InDeep AnatoMy "อยากสร้างแรงบันดาลใจ ในการเข้าใจ ร่างกาย ตัวเราเอง" ... กายวิภาคศาสตร์(Human Anatomy) ... ไม่ใช่ศาสตร์การท่องจำ ... แต่เป็นศาสตร์ การ "เข้าใจ" ร่างกาย ของเรา ... เรียนวิชาสายแพทย์ แต่ Anatomy ไม่แน่น ก็เหมือน เด็กไทย เขียน ภาษาไทย ไม่ได้ ฉันใด ก็ฉันนั้น

Valentine's Month


 
dip kid
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




คน ที่กำลัง อ่านการ์ตูน ANATOMY ปลื้มใจจัง ... เย้
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dip kid's blog to your web]
Links
 

 

แนะนำร้าน ส้มตำ ในซอย ที่เป็น the best ของข้าน้อย

ผมมีร้านส้มตำร้านนึงที่อยากแนะนำอ่ะครับ

เป็นร้านลับแลมาก จากสายตาคนภายนอก (ซอย)

คือประมาณว่าถ้าไม่เคยอยู่ในซอยนี้มาก่อนรับรอง หาไม่เจอครับ

โชคดีที่ผมเคยอยู่หอในซอยนี้มาก่อน แล้วเผอิ๊ญ เผอิญ เผลอแวะเข้าไปกินพอดี

ติดใจครับ !!!



กินมาตั้งแต่ ป.ตรี ตอนนี้ ป.โท เข้าไปแล้วครับ เพราะยังเรียนไม่จบ เลยได้ไปกินอยู่เรื่อยๆ ครับ 555

ป่ะ เดินทางกันดีกว่า

ให้ดูแผนที่ก่อนนะครับ
ร้านนี้อยู่ฝั่งธนฯ นะครับ ตรงเชิงสะพานปิ่นเกล้า

อยู่ในซอยวัดดาวดึงษ์ครับ จะบอก Taxi ว่าซอย ส.น.บางยี่ขัน ก็ได้นะครับ

ถ้าพี่ Taxi เค้าอาจจะบังเอิญเคยแวะไป ส.น. มากกว่าไปวัด ...



อ้าว ชะเอ้ย ลามปาม ขออภัยด้วยนะครับ ล้อเล่นอ่ะครับ

ถ้ามารถเมล์ ก็สายนี้เลยครับ 57, 81, 127 สายดีๆ ทั้งนั้น
ดีจนผมถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ค่อยอยากขึ้น

เพราะมันอ้อมครับ จ่าย 8 บาท เหมือนได้วิ่ง 20 บาท อ้อมไปใต้สะพานพระรามแปดนู้น กว่าจะมาวนใต้สะพานปิ่นเกล้า ... กว่้าจะได้ลง เหนื่อยครับ

แต่ถ้าไม่หิวโกรกมาก ก็นั่งไปเถอะครับ เป็นสายเดียวที่แวะเข้ามาถึง ปากซอยวัดดาวดึงษ์ที่ว่า


ถ้าทนไม่ไหวก็นั่งมอเตอร์ไซค์ หรือขับรถมาได้เลยครับ


แต่ขอเตือนถ้าจะขับรถมาเองนะครับ
ขยายแผนที่ส่วนมุมซ้ายบนให้ดูนะครับ


ถ้าวิ่งในถนนหลัก (สายใต้-สนามหลวง) แล้วเห็นสะพานลอยก่อนขึ้นสะพานปิ่นเกล้า

ให้รีบเลี้ยวนะครับ เลี้ยวเลยครับ เลี้ยวชิดป้ายรถเมล์เสมือนจะรับผู้โดยสาร แล้วผ่านไปเลยครับ ...
ไม่ต้องกลัว ว่าเค้าจะด่าว่าไม่รับผู้โดยสาร ... (ก็ผมไม่ใช่พี่ taxi นี่ครับ)
ผ่านไปวิ่งถนนคู่ขนานเส้นเล็กๆ เลยครับ

ประมาณว่าอยากจะไปกลับรถใต้สะพานปิ่นเกล้าอ่ะครับ
แล้วจะได้เห็นซอยวัดดาวดึงษ์ ก่อนจะถึงจุดกลับรถใต้สะพานปิ่นเกล้า




เรื่องสำคัญอีกเรื่องครับ
อย่า!!! เอารถเข้าซอยวัดดาวดึงษ์ครับ

เดินครับ !! only walk เท่านั้น ที่จะทำให้การกินนี้ไม่น่าหงุดหงิด
เพราะซอยวัดดาวฯ แคบมากครับ
อย่าหวังจะได้ขับรถสวนกัน 2 คันนะครับ ถนนในซอยที่นี่กว้างแค่ 1.5 คัน เท่านั้น ...

เพราะฉะนั้นอาจจะต้องใช้ความสามารถหาที่จอดกันนิดนึงนะครับ
ขออภัยจริงๆ ที่ไม่สามารถแนะนำเรื่องที่จอดได้ ... OTL


อ่ะ

ถึงปากซอยวัดดาวดึงษ์แล้ว เข้าไปกัน !!!




ถ้าเดินมาถูกทางจะแอบเห็นสะพานพระราม 8 อยู่ไกลๆ นู้นนนนนนน
(ลากเสียงยาว เพื่อบ่งบอกถึงความไกล)

ดูๆ ไปก็สวยดีเหมือนกันนะครับ เหมือนกำลังเดินอยู่ย่าน อาซากุสะ ... เคยไปซะเมื่อไรล่ะ?



ถึงแล้วครับ

ถึงหน้าร้าน อยู่ตรงข้ามร้านขนมเค้ก

เล็กๆ แค่นี้แหละครับ

(ขออภัยผู้ที่คาดหวังร้านหรูๆ เอาไว้ในใจด้วยนะครับ)
พี่เค้าเปิดหน้าบ้านเป็นร้านส้มตำเท่านั้นเองครับ


อย่าพึ่งตัดสินอาหารจากภายนอกครับ เพราะวันที่ผมไปวันนี้ ฝนตกหนักมากครับ !!!
แต่ลูกค้ายังมากินแน่นร้าน เหมือนเช่นเคย

ซึ่งเป็นอย่างนี้ทุกวันครับ จากประสบการณ์ที่มาแวะ... คนเยอะทุกครั้ง
เต็มทุกโต๊ะ... เพราะมีอยู่แค่ 5 โต๊ะ 5555

จริงๆ มีคนสั่งกลับไปกินอีกเยอะครับ



บรรยากาศในร้านครับ บอกแล้วว่าเต็มจริงๆ



ลืมบอกชื่อร้าน ชื่อร้าน "ลาบยโส" ครับ
โดยพี่น้อย และสามี...คาดว่าเปิดมานานเกือบ 10 ปีได้แล้วมังครับ
(เดาครับเดา ... จากที่กินมาตั้งแต่ ป.ตรี จน ปัจจุบัน)

ร้านเปิด 5 โมงเย็น ถึง 5 ทุ่มครับ
เป็นเวลา prime time เหมาะกับการจกข้าวเหนียว เป็นอย่างยิ่ง
อิ่มปุ๊บ นอนหลับ อ้วนทันใด ไขมัน โปรตีน คาร์โบฯ หนักๆ ทั้งนั้น

อย่ากลัวครับ ของอร่อย ไม่ทำให้อ้วน (สูตรใครวะ?)

อย่าไปตอนก่อน 5 โมงนะครับ พึ่งเตรียมร้าน
ไปสัก 5 โมงครึ่งน่าจะกำลังดี ได้กินก่อนใคร ...

ไม่ต้องห่วงครับ ร้านปิด 5 ทุ่ม คืนนี้ได้กินแน่นอน

นี่ไงเขียนอยู่ชัดเจน เค้าไม่ได้โกหกน้า



มีเบอร์โทรไว้โทรสั่งอาหารล่วงหน้าด้วยครับ

เอิ่ม...อ่านไม่ออกใช่มั๊ยครับ


พี่น้อยเค้ารู้อยู่แล้วอ่ะครับ ก็เลย เขียนให้ใหม่

เห็นๆ (เขียนใส่กระดาษแล้วสอดไว้)


ยังอ่านไม่ออกใช่มั๊ยครับ... ผมบอกก็ได้ แฮะๆ
เบอร์พี่น้อยครับ 087-993-6094 ครับ



เมนูที่นี่มีเยอะครับ ทั้งหมู ทั้งเนื้อ ทั้งส้มตำ อร่อยๆ ทั้งนั้น
แถมไม่แพงครับ ราคาต่อจานแค่ 25-40 ไม่มีราคาเกินกว่านี้ครับ
ที่นี่น้ำฟรีด้วยนะครับ


ตัวอย่างเมนู อีกหน้านึง


นี่ครับ 40 40 40 40 เห็นๆ ชอบม๊าๆ



สั่งอาหารกันดีกว่าครับ ผมไปกินกับแฟน 2 คน
สั่ง


เหมือนเดิม... โอโจ้ ด้วย ... ไม่ใช่โว้ยยยยย





สั่ง
ส้มตำปูปลาร้า (สะอาดครับ...บอกระดับความเผ็ด ให้ได้หน่วยสโคว์วิวที่ต้องการได้)
...(สโคว์วิว เป็นหน่วยความเผ็ดนะครับ)

แล้วขอเพิ่ม
นมย่าง
ตับหวาน
อุเพี้ยะ
ลาบผ้าขี้ริ้ว
ข้าวเหนี่ยว 2



และแล้วก็.....มาแล้ววววววววววววววว







จาน กับ กระติ๊บ ครับ
นั่งจ้องไปก่อนนะ




สิ่งแรกที่ลงจานมาเสิร์ฟครับ

ส้มตำครับ ร้านนี้แนะนำ ตำซั่ว ด้วยครับ จัดว่าเผ็ดสะใจเอาเรื่อง
แต่เผ็ดอร่อยกลมกล่อมเชียวล่ะ ... โอ่ย ชักน้ำลายสอ



ตับหวานมาแล้วครับ

ตับ ตับ ตั่บ ตับ~

แนะนำเลยครับ หวานนิ่มมาก ไม่คาวเลยแม้แต่น้อย !!!

สึโก่ย!!! ... แหม่ กินอีสานแต่เว้าญี่ปุ่นได้วุ้ย



ต่อเลย ยิงยาวๆ

ลาบผ้าขี้ริ้ว บอกได้ครับว่าจะเอา แบบซักแล้ว(ผ้าขี้ริ้วขาว) หรือ ย้งไม่ซัก(ผ้าขี้ริ้วดำ)

ผมชอบทั้งสองแบบแหละครับ แต่ขอกินแบบใช้โอโมก่อนนะครับ
โอ่ย กรุบๆ กรับๆ เคี้ยวเพลินเป็นยิ่งนัก

อร่อยอ่าาาาาา



ต่อด้วยนี่เลยครับ หากินยากแท้


นมย่างครับ !!!
หลายๆ ท่านอาจจะไม่เคยกินนะครับ เพราะหาร้านที่ทำให้กินยากครับ

อันว่ามันเป็นเนื้อรอบหัวนม หรือเนื้อตรงก้อนนม อันนี้ แฮะๆ ไม่ทราบจริงๆ ครับ ขออภัย

รู้แค่ว่าเคยกินแล้วอร่อยครับ พอจะไปหากินอีก ไม่มี ... มาเจอที่ร้านนี้ครับ โอ้ว ลาภปาก

ถ้าให้บรรยายนะครับ เนื้อจะนิ่มกว่าคอหมูย่าง แต่ก็จะเคี้ยวมัน อร่อยไปอีกแบบ ไม่เหนียวเท่าเสือร้องไห้

(อ่อ ร้านนี้เสือร้องไห้ก็อร่อยนะครับ แต่วันนี้ไม่ได้กินครับ เลยไม่มีรูปให้ดู)



และแล้วก็มาถึงของหลักของผมแล้วครับ


อร่อยมากกกกกก สุดยอดของความอยากแนะนำเลยครับ

มันคือ อุเพี้ยะ ... ถามใครต่อใครว่าอยากให้อธิบายหน่อยว่ามันคืออะไร
(ถ้าผมอธิบายผิดก็ขออภัยนะครับ)

มันคล้ายๆ อ่อม ครับ เหมือนจะเป็นต้มเครื่องใน แต่จะใส่ "ดี" ลงไป

ด้วยทำให้ออกขมๆ นิดๆ แต่รับประกันว่ามัน "หวาน" อร่อยแบบ "ดี" มาก

เกิดมาก็พึ่งเคยได้กินนี่แหละครับ อร่อยยยยยยยยยยย~~


หลักฐานของความอร่อย มาทีไร ผมสั่ง 2 จาน ครับ

นี่ครับ หลักฐาน จานเขียว กับ จานชมพู




นี่คือทุกสิ่งที่กินกันวันนี้ครับ

สาบานได้ครับว่านี่กินกันแค่ 2 คน... จริงๆ ส้มตำ เบิ้ล 2 จานครับ ... มันเทรวมกันอยู่ (รวมกันอยู่ในท้องครับ...)


ที่นี่มี "ต้มย่าง" ด้วยครับ ยังไม่เคยลองกิน ไว้ว่างๆ ว่าจะลอง


เปรมครับ

ถ้าจะให้บอกว่าร้านนี้ดียังไงนะครับ
ร้านนี้เป็นกันเองครับ ตามแบบฉบับสไตล์พื้นบ้านจริงๆ (ไม่ได้หมายถึงลงไปนั่งกินที่พื้นบ้าน)

ไม่หรู แต่รับรองว่าไม่ผิดหวัง
เพราะพี่ทั้งสองคนเค้านิสัยดีครับ เปิดร้านแทบทุกวัน ผมไปกี่ที กี่ที ก็น้อยครั้งมากที่เค้าจะหยุด ...

แล้วเค้ามีนิสัยของคนค้าขายที่ดีมาก ... จากการที่เคยได้ยินเค้าคุยกับลูกค้าคนอื่นน่ะครับ...

เรื่องประมาณว่า พี่น้อย เค้าไม่เห็นด้วยกับการขายของให้ฝรั่งในราคาที่แพงกว่าขายให้คนไทย

ได้ยินแล้วชอบครับ ผมคิดว่าผมดีใจครับ ที่ได้ยินพี่เค้าพูดอย่างนี้
ผมถึงได้มากินเป็นประจำ

มาคนเดียวก็เคยครับ พี่เค้าจำได้
ดูได้จากหายหน้าไปนานแล้วมากินคนเดียว
เค้าจะปรุงให้ถูกปากเราเลยครับ ประมาณว่าเคยสั่งว่าไม่เผ็ด
เค้าก็จะทำให้โดยที่ไม่ต้องบอกเลยครับ ^__^


ซึ่งสิริรวมราคาแล้ววันนี้ 270 บาท 2 คนหารกัน สบายกระเป๋าอิ่มท้อง
พร้อมทั้งอิ่มใจด้วยครับ



ตบท้ายเวลาเดินออกมาจากซอย ถ้าโชคดีนะครับ
จะเจอร้านขายน้ำเต้าหู้ อยู่หน้าเซเว่นฯ

ร้านนี้ก็ขายดีครับ ขายทั้งเช้า ทั้งเย็น (กลางวันไม่ขาย)
ร้านนี้มีดีตรงเครื่องครับ



เครื่องเยอะมากกกกกก ดูรูปเลยครับ

ที่สำคัญ น้ำเต้าหู้ที่นี่ใส่แปะก๊วย กับ รากบัว ได้ครับ
ได้เครื่องเยอะครับ สั่งตามใจปากได้เลย ...ถ้าใส่เครื่องเยอะราคาก็ 20 บาท ครับ

จริงๆ ร้านนี้ขายทั้งน้ำเต้าหู้ เต้าทึง(น้ำลำไย) และ เต้าฮวยน้ำขิง ด้วยครับ ...







วันนี้ขอรีวิวแค่นี้ครับ
ขอฝากไว้ว่าถ้าไปกัน ถ้าเป็นไปได้ อย่าไปพร้อมๆ กันหลายคณะนะครับ


ร้านพี่เค้าเล็ก ทำกันแค่ 2 คน คนสั่งก็เยอะ ถ้่าเค้าทำช้า ก็อย่าอารมณ์เสียนะครับ
เดี๋ยวจะกินอาหารกันไม่อร่อย ... ใจเย็นๆ รอนิดนึง นะครับ


ขอให้มีความสุขกับการกิน นะครับ สวัสดี
ขอบคุณอาหารทุกอย่างครับ


ชื่อร้าน : ลาบยโส
รายการอาหาร : อาหารไทยอีสาน ลาบ ส้มตำ เนื้อย่าง ฯลฯ
เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 5 โมงเย็น ถึง 5 ทุ่ม
ที่ตั้งร้าน : ซอยวัดดาวดึงษ์ เชิงสะพานปิ่นเกล้า ฝั่งธน, กรุงเทพมหานคร บางกอกน้อย Thailand
พิกัด GPS : 13° 45' 53.74






 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2554 10:24:49 น.
Counter : 5418 Pageviews.  

Review เอาขำ การทำ โดนัท DK ... ย้อนกระทู้ที่เคยโพสเมื่อปี 53

สวัสดีครับ หลังจากที่ไม่ได้เข้ามา up blog ตัวเอง มาปีกว่า ...(นานชะมัด)

วันนี้ว่าง ก็เลยขอ up ซะหน่อย




แต่จะไป up การ์ตูนที่เขียนอยู่... แหงะ ยังไม่ได้เขียนต่อเลย ต้องขออภัยผู้ที่รอคอยอยู่จริงๆ ครับ (มีคนรอหรือเปล่าหว่า 5555)


ก็เลยขออนุญาต up กระทู้ที่ตัวเองเคยโพส แล้วเป็นที่นิยม ก็แล้วกัน
ถือซะว่าเปลี่ยนบรรยากาศจากการ์ตูน anatomy บ้าง ... ทำไปก็ไม่ดังเท่า "ภูมิคุ้มกันหรรษา" ... ฮือๆ น้อยใจ


กระทู้ที่เคยโพสเป็นกระทู้ทำโดนัทครับ ช่วงนั้นเกาะกระแส "คิด ปี้ คีม" มากๆ ...

คือ ช่วงนั้น ทำโดนัทกันเยอะมาก ประมาณว่า "ตูอยากกินโดนัท แต่ตูไม่มีวันจะไปต่อแถวง้อหรอก ทำเองก็ได้ ตูสามารถ 5555"


จะเป็นอย่างไรนั้น ลองติดตามดูนะครับ


อ้างอิงสูตร จาก อาจารย์ฑีรฒ ,คุณพ่อpanas155
และ การทำemulsion ของคุณ Fumine นะครับ

ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้อีกครั้งนึง


ก่อนอื่น ก็ส่วนผสมนะครับ ดูได้ตามรูปเลยครับ

เอ่อ อาหารแมว ไม่ได้ใช้นะครับ แค่เอามาวางด้วยเฉยๆ เผอิญไปซื้อพร้อมกัน


หน้าคนทำ และกระดาษจดสูตร...

ขอปิดบังใบหน้าด้วยการใส่หมวก แปลงร่างเป็นเพนกวินน้อย เพื่อลดความอาย (จริงเรอะ?)

หน้าผู้ช่วย ... เมี้ยว (หอมเจียวเองคร้าบ)



เริ่มทำแล้วนะครับ ...


เทนม... ยังไม่อุ่น ...เดี๋ยวจะไปอุ่น 210 มล.




เทยีสต์แห้ง เป็นเม็ดๆ เหมือนท็อปปิ้งไอติมลงไปในนมอุ่นต่อเลย ... 1 ช้อนโต๊ะ ...

คาดว่า 1 ช้อนโต๊ะ = 5 cc (ไม่รู้ตวงถูกหรือเปล่า) ... ผิดครับ !!! พึ่งมารู้ทีหลังว่า
1 ช้อนโต๊ะ = 15 cc



น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ ... จัดไป พักไว้ 5 นาที ตามสูตร

แต่พอมาถึงขั้นนี้ คุณพ่อpanas155 บอกว่ามันต้องมีการหมัก เกิดฟองขึ้นบ้างแล้ว...

แต่ของผม ไม่มีสักกะปุด ... เซ็ง คาดว่า เจ๊ง แน่นอนตั้งแต่เริ่ม

แต่พึ่งทำครั้งแรก ... ยังไม่รู้ ... จึงทู่ซี้ทำต่อไป ...



ไข่แดงไก่ (เอ๊ะ หรือ ไข่ไก่แดง ?) แยกแล้ว 1 ฟอง กับแป้ง...



แป้งสาลี ตรา ว้าว!!! ... 2 ถ้วยครึ่ง
(ตอนซื้อดีนะที่สังเกต ว่าที่ซองต้องมีรูปโดนัทด้วย

ไม่งั้นจะได้แป้งทำ ปาท่องโก๋ กับ ขนมปังมาแทน... จะบอกว่าตอนซื้อแป้ง แป้งโดนัท เหลือซองเดียว ...

คาดว่ากระแสการทำ โดนัท homemade อาทิตย์ที่แล้วแรงจริงๆ)


เกร็ดน่ารู้(ที่เค้ารู้กันหมดแล้ว แต่ผมดันไม่รู้)
ควรใช้ถ้วยตวงของแห้ง ในการตวงแป้งนะครับ

ซึ่งผมใช้ถ้วยตวงของเหลว ไปตวงแป้ง ครับ... อย่าเลียนแบบนะครับ มันผิด!!!



เทมันรวมกันให้หมด ทั้งแป้ง ไข่แดงไก่ นมที่ไม่ยอมหมัก เนยละลาย 3 ช้อนโต๊ะ ฯลฯ

ลงในหม้อหุงข้าว




แล้วก็จัดการ ... เบ่งพลัง ก่อนนวด

ย้าก ... หัตถ์ตะวันนนนนนนนนนนนนนนนนนน

(อ้างอิงการ์ตูนเรื่อง "เจปัง" หัตถ์ตะวัน คือ มือที่มีความอุ่นเป็นพิเศษ
เหมาะแก่การนวดแป้งขนมปัง ... เพราะทำให้ยีสต์หมักตัวดี)



แล้วก็นวดๆๆๆๆ นวดเข้าไป

เพนกวิน ... ล่ำมาก 55




อยากบอกเหลือเกินครับ ว่าการนวดแป้ง หนืดๆ นี่ ... มันส์มือดีมาก ...

เหมือนจับอะไรสักอย่าง ที่ผู้ชายทุกคน ปรารถนา มานาน ...

(อิอิ คิดต่อเองนะ)




นวดๆ นวดต่อไป ...

เริ่มเหนื่อย ... เมื่อไรมันจะเข้าที่ฟระ !?



และแล้วก็เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง
จากเดิมที่แป้งจะเหนียวหนืด หนึบ ติดมือ ทุกซอกนิ้ว

จะเริ่มรักกันเอง แป้งจะรักกันเอง ถอยห่างจากซอกนิ้ว เรามากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างที่เห็นดังภาพ ... เข้าใจเอาเองว่า แป้งนวดได้ที่แล้ว

ขอบอกเถอะครับ กลิ่นแป้งตอนนี้

กลิ่นเหมือน หมั่นโถว เลย... (ชอบนะ ไม่ใช่ไม่ชอบ)



เค้าบอกว่าให้หมักต่อไป อีก 1 ชม.
เพราะฉะนั้น ลงไปนอนในหม้อ นะลูก... อีก ชม. เจอกัน












แล้วช่วงนี้ทำอะไรดีล่ะ???
กรรมล่ะสิ จะหุงข้าวเย็น รอก็ไม่ได้ ... หม้อไม่มี เอาไปหมักแป้งอยู่

งั้น...



เล่น ฮูลาฮูป รอละกัน

เห็นว่ากำลังฮิต

ฮูล่า ... ฮูล่า !!!



ว่ะ ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ฮ่า !! เล่นเป็นแล้วโว้ย ตอนเด็กๆ เล่นไม่เป็นเลย
พึ่งรู้ว่าพอรุ่นใหม่ใส่น้ำในฮูลาฮูปด้วย ทำให้เล่นง่ายขึ้นเยอะ ...

ว่าแต่อย่าไปหลงเชื่อคำโฆษณาบางเจ้านะครับ

เค้าโฆษณาว่า น้ำที่ใส่ในฮูลาฮูป สามารถเหนี่ยวนำโมเลกุลน้ำในร่างกาย ขณะเล่นได้

... ทำให้ผอม... (-[]-"")

ถ้าน้ำในฮูลาฮูปเหนี่ยวนำ น้ำทั้งตัวตูได้ ตูไปอาบน้ำ ไม่ดีกว่าเรอะ!! จะบ้าตาย






เบื่อละ เบื่อการเล่นฮูลาฮูป แบบเดิมๆ


จึงหันไปเล่นฮูลาฮูป แบบประยุกต์ เพื่อรักษาวัฒนธรรมการละเล่นของไทยกันบ้าง...

วิ่งตีห่วง ... (แหม ถ้ามีไม้ เอามาตีหน่อยละก็ ใช่เลยนะนี่)







ตอนนี้แป้งก็ยังหมักไม่เสร็จเสียที




หาอย่างอื่นเล่นต่อ ... ตีแบตฯ ละกัน ... ประยุกต์ของใช้ในบ้าน...

(มรึงจะบร้า ไปหนายยยยยย)






กลับมาจริงจังกับการทำโดนัทต่อดีกว่า ... (ควรนานแล้ว)
ระหว่างที่รอแป้งหมัก ก็ตระหนักขึ้นมาได้ว่า ควรทำน้ำราด รอไว้ดีกว่า




พึ่งมาอ่านเจอกระทู้คุณFumine ว่าการทำน้ำราด ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าที่คิด
ต้องทำให้น้ำราด มีสภาพเป็น emulsion ด้วย

โอ้ว นี่ถ้าไม่มาอ่านเจอ มีหวังทำไม่สำเร็จแน่เลย

ลงมือเลยละกัน

ส่วนผสม ตามรูป
น้ำตาล "ฉัน แว้นท์" ... "ไอ ซิ่ง" ... แป้ก ๆ - -' ... 1 ถ้วย
น้ำกับเนยละลาย อย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ
สุดท้ายก็กลิ่นวนิลา สังเคราะห์

ผู้ช่วย... นอนอืด... (ชิ ชะ)








วิธีทำ อ้างอิง คุณ Fumine ...เค้าบอกว่า

ให้ใช้ที่ตีไข่ ตีเนยด้วยความเร็วสูง ในระหว่างที่ตีเนย ให้ค่อยๆ หยอดน้ำลงไป
เพื่อให้โมเลกุลของน้ำและไขมัน เกิดการผสานกันเป็น emulsion ที่ดี

จัดไปเลยครับ ตีเนยด้วยความเร็วสูง...




ล้อเล่นครับ ตีอย่างนี้ครับ ... หยอดน้ำลงไปด้วยระหว่างที่ตี

จากเดิมที่เป็นสีเหลืองของเนย ก็จะเริ่มใสขึ้นจากการใส่น้ำ


และตบท้ายด้วยการใส่ น้ำตาลไอซิ่ง ลงไปทีละนิด ระหว่างตีด้วย


อ้อ กลิ่นวนิลา กระจิบนึงด้วยนะครับ เกือบลืม




คราวนี้ กลายเป็นสีขาวอย่างชัดเจนเลยครับ !!! สุดยอด !!!

แปลกใจมากครับ ว่า เนยน้ำ แค่อย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ เหมือนมันฟู ขึ้นมาอย่าง

เห็นได้ชัด ว้าว!!!





แต่มันหนืดสุดๆ เลยครับ ไม่ได้เป็น ของเหลว แบบที่ "น้ำราด" ควรจะเป็นเลย
(ก็เพราะผมตวงผิดเองแหละครับ ... บักด๋อย เอ๊ย)

ไม่ีเป็นไร เดี๋ยวตอนจะเอาไปราด ค่อยเอาไป เข้าไมโครเวฟ แบบเร่งด่วนเอา



กลับมาที่แป้งกันต่อ ครบ 1 ชม. ตามสัญญาแล้ว



หน้าตาแป้งที่หมักเสร็จ ... ปูด ขึ้นมานิดเดียวเองอ่ะ

มันไม่หมักอ่ะ โอ้ว โน้ว !!

... แต่ตูอยากได้หม้อไปหุงข้าวแล้ว ... ขอเอาแป้งออกมาทำต่อเลยละกัน



จับมันมายืด มาแผ่บนเขียง ที่โรยแป้งเด็กแคร์ กันติดเขียงเอาไว้

ไม่ใช่ละ ... ก็แป้งตราว้าว ที่เหลือแหละครับ ... เอามาโรยเขียงเล็กน้อย




ตามด้วยอุปกรณ์ขั้นเทพ สำหรับการยืดแป้ง ที่ประยุกต์ของใช้ที่มีอยู่แล้วในบ้าน

(อีกแล้ว)

แต่น แต๊น !!!




วิธีใช้คือ ... เอามาแทง แบบแทงสนุ๊ก ...

ไม่ใช่แล้ว โว้ยยยยยยย บักดวกส์!!!



ใช้แบบนี้ !!!!



เค้าบอกว่าให้รีดแป้งหนาประมาณ 1 ซม.




กลัวว่า ถ้าไม่เคารพสูตร เดี๋ยวจะทำไม่ได้ ... จึงจัดให้พอดี เดี้ยะ


วัดกันเห็นๆ




ต่อไปก็เอาแก้วน้ำ มากดให้ขึ้นรูปเป็นวงๆ



อืม ให้ความรู้สึกสมัยเป็นเด็ก ดีจริงๆ...



สมัยเด็กผม ชอบเล่นผีถ้วยแก้ว ที่โรงเรียนครับ... เคยหนีกระเจิงกันมาแล้วด้วย

(พอเหอะเนอะ ผมก็เริ่มเหนื่อยแล้ว 55)




เอาฝาขวดน้ำอะไรสักขวดมากดตรงกลางแป้งต่อ เพื่อให้โดนัท ของเรามีรู วู้ว




ด้วยขนาดพื้นที่เขียงที่มีจำกัด จึงกดแป้งเป็นโดนัท ได้ 3 วง



แล้วก็ต้องเอามาขยำใหม่ แผ่ใหม่ รีดใหม่



สุดท้ายแล้ว ได้โดนัทมาทั้งหมด 9 วง




บวกเพรสเซล ป้าแอน อีก 1 ชิ้น 555

หมักไว้อีก 20 นาที ... เมื่อไรจะได้ทอดฟระ?



ถึงเวลาทอดกันเสียที กว่าจะได้ทอด เอาซะดึกเลย



ตามสูตรเช่นเคยครับ เค้าว่าให้น้ำมัน สูงประมาณ 2 ซม. ... วัดกันเห็นๆ



แต่ปัญหาคือ เค้าบอกให้ใช้อุณหภูมิ 350 องศา

ผมก็ดูน้ำมันไม่เป็นซะด้วยสิว่า ....ตอนนี้มันกี่องศาแล้ว




ปิ๊ง!!! ไอเดียบรรเจิด !!! ... (หลอดประหยัดเสียด้วย)




ก็วัดเอาสิ ...ที่บ้านผมมี ไม้โปรฯ 555

เมื่อคาดว่าได้ 350 องศา ตามที่ recomment เรียบร้อยแล้ว ก็...


ตู้ม!!!

ลงไปทอดซะ ... เพรสเซลป้าแอนลงก่อนเลย



ไหม้ครับ ... ร้อนเกิน ... 2 วิฯ ก็เกรียมทีเดียวเชียว




ปรับอุณหภูมิทอด ลองผิดกันนานสองนาน

ด้วยความที่แป้งมันก็ไม่หมักอยู่แล้ว มันก็เหนียวมาก
สรรหาวิธีการให้แป้งสุกถึงข้างในเท่าที่ทำได้





ลองบั่นเป็นรอยบาก แล้วเอาไปทอดดู

ได้เป็นโดนัท องก์บาก มา 6 ชิ้น ... แถมเศษๆ มาอีกครึ่งถ้วย 5555



ราดน้ำซะ โรยอัลมอนด์บดเล็กน้อย เป็นอันเสร็จ (แบบ แบนๆ)




หม่ำซะ ... จัดไป



5555 หมดแล้วครับ สำหรับ นำของเ่ก่ามาเล่าใหม่ ... ไว้โอกาสหน้าจะมา up ใหม่นะครับ

สวัสดีครับ


ป.ล.
ก่อนจากนี่คือ comment จากคุณ Fumine ที่ไม่ต้องมาชิมก็ เห็นว่าโดนัทผมจะออกมาเป็นอย่างไร

"1 ช้อนโต๊ะ = 15 ซีซี
แต่ช้อนที่ใช้ในภาพเป็น 1 ช้อนชา (5 ซีซี)
พูดง่ายๆ คือ ส่วนผสมผิดสูตร

สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นคือ
- แป้งไม่ฟูนุ่มเท่าที่ควร เพราะว่าใส่ยีสต์น้อยกว่าปกติ (อากาศเกิดในโดนัทน้อย) และการบากโดนัท ทำให้ข้างในโดนัทโดนความร้อนสูง ผมที่ตามมาคือ โดนัทแข็งทั่วทั้งชิ้นอย่างสม่ำเสมอ และน่าจะเหนียวมาก

- น้ำราด ข้นกว่าปกติ เพราะใส่ส่วนผสมที่เป็นของเหลวลงไปน้อย คิดว่าคงได้น้ำราดที่มีลักษณะคล้ายๆ แป้งมากกว่าเป็นครีม

จากคุณ : Fumine "

โอ้ว ช่างเก่งกาจอะไรขนาดนี้ เป็นไปตามที่พูดทุกอย่าง ข้าน้อยขอคาราวะ ชาบูๆ




 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 23 กรกฎาคม 2554 19:41:18 น.
Counter : 2873 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.