ตอบปัญหาธรรม โดยพุทธวจน..นครบาดาลมีจริงหรือไม่..มีคำตอบในนี้


คำถามวันนี้...คำว่าบาดาล หมายถึงอะไร

เมื่อกล่าวถึง บาดาล ต้องนึกถึงพญานาค เพราะเป็นที่อยู่ของพญานาค และกลายเป็นความเชื่อตลอดมา

คำว่าพญานาคมีจริงตามพระสูตรนี้



ปาฏิหาริย์ที่ ๑
    [๓๘] ครั้งนั้น พญานาคนั้นได้เห็นพระผู้มีพระภาคเสด็จเข้าไปดังนั้น ครั้นแล้ว มี
ความขึ้งเคียดไม่พอใจ จึงบังหวนควันขึ้น. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้ทรงดำริว่า ไฉนหนอ
เราพึงครอบงำเดชของพญานาคนี้ด้วยเดชของตน ไม่กระทบกระทั่งผิวหนัง เนื้อ เอ็น กระดูก
และเยื่อในกระดูก ดังนี้ แล้วทรงบันดาลอิทธาภิสังขารเช่นนั้น ทรงบังหวนควันแล้ว. พญานาค
นั้นทนความลบหลู่ไม่ได้ จึงพ่นไฟสู้ในทันที. แม้พระผู้มีพระภาคก็ทรงเข้ากสิณสมาบัติมีเตโชธาตุ
เป็นอารมณ์ บันดาลไฟต้านทานไว้. เมื่อทั้งสองฝ่ายโพลงไฟขึ้น โรงบูชาเพลิงรุ่งโรจน์เป็นเปลว
เพลิงดุจไฟลุกไหม้ทั่วไป. จึงชฎิลพวกนั้นพากันล้อมโรงบูชาเพลิง แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ชาวเรา
พระมหาสมณะรูปงามคงถูกพญานาคเบียดเบียนแน่. ต่อมา พระผู้มีพระภาคได้ทรงครอบงำเดชของ
พญานาคนั้น ด้วยเดชของพระองค์ ไม่กระทบกระทั่งผิวหนัง เนื้อ เอ็น กระดูก และเยื่อใน
กระดูก ทรงขดพญานาคไว้ในบาตร โดยผ่านราตรีนั้น แล้วทรงแสดงแก่ชฎิลอุรุเวลกัสสปด้วย
พระพุทธดำรัสว่า ดูกรกัสสป นี่พญานาคของท่าน เราครอบงำเดชของมันด้วยเดชของเราแล้ว

พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๔
พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑


แต่คำว่า บาดาล ที่เชื่อกันว่าเป็นที่อยู่ของพญานาค ไม่มีอยู่จริง ตามพระสูตรนี้ครับ

ปาตาลสูตร
[๓๖๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับแล้ว ย่อมพูดอย่างนี้ว่า  ในมหาสมุทรมี
บาดาล
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับแล้ว ย่อมพูดวาจาอันไม่มีไม่ปรากฏอย่างนี้ว่า
ในมหาสมุทรมีบาดาล ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่า บาดาลนี้เป็นชื่อของทุกขเวทนาที่เป็นไปในสรีระ
แล
ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับถูกทุกขเวทนาอันเป็นไปในสรีระถูกต้องแล้ว ย่อมเศร้าโศก ลำบาก ร่ำไร
ทุบอกคร่ำครวญย่อมถึงความงมงาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับนี้ เรากล่าวว่า ไม่ปรากฏในบาดาล ทั้งหยั่ง
ไม่ถึงอีกด้วย ส่วนอริยสาวกผู้สดับแล้ว ถูกทุกขเวทนาอันเป็นไปในสรีระถูกต้องย่อมไม่เศร้าโศก
ไม่ลำบาก ไม่ร่ำไร ไม่ทุบอกคร่ำครวญ ย่อมไม่ถึงความงมงายดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวก
ผู้สดับแล้วนี้ เรากล่าวว่า ย่อมปรากฏในบาดาลทั้งหยั่งถึงอีกด้วย ฯ
พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๘
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค

นี่คือความหมายของคำว่า บาดาล ตามพระศาสดา




Create Date : 25 ตุลาคม 2555
Last Update : 25 ตุลาคม 2555 12:43:12 น.
Counter : 1136 Pageviews.

0 comment
จะเกิด 3 อารมณ์ นำไปสู่กรรม หากไม่ละนันทิ...


จากแผนผังด้านบน ขออธิบายดังนี้ครับ

เมื่อมีผัสสะเป็นปัจจัย จึงเกิด เวทนา (ปฏิจจสมุปบาท)

ทันทีที่ มีการผัสสะ (สัมผัสทั้ง 6) จะเกิดเวทนาคือ อารมณ์ สุข ทุกข์ หรืออุเบกขา

พระศาสดาตรัสว่า...ทันทีที่จิตรับรู้อารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง ให้รีบละ เพราะถ้าไม่ละ

ก็จะเกิดอารมณ์อื่นๆไหลตามมา และจะส่งผลให้เกิด กรรม

เรากำลังกล่าวถึงอารมณ์ โกรธ (ทุกข์) 

เมื่อจิตรับอารมณ์โกรธ แล้วไม่ละทิ้ง เก็บอารมณ์นั้นไว้ด้วยอำนาจแห่งความเพลิน อารมณ์ที่จะตามมา

คือ พยาบาท เมื่อเกิดพยาบาทแล้วไม่ละ อารมณ์ที่จะตามมาคือ เบียดเบียน เมื่อเกิดอารมณ์เบียดเบียน

แล้วไม่ละ สิ่งที่จะตามมาคือ การเกิดกรรมทั้ง 2 ชนิดคือ

1. กายกรรม (กรรมทางกาย)

2. วจีกรรม   (กรรมทางวาจา)

****เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว ควรแล้วหรือที่จะรักษาอารมณ์นั้นไว้ เมื่อเกิดแล้วให้ละทิ้งเสีย กรรมก็จะไม่เกิด

เมื่อกรรมไม่มี ตัณหาก็ไม่มี อุปทานก็ไม่มี ภพ - ชาติ -ไม่มี

  เมื่อชาติไม่มี ชรา - มรณะ ก็สิ้น นี่แหละคือที่สุดแห่งทุกข์



Create Date : 25 ตุลาคม 2555
Last Update : 25 ตุลาคม 2555 11:35:02 น.
Counter : 1117 Pageviews.

0 comment
สติปัฏฐาน๔ อานาปานสติ
สติปัฏฐาน๔ อานาปานสติ





Create Date : 24 ตุลาคม 2555
Last Update : 24 ตุลาคม 2555 22:46:53 น.
Counter : 398 Pageviews.

0 comment
รายละเอียดที่บุคคลควรทราบ เกี่ยวกับเรื่องกรรม    


ภิกษุ ท. ! กรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ
นิทานสัมภวะ (เหตุเป็นแดนเกิดพร้อม) แห่งกรรม เป็นสิ่งที่
บุคคลควรทราบ,

เวมัตตตา (ความมีประมาณต่างๆ) แห่งกรรม เป็นสิ่ง
ที่บุคคลควรทราบ,

วิบาก (ผลแห่งการกระทำ) แห่งกรรม เป็นสิ่งที่
บุคคลควรทราบ,

กัมมนิโรธ (ความดับไม่เหลือแห่งกรรม) เป็นสิ่งที่
บุคคลควรทราบ,

กัมมนิโรธคามินีปฏิปทา (ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับ
ไม่เหลือแห่งกรรม) เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ...




Create Date : 24 ตุลาคม 2555
Last Update : 24 ตุลาคม 2555 22:16:54 น.
Counter : 441 Pageviews.

0 comment
“ราหุล ! กระจกเงามีไว้สำหรับทำอะไร ?
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !
กระจกเงามีไว้สำหรับส่องดู พระเจ้าข้า !”
“ราหุล ! กรรมทั้งหลาย ก็เป็นสิ่งที่บุคคลควรสอดส่อง
พิจารณาดูแล้ว ๆ เล่า ๆ เสียก่อน จึงทำลงไป
ทางกาย, ทางวาจา หรือ ทางใจ
ฉันเดียวกับกระจกเงานั้นเหมือนกัน.”
จูฬราหุโลวาทสูตร ม.ม. ๑๓/๑๒๓/๑๒๖.



Create Date : 24 ตุลาคม 2555
Last Update : 24 ตุลาคม 2555 21:52:12 น.
Counter : 644 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  

รู้ธรรม
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



ภิกษุทั้งหลาย จักไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่เคยบัญญัติ จักไม่เพิกถอนสิ่งที่บัญญัติ
ไว้แล้ว, จักสมาทานศึกษาในสิกขาบทที่บัญญัติไว้แล้วอย่างเคร่งครัด
All Blog