เรื่องเล่าของสาวอยากมีดั้ง ตอนที่5
และแล้ว ... ก็ถึงเวลาขึ้นเขียง นอนรอหมอด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ นึกในใจว่า "ตรูมานอนทำอะไรที่นี้น๊อ จะกลับคงไม่ทันแล้ว เอาวะ สู้!!!!" ทันใดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงคนไข้ฝั่งตรงข้ามโดนฉีดยาชาร้องโอดครวญเบาๆ สลับกับเสียงหมอบอกว่า "อีกนิดนึงนะ ใกล้เสร็จแล้วครับ" .... ตึ๊ง!! ในใจคิดทันที "ตายแล้วตรู เจ็บแน่ๆเลย" ในใจนึกเรียกเทพเทวดา พระทุกองค์ที่นับถือ "ช่วยหนูด้วยนะคร๊า ขอให้หนูไม่เจ็บ ถึงเจ็บก็ขอให้หนูอดทนไหว ฮือออออ" เราก็ร้องครางในใจลุ้นกับเสียงคนไข้ฝั่งนั้น

เมื่อหมอเดินมาถึงเตียงเรา เราชิงถาม "หมอคะ ... เจ็บใช่มั้ยคะ" หมอส่งยิ้มมาให้แล้วตอบว่า "ครับ ... เจ็บแป็บเดียวนะครับ" และเมื่อลงเข็มเท่านั้นแหละค่ะ เป็นแป็บเดียวที่ทรมานเจ็บจี๊ดถึงทรวงมาก ขนาดไอ้เราที่ว่าถึกๆ อดทนต่อความเจ็บปวดเก่งแล้วนะ โอ้ว..พระเจ้าจอร์จ มันจี๊ดมากจริงๆ ถ้าความเจ็บเต็ม 10 เราชูป้ายคะแนนให้ 7.5 เลยค่ะ

เอาล่ะ .. พอช่วงเวลาเจ็บหายไป ความชาก็เข้ามาแทนที่ หลังจากนั้นเราก็ชิลละ นอนคุยกับหมอ กับพยาบาลอย่างสนุกสนาน แอ๊บคุยตลกกลบเกลื่อน จริงๆก็กลัวนั่นแหละ กลัวว่ายาชาจะหมดฤทธิ์หรือยังน๊อ เพื่อนๆชอบถามว่า ตอนทำรู้สึกมั้ย .. รู้สิ รู้เลยว่าตอนเสียบสิลิโคนเข้าไป มันดัง งึ๊ดๆๆๆๆ ก็เพลินๆนะ

ผ่านไปประมาณ 30 - 40 นาทีได้มั๊งก็เสร็จ แหม .. รอดมาได้ เก่งจริงๆ > <

และก็ผ่านไปเป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้ว (ทำตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 สิงหา ส่วนวันนี้ 26 สิงหา) สิ่งที่ได้กลับมาคือ ... แต๊แน

ด้านซ้ายก่อนทำ ..... ด้านขวาหลังทำ (ถ่ายเมื่อตอนครบ 1 สัปดาห์ ยังบวมๆอยู่)



ภาพนี้ก็ตอนครบ 1 สัปดาห์ค่ะ



ภาพนี้ 2 สัปดาห์



เพื่อนๆบอกหน้าเหมือนแขก ... ซะงั้น



รูปสุดท้ายค่ะ ..



วันนี้เอาดั้งใหม่ไปให้แม่ดู แม่บอกว่า หน้าเปลี่ยนไปยังไม่คุ้นหน้า ก็คาดคั้นว่า "แล้วสวยมั้ยล่ะ"
แม่ก็ดูฝืนๆใจพูดว่า "ก็ดี แต่เอาไว้รอให้หายบวมก่อนแล้วจะบอกใหม่"

แต่โดยรวมเราก็พอใจนะคะ ไม่ได้โด่งมาก แล้วก็ดูเป็นธรรมชาติ แต่ติดอยู่นิดนึงคือ
พอทำมาแล้ว หน้าแบ๊วๆของเรามันหายไป ตอนนี้มันดูโตขึ้น แต่ก็นะ .. ต้องรอให้เข้าที่กว่านี้ถึงจะรู้ เผื่อตาแบ๊วๆจะกลับมา ตอนนี้แปลงร่างเป็นสาวแขกไปก่อน เอิ๊กกกกกก

ตอนนี้จมูกก็โมไปแล้ว เหลืออีกอย่าง สรีระอันอวบอ้วนชวนกินข้าวขาหมู เราต้องหาทางกำจัดมันไปซะ .. แต่เอ่อ ต้องรอให้ผ่าน 3 เดือนนี้ไปก่อน รอให้ซีลี่เข้าที่เกาะกะหน้าก่อน ถึงจะออกแรงได้ ไว้น้ำหนักลด จะมา update อีกทีคร๊า .... โปรเจคท์ Make Over นี้จะใช้ระยะเวลากี่เดือน กี่ปี กี่สิบปี ต้องมาลองดูกันคร๊า





Create Date : 26 สิงหาคม 2555
Last Update : 26 สิงหาคม 2555 21:02:25 น.
Counter : 1133 Pageviews.

4 comment
เรื่องเล่าของสาวอยากมีดั้ง ตอนที่4
หลายคนบอกว่า ให้หาภาพแบบไปให้คุณหมอดูด้วยว่าเราอยากได้แบบไหน แต่ของเรา ไม่อยากได้เยอะ แค่ให้มีดั้งเท่ากับปลายจมูก ไม่เอาโด่ง เพราะโด่งแล้วเดี๋ยวเราจะเหมือนกระเทย (เคยมีคนทักหลายคนละว่าคล้ายๆกระเทย)

นอกเรื่องหน่อยคือ เพราะเป็นผู้หญิงอวบระยะสุดท้าย แล้วดันไม่มีหน้าอก เค้าเลยทักว่าเราเหมือนกระเทย เคืองงงงงงงง

อ่ะ ดูภาพกันก่อนค่ะ หน้าตาแบบไม่ปิดบัง ถ้าใครรู้จักอิชั้น ก็เงียบๆไว้ ไม่ต้องแสดงตัวฉีกหน้าในคอมเม้นท์นะคะ 5555

หน้าเดิมๆค่ะ เอาแบบในมุมที่พอดูได้ก่อน 555





ดั้งไม่มีเนี่ยะ เห็นม๊ายยยย ภาพต่อไป มาดูแว่นเจ้าปัญหา ที่บอกว่า ใส่แล้วก้มหน้าไม่ได้ ร่วง!!



เพื่อนถามว่า "ทำไมไม่ซื้อแว่นใหม่ หรือ ก็เลือกแว่นที่มันใส่แล้วมีที่เกาะดั้งล่ะ"
เราตอบว่า "อันนี้มันที่ปลาายเหตุ เหตุอยู่ที่ดั้ง ทำดั้งใหม่ดีกว่า คราวนี้จะใส่อันไหนก็ได้" สมเหตุ สมผล ฟังขึ้นยัง 5555

อ่ะ มาดูภาพแบบดูไม่ค่อยได้มั่ง



หมูกโตนะ แต่ไม่ซีเรียส ไม่คิดจะตัดปีกด้วย เค้าว่าโหวงเฮ้งจมูกดีแล้ว รับทรัพย์ เสริมได้ แต่อย่าตัดปีก ..  ต่อมาดูภาพด้านข้างค่ะ ที่เค้าล้อกันว่า "ไอ้แด่น" มันเป็นดังนี้



แก้มย้อยมาก ...

หลายคนบอก แค่ลดน้ำหนัก ดั้งก็มาแล้ว .... เราก็รู้นะคะว่าดั้งจะขึ้นมาอีกหน่อยนึงถ้าผอมลง แต่พยายามจะลดแล้ว ยังไม่สำฤทธิ์ผลเป็นที่น่าพอใจซะที เพราะงั้นก่อนที่จะแก่ไปกว่านี้ ทำดั้งก่อนละกัน เรื่องลดน้ำหนักเดี๋ยวจัดตามมาแน่นอน สัญญา!!

และแล้ว ... ก็ถึงวันที่ 10 สิงหาคม

ทางคลินิก นัดเรา 6 โมงเย็น บอกว่าคุณหมอมา 1 ทุ่ม ให้เข้ามาเตรียมตัวก่อน

เราไปถึง 5 โมงเย็น พร้อมกับใจตุ๊มๆต่อมๆ ไปกับน้องที่ออฟฟิศอีกคน ให้น้องเค้าไปเป็นเพื่อน เผื่อมึนยา หรือมีอาการอะไร จะได้พากลับได้

ก็ไปหาอะไรกิน พร้อมกับนั่งถอนหายใจหลายเฮือก และพอถึงเวลา 6 โมงเย็น ก็เข้าไปรายงานตัว และรอคุณหมอ

เห็นสาวๆหลายคน บ้างใส่ชุดนักศึกษา บ้างยังใส่ชุดนักเรียน บางคนสวยอยู่แล้วก็ยังมาทำเพิ่ม บางคนทำไปแล้วสวยแล้ว แต่ไม่ชอบทรงจมูก จะกลับมาแก้ก็มี หลากหลายแบบค่ะ

แต่เรานี่สิ อ้วนด้วย แก่ด้วย เพราะงั้นสมเหตุสมผลที่จะมาทำ เพราะว่าก็อยากสวยนี่คะ

สรุปหมอมาถึงคลินิคเกือบ 2 ทุ่ม พนักงานก็เริ่มเรียกคนไข้ที่ต้องการขอคำปรึกษากับคุณหมอ เพื่อให้หมอพิจารณาก่อนว่า "ทำได้หรือไม่"

พอถึงคิวเราจะเข้าไป หมอทำท่าจะลุกแล้วบอกว่า "ดูมวยก่อนได้มั้ย" เราก็ห้ามหมอไว้ "เอ้า อย่าเพิ่งสิ คุยกับหนูก่อน" (ตรงกับวันที่พี่แก้ว พงษ์ประยูรชิงเหรียญเงินพอดิบพอดี หมอก็อยากเชียร์นักกีฬาไทย อันนี้เข้าใจ ไม่ว่ากัน 5555)

หมอ ดูหน้าเราปุ๊บ "ปลายจมูกสวยแล้ว ทำง่ายเลย ทำแล้วสวยด้วย รับรอง" หมอกับจับจมูกแล้วดึงให้ดูว่า เอาความโด่งแค่นั้น แค่นี้พอนะ เราก็บอกว่า "แค่นั้นแหละค่ะ ไม่เอาเยอะ เอาสวย ไม่เอาคุ้ม"

จากนั้นก็ไปจ่ายตังค์ที่เคาน์เตอร์ และนั่งรอเวลาขึ้นเขียง ......



Create Date : 13 สิงหาคม 2555
Last Update : 13 สิงหาคม 2555 13:58:54 น.
Counter : 942 Pageviews.

0 comment
เรื่องเล่าของสาวอยากมีดั้ง ตอนที่3

ระหว่างที่หาข้อมูล ก็เจอเพียบเลยจ้า ข้อห้าม และ ข้อควรทำ ก่อน-หลังเสริมจมูกเก็บเกี่ยวไว้ให้หมด อ่านและดูภาพรีวิว ความรู้สึกของคนที่เข้าไปทำว่า

เจ็บมั้ย , ต้องพักกี่วัน , ต้องทำตัวยังไงกิน นอน นั่ง โอ๊ยยยย..สารพัด

เราก็ยังคงคำเดิมว่า “ยังไงก็จะทำ เรื่องเจ็บสู้ไหวอยู่แล้น”


ก่อนถึงวันขึ้นเขียง 1 สัปดาห์ โด๊ปวิตามิน และ สมุนไพรก่อนล่วงหน้า ได้แก่ ..

คอลลาเจน เช้า 2 แคปซูล ก่อนนอน 2 แคปซูล ...เจ้าคอลลาเจนนี่กินประจำอยู่แล้ว ปกติกินไม่ตอนเช้า ก็ ตอนเย็นแค่วันละครั้ง ...แต่พอใกล้ทำแล้วซัดทั้งเช้า ทั้งก่อนนอน

วิตามินซี 1,000mg. 1 เม็ดระหว่างมื้ออาหารเช้า : ที่กินวิตซี เพราะว่า กลัวตัวเองเป็นหวัดก็เลยกันไว้หน่อยละกัน

และตัวสุดท้าย สมุนไพรขมิ้นชัน หลังอาหาร 2 เม็ด เค้าให้ทาน 3 มื้อหลังอาหารแต่เราขี้เกียจ ก็เลยกินแค่มื้อเดียวพอ : อ่านเจอมาว่า ช่วยสมานให้แผลผ่าตัดหายไวเราก็เลยกินรอไว้เลย แผลจะได้หายตั้งแต่ยังไม่ได้ผ่า (เอ๊ะ..ยังไง 555)

พอใกล้ถึงวันผ่า ก็เคลียร์งานทุกอย่างให้เสร็จซะเพราะไม่รู้หลังผ่าแล้วจะมีแรงสู้กับใครหรือเปล่า เพื่อนๆ พี่ๆ และแม่ ลุ้นกันน่าดูถามเราว่า “กลัวมั้ยเนี่ยะ” เราตอบแมนๆเลย “ไม่กลั๊ว”


แต่พอถึงวันผ่า รู้สึกขาสั่นนิดๆ ยังไงก็ไม่รู้อ่า ...




Create Date : 13 สิงหาคม 2555
Last Update : 13 สิงหาคม 2555 13:22:43 น.
Counter : 1106 Pageviews.

1 comment
เรื่องเล่าของสาวอยากมีดั้ง ตอนที่2

ตอนที่ 2

ก็เริ่มถามเพื่อนที่เคยทำ ถามรุ่นน้องที่มันพอจะรู้เรื่องศัลยกรรม

“เข้าเว็ปดั้งโด่งดิพี่ เค้ามีรีวิวคนทำมาแล้วเยอะเลย” รุ่นน้องพูด

“เราทำกับหมอชื่อ .... ที่คลินิกชื่อ ...... โอเคเลยนะ” เพื่อนพูด

ก็เข้าไปอ่านในเว็ปตามรุ่นน้องบอก เสิร์จชื่อหมอตามเพื่อนพูดเริ่มอ่านตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม 2555

อ่านไปอ่านมาอยู่เดือนกว่า จนเดือนพ.ค. ก็เจอคลินิกนึงมีโปรโมชั่นฉลองเปิดคลินิกใหม่ ราคา 7,900 บาท พร้อมกับรีวิวของคนไข้ที่มาชื่นชมฝีมือคุณหมอเราก็

“เออเว้ย .. หมอเค้าทำสวยดีโน๊ะ” เริ่มสนใจหมอคนนี้ เสิร์จชื่อหมอซิที่มาที่ไปเป็นไง

บ้างชื่นชม บ้างดิสเครดิต แต่เราดูภาพรวมแล้ว หมอน่าจะโอเคอยู่ไหนลองโทรไปคุยหน่อยซิ

สรุปได้ความว่า “หมดโปรโมชั่นเดือนมิถุนายน” เราก็บอกเค้าว่า“อยากทำเดือนสิงหา ถ้างั้นจ่ายเงินจองไว้ก่อนได้มั้ย” นางตอบว่า “ได้ค่ะ”เราก็ตอบไปว่า “ไว้เดี๋ยวไปจ่ายที่คลินิกนะคะ”

เอาล่ะวุ้ย .. ได้ทำแน่งานนี้ โทรบอกแม่ซะหน่อยดีกว่า

เรา : แม่ ..นู๋จะทำดั้งนะ

แม่ : ทำทำไมอ่ะใครแซวเรื่องจมูกเหรอ

เรา : ไม่มีใครแซวก็อยากมีดั้งบ้างอะไรบ้าง

แม่ : แล้วถ้ามีดั้งแล้วจะมีสามีเลยมั้ย

เรา : เกี่ยวกันมั้ยแม่

แม่ : (หัวเราะ)อยากทำก็ทำ แล้วถ้ามันเน่าล่ะ

เรา : อ๊ะ เน่าก็ถอดออกดิ

แม่ : เออ ..งั้นก็แล้วแต่

= อ่ะ .. แม่ไฟเขียว =

จากนั้นอีกหลายสัปดาห์ต่อมา เราก็โพสต์ถามไปที่หน้าแฟนเพจของทางคลินิก

“เคยโทรไปสอบถามเรื่องโปรโมชั่น สรุปได้คิววันที่จองไปหรือเปล่าคะ”

วันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่โทรบอกว่า “คือทางคลินิกมาพิจารณาดูแล้วเราไม่สามารถให้จองเกินวันหมดเขตโปรโมชั่นน่ะค่ะ” ตึ๊ง!!

เอ๊า .. ก็ด๊ายยยย หาที่ใหม่ก็ได้ฟระ

สุดท้ายได้ที่ใหม่ พิจารณาเองทุกอย่าง ดูรีวิวจากคนที่เคยทำมาแล้ว

“เออ ธรรมชาติดีแฮะ ทำแล้วเหมือนไม่ได้ทำ และราคาไม่แพงอีกต่างหาก 12,000

แล้วก็ไม่ไกลจากที่พักเรามาก พักอยู่ลาดพร้าว คลินิกอยู่แถวรัชโยธินพอไหว หลังทำเสร็จไม่ต้องเดินทางไกลเท่าไหร่ โอเคร๊ เลือกที่นี่ล่ะ

โทรจองตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ขอจองวันที่ 10 สิงหาคมนะคะ ... เจ้าหน้าที่โอเคลงคิวไว้ให้

เอาล่ะ มีเวลาอีก 3 เดือน ... หลังจากนี้ก็เตรียมความพร้อมให้ตัวเอง




Create Date : 13 สิงหาคม 2555
Last Update : 13 สิงหาคม 2555 6:57:58 น.
Counter : 722 Pageviews.

1 comment
เรื่องเล่าของสาวอยากมีดั้ง ตอนที่1

ตั้งแต่เด็กจนโตไม่สิ .. แค่โตยังไม่พอ ต้องใช้คำว่า ตั้งแต่เด็กยันแก่ ไม่เค้ยไม่คิดคิดจะศัลยกรรม เพราะคิดว่า

1.ไม่มีตังค์

2.ถ้าทำคงต้องทำเยอะมว๊าก

ซึ่งมันก็คือความหมายเดียวกับที่ว่า“ไม่มีตังค์” 

ที่บ้านก็ชอบล้อว่าจมูกแด่นแต่เราก็ไม่ได้โกรธ ไม่ได้เก็บกด หรือเป็นที่มาว่าจะต้องทำดั้งหรอก

แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าเวลาใส่แว่นกันแดด ซื้อแว่นมาอย่างสวย แต่ใส่ได้แป็บเดียว ก็ต้องถอดออก เพราะเวลาก้มหน้าแล้วมันชอบร่วงลง เราก็รำคาญ!! ก้มหน้านิด ก้มหน้าหน่อย ร่วงละ ...เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะไม่มีดั้งไงฮะ มีแต่ปลายจมูกค้ำไว้นี่แหละ..ถึงอยากจะมีดั้งเพื่อมาเป็นฐานรองรับแว่นแฟชั่นกับเค้าบ้าง(เหตุผลคู่ควรมะ 5555)


พอเริ่มคิดได้ก็เริ่มเปรยๆกับคนรอบข้างว่า “นี่ๆ .. เราทำดั้งดีมั้ย”


“ไม่กลัวเจ็บเหรอ”รุ่นน้องคนนึงพูด

“ก็พอมีอยู่แล้วนี่นาจะทำทำไม” เพื่อนคนนึงพูด

“แก่แล้วนะจะทำอีกเหรอ” รุ่นพี่คนนึงพูด

“เอ็งจะทำทำไมเอ็งไม่กลัวเจ็บเหรอ ทำไมเหรอ มีใครล้อเรื่องจมูกเหรอ” แม่พูด

“ทำเลย สวยแน่” เพื่อนที่ผ่านมีดหมอมาแล้วพูด

และคนขวางโลกอย่างเราเลือกฟังคนเดียว คนที่มันพูดว่า

“ทำเลย สวยแน่”

เออ..กรูเชื่อ!!

หลังจากนั้นก็เริ่มหาข้อมูล....




Create Date : 12 สิงหาคม 2555
Last Update : 12 สิงหาคม 2555 17:24:22 น.
Counter : 1336 Pageviews.

4 comment

jj_jane1980
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ไม่สวย แต่ ไม่ว่าง