Group Blog
 
All blogs
 

ความรู้สึกของฉัน ในคืนวันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2553

เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย? เกิดอะไรขึ้นกับคนไทย?

เราไม่เคยรู้สึกเสียใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยเลยสักนาทีเดียว

ยอมรับว่าเราก็เคยเอาประเทศไทยไปเปรียบเทียบกับประเทศนั้นบ้าง ประเทศนี้บ้างเหมือนกัน

บางอารมณ์ ---- “เราน่าจะเจริญเหมือนประเทศ A บ้างนะ”

บางอารมณ์ ---- “ประเทศไทยดีจัง ไม่มีภัยอะไรร้ายแรง”

สุดท้ายก็คิดได้ --- “แล้วไง......ประเทศไหนเป็นยังไง จะเจริญมาก หรือเจริญน้อย ประเทศไทยก็คือประเทศไทย....ทำไมจะต้องเปลี่ยน......ในโลกนี้ไม่มีประเทศไหนเหมือนกัน ต่อให้ปกครองแบบเดียวกัน มันก็ไม่มีทางเหมือนกันอยู่ดี.....ประเทศไทยเรามีอะไรดีๆอีกตั้งมากมายที่ประเทศที่เจริญแล้วไม่มี.....มันคือน้ำใจของคนไทย รอยยิ้ม ความเป็นพี่เป็นน้อง นั่นคือสาเหตุว่าทำไมเราถึงเรียกคนที่เราไม่รู้จักเหมือน ”ญาติ” ของเราเอง “ป้า...น้า....ลุง....พี่....น้อง.....”

แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับ ”คนไทย”?........คุณลืมไปหมดสิ้นแล้วใช่ไหม? ความใจดี ความมีน้ำใจ ความเป็นพี่เป็นน้อง

ตลอดเวลาอันแสนนานในช่วงชีวิตของคนเรา คุณมีความสุขไหมคะ ถามจริงๆเถอะ มีไหม?......ใครจะทุกข์บ้าง สุขบ้าง ก็ตามชะตาชีวิตและยถากรรม คุณเปลี่ยนโชคชะตาตัวเองได้ไหมคะ? ไปผูกดวง ไปแก้ดวง มันแก้ได้ไหม.....ไม่ได้หรอก มันแล้วแต่บุญทำ กรรมสร้าง อันนั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล นี่ขนาดดวงของตัวคุณเองคุณยังเปลี่ยนไม่ได้

นิสัยของคุณเอง คุณแก้ได้ไหมคะ? ชอบสูบบุหรี่ ชอบดื่มเหล้า คุณเลิกได้ไหมคะ? อาจจะเลิกได้ แต่มันยากใช่ไหม?

ประเทศไทยมันไม่ดีในสายตาคุณ ---- มันไม่มีความยุติธรรม ---- มันสองมาตรฐาน ---- คุณไม่อยากอยู่.....คุณเลยจะเปลี่ยนมัน เปลี่ยนทั้งประเทศเลย คุณว่ายากไหมคะ?

คุณมองตัวเองก่อนดีไหม? เรื่องของคุณเอง คุณยังเปลี่ยนไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรจะมาเปลี่ยนคนอื่น เปลี่ยนทั้งประเทศ --- มันยิ่งใหญ่นะคะ ----

ตัวคุณทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุดรึยัง เป็นลูกที่ดีที่สุด เป็นพ่อ/แม่ที่ดีที่สุด เป็นสามี/ภรรยาที่ดีที่สุด เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด คุณทำได้รึยัง อาจจะทำได้แล้ว หรือยังทำไม่ได้..........ทำไมไม่กลับไปพยายามทำ

คุณมีชีวิตอยู่มามีความสุขกายสบายใจจนอายุขนาดนี้แล้ว วันๆชีวิตคุณไม่ต้องคิดอะไรมาก อยากทำอะไรก็ทำได้ ไม่มีใครมาห้าม คุณรู้สึกว่า สบายดี ---- อยู่ๆมาวันนึง มีคนมาพูดอะไรบางอย่าง คุณก็เลยรู้สึกว่า “ไม่ได้แล้ว ต้องเปลี่ยน มันเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้” --- ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?

คุณอยากให้คนอื่นมาเห็นใจ.....แต่คุณไม่เห็นใจคนอื่น.....มันเป็นความผิดเขาไหมคะ

ไฟไหม้........เพลิงโมโห? หรือตั้งใจทำ?
ไม่ว่าคำตอบมันจะออกมาแบบไหน......ผลลัพท์ก็คือผิด

ห้างสรรพสินค้ามันผิดไหมคะ? มันตั้งอยู่ตรงนั้นเฉยๆ ให้ที่พักพิงแก่คุณมาเป็นระยะเวลาหนึ่งด้วยซ้ำ

“เรื่อง” บางเรื่อง มันเกิดไม่ได้ดั่งใจคุณ คุณก็เลยเผามันซะ ---- เผาแล้ว "เรื่อง” มันได้ดั่งใจคุณรึยัง?

คุณอยากจะเปลี่ยนทั้งจักรวาลให้มันได้ดั่งใจคุณ --- ให้ทั้งจักรวาลมาเข้าข้างคุณ --- ให้ทั้งจักรวาลมาอยู่รอบตัวคุณโดยมีคุณเป็นศูนย์กลาง.......รึเปล่า???

คุณลืมไปหรือเปล่าว่า วันนึงคุณก็ต้องตาย คุณเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมากๆในจักรวาล ที่ไม่มีความสลักสำคัญอะไรเลยต่อจักรวาล ประโยชน์ก็ไม่ได้สร้าง สร้างแต่ผลเสีย --- ใช้ทรัพยากร ก่อมลภาวะ ฯลฯ

คุณตาย จักรวาลไม่ตาย – อาจจะยิ่งดีต่อจักรวาลด้วยซ้ำ

แต่ถ้าจักรวาลตาย คุณตาย

------ อย่าเอาตัวเองเป็นใหญ่ และยอมรับในสิ่งที่มันเป็น -------- แค่นี้คุณก็มีความสุขแล้วชีวิตนี้ จะเอาอะไรอีก??



วันนี้อะไรหายไปจากเรา ---- ใจหาย

วันนี้อะไรหายไปจากใจคนไทย ---- ความใจกว้าง

วันนี้อะไรหายไปจากโลก ---- ความรัก

------- โลกไม่เป็นโลก ถ้าปราศจากความรัก ------

------- ประเทศไทยไม่เป็นประเทศไทย ถ้าปราศจากความเห็นใจ ------

สุดท้าย

อยากจะถามมือวางเพลิง ห้าง Siam Paragon -- คุณเคยไปเที่ยว Siam Paragon ไหมคะ? เคยเข้าไปที่ Siam Ocean World รึเปล่า? ในนั้นมีสัตว์น้ำมากมาย ทั้งปลาฉลาม ปลาหายาก นกเพ็นกวิน (สัตว์โลกผู้พึ่งพาธรรมชาติ และไม่ทำลายโลกใบนี้เหมือนคุณ มันอาจจะประเสริฐกว่าคุณตรงที่มันไม่ฆ่าแกงกันเอง) คุณสงสารมันบ้างไหมคะ? คุณนึกภาพออกไหมตอนที่มันกำลังจะตาย.....หรือคุณคิดแค่ว่าคุณโมโห......สัตว์น้ำกับนกเพนกวิน มันผิดไหมคะที่โลกนี้มันไม่ได้ดั่งใจคุณ?

อยากจะถามมือวางเพลิง ห้าง Central World – คุณเคยไหว้พระไหมคะในชีวิตนี้? ที่นั่นมีพระที่ศักดิ์สิทธิ์มากอยู่ 2 องค์นะคะ – พระตรีมูรติ ขอให้สมหวังในเรื่องความรักได้ และ พระพิฆเนศ ขอให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้.....คุณทำลายพระทั้ง 2 แล้ว เราว่า ในชาตินี้และชาติหน้าต่อไปอีกไม่รู้กี่สิบชาติ คุณคงเป็นคนที่ขาดความรักและไม่มีอะไรดีในชีวิตแล้วล่ะค่ะ.....คุณต้องน้อมรับในผลกรรมที่จะเกิด ขอให้พบเจอผลกรรมนั่นเร็วๆนะคะ ภายใน 3 วัน 7 วันได้ยิ่งดี

สาธุ

Bye Bye CTW




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2553 11:18:56 น.
Counter : 203 Pageviews.  

ดอกไม้...ที่บ้านสวน

สวัสดีค่ะ

เมื่อวันตรุษจีน ษาได้กลับไปเยี่ยมบ้านที่สระบุรีค่ะ

ถ่ายรูปดอกไม้ในรั้วบ้านเล่นๆ เออ...มันก็ออกมาดูดีนะเนี่ย ขอเอามาแปะบล็อกหน่อย.....

จริงๆ ษาน่าจะเอาไปลงกรุ๊ป "ถ่ายภาพ" เนอะ แต่ษาขี้เกียจเปิดกรุ๊ปใหม่ เอาลง "ไดอารี่" แล้วกันค่ะ

ภาพทั้งหมด ถ่ายโดยใช้กล้อง Digital ของ PENTAX Optio A10 8.0 Megapixels (ใช้โหมดถ่ายดอกไม้+ปรับโฟกัสเอง)

an-chan

-----------------------------------------------------------------------------

kra-jeab

-----------------------------------------------------------------------------

leelawadee

-----------------------------------------------------------------------------

orange flowers with spider

-----------------------------------------------------------------------------

pink lily

-----------------------------------------------------------------------------

purple orchid

-----------------------------------------------------------------------------

red flowers

-----------------------------------------------------------------------------

shocking pink flower

-----------------------------------------------------------------------------

white-purple orchid

-----------------------------------------------------------------------------

white-yellow orchid

-----------------------------------------------------------------------------

yellow red flowers

-----------------------------------------------------------------------------

ติ-ชม กันด้วยนะคะ




 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2553 11:27:16 น.
Counter : 233 Pageviews.  

ชิทแชทเรื่อง...โลกแตก

เราเป็นคนชอบดูหนังแนวโลกแตก โลกดับ หรือวันสิ้นโลกมาก ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นคนชอบความรุนแรงหรืออะไรทำนองนั้นเลยนะคะ แต่เรารู้สึกว่า แนวความคิดเรื่องโลกดับสูญเนี่ย มันอยู่คู่กับมนุษย์มานมนานไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด ....... สำหรับเราแล้ว เราคิดว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความคิด มีความรู้ และมีจิตนาการ ดังนั้น ตั้งแต่โบราณมา จึงมีบันทึกที่กล่าวถึงคำทำนายถึงวันสิ้นโลกออกมาอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งไม่น่าแปลกเลย....ก็บอกแล้ว....ว่ามนุษย์จินตนาการสูง.....

ไม่ใช่ไม่เชื่อว่าคำทำนายนั้นจะไม่เป็นจริงนะคะ เพียงแค่คิดว่า ต่อให้คนคนหนึ่ง ซึ่งไม่มีความรู้ด้าน ดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือศาสตร์ใดๆเลย ก็สามารถที่จะคิดถึงเรื่องนี้ได้ พอๆกับที่รู้ว่า สักวันตัวเราก็ต้องตาย ถูกไหมคะ?

หนังที่เกี่ยวกับความหายนะของโลก ไม่ว่าจะเป็น......ดาวจะพุ่งชนโลก-น้ำท่วมโลก-เอเลี่ยนบุก-พายุล้างโลก-โลกจะแตกเพราะดวงอาทิตย์-โลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง โอ๊ย เยอะแยะต่างๆนานา.....เราชอบหมด ไม่ว่าจะเป็นหนังฟอร์มยักษ์ หรือหนังที่ออกมาเป็นแค่วีซีดีให้เช่า ก็ดูมาเกือบหมดแล้ว(มั้ง) แต่ที่ชอบสุดๆคือ

The Day After Tomorrow และ 2012 (แหม กำลังดังอยู่พอดี) จริงๆก็ชอบหลายเรื่อง แต่นึกไม่ค่อยออก

thedayaftertomorrow

2012

สำหรับเรา หนังทุกเรื่องให้แง่คิดได้หมดนะคะ เพียงแต่คนดูจะเก็บเกี่ยวแง่คิดนั้นได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวแล้ว หนังโลกแตกนี่สะท้อนอะไรได้เยอะมาก อันนี้ไม่รวมถึงความสนุกและความตื่นตาตื่นใจของฉากที่สุดยอดอลังการ ซึ่งเราคิดว่าคนส่วนใหญ่อยากไปดูความอลังการของฉากนั่นแหละ

ทำไมเราถึงบอกว่าหนังโลกแตกสะท้อนแง่คิดได้......หลักๆเลย คือสะท้อนธรรมชาติของคน ว่าคนไหนเป็นอย่างไร บางคนเห็นแก่ตัวซะจนละทิ้งคนที่ทำให้ตัวเองรอดชีวิต แต่บางคนก็ยอมสละชีวิตเพื่อช่วยคนอื่น........สำหรับเรา การดูหนังประเภทนี้แล้วทำให้คิดได้ว่า.....สิ่งสำคัญสำหรับชีวิตคนเราคืออะไร? ไม่น่าเชื่อว่า คำถามเชิงธรรมะขนาดนี้เราจะคิดออกได้จากการดูหนังโลกแตกมาหลายๆเรื่อง.....คำตอบสำหรับเรา สิ่งสำคัญสำหรับชีวิตคนเรา คือ การมีชีวิตอยู่เพื่อทำตัวให้สมกับที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ นั่นคือ การช่วยเหลือเกื้อกูลคนอื่นเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถทำได้

ถ้าใครยังจำเรื่อง The Day After Tomorrow ได้ จะจำได้ว่า แม่ของพระเอกที่เป็นหมอ ยอมอยู่รอรถพยาบาลกับคนไข้เด็กอ่อนแอคนหนึ่ง ทั้งๆที่ไม่รู้ว่ารถพยาบาลจะมาหรือเปล่า เธออยู่กับเด็กคนนั้นทั้งๆที่เธออาจจะต้องตายหากรถพยาบาลไม่มาจริงๆ.......สำหรับเรา ตัวละครตัวนี้ทำสิ่งที่สมกับเป็นมนุษย์จริงๆ เธอเป็นหมอที่ได้ช่วยชีวิตผู้คนมามากมาย และในเกือบจะท้ายที่สุด เธอก็ยังยืนหยัดที่จะช่วยคนอื่นอย่างแท้จริง

อย่างที่สอง....ให้แง่คิดในเชิงของการเสียสละ ทุกๆการต่อสู้(เพื่อชีวิต) จะต้องมีคนจำนวนหนึ่งเป็นผู้เสียสละเพื่อคนหมู่มาก ถ้าไม่เชื่อจะลองย้อนกลับไปดูหนังหลายๆเรื่องก็ได้ ว่าจะมีตัวละครประเภทนี้อยู่จริงๆ (แถมมีหลายคนด้วย) และเขามักจะเป็นฮีโร่(ที่ต้องตาย) และพระเอกมักจะเป็นคนประเภทนี้

อย่างที่สาม หนังประเภทนี้มักสะท้อนความมีอีโก้ของคนบางกลุ่ม และอีโก้นั้นจะทำให้เขาตายหรือพบกับหายนะในที่สุด เพราะไม่ยอมฟังใคร คิดว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่น

อย่างต่อมา สะท้อนถึงความไม่เท่าเทียมกันของมนุษย์ ทั้งๆที่ตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงตาย คนเราก็ยังแบ่งชนชั้น และทะเลาะเบาะแว้งกันไม่เลิก (น่าสลดใจจริงๆ สำหรับมนุษย์บางกลุ่มที่ทะเลาะกันไม่เลิก -- เลิกซะเถอะนะคะ ทะเลาะกันทำไม ชีวิตคนเราสั้นจะตายไป เราไม่ได้เกิดมาเพื่อมาทะเลาะกันนะคะ มีสิ่งดีๆให้สร้างสรรค์อีกเยอะค่ะ ผู้ใหญ่บางคนเค้าจะคิดได้ไหมน้า เห็นออกข่าวได้ทุกวัน อิอิ)

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่คนเราต้องตระหนักให้ขึ้นใจ คือเรื่องภาวะโลกร้อน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ก็จริง แต่คนทุกคนสามารถช่วยกันได้คนละไม้คนละมือ ด้วยการ

1. งดรับถุงพลาสติกเวลาไปซื้อของ และงดพิมพ์สลิป ATM
2. งดทิ้งขยะเรี่ยราด (ทิ้งลงถัง คนเก็บขยะเอาไปรีไซเคิลได้ง่าย)
3. งดซื้อของที่ไม่จำเป็น เป็นการลดขยะไปในตัว (นอกจากช่วยลดโลกร้อนแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินอีก)
4. ถ้าเป็นไปได้ ให้เลือกบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากแก้ว (แก้วเอาไปรีไซเคิลง่ายกว่าพลาสติก เพราะพลาสติกต้องแยกประเภท แต่แก้ว แค่แยกสีแล้วหลอมได้เลย)
5. งดเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าและโทรศัพท์มือถือบ่อยๆ (เป็นการลดการใช้ทรัพยากรของโลก ทั้งยังช่วยลดขยะอันตราย รวมถึงมลภาวะที่เครื่องใช้เหล่านั้นปล่อยออกมา)
6. ร่วมใจกันใช้กระดาษรีไซเคิล
7. เปิดไฟเท่าที่จำเป็น
8. ช่วยกันปลูกต้นไม้ไว้ที่บ้าน จะต้นเล็กต้นใหญ่ก็แล้วแต่สถานที่เอื้ออำนวย
9. ใช้รถโดยสารสาธารณะ (เป็นการประหยัดพลังงาน และเป็นการช่วยลดมลภาวะทางอากาศ)
10. ทำจิตใจให้รักธรรมชาติ และควรช่วยปลูกฝังเด็กๆให้มีจิตสำนึกที่ดีในการประหยัดพลังงานและรักโลกของเรา

นึกออกได้แค่นี้ค่ะ.....ต่อไปจะตั้งใจทำตัวให้สมกับที่ได้เกิดเป็นมนุษย์และจะช่วยลดโลกร้อนด้วย....ถ้าหากวันสิ้นโลกมาถึงจริงๆ เราคิดว่าเราคงจะไม่เสียดายชีวิตล่ะค่ะ.....เพราะอย่างน้อยเราก็ได้รู้ตัวว่า....เราทำดีที่สุดแล้ว.......

earth




 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2552 13:10:20 น.
Counter : 664 Pageviews.  

"ตบกันไหมล่ะ!!!!"

เช้าวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2552

เราขึ้นเรือโดยสารคลองแสนแสบไปทำงานตามปกติเหมือนทุกเช้า...แต่ทว่า เช้านี้ไม่เหมือนทุกเช้าอยู่อย่างหนึ่ง เพราะได้พบเจอเหตุการณ์ตื่นเต้นเข้า

เมื่อเรือเทียบท่าที่ท่าเรือหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเรางัวเงียไม่ทันได้มอง มีผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเราคนหนึ่งก้าวลงเรือมา บริเวณที่เรานั่งเป็นหัวเรือติดกับคนขับซึ่ง ณ ตอนนั้น ไม่มีที่นั่งเหลือแล้ว แต่เธอก็ยังก้าวขาลงมา เธอใส่เสื้อสูทแขนยาวสีดำ ข้างในเป็นเสื้อสีขาว สวมกระโปรงสีดำสั้นพอประมาณ แต่ผ่าลึกมาก สวมรองเท้าส้นสูงสีดำ เธอผิวขาว หน้าตาไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร

เมื่อเรือออก เธอยืนโดยเกาะที่นั่งคนขับไว้ สักพักหนึ่งเธอมองซ้ายมองขาว แล้วพูดกับคนที่นั่งข้างๆคนขับประมาณ 3 คนว่า

"เขยิบไปหน่อยสิ จะนั่ง"
คนที่นั่งทั้ง 3 คนพยายามขยับแล้ว แต่ที่นั่งตรงนั้นมันแน่นแล้วจริงๆ

"ขยับหน่อยสิ บอกให้ขยับไง.....เนี่ย นั่งได้อีกคนนึง" พลางเอามือไปดันให้คนที่นั่งริมเขยิบให้หล่อนนั่ง

คนอื่นเบียดเสียดกันจนพอมีที่ว่างเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ 1 คืบ...เธอคนนั้นแทรกก้นลงไปนั่งทันที ทำให้คนอื่นเบียดกันจนหัวเข่าเกยกัน

หลังจากที่ได้นั่ง เธอคนนั้นเปิดโยเกิตกินทันที แขนของเธอกางออกจนไปชนคนข้างๆ แต่เธอก็ไม่สนใจ ระหว่างนั้น ใครมองเธอ เธอก็จะพูดกร่างๆว่า "มองไม"

หลังจากกินโยเกิตหมดถ้วย เธอเขวี้ยงถ้วยโยเกิตลงไปในคลองทันที

ขณะนั้น ป้าคนที่นั่งใกล้ๆเธอคุยโทรศัพท์อยู่ ป้าไม่ได้พูดเสียงดังมากมายอะไร แต่เธอคนนั้นกลับตะคอกใส่ป้าว่า

"จะคุยอีกนานมะ....เมื่อไหร่จะวาง รำคาญ"

ป้าก็ยังคุยต่อไป โดยไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่ก็คงจะไปขวางหูขวางตาเธอมั้ง เธอจึงถามย้ำว่า

"ถามว่าจะคุยอีกนานมะ คนอื่นเค้ารำคาญ เค้ามองกันใหญ่แล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะวางซะที" (เค้ามองหล่อนนั่นแหละ ไม่ได้มองป้า)

ป้ายังไม่วาง....เธอคนนั้นจึงแย่งโทรศัพท์ป้ามาแล้วกดปิด

ป้าโมโหมาก ถามกลับไปว่า "ทำไมทำตัวอย่างเนี๊ยะ เดี๋ยวก็โดนตบหรอก"
เธอคนนั้นตอบกลับแบบไม่คิด "คิดว่ากลัวเหรอ จะตบไหมหล่ะ" ป้ากับหล่อนเถียงกันไปมา "ตบไหมล่ะ ตบไหมล่ะ"

ป้าโมโหพูดออกมาว่า "อย่าหนีไปไหนนะ ขึ้นท่าเรือก่อนเถอะ อย่าหนีนะ เจอตบแน่"

หล่อนลุกขึ้นยืน(ตรงบริเวณแคบๆข้างคนขับนั่นแหละ) แล้วพูดว่า "ที่ลุกขึ้นยืนเนี่ย ไม่ได้กลัวนะ แต่เมื่อยแล้ว แค่ไม่อยากนั่ง"

แล้วไม่รู้ว่าใครเริ่มก่อน แต่ภาพที่เราเห็นคือความชุลมุนวุ่นวายภายในบริเวณแคบๆ ป้าและหล่อนคนนั้น นัวเนียพัลวัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตรงหน้าเรานี่เอง ใจหนึ่งกลัวมีคนตกน้ำลงไป ใจหนึ่งกลัวถูกลูกหลง และอีกใจหนึ่งก็สมน้ำหน้าหล่อน

พวกเราหลายคนช่วยกันห้ามป้าและหล่อน ก่อนที่เวลา "ตบกัน" จะยืดยาวมากไปกว่านี้

พอเรือเทียบท่าอีกครั้ง คนขับเรือทำไม้ทำมือส่งสัญญาณให้นายท่าพาหล่อนคนนี้ขึ้นไปที เพราะทำเค้าป่วนกันไปหมด

"มาครับ ขึ้นมาก่อน"
"ไม่เป็นไรค่ะ ไม่มีอะไร ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ" หล่อนยืนยันว่าไม่มีอะไรจริงๆ
"ไม่มีอะไรก็ขึ้นมาก่อนสิครับ"
"มันยังไม่จบอ่ะ ไม่เอา ไม่ขึ้น"
"ขึ้นมาก่อนเถอะครับ"
"ไม่เอาอ่ะ ไม่ขึ้น เดี๋ยวไปทำงานสาย" หล่อนพูด (ออกมาได้)
คนบนเรือทั้งลำ มองหน้าเธอ ไม่รู้ว่าคนอื่นๆคิดเหมือนเรารึเปล่า แต่เราคิดว่า "เธอนั่นแหละจะทำให้คนบนเรือทั้งลำ ไปทำงานสาย"

เมื่อเสียเวลามามากแล้ว คนขับเรือและนายท่าแน่ใจว่าหล่อนจะไม่ขึ้นจากเรือแน่นอน คนขับก็ออกเรืออีกครั้ง

หล่อนยืน บิดไปบิดมาสักพัก ก็หันไประรานชายหนุ่มที่นั่งอยู่ว่า "ช่วยถือของไม่เป็นเหรอไง" พลางเอาสัมภาระทั้งหมดของเธอลงไปกองที่ตักของเขา

หลังจากนั้น ชายหนุ่มคนนี้คงทนไม่ไหว เลยลุกให้หล่อนนั่ง

เหตุการณ์หลังจากนั้น เราไม่ได้อยู่ดูต่อ เพราะถึงท่าที่เราขึ้นซะก่อน

แต่การโดยสารเรือของเราซึ่งปกติเราคิดว่ามัน"แป็ปเดียว" วันนี้กลับรู้สึกเหมือน "นานเป็นเดือน"

เฮ้อ.....ทำไมต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วยนะ

อย่างไรก็ตาม....หล่อคนนี้ให้บทเรียนกับเรา

1. ไม่ว่าจะหงุดหงิดแค่ไหน เราไม่ควร "เหวี่ยง" ให้มันมากนัก (คิดว่ายังไงชาตินี้คงไม่ได้ "เหวี่ยง" ขนาดหล่อนคนนี้แน่ๆ)
2. อย่ามองคนที่หน้าตา เพราะหล่อนคนนี้ก็หน้าตาดี ทำไมทำตัวเยี่ยงนี้ได้เนี่ย
3. คนแบบนี้ มันมีจริงๆ

ป.ล. เหตุการณ์จริงมันมากกว่านี้ เนื่องจากหน้าหล่อน น้ำเสียงหล่อน โอ๊ย ระหว่างที่เรานั่งอยู่ก็ใจตุ๊มๆต่อมๆ กลัวโดนเธอคนนี้ด่าเอาซะจริงๆ ระรานคนรอบๆไปทั่วเลย ใครทำอะไรก็ขวางหูขวางตาเธอไปซะหมด

ขอพระคุ้มครองค่ะ!!!!!!!!!!!




 

Create Date : 30 ตุลาคม 2552    
Last Update : 30 ตุลาคม 2552 15:13:07 น.
Counter : 105 Pageviews.  

อิจฉาไปทำไม ?!?

เคยไหมที่รู้สึกว่าตัวเองขี้อิจฉา.......บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนิสัยไม่ดี มีด้านเลวๆซ่อนอยู่

เราว่า....ทุกคนมีมุมนั้นหมด เพียงแต่จะนึกหรือไม่นึกเท่านั้นเอง....ความจริงเราไม่เคยทำอะไรเลวๆ แต่ถ้านึกเรื่องไม่ดีหรือเรื่องเลวๆ...ก็มีบ้าง

ไม่เคยทำร้ายใครด้วยการกระทำ...แต่ความคิดร้ายๆนั้นมันทำร้ายตัวเราเอง....อย่างน้อยก็ทำให้หงุดหงิด....ใช่ไหม?!?

บางทีก็ชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น....ว่า ทำไมอายุเท่ากัน แต่เค้ามีอันโน้น มีอันนี้ ได้เงินเดือนเท่านั้น เท่านี้.....ทำไมจบมาจากที่เดียวกัน เค้าได้ดีกว่าเรา....ซึ่งบอกตรงๆ ไม่รู้จะคิดไปทำไม เหมือนทำร้ายตัวเองมากกว่า....แต่ความคิดมันผุดขึ้นมาเอง แบบช่วยไม่ได้

รู้ตัวเหมือนกันนะว่าเป็นคนยังไง ชอบคิดอะไร ตามความคิดตัวเองทันเหมือนกัน แต่ห้ามความคิดนั้นไม่ได้....จะมานึกได้เมื่อเวลาผ่านไปสักแปปนึงว่า เออ...เลิกคิดดีกว่า คิดแล้วไม่มีความสุข....ไม่มีใครว่ารู้ว่าเราคิดอะไร ไม่มีใครเดือดร้อน มีแต่ตัวเราเองที่เดือดร้อน...เพราะตัวเองคิดไม่ดีกับตัวเอง....

ตอนเช้าบางวัน....เราจำเป็นต้องโดยสารเรือมาทำงาน (เรือคลองแสนแสบนะคะ) เพราะกลัวมาทำงานสาย ที่ทำงานอยู่ไกลบ้าน รถก็ติด

เวลาโดนน้ำคลอง (เน่าๆ) กระเด็นใส่ ก็แขยงกับน้ำเน่าๆนั้น เพราะมันเหม็น มันคัน

แต่น้ำเน่าทำให้เรานึกได้อย่างนึง.....คนก็เหมือนน้ำ

น้ำมีหลายประเภท....เหมือนคน ที่มีหลายประเภท

น้ำเน่า....ไม่มีใครต้องการ ทั้งเหม็นทั้งดำ เมื่อถูกตัวก็คัน....เหมือนคนบางคน

น้ำคลอง....ใช้ประโยชน์ได้ แต่บางคนไม่ชอบ เพราะมันขุ่น บ้างก็ว่าไม่สะอาด....เหมือนคนบางคน

น้ำก็อก....ใช้อุปโภคได้ ใช้อาบน้ำ ซักผ้าได้ แต่บางคนไม่กล้ากิน....เหมือนคนบางคน

น้ำดื่ม....สะอาด ปลอดภัย ใช้ดื่มได้ มีค่าและมูลค่า....เหมือนคนบางคน

น้ำแร่....สะอาด ปลอดภัย ใช้ดื่มได้ มีแร่ธาตุ มีค่า และมีมูลค่า....เหมือนคนบางคน

น้ำหอม....มีค่า มีมูลค่า มีกลิ่นหอม และมีภาพลักษณ์ที่ดี แต่กินไม่ได้ เพราะไม่ได้มีไว้กิน....เหมือนคนบางคน

น้ำ....ทำให้เราคิดได้.....จะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นไปทำไมในเมื่อน้ำเน่า ยังไงก็ไม่มีวันกลายเป็นน้ำหอม....

ไม่ได้หมายถึงตัวเองว่าเป็นน้ำเน่านะ...

ถ้าให้คิด เราว่าเราเป็นน้ำดื่ม.....ที่ไม่มีวันกลายเป็นน้ำหอมราคาแพงในขวดสวยหรู....แต่เป็นน้ำดื่มก็มีค่าได้ ทุกคนต้องการน้ำดื่ม....เราต้องทำหน้าที่ของน้ำดืมที่เราเป็นอยู่ให้ดี....อย่าไปเพ้อฝันว่าวันนึงเราจะกลายเป็นน้ำหอมเลย.....จริงไหม












 

Create Date : 18 สิงหาคม 2552    
Last Update : 18 สิงหาคม 2552 12:02:14 น.
Counter : 162 Pageviews.  

1  2  

SS_Sity
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add SS_Sity's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.