Thanks for visiting my blog ja :)

ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา

เมื่อวาน (10 มีนาคม 2553) ไปขอวีซาท่องเที่ยวอเมริกามาค่ะ ตื่นเต้นมากๆ นอนไม่หลับ ตื่นทุกชั่วโมงเลย
เราไปกัน 5 คน กำหนดการนัดของเราคือ 7.30 น พวกเราไปถึงซักประมาณ 7 โมงเช้า

ขั้นตอนการขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาของฉัน

1. ถ่ายรูปพื้นหลังขาว เปิดหู ขนาด 5 cm x 5 cm
2. ซื้อ PIN 408 บาทจากไปรษณีย์
3. ซื้อค่าธรรมเนียมวีซ่า 4,454 บาทจากไปรษณีย์
4. พิมพ์ฟอร์ม 156 , 157
5. จองวัน - เวลาสัมภาษณ์ทางอินเตอร์เนต แล้ว print ไปเผื่อ
6. ตรวจดู passport ให้แน่ใจรอบที่แปดว่ายังไม่หมดอายุ
7. ไปสถานฑูตทำการสัมภาษณ์

ด่านแรกที่เจอคือ ยื่น passport กับฟอร์มที่แปะรูปให้เจ้าหน้าที่เค้าเช็คชื่อ แป๊บเดียวเอง
ด่านที่ 2 เดินเข้าประตูไปเพื่อทำการฝากโทรศัพท์มือถือ กรุณาปิดเครื่องค่ะ และ thumbdrive และรีโมทรถ สายหูฟัง ฝากเสร็จก็จะได้ใบรับฝากมาค่ะ ด่านที่ 3 เดินผ่านเครื่องสแกนอาวุธเพื่อออกไปอีกประตูนึง
ด่านที่ 4 ยืนต่อแถวเพื่อรอเช็คเอกสาร อันนี้ยืนนานหน่อยค่ะ เจ้าหน้าที่ก้อจะให้เอาใบเสร็จที่ขอวีซ่าราคา 4,454 บาท ใช้แต่ใบสีขาวเท่านั้น แกะใบสีฟ้าเก็บไว้เลย แล้วก็พาสปอร์ต ฟอร์ม 156 , 157 ใบรับรองการทำงาน แค่นั้น เจ้าหน้าที่ก็จะตรวจดูว่าเรากรอกกันครบไหม ตรงไหนไม่ครบอย่างเช่นไม่ได้ขีด - เค้าก้อจะให้เติมตรงนั้นเลย ส่วนรูปถ่าย เรา max ไปค่ะเพราะไม่มีกาว เจ้าหน้าที่ก็จะแกะออก ทากาวให้ แล้วเค้าจะจัดเรียงเอกสารใส่แฟ้มใสของทางสถานฑูตให้
แล้วเค้าจะให้ใบมากรอกชื่อ ที่อยู่สำหรับส่งวีซ่าให้ทางไปรษญีย์ บอกเค้าตั้งแต่ตรงนี้เลยค่ะ ว่ามาเป็นกลุ่ม
ด่านที่ 5 เดินไปประมาณ 10 ก้าวจะถึงห้องไปรษณีย์ ก้อยื่นที่เขียนเมือตะกี้ให้เจ้าหน้าที่ จากนั้นเคาก้อจะให้ซองจดหมายสีเหลืองมาให้เรา เค้าจะเขียนชื่อภาษาอังกฤษมาให้แค่นั้น เราต้องกรอกนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษเอง และกรอกที่อยู่เป็นภาษาไทยค่ะ
ด่านที่ 6 เมื่อกรอกเสร็จ เดินขึ้นบันไดไป 3 ขั้น จะมีตู้ๆ มีเจ้าหน้าที่อยู่ข้างใน บอกเค้าอีกทีว่าเรามาเป็นกลุ่ม เค้าจะให้เราเข้าแถวตอนลึก ยื่นเอกสารในฟ้มใส พร้อมซองเหลืองให้เค้า และเค้าจะให้สแกนฝ่ามือ และนิ้วโป้ง...สั่นมากอ่ะ ขอบอก ของพี่อีกคนมือแห้งเกินไป ไม่เห็นลายมือ ต้องกดหนักๆ พอเรียบร้อยเค้าก้อจะให้บัตรคิวสัมภาษณ์กลุ่มมา
ด่านที่ 7 เดินเข้าไปในห้องแอร์ ห้องสัมภาษณ์ นั่งรอเรียกคิวค่ะ พอถึงคิวปุ๊บ ก้อไปยืนออกันหน้าตู้สัมภาษณ์ ได้ช่อง 10 เจ้าหน้าที่เป็นฝรั่งค่ะ ถามว่า Can you speak English? พี่อีกคนตองเสียงดังฟังชัดว่า " พูดภาษาไทยค่ะ" เจ้าหน้าที่พยักหน้ารับทราบ แล้วถามว่า พวกคุณมีความสัมพันธ์กันยังงัยคะ? คุณไปทำอะไรคะ ? ทีนี้เค้าก้อจะถามทีละคน
คนแรก : คุณทำงานอะไรคะ / บริษัทคุณทำเกี่ยวกับอะไรคะ / คุณได้เงินเดือนเท่าไหร่คะ
คนที่สอง : คนนี้โดนถามภาษาอังกฤษ เพราะทำงานบริษัทฝรั่ง .. บริษัทคุรทำงานเกี่ยวกับอะไรคะ / มีเกี่ยวข้องกับเมกาไหมคะ / งานคุณเป็นอย่างไร
คนที่สาม : คุณทำงานอะไรคะ
คนที่สี่ : คุณเคยไปประเทศอื่นนอกจากฮ่องกง กับจีนไหมคะ / น้องคนที่จะไปหาเค้าทำงานอะไรคะ / คุณคิดจะไปทำงานที่เมกาไหมคะ / คุณมีงบประมาณในการเดินทางเท่าไหร่คะ
คนที่ห้า (ฉันเอง) : คุณทำงานอะไรคะ
จากนั้นเค้าก้อให้สแกนนิ้วมือ แต่ละคนสแกนคนละนิ้ว .. สแกนเสร็จเจ้าหน้าที่บอกว่า ขอให้เที่ยวให้สนุกนะคะ ..เย้ๆๆๆๆๆ ขอบคุณมากค่ะ ผ่านหมดค่ะ

สรุปเอกสารที่เตรียมไป เช่น จดหมายเชิญ ใบรับรองจากธนาคาร ฯลฯ ไม่ได้ใช้เลยค่ะ ใช้แค่ จดหมายรับรองการทำงานอย่างเดียว




 

Create Date : 11 มีนาคม 2553    
Last Update : 11 มีนาคม 2553 13:05:56 น.
Counter : 573 Pageviews.  

วันที่สี่: ฮ่องกง - กรุงเทพ

วันนี้เป็นวันกลับแล้วค่ะ ... รถรางยังไม่ได้นั่ง เกี๊ยวซ่ายังไม่ได้กิน Snoopy world ยังไม่ได้เห็น Lady market ที่อยู่ข้างล่างที่พักยังไม่ได้เดิน..

อาหารเช้าวันนี้ พี่แอนพาเดินไปทานติ่มซำกันค่ะ ที่ร้าน CHEERS คนที่นี่เดินกันเร๊วเร็ว ขาสั้นๆอย่างฉันตามแทบไม่ทัน พี่แอนสั่งให้ทานหลายอย่าง ต้องขอบคุณมาก เพราะถ้าลำพังพวกเราพูดไม่ได้แน่ๆ รูปอาหารที่ทานกันค่ะ HKD 401 เฉลี่ยคนละ HKD 50 ก็โอเคนะ




แต่เราก้อไป Esprit ที่ TST อีกรอบ และไปดูน้ำหอม SASA จากนั้นเดินไปชม Avenue of Stars กัน แดดเปรี้ยง ร้อนมาก ถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก คือทุกคนต้องได้รูปท่าเดียวกัน สถานที่เดียวกัน เพื่อความเป็นเพื่อน555 ตลกดี



แล้วก็มา Ocean Terminal ไป เดิน Toy R US ไปหยอดไข่ของเล่น Capsule Station

ทานกลางวันที่ Cafe de Coral อร่อยแต่น้อยจัง ไม่อิ่มเลย

แยกย้ายกันเดินเล่นที่ Lady market

18.30 ลากกระเป๋าอันแสนหนักมาขึ้นรถเมล์ A21 ป้ายขากลับอยู่หน้า California Fitness ที่เรามากินติ่มซำกันเมื่อเช้า

บายบาย ฮ่องกง I will be back again




 

Create Date : 29 ธันวาคม 2551    
Last Update : 29 ธันวาคม 2551 15:35:33 น.
Counter : 224 Pageviews.  

วันที่สาม : ฮ่องกง - มาเก๊า -ฮ่องกง

เฮ้อ... นัดกันซะดิบดีว่าจะออกจากฝั่งฮ่องกงตอน 7 โมง จะได้ไปถึงมาเก๊าก่อนเที่ยง... กว่าจะเสร็จก็ 9 โมง ทานแซนวิชหน้าตึกอันละ HKD 7 เป็นอาหารเช้า แล้วนั่งรถไฟไป Sheung Wan Station ทางออกที่เขียนว่า Shun Tak Centre แล้วขึ้นไปชั้น 3 เพื่อซื้อตั๋ว Cotai Jet ราคา HKD 146 ได้ตั๋วเรือรอบ 11 โมง



กว่าจะไปถึงก็เที่ยง ออกมาปุ๊บ ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เสร็จแล้วก็มองหารถโคชสีน้ำเงินของเวเนเชี่ยน นั่งฟรีค่ะ ลง Stop ที่ 2 ลงไปปุ๊บขึ้นไปคาสิโนเลยค่ะ ต่อแถวทำบัตรสมาชิก แล้วเอาบัตรนี้ไปเสียบกะเครื่องเล่นต่างๆ พอเราเล่นครบ 1 ชั่วโมง ก็ออกมาที่ counter ใกล้ๆกะที่ทำบัตรสมาชิก เพื่อแลกตั๋วเรือกลับฟรีค่ะ ... ได้รอบเย็น 18.00 ค่าตั๋วมันประมาณ HKD 176 เล่นยังงัยก็ได้ อย่าให้เกินค่าตั๋วเรือละกันเน้อ...



ได้เดินถ่ายรูปเล่นในเวเนเชี่ยน พร้อมทานอาหารกลางวันในนั้น แล้วเราก็รีบกลับกัน... หมดเวลา แบบ งง งง ว่ามาทำไมเนี่ยะ... ไหนหล่ะเซนาโด้ของชั้น ทาร์ตไข่ชั้นก็ยังไม่เห็น อากาศมาเก๊าเป็นงัยเนี่ยะ รถเมล์หล่ะ... โอ้ววว ต้องไปแก้มือครั้งหน้า... เหมือนเรามากินข้าวกลางวันกันที่เวเนเชี่ยนเฉยๆเลย ฉันเล่นสล็อตไป HKD 80 เล่นก็ไม่เป็น โดนกินเรียบ



กลับมาตั้งใจจะไป The Peak กัน นั่งรถมาที่ Central แล้วก็ออก Exit K แต่ดันหาป้ายรถเมล์ไม่เจอ กรรมจริงๆ
วิธีไปมี 2 วิธีคือ นั่งรถเมล์ขึ้นไปเลย กับ นั่งรถรางขึ้นไป
พวกเราตั้งใจจะนั่งรถเมล์เพื่อไปขึ้นรถราง แต่หาป้ายไม่เจอ ถามคนแถวนั้นเค้าก็บอกให้นั่งรถเมล์ไป... เอาน่า ไหนๆก็จะไปกันแล้ว เลยไปนั่งรถเมล์ใต้ตึก Exchange Square มั้ง เบอร์ 15 ค่ารถเท่าไหร่ไม่รู้ นั่งขึ้นเขาโค้งๆหนุกดี เหมือนเล่น Space Mountain เลยหล่ะจ้ะ ขึ้นไปถึงว่าจะไปจุดชมวิวซะหน่อย แต่เดี๋ยวนี้ต้องเสียค่าชมแล้ว เลยลงกันมาแล้วไปชมวิวตรงหน้า Burger King แทน เห็นนิดหน่อย แต่ก็เห็นไฟแว้บๆเหมือนกัน
ทานข้าวเย็น พร้อมกลับที่พัก และร้องเพลง " ฉันมาทำอะไรที่นี่..... " ของพี่เบิร์ด ให้ตัวเองฟังไปพลางๆ อิอิ




 

Create Date : 28 ธันวาคม 2551    
Last Update : 29 ธันวาคม 2551 15:35:11 น.
Counter : 161 Pageviews.  

วันที่สอง : HongKongDisneyland

วันนี้ตื่นมาตั้งแต่ 6.30น แต่กว่าทุกคนจะเสร็จกันก้อ 9 โมงนู่น ไปหาอาหารเช้าทานกันแถวที่พัก อร่อยหมดทุกอย่าง เพราะหิว



จากนั้นเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน ไป Disneyland ไปง่ายค่ะ HKD 16.2 ดูแผนที่จากใรรถไฟเอาว่าต้องเปลี่ยนสายที่ไหนบ้าง
ค่าเข้าวันธรรมดา HKD 295 คนเยอะเหลือเกิน แดดก็เปรี้ยง แต่ไหนไหนก็ไปแล้ว เลยอยู่มันทั้งวัน มีซานต้ามาให้นั่งถ่ายรูปด้วย และ มีที่เล่นเปิดใหม่จากปีก่อนนู้นเพิ่มมาคือ Small World พาเรานั่งเรือชมตัวการ์ตูนนานาชาติ 2 ข้างทาง แบ่งเป็นโซนๆไป น่ารักมาก เพลงก้อเพราะ แต่ฟังไม่รู้เรื่องหรอก.. ตอนขาออกมีป้ายเขียนภาษาไทยว่า "ลาก่อน" ด้วย



แล้วก้อไปดูโชว์ต่างๆ ฟังก็ไม่ออกได้แต่ปรบมือเฮอาตามเค้าไป แต่การ์ตูน Disney น่ารักอยู่แล้ว

ทานอาหารกลางวันที่ใน Disneyland ข้าวจานละประมาณ HKD 48 ส่วนน้ำก็HKD 12 ไม่ค่อยอร่อยแต่หิว และชามน่ารักเป็นหูมิกกี้เม้าส์ เลยทานจนหมดอยู่จนมีขบวนพาเหรด เบียดเสียดกันดู ตอนดึกมีฟองสบู่เหมือนหิมะตกร่วงลงมาจากท้องฟ้า คนเยอะมาก แวะซื้อของที่ระลึกตามประสาฉันไปเรื่อยๆ



ออกจากดิสนีย์แลนด์ พวกเรากลับไปเดิน Esprit กัน again และทานอาหารเย็นที่ร้าน Eat Together แถวๆที่พัก .. นอนตีหนึ่ง




 

Create Date : 26 ธันวาคม 2551    
Last Update : 29 ธันวาคม 2551 15:34:23 น.
Counter : 173 Pageviews.  

วันแรก: กทม. -ฮ่องกง

ในที่สุดพวกเราก้อได้เดินทางกันแล้ว... ไปกัน 3 คืน 4 วัน 8 คน แต่การไปครั้งนี้เหมือนไม่ค่อยได้เตรียมตัวอะไรเท่าไหร่ เพราะตอนแรกเหมือนไม่แน่ใจว่าจะได้ไปกันไหม

โฉมหน้าผู้ร่วมเดินทางกะปลาทองทัวร์




วันแรก: เจอกันที่สนามบินตอน 11.30น เพื่อขึ้นเครื่อง EK 384 สายการบินเอมิเรสค่ะ ผ่านการตรวจขาออกไปอย่างราบรื่น และ มีเวลาเดินช้อปปิ้งใน duty fee อย่างเหลือเฟือ
อาหารบนเครื่อง เป็นไก่ราดซอสอะไรไม่รู้ดูแหยะๆแต่อร่อย ชอบมาก เอาขนมปังมาจิ้มกับซอสนี้อร่อยค่ะ



17.10 น. เดินทางถึงฮ่องกงโดยสวัสดิภาพ ตอนตรวจคนเข้าเมือง คนไทยต่อแถวกันเยอะมากค่ะ เจอเพื่อนเก่าสมัยมัธยมด้วย ว้าวว้าว!!
ออกมาเอากระเป๋าเสร็จปุ๊บ เราก้อไปซื้อบัตร octopus กันราคาเริ่มต้นอยู่ที่ HKD 150 แต่ใช้ได้จริง HKD 100 อีก HKD 50 คือค่ามัดจำ ได้ตั๋วปุ๊บก้อไป ขึ้นรถ A21 ตามป้ายไปเรื่อยๆ




พวกเราพักกันที่ Freewalker ลงกันที่ Bus stop NO. 6 ลงปุ๊บก้อเดินตรงไปเรื่อยๆ 2 ถนน จนเจอ Argyle street แล้วก้อไปขึ้นลิฟท์ไปชั้น 5 เป็นลิฟท์ตัวขวามือค่ะ ไปถึงพี่แอนรออยู่แล้ว ได้ห้องตามที่ตกลงกันไว้ ถือว่าโชคดีอย่างยิ่ง... ไปถึงก้อเอาเงินมัดจำจากไทยคืนมา 3,000 บาท เพราะเราโอนไปจองไว้ 3 ห้องอ่ะค่ะ แล้วก้อจ่ายค่าห้อง HKD 3,000 ... จากนั้นก้อเข้าสู่ห้องพักแยกย้ายกัน เป็น ห้องละ 4 / 2 /2 คน แต่พวกเราได้ห้องสำหรับ 5 คน และ 3 คน เลยห้องใหญ่ แต่จ่ายเท่าเดิม โชคดีมากอีกที

รูปที่พัก



หลังจากเอาของเก็บแล้ว เราก้อไปทานอาหารเย็นกันที่ร้าน Little Sheep อยู่บนถนน Argyle นี่แหล่ะค่ะ..ตั้งใจมากินที่นี่ เพราะติดใจมาตั้งแต่เมืองจีน .. เราได้ห้องเลยค่ะ ที่ดีคือเป็นส่วนตัว แต่ที่ไม่ดีคือไม่มีเมนูจากโต๊ะข้างๆให้ลอก 555 ..คนขายก้อพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ คนกินก้อพูดภาษาจีนไม่เป็น สนุกดี สื่อสารกว่าจะเข้าใจ ได้อาหารมาตามภาพนี่แหล่ะค่ะ แต่ไม่ค่อยอร่อยเท่าที่เซินเจิ้น แถมแพงกว่าด้วย มื้อนี้กินไป HKD 941 ตกเป็นเงินไทยก็ 4พันกว่าบาท



ทานเสร็จก้อไป TST ซิมซาจุ่ย ไป OUTLET ESPRIT นั่งรถไปออก C1 เดินไปทาง Peking Road แล้วเลี้ยวซ้ายก้อเห็นเลย คือความจริงที่ MongKok ก็มี Outlet นะคะ แต่หาไม่เจอวันแรก อิอิ ของที่ MongKok อยู่ทางออก E2 Sai Yeung Choi Street ใต้ดินใหญ่เบ้อเริ่ม


ได้กางเกงกันมาหลายตัว แล้วก้อกลับที่พักออก D2 แอบซื้อของทอด กับน้ำเก๊กฮวยกิน.. นอนหลับสนิทตอน เกือบตีสอง..คร่อก




 

Create Date : 25 ธันวาคม 2551    
Last Update : 29 ธันวาคม 2551 15:33:35 น.
Counter : 274 Pageviews.  

1  2  

dk4ever
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dk4ever's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.