองงาน วันพุธเริ่มต้นทำงานชงกาแฟอีกครั้ง ตื่นตีหน้าเพื่อเข้างานหกโมงครึ่ง จันทร์ถึงศุกร์อีกครั้ง และแล้ว.............


                  วันนี้วันศุกร์ ผมว่างงานอีกครั้ง ฮ่าๆ หลังจากทำไปได้แค่สี่วีค จริงแล้วผมบอกออกในวีคที่สองในการทำงานเพียงแต่ว่าผมต้องให้เวลาnotice ทางร้านหาบาริสต้าคนใหม่อีกสองวีค เป็นเหมือนข้อตกลงแบบไม่เป็นทางการ  หลายๆคนถามทำไม ผมก้อหาเหตุผลไป เงินน้อยกว่าที่เคยได้ ไม่ชอบบาริสต้าที่ทำด้วย บลาๆๆ  แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ผมเองก้อไม่รู้ มันลอยๆไงชอบกล อาจเป็นเพราะมันใกล้ถึงเวลากลับบ้านของผม เหมือนเป็นโค้งสุดท้ายของการเป็นบาริสต้าที่นี่ ผมเริ่มเบื่อทุกๆอย่างที่นี่ ผมอยากกลับไปเริ่มต้นความฝันของผมซักที  


                  มีร้านกาแฟร้านนึง อยู่ที่เชียงใหม่ เป็นคอนเซ็ปท์ espresso bar คือ เน้นเครื่องดื่มที่มีbase เป็นเอสเปรสโซ่ ได้อิทธิพลมาร้านกาแฟที่Australia ร้านนี้ มีเมนูกาแฟร้อนเหมือนที่ผมเขียนไว้ในblogนี้ทุกอย่าง มีนมให้ลูกค้าเลือกด้วยตามรสนิยมสามแบบ คือ full cream นมปกติที่เราดื่มๆกัน, skinny milk นมที่สกัดเอาไขมันออก ซึ่งผมไม่ชอบเลยเพราะมันเทลาเต้อาร์ทยากมากๆ, soy milk นมถั่วเหลืองที่ผมไม่เคยคิดจะเอามาใส่กาแฟดื่มเลยแต่คนดันนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ร้านนี้มีทางเลือกของคนแพ้คาเฟอีนและคนท้องที่ยังชอบที่จะดื่มกาแฟโดยมี กาแฟdecafinated ด้วยละ ชาร์จเพิ่มนิดหน่อย อันนี้เข้าใจเพราะของมันแพง  ถ้าใครรู้จักเครื่องดื่มนี้ Chai latte ละก้อ ร้านนี้เค้าก้อมีด้วยแหละ ใช้ผงChai พรีเมี่ยม ผสมกับนมอุ่นๆ ฟองนมเนียนๆ โรยหน้าด้วย สวีทซินนาม่อน
                 แต่ที่ผมจะบอกเจ้าของร้านนี้ว่าธุรกิจคุณอาจจะเเย่นะ เพราะเมนูกาแฟเย็นคุณดันมีนิดเดียว และมันไม่ make sense กับวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเย็นของคนไทยอะ ร้านนี้มีแค่กาแฟเย็นแบบไทยสไตล์ ซึ่งเป็นกาแฟแบบที่ร้านกาแฟสดที่ไหนก้อมี ข้น เข้ม หวาน มัน ฉันคือเธอ ประมาณนั้น(แต่เจ้าของเอ่ยว่า เค้าคัดสูตรที่ดีที่สุดเลือกเอาให้ลูกค้าเค้าดื่มเพียงหนึ่ง) กับออสซี่สไตล์ เป็นไงหว่า มันคือกาแฟเย็นแบบฝรั่งที่Australia ดื่มกัน คือ ใช้สองช็อตกาแฟ(double espresso)ราดไปบนไอสครีมวานิลา แล้วเติมนมเย็นลงไป ยังมีอีกอันนึงถือว่าเป็นเมนูกาแฟเย็นของร้านนี้ คือ Affogato เป็นกาแฟสองช็อตราดบนวานิลาไอสครีมในแก้วลาเต้ ว่าแล้วหารูปในกูเกิ้ลมาประกอบดีกว่า เช่นนี้เลย >>>


 อาหารร้านนี้มีไม่มาก มี toast หรือขนมปังปิ้ง ตลอดวัน มีแซนวิชนิดหน่อย ส่วนlunch จะมีโฮมเมด พาสต้ากะซุปไม่กี่อย่าง เพราะเจ้าของทำเองมาจากบ้าน ทำไม่เยอะหมดแล้วก้อหมดวันต่อวัน 


อีกอย่างที่ต้องเอ่ยไว้ ถ้าไปลองกันว่า ราคาของร้านนี้อาจเท่ากันกะร้านใหญ่ๆดัง การตกแต่งไฮโซ โก้เก๋ ทั้งๆที่ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ แต่ของที่ร้านนี้เลือกใช้ อุปกรณ์ทุกอย่าง ระดับสุดยอดหมด เครื่องกาแฟเทพแน่นอน เครื่องบดแพงกว่าเครื่องกาแฟที่ร้านหลายๆร้านใช้อีก เมล็ดกาแฟใช้กาแฟจากแหล่งปลูกชั้นยอดทั่วโลก อันนี้ตัวทำให้แพงเลยละ กิโลเป็นพัน(ยกเว้นกาแฟเย็น จะใช้กาแฟจากดอยไหนซักดอยนี่ล่ะ)แม้แต่คนชงกาแฟ ถ้าเจ้าของไม่ได้มาชงเอง เห็นว่าจะไปทาบทาม ระดับแชมป์ประเทศมาประจำการ เพื่อการันตีให้ลูกค้ามั่นใจว่า นอกเหนือจากcustomer service ที่อบอุ่น เหมือนอย่างกะเป็นเพื่อนสนิท เป็นคนที่รู้จักผูกพันธ์กันแล้ว เรื่องของคุณภาพไม่เป็นสองรองใครแน่นอน ซึ่งผมชอบนะ ไม่ใช่ว่าของดีแต่บริการห่วยเหมือนไปขอกาแฟกิน ผมไม่ชอบที่จะไปยืนเด๋อๆ เกร็งๆ ตอนดินเข้าไปในร้านกาแฟ หรือยืนหน้าเคาท์เตอร์แล้วกะลังเลือกไม่ถูก หรืองงๆ ว่าจะสั่งอะไรแล้วพนักงานก้อจิกซะ หรือร้านที่พนักงานพูดจาสุภาพนอบน้อม แต่เหมือนโปรแกรมไว้ เรื่องเหมือนจะมาก เนอะผมเนี่ย


ร้านนี้ชื่อร้านอะไร อยู่ตรงไหนของเชียงใหม่ อยากรู้ใช่ปะ...


.....
......... ผมก้อไม่รู้เหมือน ยังคิดชื่อร้านตัวเองไม่ออก เลยอะ  ^___^ 






Free TextEditor




 

Create Date : 08 ตุลาคม 2553    
Last Update : 8 ตุลาคม 2553 10:58:02 น.
Counter : 1426 Pageviews.  

1  2  3  

ponganes
Location :
กรุงเทพฯ Australia

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




ชอบกิน ชอบชิม บางครั้งชอบทำด้วย สิ่งที่ทำให้ดีใจอย่างหนึ่งในชีวิตที่ทำให้ต้องบอกต่อกับคนสนิทมิตรสหาย คือการได้เจอของกินอร่อยๆ ในที่ๆเราได้ไป
จากบ้านเกิดเหนือสุดแห่งสยามประเทศ มาตั้งไข่ของชีวิตที่นพบุรี ศรีนครพิงค์ ดิ้นรนแหกกะลามาอยู่เมืองเทวดามหานคร แล้วกระเด็นกระดอนมาเคี่ยวชีวิตที่แผ่นดิน Down under
Follow Ponganes on Twitter
Friends' blogs
[Add ponganes's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.