Group Blog
 
All blogs
 

[Diet] ปริมาณแคลอรี่ # 3

ที่มา : //www.sweetnofat.com/calories-in-food





ประเภทอาหารจานเดียว

ชนิดอาหาร ปริมาณ(กรัม) พลังงาน(แคลอรี)

ข้าวมันไก่ 300 596
ข้าวหมูแดง 320 540
ข้าวขาหมู 289 438
ข้าวไข่พะโล้ 316 577
ข้าวหมกไก่ 316 534
ข้าวผัดหมูใส่ไช่ 315 557
ข้าวผัดกะเพราไก่ 293 554
ข้าวคลุกกะปิ 296 614
ข้าวยำปักษ์ใต้ 189 248
ข้าวราดแกงเขียวหวานไก่ 318 483
ข้าวหมูกรอบ 404 587
โจ๊กไก่ 415 253
โจ๊กหมู 415 231
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อสับ 381 417
ราดหน้าเส้นใหญ่หมู 354 397
ราดหน้าเส้นใหญ่ไก่ 354 385
เส้นใหญ่เย็นตาโฟน้ำ 494 352
ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กแห้งหมู 235 530
ผัดซีอิ้วหมูใส่ไข่ 350 679
ผัดไทยใส่ไข่ 244 577
หอยทอดใส่ไข่ 197 428
กวยจั๊บน้ำใส 347 259
กวยจั๊บน้ำข้น 346 279
กระเพาะปลา 327 170
ขนมผัดกาดใส่ไข่ 298 582
เส้นใหญ่น้ำหมู 390 278
เส้นเล็กแห้งหมู 265 488
เส้นหมี่น้ำเนื้อเปื่อย 404 298
เส้นหมี่เนื้อสด 380 256
เส้นหมี่ลูกชิ้นน้ำ 380 256
เส้นหมี่ลูกชิ้นเนื้อวัว 447 226
ขนมจีนน้ำยา 350 330
ขนมจีนน้ำพริก 355 230
ขนมจีนน้ำเงี้ยว 357 240
ก๋วยเตี๋ยวน้ำเป็ด 380 330
ก๋วยเตี๋ยวหลอด 216 266
ก๋วยเตี๋ยวแกง 350 454


ประเภทอาหารฟาสฟู้ด

ชนิดอาหาร ปริมาณ(กรัม) พลังงาน(แคลอรี)

แฮมเบอร์เกอร์ไก่ 147 450
แฮมเบอร์เกอร์เนื้อ 150 385
แฮมเบอร์เกอร์ปลา 147 419
แซนด์วิชไก่ 122 287
แซนด์วิชแฮม 108 235
พิซซ่าหน้าซีฟู้ดถาดกลาง 347 781
พิซซ่าหน้ารวมมิตรถาดกลาง 373 876
ฮอตด็อก 149 398
มันฝรั่งทอดขนาดกลาง 94 314
หอมทอด 102 329
นักเก็ต 6 ชิ้น 277
โคลสลอว์ 1 ถ้วยเล็ก 129
ไก่ทอด (ต้นตำรับ) 1 ชิ้น 103
มันบด 1 ถ้วยเล็ก 79


ประเภทอาหารว่าง
เปาะเปี๊ยะทอดและน้ำจิ้ม 142 317
เกี๊ยวกรอบและน้ำจิ้ม 84 287
เต้าหู้ทอด 136 294
เผือกทอด 122 406
ทอดมันข้าวโพด 127 339
โดนัท 1 ชิ้น 25 95
ขนมครก 2 ฝา 22 97
ปาท่องโก๋ 1 คู่ 20 124


ประเภทขนมหวาน
กล้วยบวชชี 166 กรัม 255
เผือกน้ำกะทิ 163 กรัม 256
ฟักทองแกงบวด 162 กรัม 369
ข้าวเม่าทอด 2 ชิ้น 416
สังขยาฟักทอง 1 ชิ้นเล็ก 280
เม็ดขนุน 4 เม็ด 164
ถั่วแดงหลวงแกงบวด 202 กรัม 220
มันแกงบวด 1 ถ้วยเล็ก 184
ขนมกล้วย 1 ชิ้น 60
ข้าวโพดคลุก 1 ถ้วยเล็ก 156
ขนมเปียกปูน 1 ชิ้น 159
สาคูเปียก 1 ถ้วยเล็ก 165
กล้วยเชื่อม 1 ผล 89
ฟักทองเชื่อม 2 ชิ้น 169
ข้าวเหนียวทุเรียน 1 ถ้วยเล็ก 287
ข้าวเหนียวดำเปียก 1 ถ้วยเล็ก 204
ข้าวเหนียวมะม่วง 1 ถ้วยเล็ก 297
ถั่วแปบ 1 ชิ้น 132
ข้าวเหนียวสังขยา 1 ห่อ 225
ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง – ปลา 1 ห่อ 180
ข้าวเหนียวดำน้ำกะทิ 1 ถ้วยเล็ก 320
ทับทิมกรอบ 185 กรัม 276
ลอดช่องน้ำกะทิ 111 กรัม 167
ถั่วดำแกงบวด 154 กรัม 167
กล้วยทอด 125 กรัม 406
บัวลอยน้ำกะทิ 1 ถ้วยเล็ก 225
ทองหยิบ 1 ชิ้น 105
ฝอยทอง 1 แพ 150
ลูกเดือยเปียก 180 กรัม 159
ปลากริมไข่เต่า 1 ถ้วยเล็ก 263
ซ่าหริ่ม 160 กรัม 217
ขนมต้มขาว 5 ลูก 147
เต้าส่วน 1 ถ้วยเล็ก 217
ขนมชั้น 1 ชิ้น 207
ตะโก้แห้ว 2 ชิ้น 137
ขนมหม้อแกงถั่ว 1 ชิ้น 180
ข้าวเหนียวเปียก 1 ถ้วยเล็ก 130
วุ้นกะทิ 1 ชิ้น 110
ขนมสาลี่ 1 ชิ้น 116
ไข่หงส์ 1 ชิ้น 16
สาเกเชื่อม 1 ชิ้น 250
ขนมน้ำดอกไม้ 1 ชิ้น 25
ไอศกรีมโคน (ทุกรส) 1 โคน 130
ไอศกรีมแท่ง 1 แท่ง 205
ช็อกโกแลต 100 กรัม 242
ช็อกโกแลตผสมถั่ว 50 กรัม 257
เค้กช็อกโกแลต 100 กรัม 275
บราวนี่ 100 กรัม 352
เค้กผลไม้ 100 กรัม 250
เค้กวานิลลา 100 กรัม 365
มัฟฟิน 100 กรัม 242


ประเภทเครื่องดื่ม
เบียร์ 100 มล. 44
ค็อกเทล 114 มล. 140
เหล้า 28 มล. 75
ไวน์ 114 มล. 125
เครื่องดื่มชูกำลัง 100 มล. 46
โกโก้ร้อน 1 ถ้วย 165
กาแฟดำ 1 ถ้วย 0
กาแฟคาปูชิโนไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย 30
กาแฟเย็น 1 ถ้วย 248
น้ำส้มคั้น 100 มล. 40
น้ำนมถั่วเหลือง 320 มล. 140
น้ำมะตูม 320 มล. 247
น้ำสัปปะรด 100 มล. 40
น้ำมะเขือเทศ 100 มล. 17
น้ำองุ่น 100 มล. 34
น้ำแอปเปิล 100 มล. 40
น้ำมะนาว 100 มล. 27
น้ำอัดลม 100 มล. 41
น้ำอัดลม (ไดเอต) 100 มล. 0.5
นมเปรี้ยว 250 ซีซี 210
ชาเขียวรสต้นตำรับ 250 ซีซี 110
นมรสจืด 100 มล. 50
นมรสโกโก้ 100 มล. 71
นมรสหวาน 100 มล. 51


ประเภทอาหารประจำวัน
ไข่ต้ม 1 ฟอง 80
ไข่ทอด 1 ฟอง 135
ไข่เจียว 1 ฟอง 140
ไข่แดงดิบ 1 ฟอง 60
ไข่ขาวดิบ 1 ฟอง 20
ข้าวสุก 1 จาน 164
ขนมปังโฮลวีต 100 กรัม 232
ขนมปังผสมเมล็ดธัญพืช 100 กรัม 249
ขนมปังสีขาว 100 กรัม 246
ซีเรียล 45 กรัม 169
คอร์นเฟลก 30 กรัม 114
เนย / มาร์การีน 100 กรัม 700
เนยแข็ง 28 กรัม 105
เต้าหู้ 100 กรัม 128
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 100 กรัม 96
โยเกิร์ตรสอื่นๆ 100 กรัม 135
แยม 10 กรัม 29
วุ้นเส้น 50 กรัม 170


ประเภทเนื้อสัตว์และปลา
เนื้อวัว 280 กรัม 720
เนื้อหมูย่างไม่ติดมัน 1 จาน 300
เนื้อหมูย่างติดมัน 1 จาน 400
เบคอนหมู 28 กรัม 118
ไส้กรอกหมู 100 กรัม 350
ลูกชิ้นหมู 100 กรัม 315
ลูกชิ้นเนื้อ 3 ลูกเล็ก 366
เนื้อไก่ย่างไม่ติดหนัง 100 กรัม 212
เป็ดย่างไม่ติดหนัง 280 กรัม 540
เป็ดย่างติดหนัง 280 กรัม 960
ปู 28 กรัม 35
กุ้งมังกร (ลอบสเตอร์) 100 กรัม 124
กุ้งทะเล 28 กรัม 30
กุ้งแม่น้ำ 28 กรัม 30
ปลาไหล 100 กรัม 167
ปลาหมึกกล้วย 100 กรัม 75
ปลาทูน่า 100 กรัม 209
ปลาแซลมอน (รมควัน) 100 กรัม 143
หอยแมลงภู่ 1 ตัว 9
หอยนางรม (สด) 1 ตัว 12
หอยแครง 100 กรัม 103


ประเภทผักและผลไม้
แอปเปิล (ขนาดกลาง) 1 ผล 60
กล้วย (ขนาดกลาง) 1 ผล 95
มะพร้าว 28 กรัม 100
องุ่น 1 ถ้วย 90
ฝรั่ง (ขนาดกลาง) 1 ผล 30
มะนาว (ขนาดกลาง) 1 ผล 20
ส้มแมนดาริน 1 ผลใหญ่ 40
มะม่วง (ขนาดกลาง) 1 ผล 90
ส้ม 1 ผลใหญ่ 60
มะละกอสุก (ขนาดกลาง) 1 ผล 100
สัปปะรด 1 ซีก 45
มะเขือเทศ 1 ลูก 20
แตงโม 1 ซีก 50
หน่อไม้ฝรั่ง 8 อัน 25
ถั่วแดง 100 กรัม 16
ข้าวโพดอ่อน 100 กรัม 16
ถั่วงอก 28 กรัม 8
ลูกเดือย 28 กรัม 92
ถั่วเหลือง 28 กรัม 108
ถั่วเขียว 100 กรัม 105
บร็อกโคลี 100 กรัม 23
กะหล่ำปลี 28 กรัม 6
พริกหยวกเขียว 1 หัว 12
พริกหยวกแดง 1 หัว 26
แครอต 1 หัว 30
ดอกกะหล่ำ 100 กรัม 14
ต้นหอม= 28 กรัม 10
แตงกวา 1 หัว 30
มะเขือยาว 1 หัว 48
กระเทียม 1 กลีบ 3
ขิง 28 กรัม 15
ผักกาดแก้ว 3 ใบใหญ่ 7
เห็ด 28 กรัม 4
หัวหอม 1 หัว 40
มันฝรั่งต้ม (ปอกเปลือก) 1 หัว 85
ฟักทอง 100 กรัม 12
เผือก 1/2 ถ้วย 105
แห้ว 28 กรัม 17
ใบสะระแหน่ 28 กรัม 4
พริก (ขนาดกลาง) 1 เม็ด 2


ประเภทขนมขบเคี้ยว
มันฝรั่งทอด (ชิปส์) 100 535
ถั่วลิสงทอดใส่เกลือ 28 162
เมล็ดแตงโม 28 148







 

Create Date : 17 มกราคม 2554    
Last Update : 17 มกราคม 2554 15:43:53 น.
Counter : 9698 Pageviews.  

[Diet] ปริมาณแคลอรี่ # 2

ที่มา : //www.bangkokhealth.com





ปริมาณแคลอรี่ในอาหารไทย
ข้าวสวย 1 ทัพพี 68
แกงจืดตำลึงหมูสับ 1 ถ้วย 197
แกงเลียงผักรวม 2 ถ้วย 95
แกงจืดมะระสอดไส้ 3 ถ้วย 199
แกงส้ม 4 ถ้วย 110
ต้มจับฉ่าย 5 ถ้วย 75
ต้มยำปลาทู 6 ถ้วย 60
ต้มยำปลาหมึก 7 ถ้วย 60
ไข่เจียว,ไข่ดาว 1 ฟอง 215
ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง 1 ฟอง 159
ผัดผักบุ้ง (ด้วยน้ำ) 1 จาน 40
ยำหอยแมลงภู่ 1จาน 60
ลาบปลา 1จาน 94
ไก่อบ 1 อก 169
ไก่ย่าง 1 อก 110
ปลาหมึกย่าง 1 ไม้ 37
ลูกชิ้นไก่ 10 ลูก 56
ขนมกุ้ยช่าย (3 อัน) 120 กรัม 159
ทอดมันปลา (80 อัน) 5 ชิ้น 185
น้ำพริกกุ้งเผา 170 กรัม 90
ซาลาเปาไส้หมู 1 ลูก 202
ขนมจีบ 1 ชิ้น 32
ปลานึ่ง,เผา 1 ตัว 156
ลาบเนื้อ,หมู 1 จาน 119
แกงจืดวุ้นเส้น 1 ถ้วย 85
ต้มจืดเลือดหมู 1 ถ้วย 120
แกงป่าไก่ 1 ถ้วย 110
พะโล้ 1 ถ้วย 210
ต้มยำกุ้ง 1 ถ้วย 65
ต้มยำไก่ 1 ถ้วย 60
ไข่ต้ม 1 ฟอง 73
ยำรวมมิตร (กุ้ง,ปลาหมึก,หอย) 1 จาน 132
ยำมะม่วงซีฟู๊ด 1 จาน 136
ส้มตำ (ไม่ใส่ถั่วลิสง) 1 จาน 80
ยำมะเขือยาว 1 จาน 35
ยำแมงกระพรุน 1 จาน 105
ยำไข่ต้มทรงเครื่อง 1 จาน 188
ซุปหน่อไม้ 1 จาน 90
กุ้งนึ่งกระเทียม 1 จาน 124
ไก่ย่าง 1 น่อง 97
หมูปิ้ง 1 ไม้ 125
ลูกชิ้นเนื้อวัว 10 ลูก 84
ลูกชิ้นปลา 10ลูก 38
ยำผักกาดดอง 1 จาน 30
ยำปลาหมึกย่าง 1 จาน 99
ส้มตำปูปนไทย 1 จาน 118
กุ้งแช่น้ำปลา 6 ตัว 86


ปริมาณแคลอรี่ในอาหารจานเดียว
ข้าวมันไก่ 596
ข้าวหมูแดง 541
ข้าวราดแกงเขียวหวานไก่ 483
ข้าวยำปักษ์ใต้ 248
ข้าวขาหมู 436
ข้าวผัดใบกระเพราไก่ 554
ข้าวผัดหมูใส่ไข่ 557
ข้าวหมกไก่ 534
ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยใส่ไข่ 577
ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ราดหน้าหมู,ไก่ 397
เส้นหมี่ลูกชิ้นเนื้อวัวน้ำ 226
เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วหมูใส่ไข่ 679
ขนมจีนน้ำยา 332
ขนมจีนน้ำพริก 228
ขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ 146
ขนมจีนน้ำเงี้ยว 243
โจ๊กใส่ไข่ 250
ข้าวต้มปลา 325
กระเพาะปลา 250
เกาเหลาราดหน้า 300
ผัดไทยไร้เส้น 182
สลัดไก่น้ำใส 97
สลัดกุ้งน้ำใส 92
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อสับ 330
ข้าวผัดรวมมิตร (น้ำมันน้อยๆ) 210
สุกี้หมู,ไก่,กุ้ง (ไม่ใส่วุ้นเส้น) 200
สลัดปลาทูน่าน้ำใส 122
สลัดไข่ใส่น้ำ 123
วุ้นเส้นต้มยำ 245
บะหมี่หมูแดง 231
ก๋วยเตี๋ยวหลอด (2อัน) 100
บะหมี่สำเร็จรูป 253


ปริมาณแคลอรี่ในอาหารฟาสฟู้ส
เฟรนฟรายด์ (ธรรมดา) 10 ชิ้น 220
ชีสเบอเกอร์ 1 แซนวิช 1 ชิ้น 308
บิ๊กแบค 1 แซนวิช 1 ชิ้น 502
พิซซ่า (ขนาด 4-5/4) 60 กรัม 145
พิซซ่าทะเล (347 กรัม) ขนาดกลาง 347
แซนวิชไก่ (122 กรัม) ขนาดกลาง 287
คลับทูน่าแซนวิช 1 คู่ 557
แซนวิชแฮม,เนยแข็ง (153 กรัม) 1 อัน 372
แฮมเบอร์เกอร์ขนาดปกติ (989 กรัม) 1 อัน 245
แซนวิชแฮม (108 กรัม) - 398


ปริมาณแคลอรี่ในขนมหวาน
กล้วยไข่เชื่อม กล้วย 2 ผล 177
ฟักทองเชื่อม 1 จานเล็ก 167
มันเทศเชื่อม 1 จานเล็ก 230
เผือกเชื่อม 1 จานเล็ก 220
กล้วยต้มจิ้มมะพร้าว 1 จานเล็ก 180
ฟักทองนึ่งโรยมะพร้าว 1 จานเล็ก 188
ข้าวโพดคลุก 1 จานเล็ก 156
ลอดช่องน้ำกระทิ 1 ชามเล็ก 116
แมงลักน้ำกระทิ 1 ชามเล็ก 112
เผือกน้ำกระทิ 1 ชามเล็ก 162
ข้าวตอกน้ำกระทิ 1 ชามเล็ก 112
ข้าวเม่าน้ำกระทิ 1 ชามเล็ก 112
ข้าวเหนียวดำน้ำกระทิ 1 ชามเล็ก 325
บัวลอย 1 ชามเล็ก 223
สาคูบัวลอย 1 ชามเล็ก 162
ปาท่องโก๋ 1 ตัว 124
ฝอยทอง 1 แพ 146
เม็ดขนุน 5 เม็ด 174
สังขยา 2"x2" 204
สังขยาฟักทอง 2"x2" 288
สังขยาเผือก 2"x2" 222
สังขยาขนุน 2"x2" 256
ขนมหม้อแกงถั่ว 2"x2" 179
ขนมหม้อแกงเผือก 2"x2" 174
ข้าวเหนียวมูลกระทิ 1 จานเล็ก 197
ข้าวเหนียวหน้าสังขยา 1 จานเล็ก 223
ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง 1 จานเล็ก 179
ข้าวเหนียวหน้ากระฉีก 1 จานเล็ก 202
กล้วยฉาบ 7 ชิ้น 200
มันรังนก 2 ก้อน 95
ฟักทองแกงบวช 1 ชามเล็ก 165
มันแกงบวช 1 ชามเล็ก 184
กล้วยบวชชี กล้วย 5 ชิ้น 152
ข้าวเหนียวดำเปียก 1 ชามเล็ก 205
เผือก-มะพร้าวเปียก 1 ชามเล็ก 199
เต้าส่วน 1 ชามเล็ก 215
ขนมน้ำดอกไม้ 9 ชิ้น 190
ขนมเหนียว 1 จานเล็ก 314
ขนมต้มแดง 1 จานเล็ก 197
ขนมต้มขาว 12 ลูก 352
ขนมเปียก 1 จานเล็ก 128
ขนมเปียกปูนขาว 1 จานเล็ก 179
ขนมเปียกปูน 1 จานเล็ก 195
ขนมเล็บมือนาง 1 จานเล็ก 275
ขนมถั่วแปบ 3 ตัว 432
ขนมกล้วย 2"x2" 57
ทองหยิบ 2 ดอก 210
ขนมครก 1 คู่ 92
เต้าส่วน 1 ถ้วยเล็ก 215
เฉาก๊วย 1 ถ้วยตวง 18
มันทอด 2ชิ้น 248
กล้วยแขก 5ชิ้น 252
ข้าวเม่าทอด 2ใบ 418
ขนมฝักบัว 2ชิ้น 140
ไข่หงษ์ ใบเล็ก 11ใบ 174
ไข่นกกระทา 1 จานเล็ก 191
ถั่วทอด 2 อัน 163
ขนมทอง 8 วง 165
ครองแครงกรอบเค็ม 22 ตัว 425
ขนมเกลียว 11 ตัว 276
สัมปะนี 10 ชิ้น 210
ขนมสาลี่ 2"x2" 116
ทองม้วน 4" 9 ชิ้น 320
สาลี่กรอบ 2"x2" 138
ขนมบ้าบิ่น 2"x2" 130
ขนมผิง 27 ก้อนเล็ก 128
ขนมหน้านวล 4 ชิ้น 87
ขนมกลีบลำดวน 5 ชิ้น 115
กะหรี่พัฟ 1 ตัว 157
ขนมปังขาว 1 แผ่น 68
ขนมปโฮล์วีท 1แผ่น 58
ช๊อคโกแลต 28 กรัม 135
ขนมปังแครกเกอร์ 1 แผ่น 52
แพนเค้กผสมนมไข่ 1 ชิ้น 55
พายเชอรี่ 1/7 153 กรัม 353
เค้ก 1 ชิ้น 235
ครัวซอง 1 อัน 235
ไอศกรีม 1 ถ้วย 300


ปริมาณแคลอรี่ในผลไม้
ลูกเกด (15 กรัม) 2 ช้อนโต๊ะ 40
มะขามหวาน (15 กรัม) 1 ฝักใหญ่ 40
กล้วยไข่สุก (30 กรัม) 1 ผลกลาง 40
กล้วยหอมสุก (30 กรัม)(กลาง) 1/2 ผล 40
กล้วยน้ำว้า (40 กรัม) 1 ผลเล็ก 40
ทุเรียน (35 กรัม)(เม็ดกลาง) 1/2 เม็ด 40
พุทราไทย (50 กรัม)(เม็ดกลาง) 3-4 ผล 40
พุทราแอปเปิ้ล (100 กรัม) 3 ผลใหญ่ 40
น้อยหน่า (50 กรัม)(ผลกลาง) 1/2 ผล 40
เงาะ (60-65 กรัม) 3 ผลกลาง 40
ลิ้นจี่ (60 กรัม) 3 ผลกลาง 40
มะม่วงสุก (60 กรัม)(ผลกลาง) 1/2 ผล 40
แตงไทย (350 กรัม) 12-15 ชิ้น 40
แคนตาลูป (250 กรัม) 1 ชิ้น 40
ลำไย (40 กรัม)(ผลกลาง) 5-6 ผล 40
แอปเปิ้ล (65 กรัม) 1 ผลกลาง 40
มังคุด (65 กรัม) 3 ผลกลาง 40
ลางสาด (75 กรัม) 7-10 ผล 40
องุ่น (75 กรัม) 12 ผล 40
ฝรั่งกลมสาลี่ (120 กรัม) 1/2 ผลกลาง 40
ละมุด (50 กรัม) เท่าไข่ไก่ 40
สับปะรด (85 กรัม) 1 ชิ้น 40
มะละกอ (90 กรัมป 1 ชิ้น 40
ส้มเขียวหวาน (100 กรัม) 1 ผลใหญ่ 40
ส้มโอ (100 กรัม)(ขนาดกลาง) 2 กลีบ 40
แตงโม (250 กรัม) 1 ชิ้น 40
สาลี่ 1 ผล 40


ปริมาณแคลอรี่ในเครื่องดื่ม
แฟนต้า,เขียว,แดง,องุ่น (100 ก.) 1 แก้ว 120
สไปร์ท 1 แก้ว 110 แคลอรี่
โค้ก,เป๊ปซี่ 1 แก้ว 100 แคลอรี่
นมถั่วเหลือง (ไม่ใส่น้ำตาล) 1 แก้ว 55 แคลอรี่
ชา (น้ำตาล 2 ช้อน) 1 ถ้วย 42 แคลอรี่
โอวัลตินเย็น/ร้อน 1 ถ้วย 220 แคลอรี่
ชา 1 ถ้วย 2 แคลอรี่
กาแฟ (น้ำตาล 2 ช้อนชา,ครีม 2 ช้อนชา) 1 ถ้วย 65 แคลอรี่
รูทเบียร์ 1 แก้ว 105 แคลอรี่
ชอคโกแลตเย็น, ร้อน 1 แก้ว 280 แคลอรี่
น้ำส้มคั้น 1 แก้ว 160
ไวตามิลค์ 1 ขวด 150 แคลอรี่
โอเลี้ยง 1 แก้ว 103 แคลอรี่
เบียร์ 3.5 % 80 z 100 แคลอรี่
วิสกี้ 70 พรุป 42.5% 1 แก้ว 85 แคลอรี่
วิสกี้ 80 พรุป 42.5% 1 แก้ว 100 แคลอรี่
ชาเย็น 1 แก้ว 81 แคลอรี่
ไอซ์ที 1 แก้ว 85 แคลอรี่
นมถั่วเหลือง 1 แก้ว 150 แคลอรี่
นมปราศจากไขมัน (240 กรัม) 1 กล่อง 80 แคลอรี่
นมผงปราศจากไขมัน (30 กรัม) 1/4 ถ้วยตวง 80 แคลอรี่
นมระเหยปราศจากไขมัน (120 กรัม) 1/2 ถ้วยตวง 80 แคลอรี่
โยเกิตทำจากนมปราศจากไขมัน (240 กรัม) 1 ถ้วยตวง 80 แคลอรี่
Butter milk ทำจากนมปราศจากไขมัน (240 กรัม) 1 ถ้วยตวง 80 แคลอรี่
ไขมัน (240 กรัม) 1 ถ้วยตวง 125 แคลอรี่
นมสดไขมัน 2 % (240 กรัม) 1 ถ้วยตวง 125 แคลอรี่
โยเกิตทำจากนมปราศจากไขมัน 2 % (ไม่เติมผลไม้หรือแต่งรส) 1 ถ้วยตวง 125 แคลอรี่
นมระเหยทำจากนมสดไขมัน 2 % (120 กรัม) 1/2 ถ้วยตวง 125 แคลอรี่
นมสด (240 กรัม) 1 ถ้วยตวง 150 แคลอรี่
นมระเหยทำจากนมสด (120 กรัม) 1/2 ถ้วยตวง 150 แคลอรี่
โยเกิร์ตทำจากนมสด (ไม่เติมผลไม้หรือแต่งรส) 1 ถ้วยตวง 150 แคลอรี่
นมผง (30 กรัม) 1/4 ถ้วยตวง 150 แคลอรี่
ยาคูลท์ 1 ขวด 90 แคลอรี่
โอวัลติน ร้อน/เย็น 1 ถ้วย 220 แคลอรี่





 

Create Date : 17 มกราคม 2554    
Last Update : 17 มกราคม 2554 15:22:50 น.
Counter : 3977 Pageviews.  

[Diet] ปฏิวัติการกิน-อยู่ เพื่อหุ่นสวย

ที่มา : ปฏิวัติการกิน-อยู่ เพื่อหุ่นสวย






ความต้องการพลังงานของคนแต่ละช่วงอายุ จะมีความต้องการที่ต่างกัน
ยิ่งอายุมากขึ้น ร่างกายก็ต้องการอาหารน้อยลง

ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 20-29 ปี ต้องการพลังงานประมาณ 1,800 กิโลแคลอรี่
ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 30-49 ปี ต้องการพลังงานประมาณ 1,600 กิโลแคลอรี่
ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 50-69 ปี ต้องการพลังงานประมาณ 1,500 กิโลแคลอรี่
ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 70 ปี ขึ้นไป ต้องการพลังงานประมาณ 1,250 กิโลแคลอรี่



ผู้ที่กำลังอยากลดน้ำหนักให้ได้สักสัปดาห์ละ1/2 กก. ต้องลดพลังงานจากอาหารหรือ ออกกำลังกายเพื่อดึงไขมันที่สะสมออกมาให้ได้วันละ 500 กิโลแคลอรี่ หรือใช้ทั้ง 2 วิธี คือทั้งลดพลังงานอาหารและเพิ่มการเผาผลาญไขมันรวมกันให้ได้วันละ 500 เเคลอรี่ น่าจะเป็นวิธีที่ง่ายและดีต่อสุขภาพที่สุด ลองมาดูกันว่าการลดพลังงานอาหารหรือเพิ่ม

การใช้พลังงานแบบง่ายๆ ทำได้อย่างไร

1. เปลี่ยนชนิดอาหารเช้า
หรือถ้าเปลี่ยนไม่ได้ก็ต้องจำกัดปริมาณว่ากินได้เท่าไร



* เปลี่ยนจากขนมปัลธรรมดา 2 แผ่น (100 กก.แคลอรี่/แผ่น) เป็นขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น (90 กก.แคลอรี่)
พลังงานที่ลดลง 20 กก.แคลอรี่



* ไม่ว่าคุณจะเติมน้ำตาลในชา กาแฟ หรือน้ำเต้าหู้เท่าไรก็ตาม ขอให้ลดปริมาณลงจากเดิม 1 ช้อนชา
พลังงานที่ลดลง 20 กก.แคลอรี่



* เปลี่ยนจากทาเนยหรือมาร์การีนแผ่นละ 1 ช้อนชา (เนย 45 กก.แคลอรี่/1ชช.)
เป็นทาแยมแผ่นละ 1 ช้อนชา (20 กก.แคลอรี่/ชช.)
พลังงานที่ลดลง 50 กก.แคลอรี่

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถลดพลังงานลงได้ถึง 90 กก.แคลอรี่แล้วค่ะ
หรือถ้าคุณไม่สามารถเปลี่ยนชนิดของอาหารได้ คุณก็ต้องลดปริมาณลง

ลองนำตัวอย่างอาหารเช้าที่มีขายตามออฟฟิศมาจัดปริมาณที่คุณกินได้
เพี่อเป็นเรื่องง่ายในการควบคุมน้ำหนัก

5 อันดับ อาหารเช้ายอดนิยม (พลังงานที่ได้รับไม่ควรเกิน 500 กิโลแคลอรี่)



* ข้าวเหนียว 1 ห่อ (150 กก.แคลอรี่/ห่อ) + หมูปิ้ง 3 ไม้ (125 กก.แคลอรี่/ไม้)
หรือหมูทอด 5 ชิ้น (80 กก.แคลอรี่/ชิ้น) ให้พลังงานประมาณ 525 กิโลแคลอรี่



* ปาท่องโก๋ 1 คู่ (270 กก.แคลอรี่/คู่) + น้ำเต้าหู้ 1 แก้ว (180 กก.แคลอรี่/แก้ว)
ให้พลังงานประมาณ 450 กิโลแคลอรี่



* ครัวซองต์ 1 ชิ้น หรือซาลาเปาลูกใหญ่ (450 กก.แคลอรี่/ชิ้น) + กาแฟ 3 in 1 1 ถ้วย (100 กก.แคลอรี่/ถ้วย)
ให้พลังงานประมาณ 550 กิโลแครี่



* โจ๊กหมูใส่ไข่ 1 ชาม (300 กก.แคลอรี่/ชาม) + กาแฟเย็น 1 แก้วเล็ก (250 กก.แคลอรี่/แก้ว)
ให้พลังงาน 550 กิโลแคลอรี่



* แซนด์วิช 1 คู่ (350 กก.แคลอรี่/ชิ้น) + น้ำส้มคั้น 1 ขวดเล็ก (150 กก.แคลอรี่/ขวด)
ให้พลังงาน 500 กิโลแคลอรี่



2. ตัดลูกอมแก้ง่วงระหว่างวันออกไป
เพราะลูกอมรสธรรมดา 1 เม็ด ให้พลังงาน 20-40 กก. แคลอรี่
ส่วนลูกอมที่สอดไส้คาราเมลหรือช็อกโกแล็ตให้พลังงานเม็ดละ 80-150 กก.แคลอรี่
ถ้าคุณลดลงวันละ 5 เม็ด เท่ากับคุณตัดพลังงานได้ 400-500 แคลอรี่
จึงควรเปลี่ยนเป็นลูกอม หรือหมากฝรั่งแบบซูการ์ฟรีแทน



3. ถ้าคุณไม่สามารถเลือกอาหารมื้อกลางวันได้ ควรเลือกดื่มน้ำเปล่าหลังอาหาร
และหลีกเลี่ยง น้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำผลไม้ ชาดำเย็น กาแฟเย็น
เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้ให้พลังงานไม่ต่ำกว่า 250 กก.แคลอรี่
ถ้าคุณดื่มหลังอาหารกลางวันทุกวัน เฉลี่ยแล้วประมาณ 5 แก้ว/สัปดาห์
จะให้ พลังงานเกือบ 1,250 กิโลแคลอรี่เลยทีเดียว



4. เปลี่ยนจากขนมหวานหลังอาหารเป็นผลไม้
เพราะไอศกรีม 1 ก้อน ให้พลังงาน 280-450 กก.แคลอรี่
ขนมประเภทแกงบวดหรือขนมใส่น้ำแข็งไสให้พลังงานประมาณ 250-300 กก.แคลอรี่
แต่ถ้าคุณเลือกทานผลไม้ เช่น ส้ม สับปะรด แตงโม ชมพู่ สาลี่ แอ๊ปเปิ้ล ประมาณ 1 จานผลไม้
จะได้พลังงานไม่เกิน 200 กิโลแคลอรี่แน่นอน



5. เพิ่มการเผาผลาญพลังงานหลังอาหารเย็น
ยิ่งถ้าคุณรับประทานดึกก็ยิ่งเป็นสาเหตุทำให้น้ำหนักเพิ่มและเป็นปัญหาที่แก้ยากสำหรับคนส่วนใหญ่
ดังนั้นเราเพิ่มการใช้พลังงานหลังอาหารเย็น โดยการทำกิจกรรมที่ไม่ใช่การนั่งหรือนอนดูทีวี หลังอาหารเย็นสัก 30-40 นาที เช่น

เดินธรรมดาครึ่งชั่วโมง ใช้พลังงานประมาณ 60 กิโลแคลอรี่
กวาดบ้านถูบ้านสักครึ่งชั่วโมง ใช้พลังงานประมาณ 39 กิโลแคลอรี่
ล้างจานอีก 15 นาที ใช้พลังงานประมาณ 15 กิโลแคลอรี่
เพียงกิจกรรมเบาๆ ก็ใช้พลังงานเพิ่มขึ้นถึง 114 กิโลแคลอรี่แล้ว ถ้าคิดโดยเฉลี่ยต่อสัปดาห์ เท่ากับคุณใช้พลังงานเพิ่มขึ้นถึง 798 กิโลแคลอรี่ ถ้าคุณลองทำกิจการรมอะไรก็ได้ที่นอกเหนือ

จากตัวอย่างที่กล่าวมา ก็เท่ากับคุณได้ลดการสะสมไขมันลงแล้ว อย่าลืมลด,ละ,เลิกกิเลสที่อยู่

ในใจออกด้วย อย่าปล่อยให้มันพอกพูนอยู่ในจิตใจ หุ่นดีแล้วจิตใจควรดีด้วยนะคะ....




 

Create Date : 04 มกราคม 2552    
Last Update : 4 มกราคม 2552 15:25:15 น.
Counter : 21878 Pageviews.  

[Diet] ค่า BMI / BMR

ค่า BMI

ที่มา : Thai Healthy Eating




ค่า BMR

ที่มา : Calorie 101 ตอนที่ 1 : วันหนึ่งคุณต้องการกี่แคลอรี by คุณปะการังเรืองแสง

--------------------------------------------------------------------------------

Calorie 101 ตอนที่ 1 : วันหนึ่งคุณต้องการกี่แคลอรี

กลุ่มเป้าหมายของบทความ: มือใหม่ หรือมืออาชีพที่ยังทำไม่ถูก

ความสำคัญของการทราบระดับพลังงานที่ต้องการ
บาง คนคิดว่า ไปนับทำไม แคลอรี ยุ่งยาก นั่งคำนวณ ปวดหัว เราทานน้อยๆไว้ก่อน ออกกำลังกายมากๆ ไว้ ยังไงก็ลดแน่ๆ หรือบางคนคิดว่าจะลดแบบค่อยเป็นค่อยไป ปลอบใจตัวเองเสมอว่าทานไม่เยอะสักหน่อย เมื่อวานก็แค่ฟาดหมูกระทะไปนิดหน่อยเอง ลดอยู่แล้วน่า คนเหล่านี้อาจจะประสบความสำเร็จในการลดโดยเฉพาะช่วงแรกๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป การลดความอ้วนก็เป็นอันต้องหยุดชะงัก ไม่ได้ผลเท่าที่ควร หรือแม้แต่จะล้มเหลว ทำไมถึงเป็นแบบนั้นคะ?

เพราะ การลดความอ้วนที่ถูกต้อง (แบบที่น้ำหนักลดลงไปถาวร และเป็นน้ำหนักไขมัน ไม่ใช่น้ำหนักน้ำ หรือน้ำหนักกล้ามเนื้อ) แคลอรีจะต้องอยู่ในช่วงที่เหมาะสมเท่านั้นค่ะ ตอนเรียนมัธยมคุณเรียนวิชาฟิสิกส์ พลังงานเข้าออกในสสารและผลจากการถ่ายเทพลังงานนั้น คำนวณออกมาได้เป็นตัวเลขเป๊ะๆ เวลาไปทดลองในห้องทดลอง ก็ได้ตามจริงอย่างที่คำนวณ ร่างกายของคนเราก็เช่นกันค่ะ ถ้าพลังงานงานเข้า มากกว่าพลังงานออก ยังไง้ ยังไง เจ้าไขมันที่สร้างและสะสมพลังงาน ก็ไม่ลดลงไปจากตัวคุณค่ะ เพราะฉะนั้น ระดับแคลอรีที่ถูกต้อง จะต้องต่ำกว่าพลังงานที่ใช้ในแต่ละวัน ในขณะเดียวกัน เวลาคุณเรียนไบโอตอนมัธยม คุณจะทราบว่า อวัยวะต่างๆในร่างกายรวมถึงเซลต่างๆ ทั้งเซลร่างกายและเซลสมอง สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว ถ้าคุณทานแคลอรีน้อยเกินไป ร่างกายนึกว่าช่วงเวลาอดอยากได้มาถึงแล้ว เซลต่างๆก็จะปรับตัว มีการทำลายแหล่งผลิตพลังงานของเซลบางอย่างที่ไม่จำเป็น เพื่อสงวนพลังงานไว้ เจ้าการเปลี่ยนแปลงระดับเซลและโมเลกุลนี้แหละ ทำให้เกิดหิดปลาทูบ้าง โยโย่บ้าง และการเปลี่ยนแปลงนั้นแทบจะถาวร สิ่งที่ถูกทำลายไปแล้ว จะสร้างขึ้นมาใหม่ให้เหมือนเดิม มันไม่ใช่ง่ายๆค่ะ ถ้าคุณทานน้อยเกินไป ผลสุดท้ายต้องปวดหัวกับระบบเผาผลาญที่ไม่เหมือนเดิม และอาจจะทำให้ทานเท่าคนปกติเหมือนเดิมไม่ได้ไปตลอดชีวิต เรื่องนี้สำคัญมากจนปะการังไม่รู้ว่าจะเน้นย้ำอย่างไรดี เขียนบทความได้อีกเป็นหลายตอนเลยทีเดียว

สรุป: จะลดความอ้วนต้องทานแคลอรีให้อยู่ในช่วงที่พอดี ถ้ามากเกินไปก็ไม่ลด ถ้าน้อยเกินไปก็จะเปลี่ยนแปลงร่างกายอย่างกู่ไม่กลับ ถ้าคุณทราบว่าเจ้าช่วงที่พอดีสำหรับคุณนั้นมันเท่าไหร่ คุณก็เพียงแต่ทานให้อยู่ในช่วงนั้น น้ำหนักก็จะลดแน่นอน และร่างกายก็จะแข็งแรง ไม่เปลืองสุขภาพเพราะการลดความอ้วน

การคำนวณระดับพลังงานที่คุณต้องการ
สูตร ที่ใช้เรียกว่า Harris Benedict ค่าที่ได้เมื่อเทียบกับค่าจริงอาจจะผิดพลาดได้ 15% คือเมื่อคำนวณออกมาแล้ว พลังงานที่ต้องการแต่ละวันจริงๆ จะอยู่ประมาณ 85-115% ของค่าที่คำนวณได้ ในช่วงท้ายเราจะคุยกันอีกครั้งว่าควรจะปรับค่าที่ได้อย่างไรให้เหมาะสมกับ สภาพที่แท้จริงของคุณ

สำหรับผู้หญิง
BMR = 655 + (9.6 x น้ำหนักเป็นกิโลกรัม) + (1.8 x ส่วนสูงเป็นเซ็นติเมตร) - (4.7 x อายุเป็นปี)
สำหรับผู้ชาย
BMR = 655 + (13.7 x น้ำหนักเป็นกิโลกรัม) + (5 x ส่วนสูงเป็นเซ็นติเมตร) - (6.8 x อายุเป็นปี)

สำหรับคนที่ขี้เกียจนั่งคูณ หรืออยากคำนวณให้คนอื่นหลายๆคน เว็บไซท์ที่ช่วยหา BMR ให้คือเว็บนี้ค่ะ
//www.bmi-calculator.net/bmr-calculator/metric-bmr-calculator.php

BMR คือค่าพลังงานที่คุณต้องใช้ถ้าหากวันๆคุณนอนหายใจเฉยๆอยู่บนเตียง ไม่ต้องทำกิจกรรมอะไรเลย
แต่ ถ้าในชีวิตคุณมีไปทำงาน เคลื่อนไหว ลุกไปเข้าห้องน้ำ ออกกำลังกาย พลังงานทั้งหมดที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน จะเท่ากับ BMR คูณด้วยค่าคงที่โดยมีเกณฑ์ต่อไปนี้
คนที่แทบไม่ได้ออกกำลังกาย หรือออกแบบเบาสุดๆ ค่าพลังงานทั้งหมดที่ต้องการในหนึ่งวัน = BMR x 1.2
คนที่ออกกำลังกายเบาๆ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ค่าพลังงานทั้งหมดที่ต้องการในหนึ่งวัน = BMR x 1.375
คนที่ออกกำลังกายระดับปานกลาง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ค่าพลังงานทั้งหมดที่ต้องการในหนึ่งวัน = BMR x 1.55
คนที่ออกกำลังกายหนัก 6-7 ครั้งต่อสัปดาห์ ค่าพลังงานทั้งหมดที่ต้องการในหนึ่งวัน = BMR x 1.725
คน ที่ออกกำลังกายหนักมาก นักกีฬา หรือผู้ที่ทำงานโดยใช้ร่างกายอย่างหนักตลอดทั้งวัน ค่าพลังงานทั้งหมดที่ต้องการในหนึ่งวัน = BMR x 1.9

ค่าพลังงานที่ คำนวณมันถูกต้องแค่ไหนสำหรับคุณ - ถ้ามันยุ่งยากสำหรับคุณ จะข้ามขั้นตอนนี้ไปก็ได้ค่ะ แต่ถ้าคุณสงสัยว่าคุณอาจจะมีการเผาผลาญที่ต่ำหรือสูงกว่าคนปกติ อยากทดลองวัดดู ก็ควรจะลองทำดูค่ะ ค่อนข้างถูกต้องเลยวิธีนี้
อุปกรณ์ที่ใช้วัดก็คือ เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ค่ะ
วิธี วัด: ตอนเช้าตื่นนอนมาอย่าเพิ่งขยับเขยื้อน เอาเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ เสียบใต้รักแร้ หรืออมไว้ใต้ลิ้น (ดันเข้าไปให้สัมผัสส่วนลึกที่สุดใต้ลิ้น ข้างซ้ายหรือขวาก็ได้) เป็นเวลา 5-10 นาที บันทึกอุณหภูมิไว้ ทำสามวัน แล้วหาค่าเฉลี่ย คุณจะได้สิ่งที่เรียกว่า basal body temperature
ถ้า อุณหภูมิต่ำว่า 37 องศา พลังงานที่เผาผลาญจริงต่ำกว่าค่าที่คำนวณได้ ถ้าสูงกว่านั้น ก็แปลว่าเผาผลาญจริงมากกว่าที่คำนวณได้ ทุกๆหนึ่งองศาเซลเซียสที่ลดต่ำลง เท่ากับการเผาผลาญผิดจากค่าที่คำนวณไป สิบเปอร์เซ็นต์
คำนวณค่าพลังงาน
พลังงานที่ต้องการจริง = (1 - (37 - อุณหภูมิร่างกาย) x 0.1) x ค่าพลังงานของหนึ่งวันที่หามาจากสูตร

ถ้าจะลดความอ้วน ต้องทานเท่าไหร่?
ลด อาหารลง 15-30 เปอร์เซ็นต์ค่ะ ถ้าคุณไม่อ้วนมากก็ไม่ควรจะลดลงมากๆ ที่ถูกต้อง ควรเริ่มจาก 15% ก่อน ถ้าไม่หิวโหยมากนักก็ค่อยๆเพิ่ม แต่ไม่ควรลดเกินสามสิบเปอร์เซ็นต์เป็นอันขาด

ทานแบบนี้แล้วน้ำหนักควรจะลดสัปดาห์ละเท่าไหร่?
ไขมัน 1 กิโลกรัม มีค่า 7700 แคลอรี ถ้าหักกลบลบพลังงานแล้วทานน้อยกว่าที่ใช้ ครบ 7700 แคลอรี ก็จะลดน้ำหนักได้หนึ่งกิโล แต่น้ำหนักที่ลดหรือเพิ่มบางทีก็เป็นกล้ามเนื้อหรือน้ำ ค่าที่ลดจริงจึงอาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่านี้นะคะ
การคำนวณ น้ำหนักที่ลดในหนึ่งสัปดาห์เป็นกิโลกรัม = ((ค่าพลังงานที่ต้องการจริง x 7) - ปริมาณอาหารที่ทานในหนึ่งสัปดาห์)หารด้วย 7700


ตัวอย่าง
นางสาวเอ สูง 155 ซม หนัก 53 กก อายุ 25 ปี เต้นแอโรบิคสัปดาห์ละสี่ครั้ง ครั้งละ 45-60 นาที อุณหภูมิร่างกายเฉลี่ยสามวัน 36.2 องศา
หา ค่า BMR = 655 + (9.6 x น้ำหนักเป็นกิโลกรัม) + (1.8 x ส่วนสูงเป็นเซ็นติเมตร) - (4.7 x อายุเป็นปี) = 655 + 509 + 279 - 118 = 1325 แคลอรี
คูณด้วยค่าคงที่เหมาะกับระดับการออกกำลังกาย ค่าพลังงานทั้งหมดที่ต้องการในหนึ่งวัน = BMR x 1.55 = 2050 แคลอรี
ปรับด้วยอุณหภูมิร่างกาย พลังงานที่ต้องการจริง = (1 - (37 - 36.2) x 0.1) x 2050 = 1886 แคลอรี
ลดอาหารลง 15-30% วันหนึ่งต้องทาน 1886 x 0.7 ถึง 1886 x 0.85 = 1320 ถึง 1600 แคลอรี
ถ้าทานอาหารอยู่ในช่วงแคลอรี่ที่กำหนด ไม่เคยเกินหรือขาด
น้ำหนักที่จะลดในหนึ่งสัปดาห์มากสุดก็ ((1886 x 7) - (1320 x 7)) / 7700 = 0.5 กก
น้ำหนักที่จะลดในหนึ่งสัปดาห์ต่ำสุดก็ ((1886 x 7) - (1320 x 7)) / 7700 = 0.3 กก
สัปดาห์ ละครึ่งกิโล ถือเป็นเรทที่เหมาะสม ถ้าอ้วนมากกว่านี้ ก็ลดได้เร็วกว่านี้ค่ะ แม้ว่าน้ำหนักที่ลดได้จะน้อย แต่มันจะไปจากคุณอย่างถาวร และไม่ทำลายสุขภาพของคุณค่ะ




 

Create Date : 03 มกราคม 2552    
Last Update : 3 มกราคม 2552 17:29:18 น.
Counter : 7801 Pageviews.  

[Diet] ออกกำลังอะไร เผาผลาญได้เท่าไหร่ ?

ที่มา : ออกกำลังอะไร เผาผลาญได้เท่าไหร่ ? by smartgymfitness




ออกกำลังอะไร เผาผลาญได้เท่าไหร่ ?

พลังงานที่ใช้สำหรับแต่ละกิจกรรม

นอกจากจะต้องรู้ว่ากินอะไรเท่าไรได้รับพลังงานมากเท่าไหร่แล้วเราก็ควรจะรู้พลังงานที่ใช้ไปว่า ทำอะไรเท่าไร จะใช้พลังงานเท่าไร เพื่อจะได้กินให้สัมพันธ์กับการใช้พลังงานในแต่ละวันของเรา




 

Create Date : 03 มกราคม 2552    
Last Update : 3 มกราคม 2552 16:54:59 น.
Counter : 1022 Pageviews.  

1  2  3  

dorapanda
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




^-^



Since 21/09/2006

Friends' blogs
[Add dorapanda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.