Dinner31
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Dinner31's blog to your web]
Links
 

 
นกกระจอกบอกมา

ถ้าใครโดยสารไปมาระหว่างสถานีรถไฟฟ้าสถานีอโศกกับรถไฟฟ้าใต้ดินสุขุมวิทช่วงหลายเดือนนี้
คงได้เห็นซากนกกระจอกนอนตายอยู่ตรงบริเวณนอกกระจกทางเชื่อมบันไดเลื่อนระหว่างรถไฟฟ้าสองระดับนี่
ผมเห็นมันครั้งแรกสุดเมื่อ 5 เดือนก่อน จนวันนี้ก็ยังเห็นว่ามันนอนนิ่งอยู่ที่เก่าส่วนคนผ่านมาผ่านไปก็ยังดูดายเหมือนเดิม
สภาพของนกตัวนั้นไม่ต่างจากเมื่อหลายเดือนก่อนนักคือแห้งผากติดพื้นสไตล์ซากศพตากแดดจ้า
เบ้าตาแหว่งเว้า ขนยู่ยี่เยิ้มมันชวนกินข้าวไม่ลง นี่ถ้ามันลุกขึ้นมาเดินได้ก็ไม่ต่างจากซอมบี้หมาใน Resident Evil เท่าไร

ผมชอบนกกระจอก
ที่จริงชอบสัตว์ที่ตาโต มีนัยน์ตาวาววับ เช่น ยีราฟ เต่า กุ้ง หรือแมวเวลากลางคืนที่นัยน์ตาดำเริ่มเปิดโตเบิกกว้าง
มันดูน่ารัก มีเสน่ห์ เป็นมิตร น่าเข้าใกล้ น่าค้นหาดีครับผมว่า (เอ่อ…ไม่เกี่ยวกับผู้หญิงใส่ Big eyes นะครับ)
นกกระจอกถึงแม้จะมีดวงตาไม่ใหญ่พอที่จะทำให้ประทับใจได้ แต่มันมีกระพุ้งแก้มสีดำที่คล้ายกับว่าเป็นดวงตากลมโต
(โชว์โง่-ที่จริงผมเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่ปีนี่เองด้วยซ้ำว่านั่นไม่ใช่ตาของมัน!)

อีกอย่าง เพราะชื่อของมัน ‘นกกระจอก’ ฟังแล้วมันเหมือนเป็นนกที่พร้อมจะให้คนธรรมดาสามัญเข้าใกล้ได้เสมอ
เป็นนกกระจอกกระจอกที่ไม่สูงส่งเกินเอื้อมคว้า ไม่สูงค่าเกินตัวผมเอง-
-ผมที่เป็นคนธรรมดา ไม่ถึงกับกระจอก (บางทีอาจใช่) คงไม่เหมาะกับการไปดูนกเงือก นกเหยี่ยว หรือนกน้อยสุภาพร (ไม่ขำ!)
แล้วมันก็ใกล้ชิดกับคนเราเพราะว่าเป็นนกที่พบง่ายที่สุดในละแวกบ้านมนุษย์ด้วย

วงศ์นกกระจอกมีมากกว่า 57 สายพันธุ์ทั่วโลก เรามีนกลักษณะนี้ร่วมโลกเดียวกันประมาณ 390 ชนิด
แทบทุกสายพันธุ์เป็นนกที่อยู่ค่อนข้างใกล้ชิดกับมนุษย์อย่างที่ผมว่า
สำหรับนกกระจอกในประเทศไทยคือ ‘นกกระจอกบ้าน’ มีชื่อสากลว่า Passer Montanus Malaccensis – เท่กว่าชื่อจริงเราเราอีก
แต่สงสัยมาตั้งแต่เริ่มรู้จักมัน ว่าทำไมคนไทยถึงอุตริขนานนามว่ามันเป็นนกกระจอก?
กระจอกยังไง? กระจอกทำไม? กระจอกได้อย่างไร?

ไม่รู้ว่าตำราไหนเขียนว่าไว้อย่างไร แต่ผมเดาเอาส่งส่งว่าอาจเป็นเพราะมันหาดูได้ง่ายเกินไป
กระจอกเกินไปที่จะให้ความสนใจ ไม่เหมือนนกวงศ์ตระกูลอื่น นกเงือก นกอินทรี เหยี่ยว หรือนานาพันธุ์ที่คนเราเห็นได้ไม่ง่าย
หรืออาจเป็นเพราะมันเป็นนกที่ใกล้ชิดคนจนเกินไป ทำรังอยู่บนบ้าน บนหลังคา บนต้นไม้ในสวนสวย
พอนกกระจอกแตกรังทีก็วุ่นวายหนวกหูกันไป เหมือนที่คนชอบว่ากันเองว่า ‘เสียงดังยังกับฝูงนกกระจอกแตกรัง’
มันไมได้หมายความว่าอึกทึกครึกโครมนะครับ มันหมายความว่าน่ารำคาญจนอยากปาก้อนหินใส่
หรือจะเป็น ‘รังนกกระจอก’ ทำเลทองแหล่งรวมตัวของนักข่าวหลากสำนักนั่นดี ฝูงนกกระจอกสื่อสารที่รวมตัวกันแลกเปลี่ยนข่าวสาร
วุ่นวายพอกัน-น่ารำคาญพอกัน-และอาจไม่น่าเชื่อถือพอพอกัน (นอกเรื่องไปหน่อย-ขออภัย)
แถมนกกระจอกยังอึเรี่ยราดไม่เป็นที่เป็นทาง ทำรังไม่เป็นหลักแหล่ง สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน
ครั้นจะไล่ก็ไม่ได้เพราะมันบินได้คล่องว่องไวและสูงเกินไปกว่าระยะไม้-ระยะมือของมนุษย์
ก็เลยพานไปด่าว่ามัน ‘ไอ้กระจอก’ ตามสไตล์มนุษย์ขี้โมโหผู้ประกอบอาชีพนักอิจฉา

แต่รู้ไหมว่า นกกระจอกมันทำอะไรกันบ้าง
*** ขออธิบายตามความรู้สึกอย่างผู้ที่ไม่มีความรู้ ***
นกกระจอกมีชื่อตามพื้นเพของมันคือ ‘Passer Mountanus’ นั่นมีความหมายตามภาษาละตินว่าเป็นนกแห่งหุบเขา
ไม่ใช่เกิดมาเพื่ออยู่ในเมืองสกปรกอย่างทุกวันนี้นะครับ เขาอยู่บนภูเขา สูดอากาศบริสุทธิ์ปลอดโปร่ง
คิดจะทำรังที่ไหนก็ได้ไม่ต้องบากหน้ามาให้คนด่าหรือต้องทนมือ-เท้าพวกมนุษย์หลังตรงบ้างคดบ้างอย่างเราเท่าไร
เขาอุตส่าห์ยอมทิ้งบ้านตัวเองมาอยู่ในเมืองที่อากาศก็เลวร้ายกว่าปากปล่องภูเขาไฟหน่อยเดียว
ผิดกับนกชนิดอื่นที่เอาตัวรอดอาศัยอยู่ในป่าสบายแฮส่งเสียงร้องดังลั่นป่าแล้วคนก็บูชาว่า “โอ้ ช่างเป็นเสียงธรรมชาติที่อลังการเสียจริง”
(บางทีถ้านกกระจอกอยู่แต่ในป่าอาจจะถูกเปลี่ยนชื่อก็ได้ คนคงแห่ไปเรียกว่าคุณนกกระจอก!)
ลองคิดดูสิครับว่าถ้าเราไม่มีนกกระจอกที่หอบเสื่อหอบหมอนจากป่ามาอยู่เมืองกำจัดแมลงโน่นนี่ที่เขาอุตส่าห์ขจัดไปให้กี่ล้านตัว
ถ้าเขาไปลงมือลงไม้เอง มนุษย์หน้าไหนจะยกมือมาแก้ปัญหา
ต้องใช้เวลารอเบิกงบ-รออนุมัติอีกกี่ปีกว่าพวกรัฐบาลกระดองหนาจะคลานถึงเพราะมัวแต่เล็มต้นผลประโยชน์ริมทาง
ไหนจะพวกมักง่ายที่ทิ้งเศษข้าวโน่นนี่เรี่ยราดแทนที่จะปล่อยให้บูดคาพื้นหรือรอให้มดมาขึ้นกัดลูกกัดหลาน เรียกหนู เรียกแมลงสาป
ก็ได้นกกระจอกนี่ใช่รึเปล่าที่เป็นตัวช่วย (ถึงเป็นตัวช่วยที่อาจดูแล้วน่ารำคาญสำหรับบางคนจนได้รับฉายาว่าเป็นตัวการทำลายยุงฉางข้าว
-แต่ถึงมีประโยชน์แค่น้อยนิด พวกมันก็ยังลงมือทำนะครับ!)
หลายครั้งที่ผมรู้สึกตัวว่าควรจะเข้านอนได้แล้วหลังจากทำตัวผิดธรรมชาติมนุษย์นานจนถึงตี 4 ตี 5 ก็เพราะเสียงจุบจิบของเหล่านกกระจอกในตอนเช้า
พวกมันใช้ความเป็นธรรมชาติของพวกมันเตือนให้ผมได้รู้ว่า ‘เกินไปหน่อยแล้วนะ’

มีอีกหลายเรื่องราวที่นกกระจอกออกเสียงหรือบินโฉบไปมาเพื่อบอกอะไรมนุษย์
เคยได้ยินเรื่องนกกระจอกในห้องต่อโดมิโนไหมครับ จะเล่าให้ฟัง
ที่ประเทศเนเธอแลนด์ทุกทุกปีจะมีจัดแสดงการต่อโดมิโนระดับชาติ มีการถ่ายทอดสดกันเอิกเกริก
ประมาณว่าแข่งขันกันขับเคี่ยวจริงจัง ผู้ที่ต่อได้ยาวอลังการจนได้รับรางวัลก็โอ้อวดกันได้ เป็นศักดิ์ศรี เป็นหน้าเป็นตาใหญ่โต
ปีหนึ่งเมื่อวันแข่งขันบรรจบมาถึง โดมิโนหมื่นแสนชิ้นถูกวางเรียงกันอย่างสวยงามรอฤกษ์ยามทิ้งตัวเรียงโรย
นกกระจอกตัวหนึ่งบังเอิญบินหลุดเข้ามาในห้องแข่งขัน มันโฉบมาโฉบไปจนไปกระแทกถูกโดมิโนล้มลงไปอย่างไม่มีฤกษ์ยาม
คณะผู้จัดงานโมโหยกใหญ่เพราะโดมิโนที่ล้มไปนั่นจำนวนไม่น้อย เห็นว่ากันว่าหลักพันชิ้น
พวกเขาไม่ลังเล คว้าปืนยิงนกกระจอกตัวนั้นตายทันที

มีคนเคยวิเคราะห์ถึงกรณีนกกระจอก Vs. โดมิโนนี่ไว้ว่า
เขาคิดถึงการสังหารหมู่ชาวยิวในค่ายกักกันของพรรคนาซีเยอรมันสมัยสงครามโลกโน่น
เขาคิดถึงสงครามโลก สงครามระหว่างประเทศ ที่มีมนุษย์จำนวนหนึ่งฆ่ามนุษย์ที่พวกเขาคิดว่าอ่อนด้อยน้อยค่า
-เป็นมนุษย์กระจอก-
-ที่พวกเขาก็พร้อมที่จะปลิดชีวิตนั้นอย่างไม่ลังเล เพราะไร้ประโยชน์ที่จะปล่อยให้หายใจ
กลับกัน เขาพร้อมจะเก็บมนุษย์ที่สามารถสร้างผลประโยชน์ให้ตัวเองอย่างยินดี
ค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ความมีชีวิต-ไม่ใช่และไม่มีทางใช่เลยสำหรับมนุษย์ประเภทนี้
ซึ่งไม่ต่างอะไรกับนักการเมืองหรือผู้ใหญ่ในสังคมที่พร้อมจะทิ้งประชาชนตาดำดำได้ง่ายดาย
เพียงเพราะต้องการผลประโยชน์ปากท้องตัวเอง
บางทีอาจไม่ใช่แค่ปากท้อง-แต่อาจแค่เพื่อเพชรพลอยไข่มุกประดับห้องส้วมของตัวเองเสียด้วยซ้ำไป

น่ากลัวว่าเราทุกคนมีโอกาสตกเป็นเหยื่อใต้การสยายปีกของคนระดับศีลธรรมขั้นกระจอก
ที่ดันมีอำนาจบาตรใหญ่แถมครอบครองความชั่ว เราสามารถซวยได้ทุกแห่งหนไม่จำกัดเวลา
แล้วก็ไม่ต้องสงสัยว่าโลกจะพินาศลง ไม่ต้องโทษว่าโลกร้อน โลกเรื้อน หรือโลกเป็นอะไร
แต่ที่มนุษย์ต้องสูญพันธุ์นั่นไม่ใช่เพราะใครเลย นอกจากมนุษย์เอง
เพราะวิธีการคิด-วิธีการทำของพวกเรามันเลวมากไป-ร้อนไป-เรื้อนไป

รู้ไหมครับว่านกกระจอกเป็นนกที่จับคู่กันแบบตลอดชีวิต
เมื่อมันได้พบคู่ของมันเมื่อไร มันจะอยู่ด้วยกันไปตลอด จนกว่าจะมีฝ่ายใดตายจากไปเสียก่อน
(นกบางชนิดดราม่ากว่านี้มากครับ อย่างเช่นนกเงือก-เมื่อคู่ตายลง มันจะตรอมใจตายตามในเวลาอันสั้น
-บางชนิดถึงกับทิ้งตัวลงจากท้องฟ้าเพื่อฆ่าตัวตายตามคู่ของมัน)
แต่ผู้หญิงที่เพิ่งสวนผมลงบันไดเลื่อนผ่านไปเมื่อสักครู่กับผู้ชายคนหนึ่ง
จำได้เลาเลาว่าเขาไม่ใช่คนเดิมที่เคยเดินกับเธอที่ผมเพิ่งเจอเมื่อไม่กี่วัน

ศพนกกระจอกที่นอนไม่กระดิกกระเดี้ยวตัวนั้นดูไร้ค่า
เพราะมันดันเกิดมาผิดที่ผิดทาง หรือให้คนเราพบเห็นมากเกินความจำเป็น
แถมชื่อ ‘กระจอก’ ของมัน ยิ่งบั่นทอนให้คุณค่าชีวิตของตัวเองยิ่งลดน้อยด้อยลงไปอีก
มันจึงนอนตายอย่างไม่มีใครสน ไม่มีใครเห็นใจ เดินผ่านมาไปอย่างไม่ไยดี
แม้แต่ศพก็ยังถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นได้นานหลายเดือน
(สงสัยว่า รฟม. คงอยากปล่อยไว้ให้ผู้โดยสารเสพสมประกอบเช้าอันสดใสหรือยามเย็นอันเหนื่อยล้า
-แต่ที่จริงอาจเป็นเพราะมันอยู่ตรงกลางระหว่างรถไฟลอยฟ้า กับ รถไฟใต้ดิน เหมือนตำรวจชอบแบ่งแยกกันว่านี่มันเขตใคร
-เปล่า ไม่ได้แย่งกันทำงานหรอกครับ แข่งกันเกี่ยงงานกันมากกว่า!)

เกิดคำถามในใจอีกนิดหน่อย
ว่าทำไมคนเรา (มนุษย์) เมื่อตายลงแล้วใครมาพบเห็นกลับต้องกระวีกระวาดรวมถึงจัดแจงพิธีศพให้
แถมพากันชี้ชวนให้ทบทวนระลึกถึงผู้ตายกันออกหน้าออกตา
ทั้งที่คนเราก็เห็นหน้ากันทุกวันยิ่งกว่าหน้านกกระจอก แถมเราก็ยังก่อความเดือดร้อนให้แก่กันทุกวันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

เอ...
หรือว่าเราแค่ไม่ได้ชี้ชัดและระบุไปตรงตรงเสียที
ว่าแท้จริงพวกเรานั้นมัน ‘กระจอก’ เพียงใด
ี้



Create Date : 29 ตุลาคม 2551
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 2:54:40 น. 1 comments
Counter : 617 Pageviews.

 


โดย: CrackyDong วันที่: 29 ตุลาคม 2551 เวลา:5:31:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.