Dinner31
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Dinner31's blog to your web]
Links
 

 
ชั่งมัน

ผมชอบมองว่าชีวิตเป็นเรื่องยาก
การที่มนุษย์เกิดมาเป็นคนเป็นตัวเป็นตนอย่างนี้
วิธีดำรงชีวิตให้คงอยู่ได้บนพื้นฐานความสุข ความพอใจ มันช่างยากเย็น
ไหนจะต้องหนีพ้นจากความทุกข์ทางกาย ที่ต้องเผชิญกับความยากจน
ความปลอดภัยบนโลกของคนใจอันธพาลทั้งหลาย
ความรู้ที่เดิมทีมีอยู่น้อยต้องคอยเติมให้มันปริ่มตลอดเพื่อแลกกับเงินเดือนที่พอจะประทังชีวิตให้ได้ไปพ้นพ้นเดือน

เด็กบางคนเมื่อเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น จากเดิมที่เคยนั่งอยู่ในห้องเรียนเพื่อทำหน้าที่เยาวชนที่ผู้หลักผู้ใหญ่ผู้ปกครองจัดเตรียมเอาไว้ให้
ช่วงเวลานั้นช่างสบาย
ไม่ต้องหารายได้ หากอยู่ห่างไกลจากการเป็นวัตถุนิยมสักนิดก็จะหลีกหนีความกดดันทั้งในและนอกกายได้อย่างสบาย
ไม่ต้องดิ้นรนหาสตางค์เพื่อไปบำเรอส่วนเกินของชีวิตเท่าไรนัก
แต่ถึงอยากได้อะไรก็แค่ร้องขอ บีบน้ำตาสักนิด ทุกสิ่งก็จะวิ่งเข้ามาหาในที่สุด
เพราะเราเป็นเด็ก-วัยที่ไม่ต้องรับความกดดันว่าจะหาไอ้กระดาษที่เรียกว่าเงิน

กลับกันเมื่อเติบโตขึ้นพ้นวัยเรียน
ผ่าน 19 ปีกับสถานะนักเรียนในห้องเรียน ออกมาสู่การเรียนรู้โลกกว้าง
ไอ้การที่ต้องหางาน หาเงิน ต้องรับผิดชอบครอบครัว พ่อ แม่ มันพุ่งตรงเข้ามาในมโนสำนึกอย่างตั้งตัวไม่ติด
ทั้งที่ตลอดเวลาการเรียนก็เฝ้ารอที่จะพ้นจากห้องสี่เหลี่ยมแคบแคบนั่นเต็มทีเต็มแก่
แต่พอได้ออกมากลับถวิลหาห้องสี่เหลี่ยมเดิมนั่น
เพราะภาระข้างนอกนี้มันหนักหนาเหลือเกิน นั่นเป็นเพราะกรอบสังคมของคนเป็นผู้ใหญ่
(ผู้ใหญ่ในที่นี่คือด้วยภาวะทางการศึกษาไม่ใช่วุฒิภาวะ-ผมยังห่างไกลเหลือเกินสำหรับไอ้คำว่า “คนมีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่”)
ต้องตะเกียกตะกายฝึกปรือฝีมือให้ได้เป็นยอดฝีมือ เพื่อแลกกับเงินเดือนในธนาคารที่เพิ่มขึ้นต่อเดือน
เงินเดือนเพิ่มทีไรก็ดีใจมากกว่าสร้างงานดีดีได้สักชิ้น
แต่เมื่อฝีมือยังอ่อนด้อยยังเอาความฉกาจที่ไหนไปให้คนอื่นเห็น โดยเฉพาะกับเจ้านาย ผู้ที่มีอำนาจทางอัตราเงินเดือนพนักงานอย่างเรามากที่สุด

บางคนเมื่อได้ลองมารับบทเป็นลูกจ้างคนอื่นก็พร่ำว่าไม่อยากเป็นลูกจ้างแล้ว อยากไปเป็นเจ้าของกิจการโน่นนี่เอง
สำหรับคนที่มีสตางค์ถุงถังคงจะไม่คิดอะไรมาก บุญเก่าเยอะ
เหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่ถึงแม้มันทำงานกินเงินเดือนน้อยนิดและกับประสบการณ์แล้วอุดมการณ์ก็ว่าคุ้มค่า
ไม่มีความกดดัน ก็เพราะเงินเดือนจากทางบ้านยังมีอยู่ ไม่ต้องเดือดร้อนเพราะร้อนเมื่อไรก็มีคนคอยช่วยเหลือ
แต่โลกนี้ไม่เท่าเทียมหรือทุกคนยืนอยู่ระนาบเดียวกันทั้งหมด ความกดดันจากตัวแปรที่แปลว่าเงินยังกดทับคนทุกคนอยู่อย่างไม่เท่ากัน
ถึงแม้บางคนมีมันอยู่ใต้ฝ่าเท้าก็ยังหวิวกับความสูงของเงินกองพะเนิน
เงินมันชั่วหรือคนเรามันไม่ดีเองอันนี้ไม่ทราบแน่ชัด

นอกจากผมชอบมองว่าชีวิตมันยาก บางนาทีผมก็คิดว่าชีวิตมันก็ช่างง่ายดาย
ผมรักบางทีเวลาที่กลุ้มใจมากมาก เมื่อร่างกายทนไม่ไหวมันก็จะสั่งให้เรามีช่วงเวลาที่ปลอดโปร่ง ปลดภาระทุกสิ่งในชีวิตความจริง
เหมือนได้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมกว้างสีขาวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นของธรรมชาติที่รู้สึกดีที่สุด
เสียงของความวุ่นวายกลายเป็นสายน้ำตกที่เย็นจับใจก้องกังวานดังทั่วห้องขาวนี่
ช่วงเวลาสั้นสั้นเหล่านั้นทำให้รู้ว่าโลกนี้ยังมีบางสถานที่ที่เปิดรับความวุ่นวายด้วยจิตใจสงบ
บางทีคนที่เดินทางตามหาสถานที่แห่งพระเจ้า เขาอาจฉุกคิดว่ามันมีอยู่จริงบนแผ่นโลกได้เพราะความรู้สึกเดียวกันกับผมนี่
ความรู้สึกหลังจากการบอกตัวเองอย่างจริงใจว่า “ช่างแม่ง” ถึงจะช่างแม่งได้ไม่นานแล้วแม่งก็เข้ามาวุ่นวายจิตใจอีกครั้ง ทำให้ชีวิตมันยากเหมือนเดิมอีก

จนสุดท้าย ผมชอบมองชีวิตว่าง่ายหรือยากไม่มันไม่ใช่สาระ
เพียงแต่เราพอใจกับมันรึเปล่า ตั้งคำถามตัวเองหลังจากคำถามนี้ว่าจะแก้มันอย่างไร
วิเคราะห์สักนิดว่าแนวคิดที่ได้มันยากง่ายแค่ไหน
ถ้ามันยากนัก ก็ตะโกนให้ลั่นห้องกว้างนั่นไป

“ช่างแม่ง”



Create Date : 12 ตุลาคม 2551
Last Update : 12 ตุลาคม 2551 22:45:59 น. 1 comments
Counter : 161 Pageviews.

 
"เงินเดือนเพิ่มทีไรก็ดีใจมากกว่าสร้างงานดีดีได้สักชิ้น"

ข้าพเจ้าขนลุกกับประโยคนี้


โดย: gluhp วันที่: 14 ตุลาคม 2551 เวลา:17:02:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.