Dinner31
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Dinner31's blog to your web]
Links
 

 

เรื่อง...บางเรื่อง

เรื่องบางเรื่อง เราก็รู้ดีตั้งแต่ยังเยาว์ว่าต้องพบเจอ เพียงแต่ว่าเป็นตอนไหน
เรื่องบางเรื่อง เป็นสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าจะเป็นยังไงเมื่อได้พบ
เรื่องบางเรื่อง รู้ถึงวิถีทางรับมือ วิธีแก้ไข วิธีทำใจ
เรื่องบางเรื่อง รู้ว่าต้องผ่านไปในสักวัน ไม่ช้า ก็เร็ว
เรื่องบางเรื่อง มั่นใจว่าไม่มีทางหนีพ้น แต่ต้องปรับตัว
เรื่องบางเรื่อง ไม่ต้องเจอก็รู้ว่าเจ็บปวด
เรื่องบางเรื่อง คิดว่าเป็นเรื่องเล็กหากต้องประมือ
เรื่องบางเรื่อง เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง ซึ่งเป็นเรื่องที่คาดถึง

แต่บางเรื่อง เมื่อได้เจอกลับรู้สึกว่ากลายเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยว่าต้องเจอ
แต่บางเรื่อง กลับร้อนรนเมื่อตอนค้นพบ
แต่บางเรื่อง วิธีทุกอย่าง กลับลืมหมด คิดวกวน
แต่บางเรื่อง เวลาเยียวยา ชั่วกาลนาน
แต่บางเรื่อง เมื่อได้เจอ กลับปรับตัวกับมันไม่ได้
แต่บางเรื่อง ความเจ็บปวดที่เคยคิด กลายเป็นเพียงเศษธุลี
แต่บางเรื่อง เรามันเป็นสิ่งที่เล็ก ยิ่งกว่าเล็ก

แต่บางเรื่อง เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง ซึ่งคาดไม่ถึงจริงๆ

ความมั่นใจที่มากับการนึกคิดไตร่ตรองของเรา เป็นเพียงทฤษฏีในการรับรู้ และเตรียมรับมือ
ความทุกข์เหมือนกระสุนปืน เป็นกฎเกณฑ์ง่ายๆ หากจะรอดพ้นจากทางกระสุน
หรือคิดอย่างจอมยุทธ์ ก็แค่กำหนดลมหายใจ ให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เอาสองนิ้วรับเสียให้ทันก็หมดเรื่อง!

มันเหมือนกันตรงที่คิดง่าย แต่ทำยาก
สุดท้ายก็ต้องว่ากันที่วิทยาศาสตร์เชิงจิตวิทยา
ใครจะสร้างเกราะหุ้มร่างได้หนากว่ากัน
แถมต้องเป็นเกราะที่มองทุกอย่างชัดเจน
ไม่งั้นก็ถือว่าเป็นแค่เต่าในกระดอง

นักวิทยาศาสตร์ต้องไตร่ตรองตั้งสมมติฐานในการสร้างสิ่งประดิษฐ์
แต่คนธรรมดาอย่างเรา ตั้งสติในการตั้งสมมติฐาน และใช้อากาศสร้างสิ่งประดิษฐ์
เพื่อมาต่อกรกับกระสุนความทุกข์

ว่าแต่...
ใครมีแปลนประดิษฐ์บ้าง?
บอกกันทีครับ




 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 2 พฤษภาคม 2551 19:30:11 น.
Counter : 253 Pageviews.  

perfection thorough silence

หลังปิดโทรทัศน์ก่อนเข้านอน/หลังประตูลิฟท์เลื่อนปิดเข้าหากัน/หลังเสียงอาจารย์ใช้มือทุบโต๊ะกำราบเสียงดังจากศิษย์/หลังตัวอย่างหนังในโรงภาพยนตร์สิ้นสุด/หลังจากนักเทนนิสเริ่มเสิร์ฟลูก/หลังกรรมการเป่าเริ่มการเตะจุดโทษ/หลังจากกลับมาถึงบ้านแล้วไม่มีใครอยู่สักคน/หลังจากที่ฉันไม่มีเธอ/หลังสิ้นเสียงปุ่มวางสายโทรศัพท์/หลังไฟดับทั้งหมู่บ้าน/หลังเสียงรถชนจนยับเยิน/หลังจากก้าวเข้าสู่ประตูห้องสอบ/หลังห่าฝนหยุดโกรธเกรี้ยว/หลังฟ้าร้องดังสนั่น/

บางทีความเงียบงัน-ก็เสียงดัง-จนเราหวั่นไหว

------------------------
บล๊อกชิ้นนี้ผมเขียนขึ้นเมื่อ 25 สิงหาคม 2550 ผ่าน space.live.com




 

Create Date : 27 เมษายน 2551    
Last Update : 27 เมษายน 2551 11:46:10 น.
Counter : 211 Pageviews.  

ไม่ขาด-ไม่เกิน

เกือบสามทุ่ม, รถแท็กซี่ที่ผมจำสีไม่ได้จอดตรงหน้าบ้าน
มิเตอร์บอกราคาเปล่งแสงแดงจ้าว่า 87 บาท
ผมจัดแจงหยิบแบงก์ยี่สิบ 3 ใบ เหรียญห้า เหรียญบาทที่รวมกันมากพอจะเป็น 87 บาทให้แก่โซเฟอร์
เขาเปิดไฟสีส้มกลางห้องโดยสารยื่นมือรับสตางค์ ลงมือนับจำนวนเงิน

... ผมนั่งดูภาพนั้น คิดโมโหในใจ ทำไมเขาต้องนับไปทีละเหรียญ กลัวเราจะไม่ครบรึไง
คิดไปต่างๆ นาๆ เลยเถิดไปจนตัดสินว่า โซเฟอร์คนนี้เห็นแก่เงิน!

ผมตัดสินใจไม่รอจนเขานับเสร็จ ก้าวลงรถปิดประตูดังปัง หยิบกุญแจจากกระเป๋าไขประตู
แท็กซี่คันเดิมจอดขนาบหลัง โซเฟอร์ลดกระจกลง พูดกับผมว่า

"พ่อหนุ่ม ให้ลุงเกินมา 2 บาทแน่ะ" พูดจบก็ยื่นเหรียญบาทคู่นั้นคืนผม

วินาทีนั้นช่างยาวนาน...

"ขอบคุณครับ" เสียงเบาๆ หลุดรอดจากปากผม

โซเฟอร์ยิ้มตอบ ก่อนที่จะออกรถไป

-----------------------
บล๊อกชิ้นนี้ผมเขียนขึ้นเมื่อ 13 สิงหาคม 2550 ผ่าน space.live.com




 

Create Date : 27 เมษายน 2551    
Last Update : 27 เมษายน 2551 11:39:25 น.
Counter : 177 Pageviews.  

กูก็คนไทยโว้ย!

- 1 -
ระหว่างนั่งรถทัวร์จากหลวงพระบางมานครเวียงจันทร์ ท็อป(เพื่อนผม)เล่าว่าฝรั่งกับชาวญี่ปุ่นคู่นึงคุยกันว่า ตอนนี้ชาวต่างประเทศนิยมมาเทียนประเทศลาวมากกว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางบรรยากาศ และเหตุผลทางประชาชน ที่ตอนนี้ดูแล้วว่าชาวลาวจะยิ้มง่ายกว่าคนไทย พูดอีกอย่างว่าคนลาวเป็นมิตรมากกว่า.. แถมทิ้งห้อยท้ายไว้ว่า คนไทย 'awful' ผมได้ยินแล้วอยากจะกลับไปบนรถ ไปเถียงกับชาวต่างชาติดูสักตั้ง..

- 2 -
หลังจากอยู่บนรถทัวร์มายาวนาน จนกระทั่งถึงฝั่งไทย ที่ จ.หนองคาย
ตรงข้ามสถานีรถไฟ ผมกับตั้ม(เพื่อนอีกคน) ข้ามฝั่งไปซื้อขนมที่ร้านขายของ ขณะที่ยืนเลือกขนมอยู่ คุณป้าเจ้าของร้านเดินมาถามว่า "Fired Rice?" ด้วยความเคยชินกับคำถามภาษาอังกฤษที่ลาว ผมตอบเป็นภาษาเดียวกับแกว่า "No" และเดินหนีไปหาไอ้ตั้ม

ป้าคนนั้น ที่คิดว่าผมเป็นชาวต่างประเทศ คงเป็นเพราะเป้ใบใหญ่ๆ ที่ติดอยู่บนแผ่นหลังของผม พูดว่า "ถ้าโน มึงก็ไปซะ"
ผมหันไปมองแก แล้วบอกว่าผมเป็นคนไทย...

แต่แทนที่แกจะขอโทษขอโพย กลับทำหน้าโมโหขึ้นไปอีกประมาณว่า มึงทำกูเสียหน้า...
ให้มันได้ยังงี้สิ

เริ่มจะเข้าใจฝรั่ง---ผมได้ยินบ่อยๆ ฝรั่งชอบบอกว่า ตัวเองสามารถฟังภาษาไทยออก นิสัยคนไทยส่วนใหญ่ชอบแซวคนต่างชาติเป็นปกติ ผมเพิ่งเคยโดนกับตัวก็ครั้งนี้... รู้สึกว่าที่ฝรั่งกับญี่ปุ่นที่ท็อปเล่าให้ฟัง มันจะเป็นเรื่องจริง และผมก็เริ่มจะเชื่อซะแล้วด้วย...

------------------
บล๊อกชิ้นนี้ผมเขียนขึ้นเมื่อ 23 สิงหาคม 2550 ผ่าน space.live.com




 

Create Date : 27 เมษายน 2551    
Last Update : 27 เมษายน 2551 11:40:25 น.
Counter : 187 Pageviews.  

♫ ตกลงว่าลาวรักกันใช่ไหม ♫♪

ที่ประเทศลาว
ถ้ามองอย่างผิวเผินก็เหมือนอยู่ที่เมืองไทย
ยกเว้นเรื่องของการไม่พกพาเหรียญและการข้ามถนนที่ค่อนข้างสับสน
ซึ่งไม่ควรเดินเหม่ออย่างยิ่ง
เพราะเส้นทางการเดินรถของเขาเอื้ออำนวยให้แก่พาหนะพวงมาลัยซ้าย
นอกจากนั้นทุกอย่างก็คล้ายที่ไทยหมด
ไม่ว่าจะเป็นป้ายโฆษณา บิลบอร์ด(ที่โคตรจะน้อย)
กระป๋องโค้ก เป็ปซี่ (บางอันก็เป็นของลาวเอง)
ส่วนมากภาพโฆษณาก็จะเหมือนของประเทศไทยแต่เปลี่ยนแค่ตัวอักษรเป็นลาว

ภาษาก็คล้ายกับภาษาไทยภาคอีสานบ้านเรา
เท่านั้นยังไม่พอ เวลาถามราคาข้าวของเป็นภาษาไทย
คนขายก็ยังจะตอบมาเป็นเงินสกุลบาทให้เสร็จสรรพ
รถทัวร์ก็ยังมีจากประเทศลาวตรงมายังประเทศไทย
เรียกว่าอยู่เมืองไทยเราทำยังไง อยู่ที่นั่นเราก็ทำอย่างนั้น

ในร้านหมูกะทะลาว เพลงที่บรรเลงผ่านคอมพิวเตอร์ก็ยังเป็นเพลงไทย
ยกกันมาทั้งลูกทุ่ง ลูกกรุง ป๊อป ฮิ๊พ-ฮ็อพ ฯลฯ
แน่นอนว่าไม่ใช่แผ่นแท้ตีตรา GMM หรือ RS แน่นอน
เพราะมองออกไปหน้าร้านผมยังเห็นแผงขาย MP3 ตั้งจังก้าอยู่
จำราคาได้เลาๆ ว่า 3 แผ่น 5000 กีบ (20 บ.)

พี่จิตร นักข่าวชาวลาวที่อาสาเป็นไกด์ให้เรา เล่าว่า
ที่นี่ซีดีถูกมาก แผ่น MP3 ก็เลยฮิต มีครบหมดทั้งเพลงไทย เพลงสากล
ที่เมืองไทยฟังอะไรที่นี่ก็ฟังยังงั้น
มีเพลงของประเทศลาวเองเพิ่มสีสันอีกต่างหาก
เขาเองก็ทำธุรกิจปั้มแผ่นเพลงเถื่อน(เรียกยังงี้ก็คงไม่ผิดกระมัง) อยู่เหมือนกัน
แถมบอกว่ากำไรดีเสียด้วย

ผมถามถึงเพลงของประเทศลาว เพราะเท่าที่กวาดสายตาดู ผมไม่เห็น MP3 เพลงลาวเลย
พี่จิตรตอบว่า "เราไม่ทำกันเองหรอก"
รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าเต็มๆ หนึ่งฉาด...
รู้สึกบ้างไหมครับ?

---------------------
บล๊อกชิ้นนี้ผมเขียนขึ้นเมื่อ 26 สิงหาคม 2550 ผ่าน space.live.com




 

Create Date : 27 เมษายน 2551    
Last Update : 27 เมษายน 2551 11:57:12 น.
Counter : 215 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.