ความรู้ควรมีไว้แลกเปลี่ยนถ้าอ่านแล้วสงสัย POST ถามได้เลยครับ
Group Blog
 
All blogs
 

Family Trip ประจำปี 3 วัน 2 คืน @ Haven หัวหิน

เดือนนี้เป็นเดือนแห่งการท่องเที่ยวของผมเลยแฮะหลังจาก 8 เดือนที่ไม่ได้ไปไหนมานาน เลยจัดหนักทริิปท่ิิองเที่ยวทุกอาทิตย์ 555

หลังจากกัดฟันจ่ายโบนัสประจำปีไปจอง Voucher ที่ บูติกรีสอร์ทเล็กๆก่อนถึงอุโมงค์ไปหัวหินใกล้ๆสนามบินหัวหินนั่นเอง Haven Resort พร้อมกับน้าๆ รวม 10 คนมี



บ้านผม 5 คน (ปีนี้มีสมาชิกใหม่คือแฟนพี่ชายนั่นเอง) กับบ้านป้า 6 คน เีราตกลงจอง Suite@Sea (บ้านผม+1เตียงเสริม) Suite (บ้านป้า 4 คน) และ Deluxe 1 ห้อง (บ้านป้า) แน่นอนทริปนี้พกทุกเลนส์ที่มีไปด้วยจะได้เก็บภาพมาฝากเพื่อนๆนั่นเอง

ออกเดินทางด้วยรถตู้แต่เช้าขับไปกินข้านที่แรกก็หาดชะอำ ร้านป้้าฮี๊ด รสชาติพอได้ ระหว่างรออาหารก็ถ่ายรูปนกหน้าร้านได้ 2-3 ภาพ



อาหารที่สั่งไปก็มีปูนึ่ง หอยลายผัด ต้มยำ ฯลฯ เกรงใจน้าๆกลัวโดนว่าเลยไม่ได้ถ่ายรูปไว้ครับ กินพออิ่มก็เดินทางไปต่อที่พักของเรานั่นเอง

ขับไปตามถนนเพรชเกษมสักพักก็ถึงจุดหมายเราสังเกตุ คืิอ เลี้ยที่ซอยสุดท้ายก่อนเข้าอุโมงค์ ครับเลี้ยวไปจะจอ Boat House Condominium ซึ่งพอถึงที่พักก็เช็คอินท์ มีชาเสาวรสเสริฟท์รสชาติใช้ได้ แล้วก็ถ่ายรูปมุมต่างของที่พักมา


ด้านหน้าที่พักของเราคราวนี้


Lobby แบบ Open Air ติดกับห้องสัมนาของโรงแรม


สัญลักษณ์เก๋ๆอีกอันของที่นี่ครับ


มุมโลโก้เค้าล่ะ


มุมมหาชนของเค้าอีกล่ะ

เช็คอินเสร็จแล้วถึงเวลาไปยล ห้อง Suite@Sea ของเรานั่นเองแล้วครับ


ทางเดินไปห้อง Suite@Sea, Suite และ Villa ดูร่มรื่นดีครับ


ถึงแล้วป้ายห้อง Suite@Sea 111 ครับตื่นเต้นจัง


เปิดประตูไม้หน้าห้องก็จะำพบกับสระว่ายน้ำส่วนตัว 555

Suite@Sea เป็นบ้านพักด้านหน้าฝั่งขวาของรีสอร์ทที่มีขนาด 2 ห้องนอนและ 2 ห้องน้ำ บวกสระส่วนตัว และดาดฟ้าไว้ดูทะเลตอนเช้าเพราะที่นี้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกนั่นเอง







ห้องนอนใหญ่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก สิ่้งที่จะเห็นก็คือสระส่วนตัวครับ เตียง King Size ใหญ่แบบเหลือเฟือ มีห้องน้ำของห้องนอนใหญ่อยูด้านหลังของเตียงนอน ซึ่งมีอยู่ 3 โซนคือ

ที่อาบน้ำฝักบัว (ใหญ่และแรงสะใจมากครับ)


ที่ถ่ายหนักถ่ายเบา


ตรงกลางจะเป็นจากกุชชี่ครับ ที่โรงแรมมีบริการ ตู้เซฟ ไม้แขวนเสื้อ ตู้เย็น (ของในตู้กินได้หมดไม่มีเก็บเพิ่มครับ มี นม1กล่อง น้ำ 600ML 3 ขวด น้ำผลไม้ 1 กล่อง ขนมกุลิโกะกล่องเล็ก 1 กล่้อง และ น้ำอัดลม 2 กระป๋อง) ผ้าเช็ดตัวหนักและใหญ่มาก แชมพูู เจลโลชั่น แปรงสีฟัน คัตเตอร์บัต หวี ยาสีฟัน รองเท้าแตะ ครบเลยครับ

มาต่อกันที่ห้องนอนเล็กครับเตียงเป็น Queen Size ผู้ใหญ่นอน 2 คนได้ครับแต่อย่าดิ้นนะขอร้อง 55 ทีวีใหญ่กว่าห้องนอนใหญ่ซะอีกไม่เข้าใจว่าทำไมเลยโดยรวมผมชอบห้องเล็กตรงพื้นที่ทำกิจกรรมเยอะครับโต๊ะเขียนหนังสือและทีวีโอเคกว่าห้องใหญ่ครับ





อีกมุมครับ

ถ่ายในห้องเสร็จก็ขึ้นไปถ่ายรูปบนระเบียงที่พักชั้น 2 จัดเป็นที่พักผ่อนได้ครับถ้าไม่กลัวแดด

ทางเดินขึ้นครับ


วิวด้านบนชอบมากครับแต่กลัวดำ


หันไปดูข้างหลังก็มีต้นไม้ช่วยบังให้เป็นความส่วนตัวมากขึ้นครับ


อ่างน้ำตกแต่งหน้าห้องต่อจากตามมาเลยครับพาไปชมมุมอื่นๆของโรงแรมกันต่อ


ทางเดินจากชั้น 2 ไปหน้าหาดครับ


ส่วนหนึ่งของห้องอาหาร และที่นั่งชิวด้านหน้าหาดครับ


ระเบียงชั้น 2 ถ่ายจากทางเดินครับ


อีกสักมุมครับโดยรวมต้นไม่เยอะดีครับช่วยความเป็นส่วนตัวได้หลายเลยครับ


สระแนวขวางที่เห็นเป็นของแขกที่พัก Villa นะครับ(ออกจะดูไม่เป็นส่วนตัวนิดๆเพราะใครไปใครมาก็เห็นอ่ะครับ) ส่วนสระที่ขวางด้านหน้าเป็นสระรวมขนาด 6M*25M ครับ


ทางเดินไปห้องอาหาร และหน้าหาดครับ


Fitness วิวดีครับปั่นไปชมวิวทะเลไปพลาง

พอถ่ายรูปไปได้เย็นครอบครัวผมก็ไปตกลงปลงใจที่นี่ครับ ร้านจิตรา เขาตะเกียบนั่นเอง ที่นี่ต้องขอบอกเลยนะครับไม่เคยทำให้ผิดหวังจุดแข็งของร้าน คือ วัตถุดิบที่สดที่สุดเท่าที่ไปมาในทริปเลยครับ สำหรับคนที่ไปครับขอให้สั่งพวก ต้ม นึ่ง ย่าง เป็นหลักครับเพราะมันอร่อยมากจริงๆ แค่พวก ทะเลทอด ข้าวผัด หรือกุ้งอบวุ้นเส้นต้องบอกว่าธรรมดาครับ



หอยแมงภู่อบหวานฮะ


หอยตลับผัดพริกเผาครับ


อันนี้พระเอกครับปลาเก๋านึ่งซีอิ้ว กินแบบเน้นความสดของวัตถุดิบอร่อยจริงครับ


ปูเผาครับ หวานที่สุดในทริปเพราะมันสดมากครับ ขอยกเป็นนางเอกครับ


ส้มตำของเรารสชาติโอเค


อันนี้ผิดหวังเล็กน้อยในกรุงเทพมีอร่อยกว่าครับ


แถมวิวหน้าร้านให้ครับ สรุปค่าเสียหายประมาณ 3,700 บาท (อาหารยังมีหอยนางรมสด ข้าวผัด และอื่นๆอีกนะครับ) อิ่มเสร็จกระโดขึ้นลดไปเที่ยว สวนศรีต่อ


ป้ายสวนศรี (เซ ด้า)


สวนศรี 2


สวนศรี 3 เดินพอหอมปากหอมคอก็กลับที่พักถ่ายวิวกลางคืนต่อครับ สวยไปอีกแบบนะผมว่า (หลังวันไหว้พระจันทร์ซะด้วย)


LOBBY ตอนกลางคืน


มุมยอดนิยม




นั่งชมจันทร์กันไหมครับ


มุมยอดนิยมกับพระจันทร์เต็มดวง


ภาพกลางคืนอีกมุมหนึ่งของสัญลักษณ์ที่นี่แปลกตาดีครับ


เข้าบ้านนอนแช่จากุซซี่ดีกว่าครับเจอกันตอนเช้า

ติ๊ดๆๆ นาฬิกาปลุกบอกเวลา 5.30 AM อาบน้ำเตรียมไปถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นอีกครั้ังครับ (ดันทุลังจริงๆเลยเรา)





มุมยอดนิยมยามเช้า 555 ไม่รู้ถ่ายอะไร



ถ่ายไปถ่ายมาพระอาทิตย์ไม่ขึ้นโดนเมฆบังเซ็งกันไปครับไปทาน Breakfast ของโรงแรมต่อดีกว่า

มีไส้กรอก แฮม แพนเค้ก


น้ำส้ม น้ำฝรั่ง นม และก็น้ำเปล่าครับ


ข้าวผัด ผัดผัก ข้าวต้ม ผัดซีอิ้ว ไก่ย่าง


สลัดบาร์ครับ


ไข่คอนเนอร์ ทำได้ขอให้สั่ง 555


ไข่ออมเล็ตน้าๆชอบแต่ผมเฉยๆครับ



ทานข้าวเสร็จ ก็ไปถ่ายรูปต่อสิครับหามุมใหม่บ้าง


คิวต่อไปก็คือไปเยือน Huahin Hill หรือ Siam Winary Huahin วิวถือได้ว่าสวยดีครับ แต่อาหารออกแพงไปหน่อยฮะ





เดินชมวิวพอใกล้ๆเที่ยงเราก็ขับไปที่ตัวเมืองหัวหิน เข้าถนนแนบเคหาส์ เยื้องพุทธรักษาครับ เพื่อมาทานก๋วยเตี๋ยว นำชัยเกี๊ยวปลา ที่แม่อยากกินตั้งแต่มาเที่ยวคราวก่อนนั่นเองครับ




เมนูแนะนำครับเส้นปลาน้ำ ค่าเสียหายชามละ 50 บาทนะจ๊ะ 12 คนรวมคนขับรถ ค่าเสียหายประมาณ 700 บาท ครับ

ทานเสร็จก็กลับไปว่ายน้ำที่พักต่อรอถ่ายตอนเย็นครับ เพราะใน Voucher นั้นแถม Thai Dinner Set ให้ 3 ชุด (กับข้าว 4 อย่าง + ข้าวผัดกระเทียม+ผลไม้) สำหรับ 3 ห้อง ครับ ก่อนทานจัดรูปตอนพระอาทิตย์ตกให้ครับวันนั้นฟาสีแดงสวยมากๆครับ



ต่อด้วยอาหารเย็นของโรงแรม 3 ชุดสำหรับ 10 คนก็อิ่มครับ

ปลาิือินทรีย์แดดเดียวซอสมะม่วงรสชาติดีครับ


หอยตลับผัดฉ่า + แกงป่าปลาทรายผักรวม รสชาติพอได้ ครับ


หมึกมะนาว กับ ต้มยำกุ้งครับ อาหารฟรีแต่น้ำไม่ 555 ผมสั่งน้ำเปล่าแต่น้าๆเล่นสั่งพันช์ กันคนละแก้ว โดนจัดไปพัน 1,200 บาท แก้วละ 110 บาท โดยประมาณ

วันนี้ตะลอนถ่ายรูปมาทั้งวันแลดูจะหมดแรงรุ่งเช้าเลยไม่ตื่นครับ ข้ามไปถึงอาหารเช้าเลยนะครับ


วันอาทิตย์เมนูเปลี่ยนไปเล็กน้อย มีอะไรๆเพิ่มขึ้นจากวันเสาร์ครับ และมีนี่ครับ ข้าวหมูย่างอร่อยมากๆครับ ยืนยัน


ข้าวต้มกระดูกหมูรสชาติใช้ได้ครับ

แล้วเราก็เดินทางกลับระหว่างทางแวะร้านดังสังเวียนซีฟูดส์ ครับ อาหารที่สั่งก็แนวๆเดียวกับ จิตราครับ ปลา 2 ตัว ปูเผา 2 กิโล (แกะง่ายที่สุดแล้วแต่หวานไม่เท่าจิตราครับ) ส้มตำ ไข่เจียวปู (เค็มครับห่อกลับบ้าน) หอยตลับผัดพริกเผาอีกแล้ว ข้าวผัด บลาบลา ค่าเสียหายโดนไป 4000 กว่าบาทครับ คนเยอะมากไม่รู้ทำไมนะ





สรุป ซะทีครับ
ร้านอาหารที่ชอบที่สุดในทริป ยกให้ร้านจิตราเขาตะเกียบ ตามมาด้วย นำชัยเกี้ยวปลา คุ้มค่่าน่าลองครับ

ส่้วน HAVEN RESORT นั้นโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ครับ บริการหลายอย่างค่อนข้างดี แต่สภาพที่พักบางอย่างต้องการปรับปรุงเล็กน้อยครับ เช่นไม้ตามทางเดินที่ดูจะเก่าไปนิดนึงฮะ ที่ส่วนกลางสำหรับมานั่งชิวน้อยไปเมื่อเทียบกับที่พักเพื่อนบ้านอย่าง YAIYA ครับ

ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับยาวไปสักนิดคงไม่ว่ากันนะครับ




 

Create Date : 28 กันยายน 2553    
Last Update : 28 กันยายน 2553 22:33:34 น.
Counter : 2491 Pageviews.  

ใจหวิวๆไป THE LIVING HILL วังน้ำเขียว (กรุณาอ่านข้อความ และคอมเม้นท์รวมถึงข้อมูลจากแหล่งอื่นๆด้วยนะ)

ไม่ได้ Up Blog นานมากดองไว้หลายๆเรื่องจนบูดหมดแล้วครับ คราวนี้เลยเอาประเด็นร้อนห้อง BP มาเขียนซะหน่อย



จริงแล้วเนี้ยสาเหตุมาจากทุกปีผมจะสรรหาโรงแรมพาคุณพ่อกับคุณแม่ไปเที่ยวซึ่งส่วนตัวแล้วชอบหัวหินครับ แต่ปีนี้พ่อมาแปลกบอกเบื่อหัวหินเบื่อทะเล งานเข้าครับ จะหาอะไรมาตอบโจทย์ดี บังเอิญพี่ชายชวนผมไปงานไทยเที่ยวไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา (มี.ค.53) วันสุดท้ายซะด้วย

ขณะที่เดินเรื่อยเปื่อยในงานก็ดันไปสะดุด BOOTH เก๋ๆ BOOTH นึงเข้าครับชื่อเท่ห์ซะด้วย THE LIVING HILL พอคุยกับน้องเซลพบว่า ช่วงการใช้แพคเกจยาวได้ใจ บ้านพักหลังหลายคนได้ ราคาได้ ไม่ใช่ทะเล BOOTH สวย แถมวังน้ำเขียวกำลังฮิตซะด้วย พอคุยรายละเอียดประกอบกับวันสุดท้ายของงานแล้วก็เลยจัดแจงเสียตังไปซะ ผมซื้อแพคเกจ THAI LIVING LIFESTYLE 3 คืน แถม 1 คืน บ้าน 6 คน + 2 คน ฟรีข้าวเช้า และ เย็น ATV 2 รอบ ราคาโอเคครับถูกกว่า่ SUITE@SEA ที่ผมกำลังจะไปของ HAVEN ซะอีก

เสร็จสับกลับบ้านไปเช็คเน็ตดูรีวิว เหงื่อแตกสิครับไม่มี REVIEW ในเน็ตเป็นไปได้ไงวะสุดๆอ่ะ แถมมีแต่คนแจ้งขายแพคเกจ กับบ่นเรื่องจองยากยังไม่เสร็จ บลาๆๆ มีแต่คนแจ้งปัญหาคืนนั้นนอนไม่หลับครับเครียดเชียว 555 จะรอดไหมเนี่ยเีรา วันรุ่งผมรีบ SEARCH GOOGLE หาเบอร์รีสอร์ทเพื่อโทรไปเพื่อเช๊คว่าโทรไม่ติดจริงป่าวอย่้างที่เน็ตว่าไว้ปรากฏว่าโทรติดและในเน็ตมีบ้านน้องมามิใน BLOGGANG เนี่ยฮะที่ไปมาทำให้ใจชื้นหน่อย

ในใจเลยคิดว่าจะต้องลองไปพิสูจน์ดูซะแล้วว่าเป็นไงก่อนพาที่บ้านไปเลยชวนน้องๆที่สนิทกันให้ๆปด้วย พกอาวุธพร้อมมือทั้ง D300 14-24mm 70-200mm และ 85mm (ตอนนั้นคิดว่าเสียตังค์ฟรีไหมวะ) วันนี้เลยเอาประสบการณ์มาเล่าให้ฟังกันครับเผื่อใครซื้อไปบ้างจะลดความเครียดได้บ้างครับ

คำตอบสำหรับคำถามที่มักจะโดนใจคนซื้อแพ็คเกจที่ไปตอนนี้ก็คือ
1.รีสอร์ทมีตัวตนจริงครับ หมายถึงว่าอย่างน้อยไม่สูญเปล่าแน่ครับเงินของท่าน (ถ้าจองได้นะครับ เห็นคนห้ิอง BP เค้าบ่นกันสำหรับผมจองแพคอีกโซนนึงซึ่งคนไม่เยอะครับจองไม่อยากแต่ต้องตามนิดนึงครับ)

2.THE LIVING HILL เป็นรีสอร์ทเล็กๆที่ตั้งอยู่บนเนินเขา แบ่งเป็น 2 โซนอยู่คนละฝั่งเนินกันครับ คือ
2.1.MODERN ZONE ไร่ตามระดับขั้นบันไดครับ จากที่จอดรถจะพบมีร้านอาหารส่วนกลางอาหา่รเช้าข้าวเย็นทานที่นี่ แผนกต้อนรับก็อยู่ที่นี่ครับ ด้านบนเป็นห้องพัก DELUXE 3,999 บาท และบนสุดเป็นบ้าน GRAND LIVING 18,000 บาท







ทางขึ้นจากส่วนร้านอาหาร และ แผนกต้อนรับ


ชั้นแรกที่ขึ้นมามีบ้านประมาณ 3-4 หลัง ครับ บ้านทรงนี้ทุกหลังมีดาดฟ้าไว้รับลมได้




ชั้นถัดมาครับ


รูปที่ 4 ถ่ายจากก่อนถึงบ้าน Grand Living ครับอยู่บนสุดแล้วของฟากนี้

ต้องออกตัวก่อนนะครับฝั่นนี้ผมไม่ได้นอนแต่โฉบมาถ่ายรูปเฉยๆ อาจอธิบายไม่ละเอียดครับ มาดูสภาพห้องแนวโมเดิร์นมาถึงก่อนเวลาครับเค้ายังไม่จัดเก็บห้องครับด้านในเป็นแบบนี้ครับ

เตียง King Size 2 น่าจะนอนสบายนะครับ


ทีวีหรูกว่าฝั่ง Thai Style แน่นอนครับ



อันนี้ก็ห้องน้ำครับไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่เล็กนักครับ สีแสบสันเหลือเกิน

2.2.โซนที่ 2 คือ THAILIVING ทั้งบ้าน 4 คน และ 6 คน อยู่คนละฝั่งเนินกันเดินได้แต่เหนื่อยครับ เป็นบ้านไทยธรรมดากว้างๆผมและน้องๆอยู่โซนนี้ครับ (เดิมเป็นรีสอร์ทบ้านเกษตรในฝันเดิมครับเจ้าของซื้อมาและต่ิอเติมโซน MODERN เพิ่มครับ)


รูปบ้านชมวิว (ขวา) กับบ้าน ???? มีคนพักครับเลยไม่ได้ไปดูชื่อ


อันนี้น่าจะเป็นบ้านสำหรับ 4 ท่านนะครับชื่ออะไรไม่ทราบอีกเช่นกัน


รูปบ้านชมตะวันครับใหญ่ที่สุดในฝั่งนี้ครับ ชมวิวกับชมตะวันจะเห็นวิวแบบนี้เหมือนกันครับ

สภาพห้องของบ้านทั้ง 2 หลังออกแบบมาเหมือนกันคือ ห้องนอนไม่มีทีวีครับ ทั้ง 2หลังมี 1 ห้องน้ำ/หลัง แยกห้องนั่งเล่นไว้ต่างหากในบ้านแต่ไม่มีแอร์ในห้องนั่งเล่นครับ ระหว่าง 2 หลังมีห้องน้ำรวมที่แยกออกจากตัวบ้านให้ใช้ร่วมกันได้ โดยที่ชมตะวันมี 3 ห้องนอน ห้องแอร์ชั้นบน 2 ห้อง ห้องพัดลมชั้นล่าง 1 ห้อง


บ้านชมตะวันครับห้องนอนใหญ่ นอนได้ 3-4 คนสบาย


บ้านชมตะวันห้องนอนบนห้องเล็กครับระหว่างทั้ง 2 ห้องจะมีห้องนั่งเล่นให้ครับไม่แอร์ ห้องนอนล่างไม่แอร์ไม่ได้ถ่ายมาครับ


ภาพถ่ายกลางคืน

บ้านชมวิวเป็นครึ่งหนึ่งของบ้านแฝดคู่ครับ ห้องนอน 2 ฝั่ง และมีทางเดินไปห้องนั่งเล่น 1 ห้องครับ โดยทั่วไปเก่ากว่าชมตะวันครับ


รูปห้องนอนบ้านชมวิว คล้ายกันทั้ง 2 ห้องครับ แต่มีห้องหนึ่งแอร์ไม่ค่อยเย็นครับแจ้งทางรีสอร์ทไว้แล้วครับ


ห้องนั่งเล่นวิวดีมากครับ ทีวีจะอยู่ห้องนี้ครับ

หมายเหตุ :รีสอร์ทสร้างเสร็จบางส่วนแล้วครับแต่น่าจะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับเพราะด้านถนนทางเข้าถือว่ายากสำหรับผมครับ (เกียร์กระปุกผู้เกลียดรถติดบนสะพานขนาดในเดอะมอลล์บางกระปิยังไม่ค่อยจะรอดเลยครับ) สภาพในส่วนที่พัก MODERN ZONE น่าจะเรียกว่าพร้อมให้บริการครับ ทั้ง 2 โซนมีห้องน้ำรวมให้เผื่อรอเพื่อนอาบน้ำไม่ไหว ด้วยครับ


มาดูบรรยากาศมื้อเย็น เริ่ม 6.30 น.ครับ อาหารรสชาติกินได้ครับไม่ได้อร่อยเลิศมากมาย กับข้าวก็ไม่อลังมีประมาณ 4 อย่างครับวันนี้มี ผัดผักรวมกุ้งกับไก่ แกงจืดหน่อไม้ซี่โครงหมู น้ำพริกปลาย่าง และ ปลา???ยำกรอบครับ รูปไม่ได้ถ่ายหิวหน้ามืดครับ

รูปบรรยากาศร้านอาหารตอนเย็นครับ เตรียมยากันยุงด้วยครับ


มีนักดนตรีมาขับกล่อมด้วยครับร้องเพราะดีครับ แต่อย่าให้แขกมาร้องเยอะได้ป่ะครับผมไม่อยากฟังเพลงผิดคีย์อะฮะ


สรุปก่อนนะครับแล้วจะเอารูปมาอัพเพิ่มทีหลังครับ
สำหรับผู้ที่จองไปแล้วนะครับ ขอให้สบายใจได้เพราะคงไม่เสียตังค์ฟรี ส่วนจะคุ้มหรือไม่พิจารณาเอาเองครับ สำหรับผมแค่ไม่เสียตังค์ฟรีก็ดีใจแย่แล้วครับการบริการของพนักงานอยู่ในเกณฑ์ดีครับ อากาศเย็นสบาย เงียบสงบไม่ติดถนนใหญ่ รีสอร์ทหันหน้าไปทางทิศตะวันตกครับถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกได้ดีครับ เออเตรียมยากันยุงด้วยครับมียุงเหมือนกัน

MODERN ZONE
ข้อดี (ไม่ได้นอนครับ)
1. จัดแต่ได้น่ารักพอสมควรครับอาจไม่เท่า YAIYA หรือ X2 นะครับแต่ก็โอแหละครับ
2. มีทีวีในห้องครับ
3. ใกล้ห้องอาหารเจ้าหน้าที่ดูแลพร้อม
4. กิจกรรมอื่นๆเยอะกว่าอีกฝั่งครับ
5. มีระเบียงบนห้องพักให้ทุกหลังครับ


ข้อเสีย
1. ผมว่าด้วยความที่รีสอร์ทค่อนข้างเล็กมากครับ ถ้าห้องข้างๆเสียงดังตอนเราอยากนอนคงเศร้าครับ
2. เพราะใกล้ห้องอาหารครับนอนหลับยากถ้าเค้ายังไม่เลิกคาราโอเกะ
3. บนดาดฟ้าไม่ส่วนตัวนักครับเพระคนจากด้านข้างและชั้นบนเราจะเห็นชัดเจน

Thai Life Style
ข้อดี
1. เงียบสงบมาก เพราะอยู่ไกลจากห้องอาหารที่มีการจัดคาราโอเกะ
2. วิิวพระอาทิตย์ตกดีกว่าเล็กน้อยครับ
3. บ้านใหญ่อยู่ได้หลายคนในราคารับได้ครับ
4. เหมาะกับการตั้งวงเม้าท์ครับ
5. เนื่องจากพื้นที่โล่งกว่า ประกอบกับวันที่ไปมีลมพัดตลอดเลยไม่ค่้อยมียุงครับสบายๆ

ข้อเสีย
1. บ้านพักจะดูเก่าครับ ตามแบบรีสอร์ทเดิมๆที่เห็นได้ทั่วไปครับ
2. ห่างไกลจากพนักงานและลำบากเวลาไปกินข้าวครับเดินขึ้นเนินซะด้วย
3. ต้องซื้อของตุนไว้เำพราะกลางคืนไปกลับลำบากครับทั้งขับรถหรือจะเดินไป





Tag: The living hill วังน้ำเขียว, Review

กลายเป็นประเด็นร้อนไปซะแล้วสิครับ ผมขอบอกอีกครั้งนะครับผมก็สาเหตุที่ Review เนี่ยเพราะอยากให้คนซื้อไปแล้วสบายใจครับอย่างน้อยไม่เสียตังค์ฟรี ส่วนเรื่องคุ้มค่าคุ้มราคาหรือเปล่าต้องตัดสินเอาเองนะครับ สำหรับคนที่เข้ามาอ่านรบกวนอ่านข้อมูลใน Review ให้ครบถ้วนและอ่านความคิดเห็นรวมถึงรีวิวจากแหล่งอื่นๆด้วย ก่อนการตัดสินใจด้วยครับ




 

Create Date : 12 กันยายน 2553    
Last Update : 28 ธันวาคม 2553 9:17:59 น.
Counter : 2780 Pageviews.  

แอ่วเหนือตามหาทะเลหมอกกับ 3 เกลอ เออออ (ขุนสถาน-ภูลังกา-แม่สลอง-แม่สาย-วัดร่องขุน.)

Trip นี้เป็น Trip เออออมากๆ พวกเราตัดสินใจจะไปวันอังคารที่ 8 ธ.ค. โดยวางแผนไปเที่ยวในช่วง 11-14 ธ.ค. 52 โดยตาม plan เราจะไปที่น่าน - พะเยา เท่านั้น เอาเข้าจริงหน้ามืดเลยได้มีโอกาสแอ่วเหนือทั้ง น่าน (ขุนสะท้าน) -พะเยา (ภูลังกา) -เชียงราย (แม่สลอง - แม่สาย - วัดร่องขุ่น) คราวนี้เลยไม่ลืมรับน้องใหม่ น้องแทม 17-50mm VC และ 70-200mm F2.8 ที่สอยมาในงานกล้องที่ผ่านมาซะ

คราวนี้ผมเลยเอารูปมาฝากเผื่อใครอยากไปเหนือบ้างครับ ยืนยันว่าธรรมชาติสวยงามทุกจังหวัดจริงๆครับ

11 ธ.ค. 52





เริ่มจากไปทำบุญ และนมัสการพระพุทธชินราชที่วัดพระศรีรัตนมมหาธาตุวรมหาวิหาร (จ.พิษณุโลก) เสร็จแล้วเลยไปทานกลางวันที่ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมน่านต่อ ซัดไป 2 ชาม อย่างอิ่ม


อิ่มท้องอิ่มบุญแล้วไปต่อที่อุทยานแห่งชาติขุนสถานบรรยากาศดีมากครับรูปบ้านพักบนภูครับส่วนผมนอนเต็นท์




ทีพักบนยอดอุทยานขุนสถานวิวไม่ต้องพูดถึงครับ


คืนนี้นอนที่นี้ครับ พี่ๆเจ้าหน้าที่น่ารักมากครับเตรียมไฟให้ข้างเต็นท์ด้วยครับกลัวมืด ครั้งแรกที่นอนเต็นท์กับอุณหภูมิ 10 องศา หนาวเสียกระไร เนื่องจากเป็นทัวร์ฉุกละหุกมากๆ เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาสรุปเลยพอมืดก็เตรียมเข้านอน (ปรากฎว่าคืน 11 พ.ย. ดันมีแขก VIP ข่าวว่าเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มาเปิดคาราโอเกะ สงสัยนึกว่าเป็น Central World มาจัดคอนเสิร์ทกลางขุนสถาน ให้ตั้งแต่ 18.00-22.30 น. และ มีนักท่องเที่ยววัยรุ่นรับเชิญ ก่อไฟร้องเพลงบอดี้แสลมอีกกลุ่มใกล้เต็นท์ที่เรานอน ต่อถึงตี 4 ครึ่ง อย่างเอือมสรุปว่าหนาวก็นอนลำบากอยู่แล้วยังต้องทนสะดุ้งตื่นเพราะคาราโอเกะนรกอีกทั้งคืน)


12 ธ.ค. 52

นอนไม่หลับก็เลยตื่นมาถ่ายรูปดาวตอนตี 4.30 อากาศประมาณ 10 องศาครับค่อนข้างชื้นความชื้นอยู่ประมาณ 70 ครับ เลยงัด D80 ลูกรักมาใช้ Speed Shutter ที่ 30 วินาที F 2.8 หน้าเต็นท์เลยครับ ผลก็คือ




9.00 น. วันนี้คุณพระอาทิตย์เข้างานสายไปหน่อยจับเทเล 70-200 ส่องซะเลยอู้งานดีนัก




8.30 น. พี่ๆเจ้าหน้าที่อุทยานบริการน้ำร้อนสำหรับ มาม่าคับ ของพวกเราใจดีกันจริงๆ จากนั้นจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายรวมแล้ว 380 บาท (เต็นท์ของอุทยานครับพี่เค้ากางให้ตั้งแต่ก่อนมาอีก)

สรุปเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติขุนสถานครับ
(แนะนำว่าต้องมาให้ได้ครับช่วง 20 ธ.ค.-10 ม.ค. เพราะพญาเสือโคร่งซากุระในเมืองไทยจะบานสะพรั่งเต็มดอยครับ)
มีที่พัก 2 จุดครับ
1. สถานีวิจัยอุทยานแห่งชาติขุนสะท้าน (แนะนำครับ บรรยากาศดีมีต้นไม้ และต้นพระยาเสือโคร่งจำนวนมาก ตอนนี้มีแค่เม็ดกลมๆกับกิ่ง ซึ่งจะบานช่วง 20 ธ.ค. นี้ครับเห็นเจ้าหน้าที่บอก) รับรองสวยแน่
2. บนอุทยานแห่งชาติขุนสะท้าน (เรานอนที่นี่กันครับ บรรยากาศวิวดีกว่าครับ แต่ต้นไม้ไม่ค่อยมีครับ) ห้องน้ำสำหรับแขกที่กางเต็นท์มีประมาณ 3 จุด (จุดละ 2-4 ห้อง) มั้งครับ ห้องอาบน้ำมีเครื่องทำน้ำร้อนให้ครับไม่ต้องกังวลครับแต่เราก้ไม่ได้อาบน้ำกันทั้งกลุ่มแบบว่าหนาว ถนนทางขึ้น OK ครับ VIOS ผ่านสบาย

9.00 น. เตรียมเดินทางต่อไป จ.พะเยา จุดหมายถัดไปของเรา ภูลังกา ครับ ถนนจากน่าน ไปที่พะเยาขอบอกว่าธรรมชาติสวยมากๆครับ ขับขึ้นๆลงๆเขาอีกเช่นเคย

14.00 น. หลังจากแวะทานข้าวที่ตัวเมืองน่าน และขับรถมาสักพักก็ถึงที่พักที่เราคงจะไม่ลืมเลยครับ (ภูลังการีสอร์ท) ค่าเสียหาย 500 บาท/คืน มีเครื่องทำน้ำอ่นให้ครับ อยู่ระหว่างทางขึ้นภูลังกาครับ VIOS ไม่สามารถครับต้อง 4WD เท่านั้น

ดูวิวตอนเที่ยงเอานะครับเดี๋ยวโชว์ตอนเย็นต่ออีกทีหนึง




พอมาถึงทางรีสอร์ทแจ้งว่าจะมีรถพาคณะนักท่องเที่ยวขึ้นไปภูลังกาตอนบ่าย 3 โมง ถ่ายพระอาทิตย์ตกครับ คณะ 3 เกลอก็เลยขอแจมค่าใช้จ่ายแบบเหมารถ 1,600 บาท/คัน หารรวมครับ ภูลังกามีความสูง 1720 เมตรจากระดับน้ำทะเลครับ รวมระยะเวลาการนั่งรถขึ้นไปประมาณ 50 นาที เดินอีก 700 เมตร 30-45 นาที ครับเหนื่อยอยู่ แต่เพื่อรูปก็ต้องทนครับ รอบนี้ได้เจอกลุ่มของพี่ยะกับแฟน พี่โก้กับแฟน และก็ พี่ก้องกับแฟน (อิจฉาเสียจริง) ขณะนั้งกระบะหลัง (ผู้หญิงนั่งหน้า 4 คนครับ) พวกหนุ่มๆอย่างเราแนะนำตัวกัน งานนี้คุยกันถูกคอเสียด้วยโชคดีจริงๆเลย พี่ยะสอนเทคนิคการถ่ายรูปมาเพียบงานนี้คุ้มจริงๆครับ

พอขึ้นมาสักพักก็เลยจับเพื่อนมาโพสท์ท่าซะ





ยืนยันความสูงกับวิวสูงๆโดยใช้ น้องแทม 70-200 ซูมที่ 200 mm ไปด้านล่างภูครับ




เพื่อนร่วมทางเดินหามุมถ่ายพระอาทิตย์สวยๆกัน



รอพระอาทิตย์ตกวันนี้ สงสัยพี่พระอาทิตย์ไม่เป็นใจซะเลย เพราะตอนเช้าก็ขึ้นสาย ตอนตกก็ตกซะเร็วโดนเมฆบังซะเลยถ่ายวิวข้างบนมาให้ดูกันครับ




อดเห็นพระอาทิตย์ตกที่ยอดเขาเพราะเมฆเยอะครับได้รูปแบบนี้มาแทนแต่ก็คุ้มครับ




18.30 น. กลับ Resort โดยรถ 4WD คันเดิมระหว่างทางกลับพี่ยะชวน ผมไปถ่ายรูปดาวตอนกลางคืน ไอ้เราอยากลองของก็เลยไปกะเค้าด้วย ใจง่ายจริงๆเลย พอกลับถึงที่พักเราสรุปว่าจะกินข้าวร่วม 9 คน คืนนี้ด้วยความเหนื่อยและหิวพวกเราสั่ง แกงจืด 1 ไข่เจียวหมูสับ 4 กระเพราะหมูสับ 3 ผัดผัก 1 จาน ข้าว 1 โถ 2 จาน น้ำเปล่า 2 ขวด รวมค่าเสียหายค่ารถ 4WD + ค่าอาหาร ตกคนละ 250 บาทครับ

หลังทานอาหารเสร็จก็อาบน้ำมีเครื่องทำน้ำอุ่นเลยสบายมาก เสร็จแล้วก็ไปตามนัดของพี่ยะ คราวนี้พี่ยะได้ให้ความรู้วิธีการถ่ายดาวแต่พอดีไม่มี Remote เลยต้องกดแช่ 10 นาที แทนผลที่ได้เป็นตามนี้คับ

หันกล้องไปทิศเหนือ หรือใต้ ก็ได้ รูปนี้ถ่ายโดยใช้ F2.8 Speed Shutter 4 Min ISO 600 (จริงๆพี่ยะให้ ISO น้อยๆ แต่นิ้วเจ้ากรรมดันกดรอ 20 นาทีไม่ไหวเลยใช้ ISO ช่วย Noise บานเลย)


ถ่ายอยู่ 3 รูป ใช้ไป 30 นาทีก็เข้านอนดีกว่า ถ้าจะไม่รุ่ง ขณะนั้นอุณหภูมิ 15 องศายังหนาวอยู่จ้า

13 ธ.ค. 52

5.30 น. เสียงเพลง Lucky ของ Jason Mraz จากโทรศัพท์ก็ดังมาปลุกให้เตรียมตัวไปล่าทะเลหมอกที่ตามหามาตั้งแต่ Trip ปายปีก่อน และ สิ่งที่เราตามหาก็พรรณปรากฏเบื้องหน้า

ภาพบรรยากาศทะเลหมอกตอนเช้าที่เห็นเหมือนความฝันเลยครับแสงจากพระอาทิตย์ที่ย้อมฟ้าและหมอกเป็นสีแดงฉานดูแล้วหายเหนื่อยจากการเดินทางร่วม 800 ก.ม. จากกรุงเทพ



ถ่ายไปซักพักแสงจากพระอาทิตย์เริ่มทำให้เห็นทะเลหมอกชัดเจนขึ้นจัดการหยิบเทเลมายิงรัวทำ Panorama ซะ



พระอาทิตย์ขึ้นแล้วเลยเปลี่ยนเทเลมาเป็น 17-50 Vc ซะจะได้ถ่ายภาพรวมบ้าง



พอสายๆลมเริ่มพัดหมอก เห็นภาพหมอกกำลังโดนไล่ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นเทเล อีกที เจาะเป็นมุม






10.00 น. หลังจากถ่ายมาจนชุ้มปอดและ หมอกก็เริ่มจางแล้ว เราก็ถึงเวลาทานข้าวแล้ว สั่งกระเพราหมูสับไข่ดาวมากินกลับไม่ค่อยอร่อยแฮะมันไปหน่อยสักพักพวกพี่ยะ และพี่ก้อง ก็มาสมทบ พวกเรา 3 เกลอก็เลยวางแผนกันต่อโดยตอนแรกว่าจะกลับไปนอนที่ตัวเมืองน่าน พอพี่ยะบอกว่าช่วงนี้ที่เชียงรายน่าจะมีงานดอกทิวริปได้ฟังดังนั้นเลยเราก็หน้ามืดทะเลหมอกก็ถ่ายแล้วคราวนี้อาจได้ดอกไม้ Macro และ Potrait และถ่ายศิลปะวัดร่องขุ่น งานนี้พลาดไม่ได้แล้วเลยใจง่ายตกลงไปเชียงรายตามกิเลส เคลียค่าห้องพักไม้ขนาดนอน 3 คน มีห้องน้ำเครื่องทำน้ำอุ่นให้คิดเป็นเงิน 500 บาท


สรุปที่พักภูลังการีสอร์ท
1 ห้องพักสภาพมีตั้งแต่ดีมาก จนธรรมดาราคาอยู่ระหว่าง 2000 - 500 บาท แต่เกือบทุกห้องมีเครื่องทำน้ำร้อนให้
2 อาหารดูจะเป็นจุดด้อยหลักเลยครับ
3 บรรยากาศสุดยอดไม่ต้องพูดถึงครับดีมากๆภาพที่ถ่ายก็อยู่ในรีสอร์ทนั่นแหละครับ
4 บริการพนักงานบริการโอเคเลยครับ

12.00 น เดินทางถึงตัวเมืองเชียงรายพบว่างานดอกไม้ทิวลิปยังไม่ถึงแทบฝันสลายทันได เพื่อนผู้ขับรถเลยบอกว่าไปถ่ายที่ดอยแม่สลองน่าจะมีดอกไม้ให้ชมบ้างล่ะ

เส้นทางจากเชียงรายไปแม่สลองสุดโหดค VIOS คันเก่งมีอาการอืดอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างทางยังความเป็นสภาพป่าสวยงามเช่นเคยครับ





ถึงยอดดอยแม่สลองแล้วถามชาวบ้านแถวนั้นก็ไม่มีใครรู้เรื่องทุ่งดอกไม้สงสัยจะแห้วอีกครั้งแล้ว เลยตัดใจถามชาวบ้านถึงทางไปแม่สายชาวบ้านบอกว่าสามารถข้ามดอยแม่สลองไป แม่สายได้เส้นทางเหมือนขามา




ถนนบริเวณ ปุยหมอก ดอกไม้ รีสอร์ทบนดอยแม่สลอง



ทุ่งชาบนดอยแม่สลอง



16.00 น. ถึงแม่สายโดยสวัสดิภาพมีเบรกเกือบไหม้ไปหนหนึ่งตอนลงจากดอยแม่สลองเส้นทางลำบากกว่าขาชับจากเชียงรายไปแม่สลองอีกใความคิดของเรานะ

16.30-18.00 น. ช็อปตามอัธยาสัยที่ตลาดแม่สายข้ามไปพม่าส่วนเราไม่ได้ช็อปแต่ก็ไม่กล้าพกเจ้า Tam มาล่อนในฝั่นนู้นเลยเดินตามเพื่อนไปเรื่อยๆ ไม่ได้ถ่ายอะไรมากนัก

19.30 น. ทานข้าวเย็นที่ตลาดหน้า ม.แม่ฟ้าหลวง กับข้าวเพียบอร่อยๆทั้งนั้นถูกด้วย แม่ค้าที่นั่นเค้าเรียนมาดีครับอาหารตามสั่งแต่ละร้านจะมีเมนูพิเศษไม่เหมือนกันเช่น มีกระเพราไก่กรอบ บางร้านมีกระเพราทูน่า เป็นต้น น่าสนใจหลักการคิดครับ

22.00 น. เช็คอินที่โรงแรงม่อนฟ้าใส ค่าเสียหาย 1800 บาท/คืน/3คน เป็นคืนที่หลับสบายที่สุดในทริปแล้วครับชอบจริงๆ
ปล.ทางไปโรงแรมค่อนข้างมืดและเปลี่ยวเลยครับแต่ตัวโรงแรมใหม่สะอาด และก็สวยครับ

14 ธ.ค. 52

8.30 น. ตื่นสายที่สุดเพราะไม่ต้องเตรียมถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น เลยนอนให้เต็มคราบ ออกมาทานอาหารที่ LOBBY มีข้าวต้ม กับข้าว ให้เลือกเติมได้ 4-5 อย่างครับรสชาติอร่อยครับทานซะ 3 ถ้วยอิ่มเชียว หลังจากนั้นถ่ายรูปเล่นๆ นิดหน่อยก่อนออกเดินทางไปวัดร่องขุ่นต่อ เมื่อขับพ้นประตูที่พักเราก็พบกับทุ่งดอกไม้ที่เราตามหามา 1 วันเต็มแต่ตามกำหนดการแล้วเรามีเวลาไม่พอเลยขับผ่านอย่างเดียวครับ

เรามาถึงที่วัดในจังหวะที่คนกำลังน้อยก็เลยถ่ายวัดร่องขุ่นสะท้อนน้ำมาเลยสักพักทัวร์ลง 3-4 คัน เลยรีบรัวชัตเตอร์ซะให้เกลี้ยง



ศิลปะด้านหน้าแสดงเรื่องราวนรกภูมิ



อีกมุมของสถาปัตยกรรม



ส่งท้ายทริปด้วยรูปนี้ล่ะกันครับ





10.30 น. หลังจากชมความสวยงามของวัดร่องขุ่น และดื่มด่ำกับกาแฟดอยตุงหน้าวัดเสร็จ เราก็มุ่งตรงไปยังจุดหมายสุดท้ายก็คือ กทม.

21.30 น. ถึงกทม.โดยสวัสดิภาพ สรุปค่าเสียหายไม่รวมของฝากและขนมพิเศษพวกกาแฟระหว่างทางก็ 3700 บาท/คน โดยประมาณ

จัดอันดับถนนที่สวยใน TRIP
1. ขุนสะท้านไปภูลังกา
2. เชียงรายไปแม่สลอง
3. น่านไปขุนสถาน

จัดอันดับถนนสุดโหดใน TRIP (เพื่อนนันบอกมาครับผมแอบหลับเป็นระยะ)
1. แม่สลองไปแม่สาย
2. เชียงรายไปแม่สลอง
3. ขุนสะท้านไปภูลังกา
4. น่านไปขุนสถาน

สุดท้ายของทริป ต้องขอขอบคุณ
1 เพื่อนนัน (3เกลอ) ที่หาสถานที่สวยๆให้เราได้มีโอกาสถ่ายรูปมาฝากเพื่อนๆ และขอบคุณที่ขับรถพาพวกเราตะลุยกว่า 2000 กิโลเมตรตลอด 4 วัน 3 คืน และรถ VIOS คู่ใจเพื่อนนันที่ร่วมสมบุกสมบันมาตลอดทาง
2 น้องจัมมัย (3เกลอ) ที่มาเป็นนางแบบประจำทริปให้เรา และยังทำหน้าที่เหรัยญิกให้พวกเราตลอดเส้นทาง
3 พี่ยะ แอนด์ เดอะแก็งค์ ที่เป็นเพื่อนร่วมทางที่แสนดี (สอนถ่ายรูปให้ซะด้วย)
4 พี่ๆที่อุทยาน และ พี่ๆที่ดูแลที่พัก (ภูลังกา+ม่อนฟ้าใส) ที่ช่วบดูแลเป็นอย่างดี
5 ขอขอบคุณธรรมชาติที่สร้างสีสรรค์ให้เราตลอดการเดินทางครับ
6 พี่ๆจราจรที่ทำงานกันอย่างขมักเขม้นตลอดเส้นทาง
7 ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมครับ




 

Create Date : 16 ธันวาคม 2552    
Last Update : 25 ธันวาคม 2552 10:12:51 น.
Counter : 2855 Pageviews.  

ตะลุยกรุงเทพ พาแม่เที่ยวงาน 6 ธันวาคม 2552

ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้พาแม่เที่ยวชม งานฉลอง 5 ธันวามหาราช ไฟบริเวณถนนราชดำเนิน และลานพระบรมรูปทรงม้า เลยเอารูปมาฝากกันครับ



เริ่มจากเดินเรื่อยเปื่อยที่วัดพระเชตุพล









ก่อนปิดถนนตอน 18.00 น.




พอปิดถนนคนก็เต็มถนนปั๊ปเลย








บรรยากาศสวยงามครับอากาศกำลังดีไม่ร้อนไป








เดินมาได้สักพักจนถึงกระทรวงคมนาคมที่เป็นจุดตั้งขบวนรถประดับไฟก็ว่าจะถ่ายสักหน่อยแต่ถ่ายยังไงก็ติดคนเศร้าเล็กๆ




เป้าหมายคือพระบรมรูปทรงม้า (เริ่มแสดง 20.22 น) ตลอดทางมีไฟประดับสวยงามมากครับ




19.45 น. ถึงแล้วครับ แต่ว่าคนเยอะมาก เข้าไปไม่ได้สงสารคุณแม่ต้องไปเบียดกับเค้า เลยเปลี่ยนเลนส์เป็นเทเลซูมไกลๆ จะได้มีโอกาสเก็บความประทับใจไว้




ประชาชนที่มาร่วมงานพร้อมใจกันโบกธงชาติด้วยความจงรักภักดี








ขากลับได้มีโอกาสถ่ายพลุที่บริเวณหน้ารัฐสภา เสียดายตอนนั้นเก็บขาตั้งและก็ Tele ไปแล้วเลยไม่มีภาพพลุใกล้ๆเลย






ปล.งานนี้มีความสุขมากครับ และ แอบเหนื่อยใช้ได้เลยครับ สำหรับคนที่อยากไปอย่าพลาดนะครับ แนะนำให้ไปจองที่นั่งบริเวณหน้าพระบรมรูปทรงม้าก่อนเลยจะได้ไม่ผิดหวังครับ หรือไปรอบดึกก็โอเคครับ




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2552    
Last Update : 8 ธันวาคม 2552 22:15:53 น.
Counter : 372 Pageviews.  


มือใหม่ช่างซัก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ความรู้ที่ไม่ได้ถ่ายทอดบางส่วนจะหายไปเมื่อคนนั้นตาย
Friends' blogs
[Add มือใหม่ช่างซัก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.