เหตุที่ไปเกิดเป็น..เปรตกินมูตรคูถ


๙. มหาเปสการเปตวัตถุ
  ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตกินมูตรคูถ
    ภิกษุรูปหนึ่งถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
[๙๔] หญิงเปรตนี้กินคูถ มูตร โลหิต และหนอง นี้เป็นวิบากแห่งกรรมอะไร
        หญิงเปรตนี้ เมื่อก่อนได้ทำกรรมอะไรไว้ จึงมีเลือดและหนองเป็นภักษา
        เป็นนิจ ผ้าทั้งหลายอันใหม่และงาม อ่อนนุ่ม บริสุทธิ์ มีขนอ่อน
        อันท่านให้แล้วแก่หญิงเปรตนี้ ย่อมกลายเป็นเหล็กไป เมื่อก่อนหญิง
        เปรตนี้ได้ทำกรรมอะไรไว้หนอ?

    เทพบุตรนั้นตอบว่า
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ เมื่อก่อน หญิงเปรตนี้เป็นภรรยาของข้าพเจ้า มีความ
        ตระหนี่เหนียวแน่น ไม่ให้ทาน นางได้ด่าและบริภาษข้าพเจ้าผู้กำลังให้
        ทานแก่สมณพราหมณ์ทั้งหลายว่า จงกินคูถ มูตร เลือด และหนอง
        อันไม่สะอาดตลอดกาลทุกเมื่อ คูถ มูตร เลือด และหนอง จงเป็น
        อาหารของท่านในปรโลก แผ่นเหล็กจงเป็นผ้าของท่าน นางมาเกิดใน
        ที่นี้กินแต่คูถและมูตรเป็นต้นตลอดกาลนาน เพราะประพฤติชั่วเช่นนี้.

              จบ มหาเปสการเปตวัตถุที่ ๙.
พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๖

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา




Create Date : 22 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2555 11:33:55 น.
Counter : 761 Pageviews.

0 comment
ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์..ลูกนอกคอก เป็นอย่างไร?


ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์เรื่องนี้ น่าสนใจมากครับ ลองอ่านดูแล้วแทงตลอด

ด้วยปัญญา...ก็จะทราบว่า คำตรัสที่ว่า อย่าได้เที่ยว


ไปในวิสัยอื่นซึ่งมิใช่วิสัยควรเที่ยวไป.  เป็นอย่างไรครับ

ลูกนอกคอก๑
ภิกษุ ท. ! เหยี่ยวตัวหนึ่ง ได้โฉบลง จับนกมูลไถตัวหนึ่งไปได้โดย
รวดเร็ว. นกมูลไถกำลังถูกเหยี่ยวนำไป ได้พร่ำรำพันอย่างนี้ว่า “เราน่ะไม่เข้า
ลักษณะของผู้มีบุญ, เรามีบุญน้อย, เราจึงเที่ยวไปในวิสัยอื่นซึ่งมิใช่วิสัยควรเที่ยว
ไป. ถ้าในวันนี้ เราเที่ยวไปในวิสัยอันเป็นของแห่งบิดาของตน, เหยี่ยวตัวนี้หาสู้เรา
ได้ไม่” ดังนี้ ; เหยี่ยวจึงถามว่า “นี่แน่ะนกมูลไถ ! ที่ไหนของเจ้าเล่า ซึ่งเป็น
วิสัยอันเป็นของแห่งบิดาของตนเที่ยวไป”. นกมูลไถตอบว่า “ที่ที่มีก้อนดิน ซึ่ง
คนทำการไถทิ้งไว้ นั่นแหละคือวิสัยเป็นที่เที่ยวของบิดาเรา”. ครั้งนั้นเหยี่ยวผู้
แสดงความหยิ่งเพราะกำลังของตนผู้อวดอ้างเพราะกำลังของตน ได้ปล่อย นก
มูลไถไปด้วยคำพูดว่า “ไปเถอะนกมูลไถ ! ถึงเจ้าไปในที่เช่นนั้นก็ไม่พ้น
มือเราแน่” ดังนี้. ครั้งนั้นนกมูลไถไปยังที่ที่มีก้อนดินซึ่งคนทำการไถทิ้งไว้
แล้วจึงขึ้นยืนบนก้อนดินใหญ่ ท้าเหยี่ยวว่า “ทีนี้ มาซิ ท่านเหยี่ยวของเรา. ทีนี้
มาซิ ท่านเหยี่ยวของเรา” ดังนี้. ครั้งนั้น เหยี่ยวผู้แสดงความหยิ่งเพราะกำลัง
ของตน ผู้อวดอ้างเพราะกำลังของตน ได้ห่อปีกทั้งสองข้าง แล้วโฉบลงไป
ที่นกมูลไถโดยรวดเร็ว. ภิกษุ ท. ! ในกาลใดแล นกมูลไถรู้ตัวเสียก่อนว่า
“เหยี่ยวใหญ่ตัวนี้มาจับเราแล้ว” ในกาลนั้น นกมูลไถตัวนั้น ก็หลบเข้า
ซอกดินเสียก่อน. ภิกษุ ท. ! ครั้งนั้นแล เหยี่ยวตัวนั้นเอาอกกระแทกดินตาย
เพราะความเร็ว ณ ตรงที่นั้นเอง. ภิกษุ ท. ! ผู้ที่เที่ยวไปในวิสัยอื่น ซึ่งมิใช่
วิสัยควรเที่ยวไปแห่งตน ย่อมมีอันเป็นไป ด้วยประการฉะนี้.

ภิกษุ ท. ! เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย อย่าได้เที่ยว
ไปในวิสัยอื่นซึ่งมิใช่วิสัยควรเที่ยวไป. เมื่อพวกเธอเที่ยวไปในวิสัยอื่นซึ่งมิใช่
วิสัยควรเที่ยวไป มารจักได้ช่องทางทำลายล้าง มารจักได้โอกาสที่จะทำตาม
อำเภอใจ แก่พวกเธอ. วิสัยอื่นซึ่งมิใช่วิสัยควรเที่ยวไปของภิกษุ คืออะไรเล่า ?
คือ กามคุณ ๕. ห้าอะไรกันเล่า ? ห้าคือ รูปที่เห็นด้วยตา, เสียงที่ได้ยินด้วย
หู, กลิ่นที่รู้สึกด้วยจมูก, รสที่รู้สึกด้วยลิ้น, และโผฏฐัพพะที่รู้สึกด้วยการ
สัมผัสทางกาย ซึ่งเป็นที่น่าปรารถนา, น่ารักใคร่, น่าชอบใจ, ที่ยวนตายวนใจ
ให้รัก, เป็นที่เข้าไปตั้งอาศัยแห่งความใคร่, ที่เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัดย้อม
ใจ ; ภิกษุ ท. ! นี้ แล เป็นวิสัยอื่นซึ่งมิใช่วิสัยควรเที่ยวไปของภิกษุ.

ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์





Create Date : 20 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2555 8:56:20 น.
Counter : 795 Pageviews.

1 comment
มนุษย์ผี....มนุษย์เทวดา..ที่ต้องอยู่ร่วมกัน


มนุษย์ผี

คหบดีและคหปตานีทั้งหลาย การอยู่ร่วม ๔
ประการนี้
๔ ประการเป็นอย่างไรเล่า ? คือ :-
(๑) ชายผีอยู่ร่วมกับหญิงผี
(๒) ชายผีอยู่ร่วมกับหญิงเทวดา
(๓) ชายเทวดาอยู่ร่วมกับหญิงผี
(๔) ชายเทวดา อยู่ร่วมกับหญิงเทวดา
คหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ! ก็ชายผีอยู่ร่วมกับ
หญิงผีอย่างไร ?
สามีในโลกนี้เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติ
ผิดในกาม พูดเท็จ ดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้ง
แห่งความประมาท เป็นคนทุศีล มีบาปธรรม มีใจอันมลทิน
คือความตระหนี่ครอบงำ ด่าและบริภาษสมณพราหมณ์
อยู่ครองเรือน แม้ภรรยาของเขาก็เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์
ประพฤติผิดในกาม ฯลฯ เป็นคนทุศีล มีบาปธรรม มีใจอันมลทินคือความตระหนี่ครอบงำ ด่าและบริภาษ
สมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน.
คหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ! ชายผีอยู่ร่วมกับ
หญิงผี อย่างนี้แล.
คหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ! ก็ชายผีอยู่ร่วมกับ
หญิงเทวดาอย่างไร ?
สามีในโลกนี้เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ ฯลฯ ด่าและบริภาษ
สมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน ส่วนภรรยาของเขาเป็นผู้
งดเว้น จากการฆ่าสัตว์ จากการลักทรัพย์ จากการประพฤติ
ผิดในกาม จากการพูดเท็จ จากการดื่มน้ำเมาคือสุราเมรัย
อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท มีศีล มีกัลยาณธรรม มีใจ
ปราศจากมลทินคือความตระหนี่ ไม่ด่าไม่บริภาษสมณพราหมณ์
อยู่ครองเรือน.
คหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ! ชายผีอยู่ร่วมกับ
หญิงเทวดา อย่างนี้แล.
คหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ! ก็ชายเทวดาอยู่
ร่วมกับหญิงผีอย่างไร ?
สามีในโลกนี้เป็นผู้งดเว้น จากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ
อยู่ครองเรือน ส่วนภรรยาของเขาเป็นผู้มักฆ่าสัตว์ ฯลฯ
ด่าและบริภาษสมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน.
คหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ! ชายเทวดาอยู่ร่วม
กับหญิงผี อย่างนี้แล.
คหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ! ก็ชายเทวดาอยู่ร่วม
กับหญิงเทวดาอย่างไร ?
สามีในโลกนี้เป็นผู้งดเว้น จากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ
ไม่ด่าไม่บริภาษสมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน แม้ภรรยา
ของเขาก็เป็นผู้งดเว้น จากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ไม่ด่า
ไม่บริภาษสมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน
คหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ! ชายเทวดาอยู่ร่วม
กับหญิงเทวดา อย่างนี้แล.
คหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ! การอยู่ร่วม ๔
ประการนี้แล.
ภรรยาและสามีทั้งสองเป็นผู้ทุศีล เป็นคนตระหนี่
มักด่าว่าสมณพราหมณ์ ชื่อว่าเป็นผีมาอยู่ร่วมกัน.
สามีเป็นผู้ทุศีล มีความตระหนี่ มักด่าว่า
สมณพราหมณ์ ส่วนภรรยาเป็นผู้มีศีล รู้ความประสงค์
ของผู้ขอ ปราศจากความตระหนี่ ภรรยานั้นชื่อว่าเทวดา
อยู่ร่วมกับสามีผี.
สามีเป็นผู้มีศีล รู้ความประสงค์ของผู้ขอ
ปราศจากความตระหนี่ ส่วนภรรยาเป็นผู้ทุศีล มีความ
ตระหนี่ มักด่าว่าสมณพราหมณ์ ชื่อว่าหญิงผีอยู่ร่วมกับ
สามีเทวดา.
ทั้งสองเป็นผู้มีศรัทธา รู้ความประสงค์ ของ
ผู้ขอมีความสำรวม เป็นอยู่โดยธรรม ภรรยาและสามี
ทั้งสองนั้น เจรจาถ้อยคำที่น่ารักแก่กันและกัน ย่อมมีความ
เจริญรุ่งเรืองมาก มีความผาสุก ทั้งสองฝ่ายมีศีลเสมอกัน
รักใคร่กันมาก ไม่มีใจร้ายต่อกัน ครั้นประพฤติธรรม
ในโลกนี้แล้ว เป็นผู้มีศีลและวัตรเสมอกัน ย่อมเป็นผู้เสวย
กามารมณ์เพลิดเพลินบันเทิงใจอยู่ในเทวโลก.
จตุกฺก. อํ. ๒๑/๗๔/๕๓.





Create Date : 19 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2555 9:38:54 น.
Counter : 962 Pageviews.

0 comment
หลักในการใช้จ่ายทรัพย์..

หบดี ! อริยสาวกนั้น ใช้โภคทรัพย์ที่ตน
หาได้มา ด้วยความเพียรเป็นเครื่องลุกขึ้น รวบรวมมาด้วย
กำลังแขน มีตัวชุ่มด้วยเหงื่อ เป็นโภคทรัพย์ประกอบด้วย
ธรรม ได้มาโดยธรรม เพื่อกระทำกรรมในหน้าที่ ๔ ประการ
๔ ประการอย่างไรเล่า ? ๔ ประการในกรณีนี้คือ :-
๑. อริยสาวกนั้น ใช้โภคทรัพย์อันตนหาได้มา
โดยชอบธรรม (ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น) ในการเลี้ยงตน
ให้เป็นสุข อิ่มหนำ บริหารตนให้อยู่เป็นสุขโดยถูกต้อง,
ในการเลี้ยงมารดาและบิดาให้เป็นสุข อิ่มหนำ บริหาร
ท่านทั้งสองให้อยู่เป็นสุขโดยถูกต้อง, ในการเลี้ยงบุตร
ภรรยา ทาสและกรรมกรชายหญิง ให้เป็นสุข อิ่มหนำ
บริหารให้อยู่กันอย่างเป็นสุขโดยถูกต้อง, ในการเลี้ยงมิตร
อำมาตย์ให้เป็นสุข อิ่มหนำ บริหารให้อยู่เป็นสุขโดยถูกต้อง
นี้เป็นการบริโภคทรัพย์ ฐานที่ ๑ อันอริยสาวกนั้นถึงแล้ว
บรรลุแล้ว บริโภคแล้วโดยชอบด้วยเหตุผล (อายตนโส)
คหบดี ! ข้ออื่นยังมีอีก :
๒. อริยสาวกนั้น ใช้โภคทรัพย์อันตนหาได้มา
โดยชอบธรรม (ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น) ในการปิดกั้น
อันตรายทั้งหลาย ทำตนให้สวัสดีจากอันตรายทั้งหลาย
ที่เกิดจากไฟ จากน้ำ จากพระราชา จากโจร หรือจากทายาท
ที่ไม่เป็นที่รักนั้น ๆ นี้เป็นการบริโภคทรัพย์ ฐานที่ ๒
อันอริยสาวกนั้นถึงแล้วบรรลุแล้ว บริโภคแล้วโดยชอบ
ด้วยเหตุผล คหบดี ! ข้ออื่นยังมีอีก :
๓. อริยสาวกนั้น ใช้โภคทรัพย์อันตนหาได้มา
โดยชอบธรรม (ดังที่กล่าวข้างต้น) ในการกระทำพลีกรรม
๕ ประการ คือ สงเคราะห์ญาติ (ญาติพลี) สงเคราะห์แขก
(อติถิพลี) สงเคราะห์ผู้ล่วงลับไปแล้ว (ปุพพเปตพลี) ช่วย
ชาติ (ราชพลี) บูชาเทวดา (เทวตาพลี) นี้เป็นการบริโภค
ทรัพย์ ฐานที่ ๓ อันอริยสาวกนั้นถึงแล้ว บรรลุแล้ว บริโภค
แล้วโดยชอบด้วยเหตุผล คหบดี ! ข้ออื่นยังมีอีก :
๔. อริยสาวกนั้น ใช้โภคทรัพย์อันตนหามาได้
โดยชอบธรรม (ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น) ในการตั้งไว้ซึ่ง
ทักษิณา อุทิศแก่สมณพราหมณ์ทั้งหลาย ผู้งดเว้นแล้วจาก
ความประมาทมัวเมา ผู้ตั้งมั่นอยู่ในขันติและโสรัจจะผู้ฝึกฝน ทำความสงบ ทำความดับเย็น แก่ตนเอง อันเป็น
ทักษิณาทานที่มีผลเลิศในเบื้องบน เป็นฝ่ายดี มีสุข
เป็นผลตอบแทน เป็นไปพร้อมเพื่อสวรรค์ นี้เป็นการ
บริโภคทรัพย์ ฐานที่ ๔ อันอริยสาวกนั้นถึงแล้ว บรรลุแล้ว
บริโภคแล้วโดยชอบด้วยเหตุผล.
คหบดี ! อริยสาวกนั้น ย่อมใช้โภคทรัพย์
ที่ตนหาได้มาด้วยความเพียรเป็นเครื่องลุกขึ้น รวบรวม
มาด้วยกำลังแขน มีตัวชุ่มด้วยเหงื่อ เป็นโภคทรัพย์
ประกอบด้วยธรรม ได้มาโดยธรรม เพื่อกระทำกรรม
ในหน้าที่ ๔ ประการเหล่านี้.
จตุกฺก. อํ. ๒๑/๘๕/๖๑




Create Date : 18 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2555 10:24:27 น.
Counter : 707 Pageviews.

0 comment
ธรรมะเช้าวันเสาร์..ผู้แบกของหนัก


ผู้แบกของหนัก

ภิกษุ ทั้งหลาย. ! เราจักแสดงของหนัก ผู้แบกของหนัก
และการแบกของหนัก แก่พวกเธอ, เธอทั้งหลายจงฟัง
ข้อความนั้น.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! อะไรเล่าชื่อว่าของหนัก ?
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! อุปาทานักขันธ์ทั้งห้านั้นแหละ
เรากล่าวว่าเป็นของหนัก.
อุปาทานักขันธ์ทั้งห้า เหล่าไหนเล่า ? คือ :-
ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่น คือ รูป,
ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่น คือ เวทนา,
ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่น คือ สัญญา,
ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่น คือ สังขาร,
และขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่น คือ วิญญาณ.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! นี้เราเรียกว่า ของหนัก.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! อะไรเล่าชื่อว่าผู้แบกของหนัก ?
ภิกษุ ทั้งหลาย. !
บุคคล (ตามสมมติ) นั้นแหละ เราเรียกว่าผู้แบกของหนัก
เขามีชื่ออย่างนี้ มีโคตรอย่างนั้น ตามที่รู้กันอยู่.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! นี้เราเรียกว่า ผู้แบกของหนัก.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! อะไรเล่าชื่อว่าการแบกของหนัก ?
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! ตัณหาอันใดที่ทำให้มีการเกิดอีก
อันประกอบด้วยความกำหนัด เพราะอำนาจแห่งความเพลิน
ซึ่งมีปกติทำให้เพลินอย่างยิ่งในอารมณ์นั้น ๆ ได้แก่
ตัณหาในกาม ตัณหาในความมีความเป็น ตัณหาในความ
ไม่มีไม่เป็น.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! นี้เราเรียกว่า การแบกของหนัก.
ขนฺธ. ส°. ๑๗/๓๒/๔๙-๕๑.

เรียกหาความเบา แต่ยังไม่วางของหนัก แล้วจะหาเจอได้อย่างไร ความเบามันซ่อน

อยู่ในความหนัก ลองวางของหนักซิ...ความเบาก็จะเกิดขึ้นทันที..





Create Date : 17 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2555 8:16:44 น.
Counter : 819 Pageviews.

2 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  

Valentine's Month



รู้ธรรม
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



ภิกษุทั้งหลาย จักไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่เคยบัญญัติ จักไม่เพิกถอนสิ่งที่บัญญัติ
ไว้แล้ว, จักสมาทานศึกษาในสิกขาบทที่บัญญัติไว้แล้วอย่างเคร่งครัด
All Blog