ดิวิเอ สโคป
 
 

ภาค สาม(ตอนจบ)

หลังจากที่ผมได้ขึ้นเรือและได้รายงานตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ขอตัวลงมานอนในชั้นลูกเรือแทนก็ได้รับเกรียติ มานอนชั้นเหนือแนวน้ำนิดหน่อยด้วยเหตุที่ต้นกลและนายประจำเรือทั้งหลายยังไม่เคยมีใครตายแม้จะมีห้องว่างก็เหอะ

หลายคืนผ่านไปเป็นไปด้วยดี หลายวันต่อมาคิดถึงแม่ก็เลยโทรไปหาบอกว่าอาทิตย์หน้าจะจบแย้วก๊าบ แล้วผมจะขอบวชนะแด๋วมะมีเวลาอะจ้าโดนตอกน่าแงกลับมา รัยวะ เรียนกะตังตรูเมิ่งจบแล้วก็เก็บตังบวชเองจิวะยุ่งรัยกะเงินเดือนกูเนี่ยห่ะอ้าวอึ่งกิมกี่เลยผม แม่ต่อท้ายด้วยว่า ไม่ครบบรรษาอย่าทะลึ่งมาบวช นะโว้ยอ้าวแม่ งี้ก็มีเรื่องจิ ผมเรยบอกว่าบวชนะแม่มะช่ายงานฉลองยศ มีแม่มีน้องจูงมือเดินเข้าไปบวชก็พอแล้ว อย่างอื่นอะไม่ต้อง ถ้าแม่จะเอาหนังผมก็ไม่ว่าแต่อย่าให้มันฉาย ลิเก วงดนตรี จะมีแต่ก็อย่าให้มันเล่น เอาง่ายๆเรียบๆที่สุด อะทีนี้แม่อึ้งมั่ง เออตกลงแกเอาจิงอะ แม่นึกว่าแกพูดเล่นซะอีกแต่ยังไม่วายหยอดท้ายมาว่า ตกลงแกมีกัปตันเป็นเจ้าอาวาสเหรอ กลับบ้านที่ไรมาวทู้กที ธรรมมะเข้าสิงเมิ่งเรอะ กลับบ้านค่อยคุยกันอย่าเสือกมาวมาหละ เพราะเตรียม แบล๊กให้ฉลองจบสองขวด แค่นี้นะ อะโหแม่นะแม่ เออแต่กะเข้าท่าแฮะ

โอว์ แล้วผมก็ได้ซึ่งกับคำว่ามาร มันมีจริงๆนะ ชายไทยทุกคนต้องได้ประสพหลังจากที่ได้ลั่นวาจากับแม่ว่าจะบวช จู่ๆผมก็ได้รับการทาบทามจะหลายบริษัท แหม๋สายนอก เงินดีๆวิ่งนานๆท้างน้านกะว่าหลวมตัวไปนี่ไม่ต้องบวชเรยตรู แถมลำที่ฝึกอยู่นี่ก็โดนจองตัวให้ขึ้นเป็นนายประจำเรือได้เลยไม่ต้องผ่านการเป็นนักเรียนฝึกอีก โอโหรัยมันจะขนาดน้าน (รู้งี้หาเรื่องบวชก่องดีฝ่า555)ปลื้มอกปลื้มใจได้ซักพัก ก็ลงมานอนรอที่จะเข้าเวรต่อไป

ห้องนอนก็ทาสีขาวเตียงก็ตอกตะปูติดตายกับผนังห้อง เคลิ้มหลับไปซักพัก กะลังฝันดีเรยฮี่ๆ แล้วรู้สึกเหมือนว่ามีคนมานอนอยู่ข้างๆผมก็หันไปกอดเฮ้ย กอดได้จิงๆด้วย ลืมตามาดู สิ่งที่ผมเห็นทำเอาเลือดในตัวเย็นเฉียบ สภาพสุดจะบรรยายเนื้อตัวของมันลอกออกหมด เหมือนคนถูกไฟไหม้ หน้ามันจะหน้าผมห่างกันแค่ฝ่ามือ ผมรีบตั้งสติแล้วหลับตาลงกำหนดจิตนิ่งๆ ลืมตาขึ้นมาอีกรอบ มันก็ยังอยู่ มือเท้าแข็งไปหมดขยับไม่ได้ทั้งๆที่นอนตะแคงจะหลับตามันก็ไม่ลงแล้วที่นี้เอาหว่า นึกได้ว่าก่อนลงเรือได้ไปรับขันพระคาถาชินบัญชร มา เลยท่องอยู่ในใจ พอจบผมแขนได้ ด้วยกลัวสุดๆ จนเกิดบ้าขึ้นมาผมยกฟาดเปรี้ยงเข้าที่หนัามัน ที่รู้สึกได้คือมือฟาดเข้าที่หมอนเต็มเหนี่ยว มันหายไปแล้ว รีบลุกออกมาจากที่นอน พิจารณาเหตุการณืเมื่อครู ไม่ใช่ความฝันหรือตาลายแน่ๆ ทุกอย่างหมอนผ้าห่ม มันก็สีขาวจะตาลายเป็นสีแดงไม่ได้ แน่นอน เผ่นจิครับอยู่ทำมัย ไปนอนห้องเพื่อนแทน

เช้ามาผมก็ไปโวยกัปตัน พวกก็ได้แต่บอกว่าก็กูบอกแล้ว ห้องข้างบนว่างมีเมิ่งก็ไม่ฟังจะเอาห้องนี้ให้ได้ มันชื่อ ไอ้จวป ตายมาได้สองอาทิตย์กว่าแล้ว มาวแล้วเสือกสูบบุหรี่บนเตียง ไฟใหม้ที่นอน ลุกท่วมทั้งตัวกว่าจะเข้าไปช่วยมันได้มันก็โดนคลอกตายไปแล้ว มันคงมาขอส่วนบุญเอ็งอะนะตอนบวชก็นึกถึงมันก็แล้วกัน เพราะมันเป็นรุ่นพี่ของเอ็งนี่ แต่เอาเถอะเที่ยงนี่ผมจะเซ็นต์ชื่อให้คุณฝึกผ่านก็แล้วกัน จะได้มีเวลาเตรียมตัว พอเย็นเรือเทียบผมให้คุณกลับบ้านได้ รับใบประกาศแล้วที่นี่ก็ยังรอคุณมาเป็นผู้ช่วยต้นหนเสมอนะ

ผมได้แต่กล่าวขอบคุณแล้วรีบเผ่นมาเก็บข้าวของ กลับบ้าน เฮ้อจบซะที่การฝึกภาคทะเลอันยาวนานของผม




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2549   
Last Update : 6 ตุลาคม 2549 12:24:03 น.   
Counter : 278 Pageviews.  


ผีทะเลภาคสอง

ผีทะเลภาคสอง

หลังจากที่ขึ้นจากเรือลำแรกไปแล้วก็มีพีธีลา อันเป็นว่ามาวตามกฎชาวเรือ เช้าวันต่อมาจึงออกจะตุปัดตุเป๋ เพราะแฮงค์หน่อยเลยต้องถอนตามรายทาง หมดขวดเมื่อใหร่ สั่งแท๊คซี่จอดโหน่ยเผ้น้ำหวานตราสิงค์หมด สมัยนี้คงน้ำเขียวตราช้าง(ก็กระป๋องมันสีเขียวๆ)หรือถ้ามีตังก็เฮ้วบูลเก้น(เฮนเนเก้น และ เฮ้วบลูบอย) จนคนขับเค้ารำคาญถามว่ามัยไม่ซื้อยกลังเรยหละครับ(วะ) ผมตอบกลับไปง่ายๆ รถแกมีตู้แช่เรอะ อะเหอะๆก็มานเรยต้องเงียบ แหะๆ

หมดปุ๊บ จอดปั๊บถ้าร้านใหนม่ายมีก็จำเป็นต้องดื่มน้ำสุก (คลอส์เตอร์ความสุขที่คุณดื่มได้) สองนายถอนไปซะเกือบสามลัง(มันถอนกันยังงัยวะ) จากคลองเตยไปปางปะกง ค่ารถ 600 ตามมิเตอร์ ค่าเบียร์ม่ายต้องพูดถึง หมดก็ตบตังคนขับ(ไม่ให้ยืม กุลงเฟ้ย) แล้วเดี่ยวไปเบิกที่เรือให้ม่ายต้องห่วง นะเผ้

ออกตังปายก่องเด้ รายทางมาเรื่อย พอถึงบางปะกง ปุ๊บรถจอดปั๊บ ผมเลยหันกลับไปถามแท๊กซี่ว่า พี่ๆรถพี่ต้องพักรถช่ายปะขับมาตั้งไกลนะดูรถมันร้อนๆ

พี่คนขับก็บอกว่าอยากพักรถ และเหนื่อยมากแต่แถวนี้มันหาที่พัก กะนอนไม่ได้

ฮ้าๆ ง้านไปนั่งพักเรือโผม มีที่นอนพร้อมแอร์เย็นเจี๊ยบสนอะป่าว หึหึ อะเข้าท่าวุ้ย เอ้อวะตกลงช้านนอนก่องแด๋วค่อยเก็บค่ารถพร้อมค่าเบียร์ของพวกมันเอิ๊กส์ๆ

และแล้วสามคนรีบจรรี ไปลงเรือ ผมเข้าตุปัดตุ๊เป๋ไปรายงานตัวกับต้นเรือ พร้อมเครื่งเซ่นไห้ว ด้วยเบียร์อีก ร่วมๆครึ่งลัง เลยโดนต่อว่าเล็กน้อยที่มาโดยไม่ได้นัดหมาย(ฮี่ๆ)

ตกลงวงนั้น มีผมและบัดดี๊ รวมถึงสารพัดนายประจำเรือมารับของเซ่นไหว้ อันเนื่องด้วยทะลึ่งหิ้ว แบล๊กเลเบิ้นไปอีก ฉ๋องขวด ผ่านไปร่วมๆสี่ทุ่มก่าๆ เผ้คนขับออกอาการอยากกลับบ้านซะเต็มประดา ต้นเรือก็เลยโชว์พาว์ เฮ้อ จะรีบกลับ กะกลับปายเด้ะโว้ย เด่ะแง่มเตะตกเรือเร้ยสาดด เอ้ย ส่วนคนขับก็ดีใจหายละร่ำละลัก บอกว่าก็น้องๆของพี่อะครับ ค้างค่ารถผม แล้วยังค่าเบียร์ตามรายทางอีก ผมอะนะอุสาห์บอกว่า น้องครับพี่ว่าก็เอาเหล้ามาเปิดซิจะได้ไม่ต้องซื้อเบียร์ แล้วก็ชี้และกล่าวหาผมเต็มเหนี่ยวว่า ก็ไอ้ตัวหัวหน้าอะ มันบอกว่าจะเก็บแบล๊กมาให้ต้นเรือ ให้จงได้

มันไม่ยอมเปิดจริงๆ แม้นกระทั่งเบียร์หมดเค้าก็รอจนหาร้านได้ไม่ยอมเปิดเหล้าซ๊ากที่ (ด้วยความร้อนตัว)ผมรีบบอกว่างานนี้ผมเองครับพี่ผมว่าจ้างเค้ามาผมต้องรับผิดครับ เดี่ยวผมจัดการเองครับ(กุรีกุจอควักตัง)

เท่านั้นเอง ต้นเรือลุกขึ้นยืนผ่างด้วยแววตาเอาเรื่อง หน๊อยเมิ่งมาล่วงเกินน้องๆของกูได้งัยวะ มันรักกูแค่ใหนขนาดเก็บเหล้าใว้ไม่ยอมเปิด เมิ่งจะเอางัยกะมันอีก แล้วก็ควักตังให้ไปโยนโครมไป สามพัน คนขับรีบทอนไปทันทีห้าร้อ

เเท่าน้านเองเผ้ ต้นเรือตบโต๊ะ "เปรี๊ยง" เข้าให้ตวาดว่าเฮ้ย ไรวะ ต้นเรือตะคอกใส่(แกเอาจริงนะนั้นนะ)ไม่ต้องทอนกูติ๊บ จั๋ยป่าว(ท่าทางจะมาวเข้าฝัก) จากห้าโมงเย็นก่าๆ และแล้วเวลาก็ผ่านเที่ยงคืนไปจนเกีอบตีหนึ่งเกือบแย้ว เหล้ากะน้อย โซดากะหมด กับแกล้มกะทามม่ายหวาย เพราะกุ๊กน๊อกคาโต๊ะไปแร้วเย้ๆๆๆๆ

กัปตัยโชว์สปีริส เรียกรถมาเล้ย ปายปะน้องๆปายลุยกันในเมืองกานโว้ย อ้ายน้อง ยิ่ฮิ้ว จั๊กกรู์ หุหุหุ ร่วมๆ ตีห้าถึงได้แอ่นแต้ระแน้ กันออกมาจากร้านเพราะหกโมงเช้าเรือออก

พอมาถึงเรือปุ๊บ พ๋มกะเอาจดหมายส่งตัวให้กัปตันทันที และทันทีที่ได้อ่านทั้งกัปตันและต้นเรือก็อุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า ไอ้ห่าพวกแม่งมาผิดลำ ไม่ใช่เรือกู แล้วหันมาบอกว่า เรือพวกเมิ่งอะนะเข้าเทียบท่าต่อจากเรือช้าน เก็บข้าวของลงจากเรือไปได้เลยเรือกุจะออกแล้ว บ่นอุบอิบๆว่าจะเตะผม ก็บังเอิญพวกผมสองคนหิ้วปีกต้นเรือมา(จับต้นเรือเป็นตัวประกัน)เลยต้องเอาต้นเรือไปส่งห้องแล้วรีบเก็บข้าวของลงจากเรือโดยด่วน ไม่นานเรือฝึกของพวกผมก็เทียบท่า แฮ่ๆ



เบื้องหลังการถ่ายทำ

นี่ไอ้โอ๋ เมิ่งไม่รู้เหรอว่า มันไม่ใช่เรือของเรา กูก็อ่านชื่อแล้วก็ว่าไม่ใช่ แต่ไม่อยากหักหน้าแก เพราะเห็นแก่ที่เมิ่งยอมรับผิดแทนกู เพราะเมิ่งอยู่ในฐานะ หัวหน้าชุดฝึกอะเข้าใจ แต่อย่างงี้มันเกินไปวะ เพื่อนๆเราฝึกเรือลำเดียวจบ แต่พวกเราต้องมีภาคสอง(ฝึกซ่อม)

ผมตอบว่ารู้ แต่เราโดยสอนมาว่าจะไม่ทิ้งเพื่อนใว้ข้างหลัง ฝึกกันมาแทบตายแล้วเมิ่งไม่จบกู ทนไม่ได้

อะโหซึ้งน้ำใจแกหวะ แต่แกไม่เคยพลาดนี่หว่าแล้วทำมัยผิดลำวะ

ก้อเมิ่งคิ๊ดดูเด่ะพอจอดรถปุ๊บ ความซวยก็มาเยือนปั๊บเรือฝึกของเรา ยังไม่เทียบท่า เวรหละกู ค่าเบียร์ค่ารถร่วมสามพัน แล้วจะเอาที่ใหนให้คนขับหละวุ้ย มั๊นก็ต้องแผนนี่หละวะ ค่ารถกะเบีรย์กะไม่ต้องออก เมิ่งจะเอารัยอีกวะ

บัดดี๊ผมทำหน้าเศร้า อ้าวแล้วจะเอาเหล้าที่ใหนไปให้ต้นเรือลำฝึกหละโอ๋เอ๊ย แกเอามาแค่สองขวดเท่านั้นแล้วมันก็หมดไปแล้ว ทำงัยดีวะ

ผมตอบง่ายๅสั้นว่า 555 มีอีกสองขวดโว้ย 555

เฮ้ยจิงดี่ แล้วเอาไว้ใหนวะ

หุหุหุ เอ็งกะเปิดถุงทะเลก่อนเด่ะ แล้วจะท่านรู้ อันว่าแม้กระทั้งครีมกันแดด ขนมนมเนย รวมถึงหนังสือของเมิ่ง จะอะฮั้น นั้นอยู่ที่บ้านกรู์

เพราะอะกรู์ขี้เกรียดแบกแง่มตั้งห้าขวด เรยฝากเมิ่งสาม กรู์แบกสอง เพราะยังงัยช้านก็ต้องเอาของๆแกไปเก็บที่ห้องนอนและจัดห้องนอนให้
ตามธรรมเนียมชาวเรือในฐานะช้านที่เป็นหัวหน้าชุดฝึก ส่วนเอ็งก็ต้องรับงาน และรับทราบกฎเรือแล้วมารายงานกุ กุจึงมีเวลาพอที่จะเอาสองขวดออกมา เพื่อที่ช้านกะเอาไว้กินเอง แล้วให้แกแบกไม่แบ่งเมิ่งด้วย แต่สถานะการณ์มันคับขันวุ้ย เรยต้องเอามาใช้5555+


โธ่ไอ้โอ๋ ไอ้เวร ไอ้เอี๊ย ไอ้ผีทะเล




 

Create Date : 25 กันยายน 2549   
Last Update : 25 กันยายน 2549 20:35:44 น.   
Counter : 245 Pageviews.  


ผีทะเล ตอนที่หนึ่ง

สมัยที่พึ่งจบมาหมาดๆ มาดหล่อล่ำเพราะโดนครูฝึกแด๊กทู้กวัน ก็ถึงคราวที่จะออกฝึกภาคทะเลเป็นครั้งแรกของชีวิตราวสิบสี่ปีมาแล้ว เนื่องด้วยคะแนนเกรียนนิยมอันดับเทพ จึงได้ไปฝึกเรือสายในประเทศในขณะเพื่อนผองน้องพี่ ไปอยู่เรือห่วยๆ วิ่งอังกฤษ ส่วนผมเกาะสีชัง-บางประกง และวิ่งวนอยู่ในอ่าวไทยยังความภาคภูมิใจแก่วงศ์ตระกูนเป็นอย่างยิ่ง ต่างร่วมกันกระหน่ำสรรเสริญความเกรียนของผมกันจนหนำใจ ช่างเริงใจยิ่งแล้ว

เรือลำแรกของผมไม่ใหญ่ไม่โต บรรทุกน้ำมันสามแสนลิตร แหม๋ชัยโย (รู้ภายหลังว่าเรือขนาดกลางเค้าบรรทุกกันเป็น หมื่นๆตัน กำเจงกูรร์) ด้วยเพราะได้ร่ำเรียนมาในสายตรงจึงได้รับเกรียติ เสมอเท่านายประจำเรือด้วยการได้นอนชั้นเดียวกัน ซึ่งชั้นนั้น จะประกอบด้วย นายเรือ รองต้นกล ต้นหน และผม สี่นายเท่านั้น ส่วนต้นเรืออย่างไรก็นอนข้างล่างติดประตูทางเข้ากราบขวา ในชั้นลูกเรือ ส่วนชั้นกะลาสี,กุ๊กและบ๋อย รวมถึงช่างเครื่อง นั้นโดยมากจะอยู่เกือบใต้แนวน้ำ นั้นหมายถึงบัดดี้ของผมด้วย อันนี้เป็นนโยบายของโรงเรียนที่จะส่งเด็กฝึกงานลงเรือลำเดียวกันไม่เกิน 4 นาย โดยปากเรือ 2นาย ซังกุงอีก2นาย (ห้องเครื่อง) เพื่อกันการก่อหวอด(ประท้วง) และผมคนเดียวในถานะหัวหน้า ชุดนักเรียนฝึก จึงได้จำใจต้องขึ้นไปสิงสู่อยู่ ณ. ชั้นนายประจำเรือ หลังจากที่ได้ห้องนอนแล้วก็จัดแจง เก็บข้าวของและที่ลืมไม่ได้ก็ ถุงน้ำหอมปรับอากาศ แปะไว้ที่ประตูด้านใน นอนสบายไปหนึ่งคืน แต่กว่าจะนอนได้ก็ทั้งเหนื่อยทั้งเพลียแถมยังต้องทำรายงานการฝึกเพื่อทำเรื่องขอจบ

ต่อมา เรื่องแปลกๆมันก็เริ่มขึ้น เพราะผมรู้สึกว่ากลิ่นน้ำหอมมันแรงขึ้นเรื่อยๆ แรงชนิดปลุกผมตื่นได้ ความรู้สึกนั้นมันเหมือนกับเอาถุงน้ำหอมมาแปะติดจมูกทั้งๆที่ระยะห่างระหว่างจมูกของผมกับ ประตูมันห่างกันร่วมๆสี่เมตร ก็ไม่ได้คิดอะไร อาจจะเป็นเพราะว่ามันยังใหม่ๆอยู่ แต่กลิ่นมันก็ยังแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตอนที่ผมหลับ ก็คิดว่าเข้าท่าแฮะ ยี่ห้อนี่กลิ่นหอมนาน ข้างกล่องเขียนว่า สองอาทิตย์ นี่ก็ปาเข้าไปเดือน กว่าแล้ว กลิ่นยังหอมอยู่เลย วันนึงผมออกเวรตอนเที่ยงๆ มาก็นอนๆอยู่ ก็มีเสียงเรียก ไอ้ผมก็ยังไม่อยากตื่นก็นอนฟังว่าใคร เรียก เค้าเรียกอยู่นาน จนพูดว่า เค้าคงไม่อยากคุยกับเราแล้วหละ ไปกันเถอะ แล้วผมก็หลับต่อ พอตื่นมารับเวรตอน สี่โมงเย็นก็ถามชาวบ้านว่าใครขี้นไปแซวผม ผลปรากฎว่า ช่วงบ่ายที่มีเสียงเรียกนั้น เรือกำลังเทียบท่า มีผมคนเดียวที่ไม่ตื่น ประจำสถานีเทียบเรือหมดมีผมคนเดียวที่ออกเวร แล้วอ้าวแล้วใครวะมารู้ที่หลังว่าห้องที่ผมนอนนั้น ต้นกลหัวใจวายตายอยู่ ในห้องแล้วตั้งสามวันกว่าศพจะถึงฝั่ง อ้าวนอนอยู่เดือน ก่าๆ แล้วเพื่งจะมาบอกช้านจ๊ากกก โธ่กรรมเจงๆ และแล้วก็หมดทะเลภาคหนึ่งรวมเดือนครึ่ง แล้ววันเก็บข้าวของก็มาถึง เพื่อย้ายไปอีกลำเพื่อฝึกภาคสองอีกเดือนครึ่ง สะดุดตาตรงที่ถุงน้ำหอม ก็เลยกะจะแกะไปทิ้ง แต่สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจก็คือ ในขณะที่แกะไปทิ้งนั้นปรากฏว่าถุงมันหมดจนแห้งแนบติดเป็นเนื้อเดียวกัน กลิ่นหายไปหมดตั้งนานแล้ว แล้ว และอ้าวไอ้ที่นอนหอมมาเป็นเดือนนั้นมันอะไร กัน




 

Create Date : 17 กันยายน 2549   
Last Update : 17 กันยายน 2549 13:01:48 น.   
Counter : 222 Pageviews.  



หน้าไม้ใจเย็นยิ่ง
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




เป็นนักเดินเรือรุ่นกลางๆคือไม่อยากแก่ (ฮา)แม้จะ 32 แล้วก็ตาม ไม่ใช่เรือประมง ไม่ไปต่อตีกับใครเพราะไม่ใช่เรือรบ แต่เป็นเรือสินค้าวิ่งปุเลงๆ รับส่งอยู่แถวๆ เอเชียตะวันออกนี่เอง

4ปีนายท้าย 6ปีต้นหน รวม10ปีที่อยู่เรือ ไม่ได้เป็นต้นเรือซะทีเฮ้อ
[Add หน้าไม้ใจเย็นยิ่ง's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com