ดิวิเอ สโคป
 
 

เรื่อง จูบนั้น มันสำคัญ ไฉน

ณ. ท่าเรือ Cailand เวียดนาม(ผมอ่านใข่แลนด์) เรื่องมันก็มีอยู่ว่า ผมก็เข้าเวรสินค้าอยู่ท้ายเรือ คือจริงๆแล้วอะผมต้องไปประจำอยู่ที่ปากระวาง แต่ แรดมานั่งเอ้เต้ จิบเบียร์อั๊กๆ (เพ่ๆ เพ่เรียกจิบ เหรอครับ อั๊กๆเนี่ย)หลบกัปตัน กันเต็มท้ายเรือไปหมดทั้งปากเรือห้องเครื่อง นายยามลูกยาม มาวกันปลิ้น เนื่องจากเป็นเวลาเที่ยงคืนก่าๆ พวก สเตวีโด หรือ กรรมกร ยกขนสินค้า ได้เวลาเลิกงาน แยกย้ายกันกลับบ้าน ไปหมดแล้ว ตำรวจเฝ้าเรือ เราก็มอม มันตั้งกะ หัวค่ำ คอตก อยู่ไม่ห่างเราเนี่ยแหละ อะเป็นไปตามแผนและแล้วมันก็ได้เวลาที่สาวๆ ท้าวเธอทั้งหลายจะทยอยกันมาทีละลำเรือ เพราะผ่านหน้าป้อมยามไม่ได้ จึงต้องมาทางชลมาศ ทะลุเข้ามาผ่านม่าน เรติน่าของผม ด้วยความฉับไว คำสังเร่งด่วนออกจากปากก่อนที่ผมจะอ้าปากได้ซะอีก สั่ง "เฮ้ย เอาบันไดลิงลงโว้ย ให้ไวอย่างวอก" ด้วยความสูง 10 เมตรจากพื้นน้ำ ไม่ถึง 5 นาที ท้ายเรือผมก็เต็มปริ ล้นไม้ล้นมือไปหมด อะเหยอเห่อๆโน๊ตบุ๊ค ตัวที่นั่งพิมพ์อยู่เนี่ยแหละ กลายสภาพมาเป็น จอมอนิเตอร์ ให้เหล่าดีเจ สาวๆ พลัดกัน แวะเวียนเปิดเพลงนั้น เพลงนี้ โดยมีผมเป็นเก้าอี้ เหอๆ ไอ้เจ้าน้องนักเรียนฝึกท่าจะมาวได้ทีเลยช่วยไปยกลำโพง ที่ห้องกินข้าว มาร่วมวง เปิดเพลงกันดังสนั่น กัปตันแรอะ เหอๆ ถ้ารู้ว่าต้นหนมาวหละก็ไม่ยอมลงมาแน่ๆ ขึนลงมาด่าผมนอกจากจะไม่สลด แล้ว ยังโดนไถ่เบียร์อีก ไว้ด่ามันตอนเช้าก็แล้ว ตอนนี้ขอดูให้เต็มตาหน่อยซิว่า แน่งน้อยที่ไอ้หนมัน คัดส่งมาให้เนี่ย แจ่มมมม แค่ใหน..................



โอว์ชักง่วง เสียแร้ววว์ ใครๆ ก็จูงมือกันไปเป็นคู่ๆ น่าอิฉาจัง เอาวะเดี่ยวมันก็กลับมานั่งเก้าอี๊ ช้านใหม่ แต่แล้วมันก็ค่อยๆหาย หาย หาย หาย เหลือผมฟังเพลงเบาๆ พร้อมดู นักเรียกฝึก เดินตุปั๊บตุ๊กเป๋ แบกลำโพงขนาด อันต๊ะอีเน่งที่ละอันละอัน ก็มันเล่นกินตั้งแต่ สี่โมงเย็น นี่ก็ปาเข้าไป........... หว่า ตีสีครึ่งเข้าไปแล้ว สาวๆ ก็เริ่มทยอยกันกลับ และต้องรีบกลับก่อนตีห้า ม่ายง้านจะโดนตำหรวจจับ

พี่ชก.3(นายช่างกลที่สาม) เดินมานั่งข้างๆอย่างอารมณ์ดี มาคุยโอ่กับผม แหม๋ หน เอ้ย แกไม่เห็นเมื่อกี๊เนี่ยะ ไม่รู้เด็กใคร เพิ่งลงกระใดมา กูได้ยินเสียงปิดประตูด้วย ท่าจะเพิ่งออกจากห้อง แม่งน่ารักดีวะ มันบอกนะว่า น่าจะเจอช้านก่อนนะ แต่เสียดายต้องรีบกลับแล้ว หยูส์มันเข้ามาโอบคอ แล้วดึงช้านไปจูบวะ โอโหจูบเก่ง ชิ๊บ ดูดดื่มม๊าก ลิ้นนี่ตวัดแป๊บๆตั้งนานด้วย เมื่อกี๊เห็นปะ คนที่เสื้อสายเดี่ยวสีน้ำเงิน เข้มๆ อะ สะพานกระเป๋าเป้อะ อ๋อ คนที่ลงไปเป็นคนสุดท้ายแน่เลยพี่ เออๆ เห็นๆ ใช่ได้ นิ๊ เพิ่งลงไปคนสุดท้ายเมื่อเกี๊ยะ ผมนั่งมองอยู่ คับพี่ ไว้ตอนเช้าเรือ ออก อีกสามวันกลับมาใหม่ พี่ก็ไปนั่งรอหน้า แกงค์เวย์(กระไดมาตรฐานที่พาดยาวจากเรือถึงท่า) แล้วชิงตัวมาเลยก็แล้วกัน ฮ่าๆๆๆ ว่าแล้วก็ยก เอ๊าฮ่าหมดแก้ว

อ้าวไอ้เจี๊ยบบบบ มาได้งัยวะ เข้าเวรเหรอะ ช่างน้ำมัน โพล่ออกมา แหม๋หน้าใสเด้งดึ่งเชียวนะเมิ่ง ไงหละทำมาเป็นเข้าอ่อนเดี่ยวก็ตรีบเข้าให้ โธ่ ลุงหน
ฟิ๊วส์ เสียงเม็ดมะม่วงแหวกอาดาศ พุ่งผ่านกกหูมันไปหน่อยเดียว
หน็อยแน่เล่นด้วยทำเคลิ้มนะเมิ่ง อ้ายเวง หะๆครับพี่หนค๊าบบผมก็แค่ย้อเย่น อะแหะๆ
แหมพี่น่าจะเห็นเด็กผมนะ โอ้ยสุดยอด ชื่อควี ครับพี่ เนี่ยขนาดมันแต่งตัวจะกลับผมขออีกที่ เวลาก็ไม่มี ยังมีน้ำใจงาม ถึงกะโม๊กให้ผมเลย แหมเสียวซะผมเสร็จคาปากน้องเค้าเลยกะว่าคราวหน้า พี่หน ช่วยกรุณา หาทางสั้นๆ ถึงไวๆนะพี่หนคร๊าบบบ เออๆ ได้ๆ เที่ยวหน้ากุไม่ได้เข้าเวรด้วย งานเนี่ยเต็มเหนี่ยว ได้เลยน้อง ตากุมังแหละ ฮี่ๆ ว่าแต่ว่าพี่อย่ามาแย่งผมนะ อ้าวไอ้เวงแล้วกุจะรู้มัยเนี่ยว่าคนใหนวะ

ก็คนที่ คนที่เสื้อสายเดี่ยวสีน้ำเงิน เข้มๆ อะ สะพานกระเป๋เป้ เพิ่งลงไปคนสุดท้ายผมมองจากน้าต่างอยู่อะครับพี่ลงแกงค์เวย์ ไปเมื่อเกี๊ยะ

อ๊วกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เสียงสยองจาก ชก3

อ๋ายยย อ้ายยย เจี๊ยบบบบบบบ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2549   
Last Update : 4 สิงหาคม 2549 2:09:15 น.   
Counter : 365 Pageviews.  


ได้เวลาพักยก แล้วมาคุยกันดีกว่านะ

อันว่าชาวเรือนั้นเหมือนกับสากกระเบือลอยน้ำ ไม่รู้ใครเป็นคนคิด แล้วทำมัยต้องสากกระเบือด้วย ม่านเข้าจัย

จริงๆแล้วมันสนุกสนาน พวกเรามาวอย่างมีระดับ อยู่อย่างมีสกุล สถุนอย่างเป็นกันเอง ปนล่มจมหน่อยๆ มีภาษิตเก่าๆที่ยังใช้งานได้ทุกสมัย อันบรมครูท่านได้ด่าเอาไว้ว่า กินอย่างหมูอยู่อย่างหมา แต่เที่ยวอย่างราชา อันนี้ฟันธงอะโช๊ะ

สำหรับใครที่หลงทางมา แล้วยังงงๆ อยู่ ก็ขอแนะนำตัวนะครับ หลังจากที่เปิดตัวไปเมื่อ 24-07-2006 จนวันนี้ ทะลุ สี่ร้อยกว่าคนเข้าไปแล้ว ยังไม่มีที่ให้เข้ามาพัก มาติชมกันเลย ก็ขอเอาตรงนี้แล้วกันครับ ก่อนที่จะเข้าไปอ่าน ในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะ อดีตของผม นั้นขอรับรองด้วยชีวิตเลยครับ ทั้งหมดไม่ได้แต่งเติมเพิ่ม แต่อย่างใด ที่เอามาเล่าเพราะเห็นหลายคนฟูมฟาย ยามเอ็นไม่ติดอีกทั้ง O-Net A-Net พาให้หน้ามืด ก็ให้ดูว่า ชิวิตมันยังมีทางของมัน ใครที่คิดว่าโลกได้ถล่มลงมาแล้ว มันก็ยังมีอีกอาชีพนึง ที่ยังรอให้คว้าเงินหมื่น หรือหลายๆหมื่นได้อย่างไม่ยากนัก แถมถ้าไม่มีอดีต เน่าๆอย่างผม ก็สามารถเป็นกัปตันเรือข้ามทวีป รับแหนาะๆ ร่วมสามแสน ได้ไม่ยาก

เอาหละ ก็ต้องบอกว่า ยินดีต้อนรับ และขอบคุณอีกครั้งที่เข้ามาเยี่ยมชม และเชิญท่องเที่ยวไปในสวนอักษรดิบๆเถื่อนๆ ทั้งหลายของผม แต่อย่างไรก็ตาม กรุณาสระเวลาซักเล็กน้อยลงความเห็นให้ผม ซํกหน่อยเพื่อเป็นกำลังใจ เอาเรื่องฮาๆ กามๆขำๆ สไตร์ชาวเรือ มาลงให้อ่านขำกลิ้งไม่เป็นท่า อีกไม่นานครับ

ขอบคุณครับ




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2549   
Last Update : 3 สิงหาคม 2549 15:40:19 น.   
Counter : 312 Pageviews.  



หน้าไม้ใจเย็นยิ่ง
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




เป็นนักเดินเรือรุ่นกลางๆคือไม่อยากแก่ (ฮา)แม้จะ 32 แล้วก็ตาม ไม่ใช่เรือประมง ไม่ไปต่อตีกับใครเพราะไม่ใช่เรือรบ แต่เป็นเรือสินค้าวิ่งปุเลงๆ รับส่งอยู่แถวๆ เอเชียตะวันออกนี่เอง

4ปีนายท้าย 6ปีต้นหน รวม10ปีที่อยู่เรือ ไม่ได้เป็นต้นเรือซะทีเฮ้อ
[Add หน้าไม้ใจเย็นยิ่ง's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com