....DID-girl....
Group Blog
 
All Blogs
 
hardcore-nurse "วิกฤตการณ์ 150 "




       150  ติดตัวฉันมาตั้งแต่อายุ 13 จนถึงปัจจุบัน เป็นตัวเลขที่เหมือนจะมากแต่ความจริงช่างกระจ้อยร่อยนัก มันคือส่วนสูงที่ไม่เคยเพิ่มขึ้นอีกเลยตั้งอต่ตอนนั้น ไม่ว่าจะฝนตก แดดออก ร้อนตับแตก หนาวขาแข็ง ฉันก็ยังคงยึดมั่นในความ 'เตี้ย' ของตัวเอง

"มึง...อากาศข้างล่างเป็นไงบ้าง"  
"มึง....กูเดินผ่านมึง ก้มลงมาเห็นหัวมึงได้เลย"
"มึง...นี่เตี้ย หรือแคระอ่ะ"

     สารพัดบทสนทนจากผองเพื่อนที่แสนกระแทกใจจนเจ็บอก แต่ก็จริงจนเถียงไม่ออก ตอน ม.1 ซื้อชุดนักเรียน ชุดพละ จำได้ว่าใส่ยาวจน ม.6 เลย ไม่เคยได้ซื้อใหม่ เพื่อนเค้าซื้อเสื้อใหม่กัน เพราะขาลอย แขนลอย แต่ฉันยังคงใส่เสื้อตัวเดิมที่สีเริ่มจะเหลืองเพราะผ่านมา 18 ฝน 18 หนาวเสื้อผ้าที่ซื้อมาตอน ม.1 ตอนนี้ยังมีบางตัวที่ยังใส่อยู่เลย กางเกงพละสมัยเรียนตอนนี้ยังเอามาเต้นแอโรบิคได้ดี บางครั้งเวลาซื้อกางเกงยีส์ตัวละ 4-5 พัน แล้วแบบต้องตัดขาทิ้งไปเยอะมาก เหมือนว่า 'ที่ตัดไปนั้นเป็นเงินซักพันได้ไหมว่ะ' อารมณ์แบบกูขาดทุนอ่ะ ซื้อกางเกงราคาเท่ากับคนอื่น แต่เค้าได้กางเกงที่มีผ้าเยอะกว่ากูไง เสียดายอ่ะ น่าจะเอาขาที่ตัดทิ้งไปมาทำเป็นผ้าคาดผม น่าจะเริสเหมือนกัน55+
         ส่วนน้ำหนักนั้นยังคงทำหน้าที่ต่อไป อัตราส่วนแนวดิ่งไม่ทำงานแต่อัตราส่วนแนวราบเซนซิทีฟขั้นสุด นิดหน่อยไม่ได้ เอวเริ่มหาย แก้มเริ่มมา ต้นขาขยายตัว จากบรรทัดแรกมาถึงตรงนี้อาจฟังดูประหลาดแต่ฉันยังคงเป็น 'คน' นะค่ะ

      ด้วยสรรพคุณที่ครบครัน ไม่รู้ไปไงมาไงถึงมาลงเอยกับการเรียนพยาบาลได้ หนึ่งในคูณสมบัติที่กล้าแกร่ง คือคุณต้องสูงมากกว่า 150 เซน บางที่ก็ 155 เซน แต่มหาลัยที่เรียนกำหนดไว้ที่ 150 เซน (หัวเราะในใจค่ะงานนี้ กูผ่านหล่ะมึงงงงงง.....ถ้าเตี้ยกว่านี้ซัก 0.0000001 เซน ป่านนี้คงไปได้ดีอยู่ที่ไหนแล้วมั้งไม่ต้องมาเป็นพยาบาลอยู่ 555+ )

    และแล้วบททดสอบของชีวิตก็เข้ามา มีคนไข้คนหนึ่งมาแอดมิทเพื่อเตรียมผ่าตัดในช่วงบ่าย ฉันต้องเตรียมคนไข้ โดยการซักประวัติ เจาะเลือด ให้คำแนนะนำ บลาๆๆ  หนึ่งในการเตรียมคนไข้คือการให้น้ำเกลือคนไข้ แต่เสาน้ำเลือคู้เตียงดันสูงลิ่วเลยปลายนิ้วฉันไปอีก ขนาดเอื้อมแล้วนะ และช่างโชคดีมากกกกก.........ที่ลูกบิดปรับความสูงของเสาดันเสีย และโชคดีขั้นสุด...แมร่ง!!! มันคือเสาสุดท้ายของวอร์ด เมื่อมองยอดเสาแล้วก้มลงมองเท้าตัวเอง นี้ซินะที่เค้าเรียกว่า 'เสาไฟฟ้ากับหลักกิโล' พร้อมเสียงแว่วๆของใครคนหนึ่งล่องลอยอยู่ในหัว......

"จะออกไปแตะขอบฟ้า สุดท้ายแม้โชคชะตาไม่เข้าใจ
(ภายในใจยังคงเรียกร้อง)
มองไปไม่มีหนทาง แต่รู้ว่าฉันต้องไปต่อไป
ตรงเส้นขอบฟ้าสีคราม ความหวังยังนำทางฉันใช่หรือไม่
(ให้อุปสรรคเปลี่ยนผันเป็นพลัง)
คำตอบอยู่กลางคลื่นลม ชีวิตแม้ต้องล่มลงตรงไหน
แต่ฉันก็ยังยืนยันที่จะไป"

     หลังจากความพยายามหาเสาใหม่จนรู้ว่ามันเป็นเสาสุดท้าย และมึงต้องใช้มันละค่ะทีนี้ ขณะที่ฉันเก้ๆกังๆ กำลังใช้ความพยายามแตะขอบฟ้าอยู่นั้น ดูเหมือนคนไข้ที่นอนอยู่บนเตียงรอการแทงเส้นเพื่อให้น้ำเกลือเองก็รับรู้ได้เช่นกัน จึงแสดงความมีน้ำใจออกมา

"ผมช่วยแขวนไหมครับ" คำพูดที่แสนจริงใจมาร้อมรอยยิ้มที่แสนอบบอุ่น โอ้ววววประทับใจแรง แต่ไม่รู้ทำไมรู้สึกอายจุง
"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพยาบาลทำเอง" ยิ้มมาฉันก็ยิ้มตอบค่ะ55+ ใจเราก็อยากให้ช่วย อีกใจหนึ่งก็แบบ นั่นคนไข้นะ!

      อันที่จริงมันก็ไม่มีไรมากหรอกค่ะแค่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีล้วนๆเท่าเอง (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะหยิ่งไปทำไม.....เตี้ยแล้วยังจะมากเรื่องค่ะ) แหมจะให้คนไข้มาทำได้ไงค่ะ พยาบาลเราถึกอยู่แล้วทำได้ซิ ฉันต้องทำได้ แต่ทำไงว่ะ.....จำได้ว่าลองมันทุกอย่าง เอื้อมแล้ว เขย่งแล้ว แมร่งมันก็ไม่ได้ ปรายตาไปมองเก้าอี้ข้างเตียง จะเอาเก้าอี้มารองขาแล้วปีนก็เกรงว่าจะดูไม่งาม เป็นพยาบาลแม้เราจะถึกแต่เราต้องคงไว็ซึ่งกริยาอันงดงาม  คนไข้ที่รออยู่คงทนดูไม่ไหวเลยถามมาอีกรอบ

"ผมแขวนให้ได้นะครับ"
"ขอบคุณค่ะ พยาบาลแขวนได้ค่ะ" คำตอบแบบเดิมค่ะ แต่ก็แอบถามตัวเองในใจ ได้ตรงไหนว่ะกู ห่างไกลคำว่าได้เป็นโข แต่เมื่อศักดิ์ศรีโดนสั่นคลอนรอบสอง งานนี้ไม่ได้ก็ต้องได้ละนะ  และแล้วไอเดียแสนบรรเจิดก็เข้ามากระแทกรอยหยักในสมอง 

******อันนี้ดอกจันไว้เลยนะค่ะ พยาบาล 1.5 เมตร เตรียมจดเลยค่ะ******
อ้างอิงจากทฤษฎีพีทาโกรัสเลยนะ (จริงจังมากกกกก)



1. ใช้เท้าเตะเสาน้ำเกลือให้ล้มมาทางคุณ จนปลายเสาอยู่ในระดับที่เอื้อมถึง (จากรูปค่ะฉันคือ B พื้นคือ A และเสาที่ล้มมาคือ C)
2. แขวนขวดน้ำเกลือกับปลายเสาค่ะ
3. ผลักมันขึ้นไปค่ะ ให้มันตั้งตรงแบบเดิม
แล้วเราก็จะสามารถแตะขอบฟ้าด้วยส่วนสูง 1.5 เมตรได้ค่ะ เป็นไงหล่ะคิดว่าสูงแล้วฉันจะทำไม่ได้เหรอ.....บอกเลยพลาดค่ะ


"คำตอบอยู่กลางคลื่นลม ชีวิตแม้ต้องล่มลงตรงไหน
แต่ฉันก็ยังยืนยันที่จะไป"
ปล. หลังจากนั้นได้มีความพยายามในการลองทฤษฎีใหม่ๆด้วย เช่นการขึ้นไปเหยียบบนฐานเสาน้ำเกลือ วิธีนี้ก็ใช่ได้อยู่เหมือนกัน แม้กระทั้งการขอให้ญาติคนไข้แขวนให้ ตอนนี้ไม่อายแล้ว ทำงานมาหลายปีหน้ามีความหนาขึ้น และกริยาอันงดงามที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้มันเริ่มจางเต็มที จนจะหายไปแแล้วเนี้ย...T_T

***_____***



Create Date : 26 มกราคม 2560
Last Update : 9 สิงหาคม 2560 14:33:22 น. 0 comments
Counter : 92 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
DID-girl
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add DID-girl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.