เราควรแนะนำธรรมสำหรับผู้ป่วยอย่างไร

เราควรแนะนำธรรมสำหรับผู้ป่วยอย่างไร

  ในชีวิตที่เรายังคงอยู่ เราจะต้องพบ 2 อย่างคือ

1.สัมผัสกับผู้ป่วย

2.เราเป็นผู้ป่วยเอง

ใน 2 กรณีนี้เราควรทำอย่างไร...นี่คือคำสอนของพระศาสดา.....




Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2556 14:34:57 น.
Counter : 449 Pageviews.

0 comment
การบวชที่ไร้ประโยชน์ ..เป็นอย่างไร

การบวชที่ไร้ประโยชน์
ภิกษุ ท. ! อาชีพต่ำที่สุด ในบรรดาอาชีพทั้งหลาย
คือการขอทาน.
ภิกษุ ท. ! คำสาปแช่งอย่างยิ่ง ในโลกนี้ คือ
คำสาปแช่งว่า “แกถือกระเบื้องในมือเที่ยวขอทานเถอะ”
ดังนี้.
ภิกษุ ท. ! กุลบุตรทั้งหลาย เข้าถึงอาชีพนี้
เป็นผู้เป็นไปในอำนาจแห่งประโยชน์ เพราะอาศัยอำนาจ
แห่งประโยชน์, ไม่ใช่เป็นคนหนีราชทัณฑ์ ไม่ใช่
เป็นคนขอให้โจรปล่อยตัวไปบวช ไม่ใช่เป็นคนหนีหนี้
ไม่ใช่เป็นคนหนีภัย ไม่ใช่เป็นคนไร้อาชีพ, จึงบวช
อีกอย่างหนึ่ง กุลบุตรนี้บวชแล้ว โดยที่คิดเช่นนี้ว่า
เราทั้งหลายเป็นผู้ถูกหยั่งเอาแล้ว โดยชาติ ชรา มรณะ
โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัส อุปายาสทั้งหลาย เป็นผู้
อันความทุกข์หยั่งเอาแล้ว มีความทุกข์เป็นเบื้องหน้าแล้ว
ทำไฉน การทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ จะพึงปรากฏ
แก่เรา ดังนี้.

ภิกษุ ท. ! แต่ว่ากุลบุตรผู้บวชแล้วอย่างนี้
กลับเป็นผู้มากไปด้วยอภิชฌา มีราคะแก่กล้าในกามทั้งหลาย
มีจิตพยาบาท มีความดำริแห่งใจเป็นไปในทางประทุษร้าย
มีสติอันลืมหลงแล้ว ไม่มีสัมปชัญญะ มีจิตไม่ตั้งมั่นแล้ว
มีจิตหมุนไปผิดแล้ว มีอินทรีย์อันตนไม่สำรวมแล้ว.
ภิกษุ ท. ! เปรียบเหมือน ดุ้นฟืนจากเชิงตะกอน
ที่เผาศพ ยังมีไฟติดอยู่ทั้งสอง ตรงกลางก็เปื้อนอุจจาระ
ย่อมใช้ประโยชน์เป็นไม้ในบ้านเรือนก็ไม่ได้ ย่อมใช้
ประโยชน์เป็นไม้ในป่าก็ไม่ได้, ข้อนี้ฉันใด;
ภิกษุ ท. ! เรากล่าวบุคคลนี้ว่ามีอุปมาเช่นนั้น;
คือ เป็นผู้เสื่อมจากโภคะแห่งคฤหัสถ์ด้วย, ไม่ทำ
ประโยชน์แห่งสมณะให้บริบูรณ์ ด้วย.
ขนฺธ. สํ. ๑๗/๑๑๓/๑๖๗.




Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2556 8:28:38 น.
Counter : 491 Pageviews.

0 comment
ถ้ามัวรอให้รู้เรื่องที่ไม่จำเป็นเสียก่อน ก็ตายเปล่า...

ถ้ามัวรอให้รู้เรื่องที่ไม่จำเป็นเสียก่อน
ก็ตายเปล่า
มาลุงก๎ยบุตร ! เปรียบเหมือนบุรุษผู้หนึ่ง ถูกลูกศร
อันกำซาบด้วยยาพิษอย่างแรงกล้า, มิตร อำมาตย์ ญาติ
สายโลหิต จัดการเรียกแพทย์ผ่าตัดผู้ชำนาญ. บุรุษอย่าง
นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ถ้าเรายังไม่รู้จักตัวบุรุษผู้ยิงเราว่าเป็น
กษัตริย์ พราหมณ์ เวสส์ ศูทร ชื่อไร โคตรไหน ฯลฯ,
ธนูที่ใช้ยิงนั้นเป็นชนิดหน้าไม้หรือเกาทัณฑ์ ฯลฯ เสีย
ก่อนแล้ว, เรายังไม่ต้องการจะถอนลูกศรอยู่เพียงนั้น.
มาลุงก๎ยบุตร ! เขาไม่อาจรู้ข้อความที่เขาอยากรู้นั้นได้เลย
ต้องตายเป็นแท้ !
อุปมานี้ฉันใด; อุปไมยก็ฉันนั้นเหมือนกัน, บุคคล
ผู้นั้นกล่าวว่า เราจักยังไม่ประพฤติพรหมจรรย์ในสำนัก
ของพระผู้มีพระภาคเจ้า จนกว่าพระองค์จักแก้ปัญหา
ทิฏฐิสิบประการแก่เราเสียก่อน, และตถาคตก็ไม่พยากรณ์
ปัญหานั้นแก่เขา เขาก็ตายเปล่า โดยแท้.

มาลุงก๎ยบุตร ! ท่านจงรู้ซึ่งสิ่งที่เราไม่พยากรณ์ไว้
โดยความเป็นสิ่งที่เราไม่พยากรณ์, รู้ซึ่งสิ่งที่เราพยากรณ์ไว้
โดยความเป็นสิ่งที่เราพยากรณ์.
อะไรเล่าที่เราไม่พยากรณ์ ?
คือความเห็นสิบประการว่า โลกเที่ยง โลกไม่เที่ยง
โลกมีที่สิ้นสุด โลกไม่มีที่สิ้นสุด ฯลฯ (เป็นต้น), เป็นสิ่งที่เรา
ไม่พยากรณ์.
มาลุงก๎ยบุตร ! อะไรเล่าที่เราพยากรณ์ ?
คือสัจจะว่า “นี้เป็นทุกข์, นี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์,
นี้เป็นความดับไม่เหลือของทุกข์, และนี้เป็นทางดำเนิน
ให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์” ดังนี้ : นี้เป็นสิ่งที่เรา
พยากรณ์.
เหตุใดเราจึงพยากรณ์เล่า ?
เพราะสิ่งๆ นี้ ย่อมประกอบอยู่ด้วยประโยชน์
เป็นเงื่อนต้นของพรหมจรรย์ เป็นไปพร้อมเพื่อความ
หน่ายทุกข์ ความคลายกำหนัด ความดับ ความรำงับ
ความรู้ยิ่ง ความรู้พร้อม และนิพพาน.
ม. ม. ๑๓/๑๔๖-๑๕๑/๑๔๙-๑๕๐,๑๕๒.

***สิ่งที่ควรรู้มากกว่าสิ่งอื่นคือ อริยสัจสี่.....




Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2556 9:29:01 น.
Counter : 663 Pageviews.

0 comment
...วันนี้เราดูจิตตัวเอง เป็นแล้วหรือยัง....

เราดูอย่างอื่นกันมามากแล้ว วันนี้ลองมาดู..จิต ของเราเองบ้างครับ.....ว่าแท้จริงแล้ว

จิตของเราเป็นอย่างไร? มีการทำงานอย่างไร?




Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2556 10:08:52 น.
Counter : 668 Pageviews.

0 comment
หลักการดำรงชีพ เพื่อประโยชน์สุขในวันนี้....

//www.thaigoodview.com/library/contest2553/type1/social03/01/images/img96.gif

หลักการดำรงชีพ เพื่อประโยชน์สุขในวันนี้
พ๎ยัคฆปัชชะ ! ธรรม ๔ ประการ เหล่านี้ เป็นไป
เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข แก่กุลบุตร ในปัจจุบัน
(ทิฏฐธรรม) ๔ ประการ อย่างไรเล่า ? ๔ ประการ คือ :-
(๑) ความขยันในอาชีพ (อุฏฐานสัมปทา)
(๒) การรักษาทรัพย์ (อารักขสัมปทา)
(๓) ความมีมิตรดี (กัลยาณมิตตตา)
(๔) การดำรงชีวิตสม่ำเสมอ (สมชีวิตา)
ความขยันในอาชีพ
พ๎ยัคฆปัชชะ ! ความขยันในอาชีพ (อุฏฐาน-
สัมปทา) เป็นอย่างไรเล่า ?
พ๎ยัคฆปัชชะ ! กุลบุตรในกรณีนี้ สำเร็จ
การเป็นอยู่ด้วยการลุกขึ้นกระทำการงาน คือด้วยกสิกรรม
หรือวานิชกรรม โครักขกรรม อาชีพผู้ถืออาวุธ อาชีพราชบุรุษ

หรือด้วยศิลปะอย่างใดอย่างหนึ่ง ในอาชีพนั้น ๆ เขาเป็น
ผู้เชี่ยวชาญ ไม่เกียจคร้าน ประกอบด้วยการสอดส่องใน
อุบายนั้น ๆ สามารถกระทำ สามารถจัดให้กระทำ.
พ๎ยัคฆปัชชะ ! นี้เรียกว่า ความขยันในอาชีพ.
การรักษาทรัพย์
พ๎ยัคฆปัชชะ ! การรักษาทรัพย์ (อารักขสัมปทา)
เป็นอย่างไรเล่า ?
พ๎ยัคฆปัชชะ ! กุลบุตรในกรณีนี้, โภคทรัพย์
อันกุลบุตรหาได้มาด้วยความเพียร เป็นเครื่องลุกขึ้นรวบรวม
มาด้วยกำลังแขน มีตัวชุ่มด้วยเหงื่อ เป็นโภคทรัพย์
ประกอบด้วยธรรม ได้มาโดยธรรม, เขารักษาคุ้มครอง
อย่างเต็มที่ ด้วยหวังว่า “อย่างไรเสียพระราชาจะไม่ริบ
ทรัพย์ของเราไป โจรจะไม่ปล้นเอาไป ไฟจะไม่ไหม้
น้ำจะไม่พัดพาไป ทายาทอันไม่รักใคร่เรา จะไม่ยื้อแย่ง
เอาไป” ดังนี้.
พ๎ยัคฆปัชชะ ! นี้เรียกว่า การรักษาทรัพย์.

ความมีมิตรดี
พ๎ยัคฆปัชชะ ! ความมีมิตรดี (กัลยาณมิตตตา)
เป็นอย่างไรเล่า ?
พ๎ยัคฆปัชชะ ! กุลบุตรในกรณีนี้ อยู่อาศัย
ในบ้านหรือนิคมใด, ถ้ามีบุคคลใด ๆ ในบ้านหรือนิคมนั้น
เป็นคหบดีหรือบุตรคหบดีก็ดี เป็นคนหนุ่มที่เจริญด้วยศีล
หรือเป็นคนแก่ที่เจริญด้วยศีลก็ดี ล้วนแต่ถึงพร้อมด้วย
ศรัทธา ถึงพร้อมด้วยศีล ถึงพร้อมด้วยจาคะ ถึงพร้อมด้วย
ปัญญา อยู่แล้วไซร้, กุลบุตรนั้นก็ดำรงตนร่วม พูดจาร่วม
สากัจฉาร่วม กับชนเหล่านั้น
เขาติดตามศึกษาความถึงพร้อมด้วยศรัทธาโดย
อนุรูป แก่บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา
เขาติดตามศึกษาความถึงพร้อมด้วยศีลโดยอนุรูป
แก่บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยศีล
เขาติดตามศึกษาความถึงพร้อมด้วยจาคะโดย
อนุรูป แก่บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยจาคะ

เขาติดตามศึกษาความถึงพร้อมด้วยปัญญาโดย
อนุรูปแก่บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญา อยู่ในที่นั้น ๆ.
พ๎ยัคฆปัชชะ ! นี้เรียกว่า ความมีมิตรดี.
การดำรงชีวิตสม่ำเสมอ
พ๎ยัคฆปัชชะ ! การดำ รงชีวิตสม่ำ เสมอ
(สมชีวิตา) เป็นอย่างไรเล่า ?
พ๎ยัคฆปชั ชะ ! กุลบุตรในกรณีนี้ รู้จักความ
ได้มาแห่งโภคทรัพย์ รู้จักความสิ้นไปแห่งโภคทรัพย์แล้ว
ดำรงชีวิตอยู่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ฟุ่มเฟือยนัก ไม่ฝืดเคืองนัก
โดยมีหลักว่า “รายได้ของเราจักท่วมรายจ่าย และรายจ่าย
ของเราจักไม่ท่วมรายรับ ด้วยอาการอย่างนี้” ดังนี้.
พ๎ยัคฆปัชชะ ! เปรียบเหมือนคนถือตาชั่ง หรือ
ลูกมือของเขา ยกตาชั่งขึ้นแล้ว ก็รู้ว่า “ยังขาดอยู่เท่านี้ หรือ
เกินไปแล้วเท่านี้” ดังนี้ฉันใด; กุลบุตรนี้ ก็ฉันนั้น : เขารู้จัก
ความได้มาแห่งโภคทรัพย์ รู้จักความสิ้นไปแห่งโภคทรัพย์
แล้วดำรงชีวิตอยู่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ฟุ่มเฟือยนัก ไม่ฝืดเคืองนัก

โดยมีหลักว่า “รายได้ของเราจักท่วมรายจ่าย และรายจ่าย
ของเราจักไม่ท่วมรายรับ ด้วยอาการอย่างนี้” ดังนี้.
พ๎ยัคฆปัชชะ ! ถ้ากุลบุตรนี้ เป็นผู้มีรายได้น้อย
แต่สำเร็จการเป็นอยู่อย่างฟุ่มเฟือยแล้วไซร้ ก็จะมีผู้กล่าวว่า
กุลบุตรนี้ ใช้จ่ายโภคทรัพย์ (อย่างสุรุ่ยสุร่าย) เหมือนคน
กินผลมะเดื่อ ฉันใดก็ฉันนั้น.
พ๎ยัคฆปัชชะ ! แต่ถ้ากุลบุตร เป็นผู้มีรายได้
มหาศาล แต่สำเร็จการเป็นอยู่อย่างแร้นแค้นแล้วไซร้ ก็จะมี
ผู้กล่าวว่า กุลบุตรนี้จักตายอดตายอยากอย่างคนอนาถา.
พ๎ยัคฆปัชชะ ! เมื่อใด กุลบุตรนี้ รู้จักความ
ได้มาแห่งโภคทรัพย์ รู้จักความสิ้นไปแห่งโภคทรัพย์ แล้ว
ดำรงชีวิตอยู่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ฟุ่มเฟือยนัก ไม่ฝืดเคืองนัก
โดยมีหลักว่า “รายได้ของเราจักท่วมรายจ่าย และรายจ่าย
ของเราจักไม่ท่วมรายรับ ด้วยอาการอย่างนี้” ดังนี้;
พ๎ยัคฆปัชชะ ! นี้เราเรียกว่า การดำรงชีวิต
สม่ำเสมอ.
อฏฺฐก. อํ. ๒๓/๒๘๙ - ๒๙๓/๑๔๔.




Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2556 12:20:58 น.
Counter : 498 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  

รู้ธรรม
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



ภิกษุทั้งหลาย จักไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่เคยบัญญัติ จักไม่เพิกถอนสิ่งที่บัญญัติ
ไว้แล้ว, จักสมาทานศึกษาในสิกขาบทที่บัญญัติไว้แล้วอย่างเคร่งครัด
All Blog