Life without love is like a tree without blossoms or fruit. Kahlil Gibran
Group Blog
 
All blogs
 
เราอาจมีโอกาสสบตา แค่เพียงหนึ่งช่วงเวลาในชีวิต

สี่โมงเย็น ในห้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษ
ฉัน เพื่อนร่วมชั้น และอาจารย์ เรากำลังสบตากันอยู่

วิชาภาษาอังกฤษไม่ได้ทำให้ฉันคิดมาก
หากเรื่องที่ฉันคิดคือเรื่องเดียวกับเสียงที่ลอยมาปะทะรูหู

กับเพื่อนเนี่ยนะ ไม่ต้องไปโกรธไปเคืองกันหรอก
ในวันข้างหน้า ต้องเจอคนที่ทำให้เราเจ็บใจเสียใจมากกว่าเพื่อนนักหนา


รู้มั้ย บางทีเรียนจบไปแล้วนะ เธออาจจะไม่ได้เจอเพื่อนเธออีกเลยก็ได้
..ตลอดชีวิต..


ฟังแล้ว ความคิดฉันกำลังล่องลอยไปไกล

ไม่ใช่ว่าคนเราไม่เจอกันคือต้องตายจากกัน
แค่เพียงก้าวเท้าเดินแยกไปคนละทาง
ก็ไม่สามารถหาหลักประกันได้แล้วว่า
เวลาไหนของชีวิต ที่เท้าสองข้าง ถึงสองคู่
จะก้าวมาบรรจบบนเส้นทางเดินเดียวกันอีก

ตลอดเวลา 21 ปี ฉันก็มีทางเดินชีวิตที่ตัดผ่านคนนั้นคนนี้มากมาย
หลายคน เรามีโอกาสเพียงแค่สบตา ในช่วงเวลาไม่ถึงเสี้ยวนาที
ใช่ , และหลังจากนั้น เราก็ไม่เจอกันอีกเลย

แต่ช่างประไร เพราะบนโลกใบใหญ่ ใครๆก็เดินสวนกัน

ฉันกำลังคิดถึงความรู้สึกเก่าๆกับคนที่เคยเดินทางรอนแรมด้วยกันมาต่างหาก
ทางแยกที่ตัดฉันและเพื่อนสนิทออกจากกัน
เริ่มเมื่อเราย้ายชีวิตตัวเองเข้าสู่มหาวิทยาลัย

จากคนเจอหน้ากันทุกวัน
เป็นเจอหน้ากันปีละไม่กี่วัน

แต่โชคดีว่าเราต่างยกช่วงเวลาของปัจจุบันไปเชื่อมต่อกับอดีตได้เกือบแนบสนิท
ระหว่างเรา จึงยังเหมือนเดิม

แต่นั่น เราคลุกคลีตีสนิทใกล้ชิดกันมานานจนไม่อยากนับคืนนับวัน

ที่ฉันสนใจคือ ความสัมพันธ์ที่เราสร้างอยู่ในวันวัยของปัจจุบันต่างหาก
ฉันกำลังสงสัย สงสัยว่ามันจะยั่งยืนยาวนาน แบบที่ฉันเคยมีไหม

เพราะเราไม่ได้คลุกคลีสนิทสนมอะไรกันเหมือนตอนเป็นเด็ก
เพราะเราไม่ได้เอาหัวใจมาวางไว้ใกล้จนรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ไปไหน
เพียงเพราะเราแค่ต่างคนต่างเดินมาตัดผ่านกัน
และที่สำคัญ
เราอาจมีโอกาสสบตา แค่เพียงหนึ่งช่วงเวลาในชีวิต

ฉันให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตัวเองในปัจจุบันมากที่สุด
เช่นกัน ฉันแคร์คนที่ฉันกำลังสบตาด้วยในปัจจุบันมากกว่า
อย่างน้อย มันก็เป็นความรู้สึกที่เรารับรู้ได้ขณะหายใจเข้าออก
อย่างน้อย มันก็บอกได้ว่าเรากำลังสุขหรือทุกข์
และถึงที่สุดแล้ว ฉันถือว่าฉันโชคดี ที่มีคนให้สบตาด้วย
หากไม่เป็นเช่นนี้ ฉันคงไม่สะเทือนใจกับคำพูดข้างบน

ความสัมพันธ์ กับ ความรู้สึกดีๆ ของคนกลุ่มหนึ่ง มันจะเกิดและจบ
อย่างละครสั้นๆที่สักๆแต่ว่าเล่น อย่างนั้นหรือ

ก่อนจะเจอละครไร้รสนิยมอย่างว่า ฉันก็ไม่เคยเชื่อมั่นแบบนั้น

แต่ขณะนี้ ฉันค่อนข้างแน่ใจกับประโยคข้างบน
เพราะเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าวันเวลาที่ยังเดินทางมาไม่ถึง
มีทางแยกอีกกี่ทาง แล้วคนอีกกี่คนที่เราสบตาด้วย
เขาจะเดินไปบนเส้นทางเดียวกันกับเรา

และถึงแม้วันนี้เราอาจจะเดินตามกันมา ใช่ว่า ทางแยกข้างหน้า จะมาไม่ถึง



Create Date : 04 กันยายน 2551
Last Update : 4 กันยายน 2551 19:02:49 น. 1 comments
Counter : 274 Pageviews.

 
เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลยตลอดชีวิต แม้ว่าจะไม่ได้ตายจากกัน แต่เราก็ไม่รู้ว่าอีกคนนั้น มีชีวิตอยู่อย่างไร



โดย: อันติกา วันที่: 4 กันยายน 2551 เวลา:20:31:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

HowLentissimo
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Traveler
Bakery Seeker
I'm Everywhere as my heart wanna be.
A friend who is far away is sometimes much nearer than one who is at hand. Is not the mountain far more awe-inspiring and more clearly visible to one passing through the valley than to those who inhabit the mountain? 'Kahlil Gibran'
One friend in a lifetime is much, two are many, three are hardly possible. Friendship needs a certain parallelism of life, a community of thought, a rivalry of aim. 'Henry B. Adams'
PIXEL1EVENT on Facebook
Friends' blogs
[Add HowLentissimo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.