Life without love is like a tree without blossoms or fruit. Kahlil Gibran
Group Blog
 
All blogs
 

เราต่างก็หนาวและเหงาเท่าๆกัน

ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อรักสิ่งมีชีวิตต่างเพศ หรือกระทั่งสิ่งมีชีวิตเพศเดียวกัน

แต่สิ่งมีชีวิตที่ฉันตามหา คืออีกชิ้นส่วนหนึ่งที่ขาดหายไป
ไม่ว่าเขาหรือเธอจะอยู่ในเพศใดก็ตาม

เพราะว่าเรายังคงเดินทางเพื่อค้นหากันและกัน
เราถึงยังหนาว ยังเหงา
แต่เราต่างไม่เคยรู้ว่า
ยังมีอีกคนหนึ่งที่หนาวและเหงาไม่ต่างกันเลย


ฉันไม่ตัดสินใจรักใคร
จนกว่าจะมั่นใจว่า เขาหรือเธอคนนั้นจะอยู่กับฉันไปตลอดชีวิต

อาจฟังดูงี่เง่า ที่จะให้เรารักกันจนตาย

ไม่ใช่หรอก ฉันหมายถึง หากวันนึงที่ความสัมพันธ์เกินเพื่อนของเราทั้งคู่จบลง
คนคนนั้น จะยังอยู่กับฉันในฐานะเพื่อนต่อไปได้ตลอดชีวิต

สำหรับคนคนนั้น..ถ้าเราเจอกันเมื่อไหร่ ฉันจะบอกรักเธอนะ

เพราะฉันคงไม่ไหว หากต้องเริ่มนับความสัมพันธ์กับใครใหม่ไปเรื่อยๆ
ความละเอียดอ่อนในชีวิตของคนเราไม่เท่ากัน
เพราะฉะนั้น จึงไม่แปลก หากจะไม่เข้าใจ

ฉันละเอียดอ่อนเกินกว่าจะเสียใจ หากต้องทิ้งใครคนหนึ่งไประหว่างทาง
เช่นกัน ฉันก็ไม่อยากให้เขาหรือเธอคนนั้นปล่อยมือฉัน
ขณะที่เราเดินไปด้วยกันดีๆ

ขณะที่มีคนตั้งคำถามว่า เราจะอยู่คนเดียวได้อย่างไร
ฉันว่า มันขึ้นอยู่กับว่า เราละเอียดอ่อนต่อชีวิตแค่ไหนต่างหาก

ฉันกินข้าวคนเดียว ดูหนังคนเดียว นอนคนเดียว
สุดท้าย ใช้ชีวิตคนเดียว

ไม่เดือดร้อน และไม่จำเป็นต้องรู้สึกเช่นนั้น
เรายังมีครอบครัว
มีเพื่อนสนิท ..

ใช่ เพื่อนสนิท สิ่งมีชีวิตที่วิเศษที่สุดในโลก
ซึ่งหากใครไม่มี หรือไม่เคยเป็น จะไม่มีวันเข้าใจตลอดชีวิต

คนที่เราต้องการกันและกัน และจะอยู่ด้วยกันไปตลอด
ฉันอยากให้เพื่อนสนิทของฉันเป็นส่วนที่หายไปในชีวิตฉันด้วยซ้ำ

เพื่อที่จะได้ไม่ต้องตามหา และอย่างน้อย
มันก็มีเปอร์เซ็นต์อย่างมากว่า...
เราจะรักกันไปอีกแสนนาน

แต่เอาเถอะ ฉันมีเพื่อนสนิท
ฉันก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่โชคดีที่สุดในโลกจำพวกหนึ่งแล้ว

เพราะอย่างน้อย ในขณะที่ยังหาคนที่หนาวและเหงาเท่าๆกับเราไม่เจอ

ก็มีอีกคนหรือสองคน ที่พร้อมจะไล่จับความหนาว
และนั่งฟังความเหงาไปพร้อมๆกัน




 

Create Date : 24 กันยายน 2552    
Last Update : 24 กันยายน 2552 17:50:54 น.
Counter : 302 Pageviews.  

ไม่ชอบ ไม่ชอบเลย

ไม่ชอบเลย

ไม่ชอบเลย ที่เราต้องคุ้นเคยกับอะไรที่เป็นอยู่จนไม่สามารถจะยอมรับความเปลี่ยนแปลงได้

ไม่ชอบเลย ที่ต้องรู้สึกอะไรซ้ำซาก ทั้งๆที่ไม่อยากรู้สึก

ไม่ชอบเลย ที่ต้องเป็นฝ่ายล่า ทั้งๆที่ไม่ได้มีสี่ตีน หรือว่าหน้าขน
เพราะถึงล่าทัน ก็ไม่ได้เหยื่อมาไว้ในอาณัติอยู่ดี

ไม่ชอบเลย ที่ต้องเล่นบทคนดี เพื่อคนที่เราอยากให้เขาเห็นว่าเราดี เธอจะลองมุมอื่นที่ไม่ดีของฉันบ้างไหม ฉันเหนื่อยว่ะ

ไม่ชอบเลย ที่ต้องคอยคาดหวัง ว่าจะได้แม้เศษความรู้สึกเล็กๆน้อยๆ
แลกกับใจทั้งใจ (ไม่โง่ก็บ้า แต่ก็ทำไปแล้ว)

ไม่ชอบเลย ที่ต้องปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นคนไม่คิดอะไร
ทั้งๆที่ใจดวงนี้ มันควรเลิกรู้สึกอะไรได้แล้ว

ไม่ชอบเลย ที่ต้องกลายเป็นคนหัวใจพองโต เพียงแค่ได้สบตา หรือปล่อยให้หัวใจอ่อนล้า แค่เพียงเธอไม่มาให้เจอ

ไม่ชอบเลย เวลาที่เธอไม่แสดงท่าทีสนใจ ทั้งๆที่ฉันโคตรจะเอาใจใส่เธอ

ไม่ชอบเลย ที่คนเรา ไม่รักก็คือไม่รัก

ไม่ชอบเลย ที่คนเรา ยังรัก ก็คือยังรัก

ไม่ชอบเลย ที่บอกเธอตรงๆไม่ได้ จะได้รู้ว่าควรจะอยู่หรือไป

ไม่ชอบเลย ไม่ชอบเลย

ลองมารู้สึกแบบฉันสักวันดูไหม?? เผื่อเธอจะเข้าใจอะไรมากขึ้น..




 

Create Date : 12 กันยายน 2552    
Last Update : 12 กันยายน 2552 0:34:03 น.
Counter : 275 Pageviews.  

อยากกลับไปวันเมื่อวาน ไปพบกับเธอเพลินวาน

ถ้าหลงเข้ามาเพราะคิดว่าพาไป หัวหิน ก็ต้องขอโทษด้วย
เพราะเพลินวานวันนี้ ยังอยู่ที่ ณ ที่นี่แหล่งหล้า นเรศวร

ข้อเสียของความผูกพัน คือเมื่อไม่มีกันแล้วมันจะใจหาย
ระหว่างรถติดตอนขากลับจากฝึกงานวันสุดท้าย
ประโยคข้างบนมันก็แวบขึ้นมากระแทกความรู้สึกอย่างจัง

วันนี้ ประโยคเดิมก็กลับมาซ้ำ แต่คนละสถานการณ์

5 ปีที่ผ่านมา...

ไม่รู้เหมือนกันว่าผูกพันอะไร -- เพื่อนคนนึงบอก
จะจบแล้วหรอเนี่ย -- เพื่อนอีกคนว่า
เหลือเวลาอีก 20 วัน -- อีกคนนึงนับ

เวลาที่เราจะเพลิดเพลินในวันวาน กำลังจะหมดลงแล้ว

สถานที่ฝึกบิน ที่บ่มเพาะอาการปีกกล้าขาแข็ง
ของพวกเรากำลังเดินผ่านวันเวลามาจวนจะถึงวันสุดท้าย

แล้วใครจะบอกอีกไหม ว่าไม่รู้สึกอะไรบ้างเลย

ทั้งๆที่ไม่ได้มีความทรงจำดีๆอะไรมากมายที่นี่
แต่ที่มีอยู่เต็มความรู้สึก คือ มันคุ้นชินไปหมด

ทุกซอกทุกมุมของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ อยู่ในสมอง
เชื่อว่าทุกคนก็เป็นอย่างนั้น

กับเพื่อนเกือบ 80 ชีวิตในห้อง ที่ไม่ได้คุยกันครบทุกคน
แต่จำหน้าได้ จำเสียงได้ จำชื่อได้
อาจไม่ได้เจอกันอีก
ที่เป็นอยางนั้นเพราะไม่รู้ว่าจังหวะไหนของใครจะมาชนกัน
แล้วถึงเวลานั้น เราจะยังจำกันได้ไหม

เวลาเห็นรถโค้ชคันใหญ่ๆ คงคิดถึงเวลาออกทริปน่าดู
ก็แหงสิ ไปกับใครจะอุ่นใจเหมือนไปกันเอง

แค่คิด...ก็คิดถึงแล้ว

วันแรกๆของการร่ำลา คงเศร้าน่าดู
แต่ เหมือนเพลง เพลินวาน น่ะ
"อยากกลับไปวันเมื่อวาน
ไปพบกับเธอเพลินวาน
กลับไปรื่นเริงสำราญเหมือนวันที่เราเคยรู้จัก"

..ถึงเวลานั้น คงทำได้แค่ "คิดถึง"..




 

Create Date : 10 กันยายน 2552    
Last Update : 10 กันยายน 2552 17:20:19 น.
Counter : 424 Pageviews.  

บทสัมภาษณ์ขนาดไม่ยาว ของเขากับ..ใคร?

"มันคงเป็นพรสวรรค์ของกูว่ะ"
จากน้ำเสียง มันคงไม่ได้พูดออกมาด้วยความยินดีแน่

"แม้กระทั่งเพื่อนที่รักกันที่สุด เค้ายังไม่ให้กูเป็น"
แล้วเกี่ยวกับพรสวรรค์ยังไง..

"พรสวรรค์ที่กูต้องใช้ชีวิตคนเดียวไง"
อ่อ...

"เหมือนกูกำลังตามหาอะไรสักอย่าง
มึงรู้ไหม ว่าที่กูอยู่คนเดียวได้ กูสู้กับมันทุกคืนนะ..

กูไม่ได้เหงาปากว่ะ กูเหงาใจ
เพราะอย่างนี้ ถึงไม่ชอบให้ใครมาชวนคุยนั่นนี่
มันแก้เหงาได้ก็จริง แต่ฉาบฉวย
พอพวกมันกลับกันหมด กูก็อยู่คนเดียวอยู่ดี"
แล้วยังไง??

"กูแค่อยากมีใครสักคน ที่กูไม่อยากครอบครอง
ไม่อยากเป็นเจ้าของ กูไม่พร้อมจะรักใครได้มากขนาดนั้น
กูแค่อยากมีเพื่อน เพื่อนที่ไม่ว่ากูจะเป็นยังไง
มันก็รักกู เพื่อนที่กูคิดถึง เพื่อนที่กูพร้อมจะให้
ให้มากกว่าคนอื่น ฟังมันทุกเรื่องที่มันอยากให้กูฟัง
และมันก็ฟังกูทุกเรื่อง ที่กูอยากพูด
ไปในที่ที่เราอยากไป ไปด้วยกัน

ง่ายๆ แค่มีมัน กูก็อุ่นใจ"

แหม มึงจะไปเอามาจากที่ไหน ที่มึงพูดมา ใกล้เคียงกับแฟนชิบหาย

"ไม่ใช่แฟน แต่เป็นคนพิเศษ ที่ไม่มีวันเลิกกัน
เพราะ เป็นเพื่อนกัน"
เหมือนตอนนี้มึงก็มี?

"มั้ง.."
ทำไม มั้ง

"เพราะเค้าทำให้กูคิดว่า เค้าไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ใกล้ๆกูสักเท่าไหร่
แต่กูอยากให้เค้ารู้ว่า นอกจากบ้าน ควายที่บินไปลอนดอน
ก็มีเค้านี่แหละที่กูคิดถึง..
กูโคตรดีใจเลย ที่วันไหนก็แล้วแต่ กูได้พูดคุยกับเค้าแบบสบตา"
มึงนี่โรคจิตว่ะ ชอบมองตา

"ถ้ากูไม่รัก จะชอบมองตารึ"
รัก??

"เออ ถึงจะเป็นเพื่อน แต่ตอนนี้ นอกจากควายที่ลอนดอน
เค้าคือเพื่อนอีกคนที่กูรักที่สุด"
แล้วทำไมมึงยังเหงาใจ

"เพราะเค้าไม่เคยทำให้กูมั่นใจ ว่าเค้าจะยืนข้างกู เหมือนที่กูทำ"
เค้าอาจแสดง แต่มึงมองไม่เห็นรึเปล่า?

"ขอให้เป็นอย่างนั้น.."
เพราะมึงไม่บริสุทธิ์ใจไง เพราะมึงคาดหวังว่าจะต้องมากมายขนาดนั้น
มึงมันละเอียดอ่อนเกินไป แล้วใครจะสนองความสุขมึงได้ล่ะ
ความสุขของมึงกับเค้าคือ?

"เค้ายิ้ม กูก็สุขแล้ว"
สร้างภาพชิบหาย

"แล้วแต่จะคิด เพราะกูไม่สามารถรู้สึกแบบนี้ไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว
วันนึง กูคงมีภาระหน้าที่ที่ต้องเอาใจใส่มากกว่า และวันนั้นกูคงไม่ได้มีความสุขที่เห็นเค้ายิ้มอีก"
ยังไง?

"ก็วันนี้ กูจะรักเค้าให้ดีที่สุด ในฐานะ เพื่อน"
มึงว่าเค้าจะดีใจมั้ย

"ถ้ากูคิดแทนเค้าได้ กูคงตอบตัวเองได้เหมือนกัน ว่ากูวิ่งไล่หาอะไรอยู่"

..แล้วมึงยังเหงาใจอยู่มั้ย?

"ทุกวัน..ถึงบอกว่า มันคือพรสวรรค์ของกูไง
เป็น พร ที่สวรรค์ ให้กูใช้ชีวิตคนเดียว
กูถึงไม่ร้องไห้ เวลาดูหนังเศร้า
เพราะบางฉากในชีวิตกูเศร้ากว่าอีก..กูก็ผ่านมันมา
กูถึงไม่ชอบขอความช่วยเหลือจากใคร..เพราะกูช่วยเหลือตัวเองมาตั้งกี่ปี
ซึ่งมันไม่ได้ยากเย็นอะไร
หลายเรื่อง ที่กูรุ้สึกว่ามันเป็นเรื่องเล็ก..เพราะกูต้องทำมันด้วยหนึ่งสมอง สองมือ เลยเฉยๆ
หลายปัญหา ที่กูไม่คิดจะแบ่งปันให้ใครฟัง
เพราะกูเรียนรู้ว่า สุดท้ายกูก็ต้องแก้ปัญหานั้นด้วยการตัดสินใจของกูเอง
เลยไม่เข้าใจว่า จะต้องเที่ยวโพนทะนาไปทำไม
หลายคน บอกว่ากูเห็นแก่ตัว
คงใช่มั้ง..กูไม่ได้เอาอะไรจากคนอื่น กูเลยไม่ให้คนอื่นถ้าเขาไม่มาร้องขอ
มีอะไรอีกตั้งมาก มึงรู้ดีน่า"

ถ้าเป็นแบบนี้ อีกหน่อยหัวใจมึงคงไม่มี เพราะมึงไม่ได้ใช้

"หรอ ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็ดี กูจะได้ไม่ต้องเสียใจ"
แล้วมึงจะอยู่กับพรสวรรค์นี้ไปอีกนานแค่ไหน

"แล้วแต่สวรรค์สิวะ มาถามกูทำไม"




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2552    
Last Update : 8 สิงหาคม 2552 20:47:49 น.
Counter : 214 Pageviews.  

ขอม้วนเดียวจบ

ตั้งแต่เข้ามาแตะๆวงการน้ำหมึกของตัวเอง
(ที่บอกว่าของตัวเองเพราะมันเล็กจิ๊ดเดียว)

จากเริ่มเขียนเองอ่านเอง จนถึงเขียนให้คนอื่นอ่าน(ด่า)
รู้แล้วว่า จะเขียนหนังสือ ต้องม้วนเดียวเสร็จ
เรื่องที่จะเล่าน่ะ บางทีมาจากคำๆเดียว
แต่คนเขียน ที่หากเขียนด้วยความสุข มันจะเอาโน่น นี่ นั่น มาโยงอิรุงตุงนัง
ออกมาเป็นเรื่องๆหนึ่ง แหม..ทำไปได้!

แต่ถ้าแก่นที่เรามีไม่เคลีย ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง จบตรงไหน
ล้มตัวลงนอน ไม่ก็หาอะไรทำไปก่อน
เพราะหากเขียนไปเรื่อยๆ ก็หาจุดจบไม่ได้
เย้อ
เพ้อ
เสียเวลา

พอประมาณกับความรู้สึกนั่นแหละ
เวลาที่เรารู้สึกอะไรสักอย่าง เราไม่ได้กำหนดมันนี่หว่า
วันนี้จะสุข พรุ่งนี้จะทุกข์ มะรืนจะเศร้า หรือว่าจะเหงาๆไปทุกวัน
รู้ตัวอีกที รู้สึกไปแล้ว

ต่างกันตรงที่จะเขียนหนังสือต้องรู้ว่าควรจบตรงไหน จะบอกอะไร
และจะเขียนทำไม
เราต้องใส่ใจมันในทุกๆขั้นตอน
คนเขียนหนังสือหลายคน ถึงเกลาแล้วเกลาอีก
ตัวหนังสือก็ไม่ยักหายคัน
เพราะทุกครั้งที่อ่าน มันคนละอารมณ์กัน
ไอ้ที่เคยว่า เออดีแล้ว พอมาอ่านใหม่ ในอารมณ์ใหม่
มักจะรู้สึกว่า ตรงนี้ยังแก้ได้อีก เปลี่ยนคำนี้ได้อีก

ถึงยืนยันว่า มันต้องม้วนเดียวจบ!

แล้วจะรู้สึกทำไม ??
แต่ที่รู้คือ เวลาที่เราไม่รู้ตัวว่าเราเริ่มรู้สึกตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่เราจะเข้าใจมันหลังจากรู้สึกไปสักพัก
เพราะเราคิดแทนอนาคตไม่ออก เราถึงตอบคำถามของอดีตไม่ได้

จะไปรู้ไหม ว่าดูหนังจบแล้ว จะร้องไห้รึเปล่า
ถ้ารู้ว่าจะร้องไห้จะได้ไม่มาดู

รึ??

ไม่รู้เหมือนกัน
เพราะการเอาใจใส่ความรู้สึกของมนุษย์แต่ละผู้นั้น
หาได้เหมือนกันไม่..

แล้วส่วนใหญ่ ก็มักไม่รู้สึกอะไรแบบม้วนเดียวจบ

มันถึง เย้อ เพ้อ เสียเวลา

ก่อนที่จะเยอะไปกว่านี้
ก็จบมันตรงนี้ดีกว่า




 

Create Date : 06 สิงหาคม 2552    
Last Update : 6 สิงหาคม 2552 16:30:33 น.
Counter : 167 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

HowLentissimo
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Traveler
Bakery Seeker
I'm Everywhere as my heart wanna be.
A friend who is far away is sometimes much nearer than one who is at hand. Is not the mountain far more awe-inspiring and more clearly visible to one passing through the valley than to those who inhabit the mountain? 'Kahlil Gibran'
One friend in a lifetime is much, two are many, three are hardly possible. Friendship needs a certain parallelism of life, a community of thought, a rivalry of aim. 'Henry B. Adams'
PIXEL1EVENT on Facebook
Friends' blogs
[Add HowLentissimo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.