Group Blog
 
All blogs
 

+*+แฮรี่ พอตเตอร์ my best friend vertion+*+

ฮิตติดกระแส
จนอดไม่ไหวที่จะเขียนถึง
หลังจากค้างคามาจากอาทิตย์ที่แล้ว

จริงๆแล้วก็ยุ่ง ถึงขนาด ต้องสบถด้วยคำติดปากว่า
"ยุ่ง...หาย"
แต่มันก็ทนไม่ไหว
เพราะกลัวจะลืม

ที่จะเขียนถึงหนังเรื่องนี้
ก็ใน 2 ฐานะที่เกี่ยวโยงกัน
ฐานะแรก เพราะเป็นแฟนหนังสือเหนียวแน่น
ฐานะที่สอง เพราะชอบหนังผู้กำกับคนนี้อยู่บ้าง

แฮรี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี
เป็นภาคที่ตอกย้ำว่าแฮรี่น่ะโตแล้ว
ภาคนี้ บอกกับเราว่า
บางครั้ง ความสุขก็ไม่ใช่จุดจบของเทพนิยายเสมอไป

บางทีเล่มนี้มันอาจกำลังเตรียมความพร้อมที่จะโยง
ไปถึงเล่มต่อไป
ที่แฮรี่ก็สูญเสียเช่นกัน
และก็โยงไปถึงเล่ม 6 ด้วย
เป็นไปได้ว่าเจเค
อยากเตรียมเด็กให้พร้อม
รับความสูญเสียอันยิ่งใหญ่
ที่แฮรี่จะได้พบอีกมากมาย
นอกจากเสียพ่อแม่ที่รู้กันอยู่แล้วตั้งแต่เล่ม 1

มาเข้าเรื่องหนัง
ไมค์ นีเวล ผู้กำกับสายเลือดอังกฤษคนแรก
ที่ได้กำกับหนังสือสัญชาติอังกฤษเรื่องนี้

ผลงานไมค์ คือ 4 wedding กับ my best friend
เรื่องแรกดูแค่เพียงผ่านๆตา
ส่วนเรื่องหลัง เป็นเรื่องที่ดูแล้วชอบใจ
ถึงขนาดเอาไปเขียนวิจารณ์เป็นงานส่งอาจารย์ตอนเรียน

เหตุที่ต้องเรียกแฮรี่ภาคนี้
ว่าเวอร์ชั่น my best friend
ก็เพราะ มีบางฉากที่ดูในหนังแล้วนึกถึง

ฉากแรก ฉากที่เฮอร์ไมโอนี่
ต่อว่ารอน หลังงานพรอม
ฉากนี้ ทำให้นึกย้อนไปถึงตอนที่จูเลีย
สารภาพรักกับเพื่อน ตอนที่เพื่อนกำลังจะแต่งงาน
มันเป็ฯฉากที่ดีที่สุดสำหรับหนังเรื่องนั้น ในความรู้สึกตัวเอง เพราะมันตอกย้ำให้รู้ว่า คนเรามันสำนึกเมื่อได้ลิ้มรสกับความสูญเสียเสมอ

นั่นคือ ความคล้ายคลึงกันของหนังสองเรื่อง
และสไตล์ที่พยายามจะสลัดให้หลุด
จากแนวโรแมนติกคอม แต่ไมค์ก็สลัดได้ไม่หมด

เพราะนั่งๆดูไป
บางฉากบางตอนก็ทำให้นึกถึง my best จริงๆ
ฉากกุ๊กกิ๊กๆ พอให้เขินๆอายๆ
มุกตลกที่พอให้ยิ้มได้
สไตล์อังกฤษของไมค์

ถามว่าพอใจกับภาคนี้ไหม
คงตอบแค่ว่า
มันโอเคกว่าภาคที่แล้วเยอะ

เพียงแต่มียังมีบางอย่างที่ทำให้หงุดหงิด
เช่น การเฉลยปริศนาก่อน
ทำให้คนดูที่ไม่ได้อ่านมาก่อน(มั่ง)
ได้รู้ว่าใครเป็นใคร หรืออาจต้องการให้เด็กๆเข้าใจง่าย
ซึ่งเรา เองอ่านเล่มนี้มา 3 รอบ
ได้แต่หงุดหงิด

การตัดความสำคัญของตัวละครบางตัวออกไป
อันนี้ พอเข้าใจว่าเล่มนี้มันหนา
และไมค์คงไม่อยากให้มันเหมือนลอร์ด
ที่เวอร์ชั่นเต็มยาวถึง 4 ชั่วโมง
แต่นี่ขนาดตัดแล้ว ยังเกือบ 3 ชั่วโมง

โดยรวมของหนังแล้ว
ไมค์ทำได้ดีในแง่การถ่ายทอดอารมณ์
อาจเป็นเพราะ เค้าถนัดหนังอย่างนี้
ยิ่งอารมณ์กุ๊กกิ๊กๆนี่ ถือว่าดีใช้ได้ทีเดียว

เท่าที่ดูหนังแฮรี่มา 4 ภาค
พบปัญหาของหนังเรื่องนี้อยู่อย่าง
ความที่มันไม่ได้ใช้ผู้กำกับคนเดียวกัน
มันเลยทำให้หนังขาดเอกภาพ
จริงอยู่ที่มันมีจุดร่วมที่แฮรี่เหมือนกัน
แต่ หนังภาคต่ออย่างนี้
ถ้าใช้ผู้กำกับคนเดียวกัน
ว่าจะได้อารมณ์ต่อเนื่องกว่าหรือเปล่า
อย่างลอร์ด หรือ สตาร์วอร์

นี่เปลี่ยนผู้กำกับที
ฟิวส์ก็โดดที

ไม่รู้ว่าภาคหน้าเลือกผู้กำกับหรือยัง
เพราะเท่าที่ดู
ไมค์ก็โอเคในแง่อารมณ์ตัวแสดง
ซึ่งภาคหน้าจะหนักกว่านี้
แต่ไม่โอเค ในแง่ฉากรบพุ่งและลำดับความสำคัญของตัวละคร หรือฉากที่ควรเน้นเท่าไหร่

แว่วๆว่าไมค์อยากกำกับเล่มจบด้วย
ก็คงต้องลุ้นกันต่อไปว่า ภาคหน้าจะเป็นอย่างไร

แต่ให้ตาย
ทำไมนั่งดูเฮอร์ไมโอนี่กับรอน
แล้วนึกถึงจูเลียกับเพื่อนทุกที






 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2550 17:46:06 น.
Counter : 173 Pageviews.  

*Tim Burton's Corpse Bride & Chiken Little *

งานยังไม่ซาเท่าไหร่
แต่กำลังจะหมดไปในอาทิตย์นี้

ด้วยความที่สัปดาห์ที่ผ่านมาได้
ได้ดูหนังการ์ตูนไปสองเรื่อง
เลยเกิดอาการคันไม้คันมือขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

เรื่องแรก การ์ตูนผู้ใหญ่
Tim Burton's Corpse Bride
เจ้าสาวศพสวย คือชื่อไทย

ที่บอกว่าการ์ตูนผู้ใหญ่
ก็เพราะ การ์ตูนที่เบอร์ตันสร้างแต่ละเรื่อง
ไม่เหมาะอย่างยิ่งกับการให้เด็กดู
แม้แต่หนังที่แกสร้างก็เหอะ
ยังคลางแคลง ว่าเด็กดูดีไหมหว่า

โดยตัวหนังแล้ว
ต้องบอกว่าธรรมดาเกินไป
สำหรับผู้กำกับคนนี้

ใจจริงไม่ค่อยอยากพูดถึงหนังเท่าไหร่
ที่อยากพูด คือ ตัวเบอร์ตัน
กับหนังสไตล์นี้มากกว่า

ชื่อเบอร์ตัน ไม่ได้คุ้นกันจากหนังมาแต่แรก
แต่มาคุ้น เมื่อไปปะหนังสือแกเข้า
หนังสือที่สื่อความคิดแกได้มึนๆพอกับหนัง
"เด็กชายหอยนางรม"

หนังสือบอกเล่าเรื่องราว
ของเด็กชายคนหนึ่ง
ซึ่งมีหัวเป็นหอยนางรม
เด็กชายน่าสงสาร
เพราะสุดท้ายต้องถูกพ่อตัวเองฆ่า
เพื่อจะกินหอยนางรมซึ่งคือหัวเด็กชาย


เหอ เหอ อ่านจบ
นั่งมึน ไปพัก คิดในใจตานี้จะสื่ออะไรนี่
เลยลองมาไล่ดูหนังที่เบอร์ตันสร้าง
เริ่มจาก เอ็ดเวริ์ด มือกรรไกร กับพระเอกคู่บุญ
จอห์นนี่ เดปป์
ล่าสุด รู้สึกจะเป็นโรงงานช็อคโกแลตของชาลีมั่ง

ทำให้เห็นอยู่อย่าง
ว่าเบอร์ตัน คงมีปมอะไรบางอย่างในใจ
แล้วชอบสร้างหนัง หรือแม้แต่การ์ตูน
ที่ให้ความรู้สึกอย่างนี้
มึน อึมครึมๆๆ ภาพให้บรรยากาศหดหู่
เท่าที่พอจับได้
คือ เบอร์ตัน น่าจะอยากสื่อสาร
ว่าคนเรา มีด้านอึมครึมอย่างนี้อยู่กันทุกคน

จำได้ ตอนนั่งดูมือกรรไกร
นั่งหดหู่กับชะตากรรมเอ็ดเวริ์ดไปพัก
ความรู้สึกคงคล้ายกับตอนอ่าน
เด็กชายหอยนางรมจบล่ะมั่ง

แล้วตาคนนี้ชอบจับหนังที่ตัวละครมีปม
เจ้าสาวศพสวยถ้าดูดีดี
มันซ่อนความหดหู่เอาไว้
ตัวเจ้าสาวนั่นแหละ สัญลักษณ์ของความหดหู่
ในช่วงเวลาที่เธอควรจะมีความสุข ที่สุด
เธอกลับต้องตาย
และพอเธอกลับจะมีคู่ขึ้นมา
กับคนเป็น เธอก็ทำใจไม่ได้ถ้าเค้าจะต้องตายไปกับเธอ
เฮ้อ...

ว่ากันว่า การ์ตูนเรื่องนี้
ทำได้ดีน้อยกว่าเรื่องแรก
คือ ฝันร้ายก่อนคืนคริสมาสต์
ซึ่งเรื่องนั้น สร้างมาหลายปีแล้ว
แล้วเราก็เคยดูแค่ผ่านๆเท่านั้น
รู้แค่ว่า เพลงมันเพราะดี

สงสัยฮอลลีวูด คงมีดีที่เพลงประกอบนี่แหละ
เพราะเจ้าสาวศพสวย
เพลงก็โอเค
ชอบที่สุดคือเพลงเปียโนนี่แหละ

การ์ตูนเรื่องที่สอง
จริงๆไม่อยากจะเขียนถึง
เพราะหนังยังไม่ฉาย
แต่บังเอิญ ได้ไปดูรอบสื่อมวลชนเหมาโรงมา
Chiken Little
กุ๊กไก่หัวใจพิทักษ์โลก

การ์ตูน 3D เรื่องแรกที่ดิสนีย์ทำเอง
อย่าแปลกใจ เพราะปกติดิสนีย์เค้าให้ที่อื่นทำ

มันก็การ์ตูนธรรมดาล่ะนะ
ธรรมดาสไตล์ดิสนีย์
เท่าที่ดูการ์ตูนค่ายนี้มา
จับจุดได้อยู่ 2-3 เรื่อง

เรื่องแรก ความเป็นครอบครัว
นั่น คือ หัวใจหลักของดิสนีย์
ที่ต้องการจะขายทั้งเด็กและพ่อแม่เด็ก

เรื่องถัดมา เพลง
เป็นเรื่องเดียวที่ไม่เคยผิดหวังเลยกับดิสนีย์
เพลงประกอบการ์ตูนดิสนีย์ทุกเรื่อง
ทั้งดนตรี ทั้งเนื้อร้อง หรือแม้แต่คนร้อง
บอกได้คำเดียวว่าเยี่ยม
ซึ่งในเรื่องนี้ มีเพลงเพราะๆ มา 2-3เพลง
ไม่รวมถึงการที่ไปขุดเอาเพลงเก่า
ของสไปซ์เกริ์ล กับเพลงเก่าๆอีก 2 -3 เพลง
มาให้ตัวละครร้อง

เรื่องสุดท้าย
คือ ต่อให้มันเป็นการ์ตูน
เด็กแค่ไหนก็ตาม
มันต้องมีฉากหวานแหวว
ทำให้ผู้ใหญ่อย่างเราดูไป ก็คิดไป
มิน่าๆๆ เด็กอเมริกัน
ถึงไวไฟกับเรื่องอย่างนี้กันนัก
เพราะแม้แต่การ์ตูนก็ยังมีเลย

คงไม่เล่าเรื่องของการ์ตูนเรื่องนี้
เพราะหนังไม่ยังฉาย
มันจะฉาย 1 ธันวา

ไม่รู้ว่าดิสนีย์เกร็งมากไปหรือไง
กับการทำการ์ตูนอนิเมชั่นเองเรื่องแรก
เลยทำให้การดำเนินเรื่องอ่อนไป
แต่ก็พอได้ ในแง่ที่รักษาความเป็นดิสนีย์
3 อย่างที่ว่า

มุขแต่ละมุขในหนัง
เท่าที่ดูในโรงแล้ว
รู้สึกจะมีเราฮาอยู่คนเดียว
ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติมากๆ

ถ้าสังเกตดูดีดี
เวลาที่ได้ดูหนังต่างประเทศ
มุขบางมุข มันจะฮาเฉพาะพวกฝรั่งเท่านั้น
นั่นก็เพราะเค้าเจอประสบการณ์อย่างที่หนังเอามาล้อ
หรือเก็ทมุขนั่นเอง

สรุป เราเลยฮาคนเดียว
เหตุที่ฮาก็เพราะดูหนังพวกนี้เยอะล่ะมั่ง
มีอยู่สองสามมุขที่ฮา
แต่ทั้งโรงเงียบกริบ
มุขแรก มุขคิงคอง
อันนี้ ฮาคนเดียวจริงๆ หัวเราะจะบ้า
มุขต่อมา อักลี่ อันนี้ ผู้ใหญ่บางคนก็ฮา
มุขสุดท้าย ดาร์คเวเดอร์
อันนี้ ฮาคนเดียวอีกแล้ว

ดูหนังจบ ได้ประโยคเด็ดมาหนึ่ง
"พ่อขอโทษ ที่ทำให้ลูกเข้าใจว่า
ความรัก คือ สิ่งที่ลูกต้องลงมือทำ"
เป็นประโยคที่พ่อไก่พูดกับลูกไก่

ความรักในครอบครัวมันไม่ควรเป็นสิ่งที่เราต้องร้องขอหรือต้องลงมือทำ เพื่อที่จะให้ได้มาไม่ใช่หรือ ซึ่งรวมทั้งความเชื่อใจและเข้าใจในครอบครัวด้วย




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2550 17:32:02 น.
Counter : 408 Pageviews.  

**The EngLish paTient**

"เธอตายเพราะรักเขา
อีกหลายปีต่อมา เขาตาย เพราะรักเธอ"

นี่เป็นการจั่วหัวเรื่องของพี่ปราย
ในการเขียนถึงหนังเรื่องนี้ ในหนังสือเล่มหนึ่งของพี่ปราย

the english patient
ในความทรงจำ ความรักอยู่ได้ชั่วนิรันดร์

จำไม่ได้แล้วว่า เคยเขียนถึงหนังเรื่องนี้ไปหรือยัง
แต่วันนี้ หลังจากอ่านไดหลายๆคน
ทำให้นึกถึงหนังเรื่องนี้

เรื่องราวของคนไข้อังกฤษเรื่องนี้
เป็นหนึ่งในหนังที่ได้ออสการ์ถล่มทลายไม่กี่เรื่องที่ชอบ
เพราะปกติ ก็ไม่ค่อยชื่นชมหนังออสการ์เท่าไหร่
เพราะมันมีความเป็นอเมริกันมากเกินไป

เรื่องนี้ ชอบทั้งๆที่ไม่รู้ว่าได้รางวัล
ดูไป 3 รอบ ทั้งๆที่หนังยาว 3 ชั่วโมง
ชอบบทหนัง ที่ใครหลายคนมองว่า
ผิดต่อศีลธรรมอย่างร้ายแรง
ชอบพระเอก Ralph Fiennes
ที่แม้แต่นอนเฉยๆบนเตียง (อย่าคิดลึก นอนแบบป่วยและเสียโฉมด้วย)
ผู้ชายคนนี้ ก็ยังดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ
ถ้าใครอยากรู้หน้าตายังไง
ให้รอดูแฮรี่ เดือนนี้ ในบทลอร์ดโวลเดอร์มอร์
นั่นแหละราฟล่ะ

หนังว่าด้วยเรื่องราว
ของผู้ชายคนหนึ่ง
ที่ดันไปเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน
ที่ตัวเองก็รู้ทั้งรู้ ว่ามันไม่ควร
แต่ก็ห้ามหัวใจไม่ได้

เสน่ห์ของหนัง
อยู่ตรงบทสนทนาของตัวละครทั้งหมด
ภาษาละมุน คมและบาดลึกกินใจ
คำพูดแต่ละประโยคที่อัลมาชี่(ราฟ)
โต้ตอบกับแคทลีน (เมียชาวบ้าน)
หรือแม้แต่คำพูดของอัลมาชี่
ที่โต้ตอบกับแอนนา(พยาบาลที่ดูแลอัลมาชี่)

ตอนได้ดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรก
มึนและงง
ที่ได้มาอย่างเดียว
คือ ความเซ็กซี่ของพระเอก
ผู้ชายบ้าไร แม้แต่ตอนโกรธ ยังเซ็กซี่เลย

พอได้ดูรอบสอง
เริ่มติดหนึบกับบท
พอรอบสาม
ทีนี้เริ่มบรรลุแล้วว่าหนังต้องการจะสื่ออะไร

จริงอยู่ว่ารัก ระหว่างอัลมาชี่กับแคทลีน
มันเป็นรักที่ผิดศีลธรรม
ถามว่า แคทลีน รักสามีตัวเองไหม
ใช่ เธอรัก แต่เธอก็รักอัลมาชี่ด้วย

รักของทั้งคู่ มันไม่ได้ร้อยด้วยความใคร่เพียงอย่างเดียว
แต่รักของทั้งคู่มันร้อยไว้ด้วยหนังสือหนึ่งเล่ม
หนังสือเล่มเดียว
ที่นำทุกอย่างไปสู่โศกนาฎกรรม

อัลมาชี่กับแคทลีนหลงรักหนังสือเล่มเดียวกัน
สำหรับคนอ่านหนังสือ
อะไรมันจะมีความสุข
และน่าตื่นเต้นได้มากไปกว่า
ได้สนทนาแลกเปลี่ยนกับคนที่อ่านเหมือนเรา
นั่นคือ การมองในฐานะที่ชอบอ่านเหมือนกัน

ถามว่า การเป็นชู้ระหว่างอัลมาชี่กับแคทลีนผิดไหม
ใช่มันผิด แต่เชื่อไหม
ดูมาสามรอบ เรากลับไม่นึกถึงเรื่องนี้เลย

แต่ละรอบที่ดู
กลับได้มาแต่
ความรักมากมาย
ที่ผู้ชายคนหนึ่งพึงมีให้กับผู้หญิงคนหนึ่งได้
จนนาทีสุดท้ายของชีวิต

หนังไม่ได้ส่งเสริมว่าการเป็นชู้น่ะ
เป็นเรื่องยอมรับได้
แต่หนังกำลังจะบอกถึง
ความรักของผู้ชายคนหนึ่ง
ที่เริ่มต้นและจบลง จากหนังสือเพียงเล่มเดียว

หนังสือที่ทำให้เขาได้พบเธอ
หนังสือที่ทำให้เขาได้รักเธอ
หนังสือที่ทำให้เขาได้อยู่กับเธอแม้เพียงไม่นาน
หนังสือที่ทำให้เขาเสียเธอไป
และหนังสือที่ทำให้ทรมานแสนสาหัส
กับการอยู่โดยไม่มีเธอ
สุดท้าย เขาก็ตามเธอไป เพราะหนังสือ

ถ้าจดหมายรักของยาขอบ
ที่ว่ากันว่า ลึกซึ้งตรึงใจ
กับความรักที่ขับขานผ่านตัวอักษร
ความรักของอัลมาชี่กับแคทลีน
สำหรับเรา มันก็หวานไม่น้อยกว่ากัน
ทั้งคู่ ขับขานลำนำรัก
ผ่านความคิดเห็นที่มีต่อหนังสือ 1 เล่ม

หนังตัดสินความผิดฐานเป็นชู้กันของทั้งคู่
ด้วยการเลือกให้แคทลีนตายจากอัลมาชี่
ในขณะที่ทั้งคู่หนีไปด้วยกัน
และอัลมาชี่ ก็ติดอยู่กับความผิดที่ช่วยผู้หญิงที่รักไม่ได้
และติดอยู่กับความทรงจำในหนังสือ
ที่มีต่อกัน

ลองคิดภาพดูเล่นๆ
ถ้าวันหนึ่ง
คนที่คุณรัก ได้จากคุณไป
โดยทิ้งของดูต่างหน้าไว้คือหนังสือ 1 เล่ม
มันจะทรมานแค่ไหน
กับการต้องนึกถึงเธอทุกครั้งยามอ่านหนังสือเล่มนั้นแต่ละหน้า
และก็อ่านมันทุกวัน

ใครบางคนอาจว่า
ก็อย่าอ่านมันซิ
จะได้ไม่เจ็บปวด ไม่ทรมาน
แต่ ทำไมอัลมาชี่ ยังเลือกที่จะให้
แอนนาอ่านหนังสือเล่มนี้ให้ฟังทุกวัน
นั่นแหละ คือ คำตอบของหนังเรื่องนี้

ที่พี่ปรายบอกว่า
เธอตายเพราะรักเขา อีกหลายปีต่อมา
เขาตายเพราะรักเธอ จึงไม่ผิดไปจากความจริงเท่าไหร่นัก

การมีอยู่หรือไม่มีคนที่เรารัก
อาจไม่ทรมาณเท่ากับ
การต้องอยู่กับความทรงจำ
ของคนที่เรารักก็ได้
นั่นใช่ไหมที่หนังต้องการบอก




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2550 17:29:58 น.
Counter : 758 Pageviews.  

**All AbUOt Love**

หนังได้รับการโปรโมทมามากว่า
2 สัปดาห์ เพราะดารานำอย่าง
เฮียหลิวลงทุนบินมาโปรโมทเองถึงเมืองไทย

หนังเรื่องนี้
เรียกว่า เป็นการทำหนังสนอง need ของเฮียหลิวเองก็ได้
นั่นคือ เฮียแกต้องการทำหนังรักโรแมนติก

ถ้าถามฉันว่า
หนังเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวอะไรกับฉัน

ฉันคงต้องนั่งนิ่งๆสักพัก
ถึงจะค่อยเรียงร้อยถ้อยคำได้
ตัวหนัง เป็นรักโรแมนติก
สมความตั้งใจของเฮียหลิว
ทั้งๆที่ปกติ จะเป็นคนไม่กล้าเดินเข้าไปดูหนัง
ที่เรียกน้ำตาในโรงเท่าไหร่นัก
เพราะมีเหตุผลค้ำคอที่ว่า
การร้องไห้ท่ามกลางผู้คนมากมาย
มันน่าอายเกินไปสำหรับตัวเอง

แต่ น่าแปลกที่กลับผ่ากฎตัวเอง
เดินเข้าไปดูหนังเรื่องนี้
ทั้งๆที่รู้ว่ามันต้องเสียน้ำตา

เฮียหลิวเล่นเป็นผู้ชายสองคน
ที่หน้าเหมือนกันโดยบังเอิญ
คนหนึ่ง เป็นหมอ
ที่ไม่เคยมีเวลาให้เมียตัวเอง
จนกระทั่ง เค้าต้องสูญเสียเมียไป
เค้าจึงเห็นค่า ของสิ่งที่สูญเสียไป
นั่นคือ ความรัก ความเข้าใจ
จากผู้หญิงที่เค้ารักและรักเค้าที่สุด

อีกคน เป็นสไตลิสต์
ที่มีเมียขี้โรคอยู่หนึ่งคน
บังเอิญ(แต่มันคือความตั้งใจของบท)
ที่ผู้หญิงคนนี้ ดันได้รับหัวใจของเมียหลิวหนึ่ง
ซึ่งว่ากันว่า คนที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ
มักได้รับความทรงจำบางส่วนจากเจ้าของเดิมมาด้วย

แล้วความบังเอิญ
ก็ทำให้ผู้หญิงขี้โรค
โคจรมาพบกับหลิวหนึ่ง
ในช่วงเวลาที่สามีของเธอกำลังทิ้งเธอไป
ด้วยความไม่เข้าใจกัน

จากการพบกัน
ทำให้หลิวคนแรก
ได้รู้ว่าเธอคือคนที่ได้หัวใจของเมียเค้าไป
และได้รู้คำร้องขอสุดท้ายของเธอ
คำร้องขอที่บังเอิญ
แทงใจดำเฮียแกพอดี
สิ่งที่เธอขอ คือ เวลาที่จะได้อยู่กับคนที่เธอรัก
ซึ่ง หลิวแรกน่ะ ทำไม่ได้เลยสักครั้ง
จนต้องเสียเมียไป

และเรื่องราวทั้งหมดในหนัง
ก็ถือได้ว่าเป็นการชดใช้ที่ผู้ชายคนหนึ่ง
จะคืนให้กับผู้หญิงคนที่เค้ารักได้
แม้จะต้องคืนผ่านหัวใจเธอในร่างของผู้หญิงอีกคนก็ตาม

ด้วยความรู้สึกผิดที่ติดค้าง
กับเมียตัวเอง
ว่าตัวเอง รักเธอได้ไม่ดีพอ
ทำให้หลิวหนึ่งตัดสินใจ
สวมรอยเป็นสามีผู้หญิงขี้โรค
แล้วเนรมิตช่วงเวลาแห่งความสุขให้เธอ

ระหว่างที่นั่งดู
มีหลายฉากที่มันเศร้าลึก
ทั้งๆที่มันน่าจะร้องไห้
แต่ก็ไม่ได้ร้อง

ทั้งๆที่มันก็คือ หนังรักธรรมดาๆๆ
แต่สำหรับฉัน หนังเรื่องนี้ไม่ธรรมดา
ตรงไหนรู้ไหม
ตรงนี้ นิทานที่พระเอก เล่าให้นางเอกคนที่สองฟัง

มีผัวเมียอยู่คู่หนึ่ง
ผู้ชายเป็นคนเดินเร็ว
และมักจะเดินอยู่ข้างหน้าเสมอ
ผู้หญิงเป็นคนเดินช้า
จึงมักต้องวิ่งตามผู้ชายอยู่เสมอเช่นกัน
แต่...ก็ไม่เคยใครบ่นหรือเบื่อที่ทำ
ผู้ชายไม่เบื่อในการที่จะต้องหยุดรอผู้หญิงบ้างบางที
ผู้หญิงไม่เบื่อที่ต้องเป็นฝ่ายวิ่งตามให้ทันผู้ชายเสมอ
นั่นก็เพราะ ทั้งคู่ รักกัน

ฉันนั่งสงสัยว่าทำไม
ในเมื่อรักกันขนาดนี้
ลงทุนรอและลงทุนวิ่งตามขนาดนั้น
ทำไม ไม่เดินจูงมือกันเดินไปเลยล่ะ
ทำไมยังต้องอีกคนอยู่ข้างหน้า
อีกคนวิ่งตามหลังอีก

พอดูหนังจบเลยเข้าใจ
ว่าบางครั้งในความรัก
เราไม่จำเป็นที่จะต้องปรับหรือเปลี่ยนอะไร
เรายังคงยืนอยู่ในจุดที่เราเป็นได้
และคนที่เรารักก็ยังยืนอยู่ในจุดที่เค้าเป็นได้
ไม่จำเป็นต้องมีจุดยืนเคียงกันเสมอ
เราก็สามารถจะอยู่ด้วยกันได้

แม้ว่า ผู้หญิงที่ได้หัวใจเมียเฮียหลิวไป
จะบอกว่า ความรักอย่างนี้มันเหนื่อย
เราควรหาวิธีรักกันอย่างอื่นดีไหมก็ตาม
แต่เรา คิดว่า เราเข้าใจความรักของผู้ชายคนนี้
เข้าใจว่าทำไมเค้าจึงเล่านิทานเรื่องนี้ให้ผู้หญิงคนนี้ฟัง

รักของคนบางคน
บางทีในสายตาคนนอก
มันอาจดูเห็นแก่ตัว ไม่เข้าท่า
ไม่มีค่าอะไร
แต่...เราคงลืมกันไปในบางที
ว่า ความรัก
มันมีความหมาย มีคุณค่าในตัวมันเอง
ไม่มีความจำเป็นที่เราต้องลำบาก
ไปตีค่า ตีความหมายของมันออกมา

สิ่งที่ได้จากหนัง
บอกกับฉันว่า
แค่เรามีหัวใจหนึ่งดวง
เราก็พร้อมที่จะรักและถูกรัก

หนังพยายามจะสื่อให้เรารู้ว่า
สุดท้าย ในความหมายทั้งหมดของความรัก
มันคืออะไรกันแน่ ที่เราต้องการจากความรัก




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2550 17:26:56 น.
Counter : 177 Pageviews.  

***จาก ...ing ถึง If OnLy***

... ing ลิขิตฟ้า รักนิรันดร์
หนังสัญชาติเกาหลี
ที่หยิบติดมือมาจากร้านเช่าซีดีเจ้าประจำ
เหตุผลที่หยิบมันขึ้นมา
อาจเป็นเพราะ มันตรงกับโปรเจคเรื่องสั้นที่จะเขียนของตัวเอง

บอกตรงๆว่าไม่ได้คาดหวังอะไรนักจากหนังเรื่องนี้
เพราะความไม่คาดหวัง
ทำให้ดูแบบสบายๆ
และแม้หนังจะจบเศร้า แต่ก็ไม่มีน้ำตา
เพราะรู้สึกว่าได้สัมผัสความสุขจากหนังจนอิ่มนั่นเอง



หนังถ่ายทอดเรื่องราวของมีนา
เด็กสาวขี้โรคที่อาศัยอยู่กับแม่ 2 คน
มีนามีโรคประจำตัวที่รักษาไม่หาย
แต่มีนาไม่เคยรู้ และแม่เธอก็ไม่เคยบอก

แล้วจู่ ๆ โลกที่มีแค่มีนากับแม่ก็เปลี่ยนไป
เมื่อมีนาได้พบพระเอก
พระเอกเป็นช่างภาพอิสระที่ย้ายมาอยู่ร่วมใต้ห้องของมีนากับแม่
พระเอกพยายามทลายกำแพงเล็กๆที่มีนาสร้างขึ้น
จนในที่สุด ทั้งคู่รักกัน
แต่สุดท้าย มีนาก็จากไปอยู่ดี

ถ้าถามว่าอิ่มใจตรงไหน
ทั้งๆที่หนังจบเศร้ายังงั้น

อิ่มแรก คงเป็นการพยายามทำความเข้าใจกับ
...ing ที่คนทำหนังต้องการจะสื่อ
ดูหนังจบจึงได้เข้าใจ
ว่าหนังต้องการจะชี้ให้เห็นความสุขที่เรากำลังจะสัมผัสอยู่
ให้เราอยู่กับปัจจุบัน หาใช่อดีต หรืออนาคต
นั่นล่ะมั่งที่คนสร้าง ต้องการบอกเรา
โดยใช้คำที่สื่อ ถึงการ กำลังกระทำ

อิ่มต่อมา ความรักของแม่กับมีนา
แม่มีนา เคยถูกเพื่อนสนิทแนะนำว่าทำไมไม่ให้มีนาอยู่รพ.
ทั้งๆที่ร่างกายอ่อนแอขนาดนี้
แม่มีนาบอกทั้งน้ำตาว่า
ครั้งสุดท้ายที่พามีนาเข้ารพ. มีนาพยายามฆ่าตัวตาย
แล้วยังงี้ สิ่งที่เธอทำ ยังจะถูกเรียกว่าไม่เห็นแก่มีนาอีกหรือ

อิ่มสุดท้าย ไดอะรี่สื่อความรู้สึก
มีนาไม่เคยรู้ตัวว่าตัวเองจะอยู่ได้อีกไม่นาน
จนวันหนึ่ง ไปเจอไดอะรี่ที่แม่เขียนถึงพ่อที่ตายไปแล้วของมีนา
มีนาร้องไห้ เจ็บปวด แต่มันก็อยู่เพียงแค่คืนเดียว
เช้าวันต่อๆมา มีนาเริ่มต้นทุกอย่างด้วยความสุข
ฉากที่ทำให้น้ำตาเอ่อ คือ ตอนที่มีนาตายไปแล้ว
และแม่ของเธอมาอ่านเจอบันทึกต่อท้าย
ที่มีนาเขียนไว้ จากที่แม่เขียนถึงพ่อ
มีนาบอกแม่ว่า เธอมีความสุขที่สุด
คำว่ามีความสุขของมีนา ทำให้แม่เธอร้องไห้น้ำตาแทบตาย





พระเอกไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่สำหรับหนังเรื่องนี้
ผู้ชายที่น่าสนใจ คือ
ชายคนที่ยืนโบกรถหน้าโรงเรียนมีนา

ชายคนที่มีอดีตอันปวดร้าว
คนที่มีบาดแผลจากการสูญเสียคนที่รักมากที่สุด
ไปหน้าโรงเรียนแห่งนี้ ในวันฝนตก
จึงทำให้เค้าต้องมายืนโบกรถอยู่ที่นี่
ไม่ยอมไปไหน แล้ววันไหนที่ฝนตก
ชายคนนี้ ก็จะยืนโบกรถพร้อมน้ำตา

มีนา ร้องไห้คร่ำครวญบอกกับพระเอก
ในวันที่ฝนตก ว่าชายหน้าโรงเรียนน่าสมเพช
ที่มีรักอย่างนี้
พระเอก กลับบอกมีนาว่า
ชายคนนั้น โชคดีต่างหาก
เพราะมีน้อยคน ที่จะมีโอกาสได้สัมผัสรักอย่างนี้



หนังเรื่องถัดมา ที่ดูต่อเรื่องนี้ทันที
ไม่รู้ว่าเพราะอารมณ์กำลังได้ที่หรือยังไง
If OnLY เพียงเอ่ยคำรัก

ทั้งที่คิดว่าตัวเองต้องเสียน้ำตา
แต่กลับไม่มีน้ำตาอีกเช่นกัน
ถามว่าใจแข็งขึ้นหรือยังไง
คงตอบได้เพียงไม่ใช่
แต่ เรื่องบางเรื่องเราควรยิ้มให้มันมากกว่าหรือเปล่า
นี่คือที่ตอบตัวเอง
โรคจิตไหมนี่ ยิ้มให้ความเจ็บปวดของคนอื่น

หนังเปิดด้วยฝันร้ายของพระเอก
ฝันร้ายที่บอกกับพระเอกว่า
ในวันพรุ่งนี้ นางเอกจะตายจากพระเอกไป

มันคงธรรมดาใช่ไหม
ถ้าฝันนั้น ไม่บังเอิญว่า
มันจะมาเกิดขึ้นจริง
เพียงแต่สลับลำดับเหตุการณ์ เท่านั้น

บนกล่องหนัง
บอกว่า ถ้าคุณสามารถรู้ว่าวันข้างหน้า
คนที่คุณรักอาจไม่มีโอกาสได้ยินคำรักจากคุณอีก
ในเวลาเพียง 1 วัน คุณจะทำอย่างไร



ตอนจบ ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนในฝันพระเอกหมด
แตกต่างกันเพียง
ในความจริงพระเอกพยายามทำทุกทาง
เพื่อรั้งไม่ให้นางเอกตาย
พยายามสื่อให้นางเอกรู้ทุกทางว่าตัวเองรักนางเอกมากแค่ไหน

ฉากที่ดูดีที่สุดในความรู้สึกตัวเอง
คือ ฉากฝนตกที่พระเอกกับนางเอก
กำลังรอเรียกรถ ในช่วงเวลาที่ใกล้จะถึงเวลาที่นางเอกจะตาย
จู่ๆพระเอกก็พูดขึ้นมาว่า
ความรักของพวกตน มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลา
5 ปี หรือ 50 ปี
มันขึ้นอยู่กับความรู้สึกรักที่มีให้กัน
ความรู้สึกที่ได้รัก และถูกรักต่างหาก
แล้วพระเอกก็บอกรักนางเอก
น่าแปลก แม้ว่า ในเรื่อง คำว่า ผมรักคุณ จากปากพระเอก
จะได้ยินไม่รู้กี่ครั้ง แต่กลับไม่รู้สึกเลี่ยนเลยสักนิด

ขอบรรจุฉากนี้ เป็นฉากบอกรักโดนใจตัวเองเลยแล้วกัน



หนังปิดฉากด้วย...
นางเอกไม่ตาย กลับเป็นพระเอกที่ตายแทน
เพราะเอาตัวมาบังนางเอกไว้

จริงอยู่ว่านางเอกเจ็บปวดที่พระเอกต้องตาย
แต่ สิ่งที่ทำให้นางเอกเจ็บปวดและทรมานยิ่งกว่า
คือ คำบอกรัก ก่อนหน้านั้นต่างหาก

การที่พระเอกพยายามจะบอกว่ารักนางเอกมากแค่ไหนก่อนที่จะจากไป ไม่มีวันกลับ นั่นแหละที่ทำให้นางเอกแทบปางตาย

ตัวเอกในสายตาตัวเองสำหรับเรื่องนี้
ไม่ใช่พระเอก ไม่ใช่นางเอก (อีกแล้ว )
แต่เป็นคนขับแท๊กซี่
คนขับแท๊กซี่ ที่ฟังพระเอกระบาย
ว่าตัวเองกลัวว่าจะรักนางเอกได้ไม่ดีพอ
กลัวว่าจะทำให้นางเอกมีความสุขไม่ได้
กลัวไปหมด
คนขับแท๊กซี่ ถาม
แล้วคุณรักเธอไหม
รักมาก เป็นคำตอบพระเอก
คนขับแท๊กซี่ ตอบมาประโยคเดียว
อึ้งไปเลยพระเอก อิฉัน
งั้นสิ่งที่ต้องทำ คือ ชื่นชมเธอและรักเธอ

เซ็กซี่สุดๆในความคิดตัวเอง
เล่นได้ไงมุกนี้
นอกจากพระเอกจะอึ้ง
คนดูอย่างเราก็อึ้งไปด้วย

หนังสองเรื่องมีจุดที่เหมือนกัน
คือ หนังบอกให้เรามีความสุขกับวันนี้
บอกรักคนที่เรารัก
ทำดีกับคนที่เรารักและรักเรา
ทำทุกวันให้มีความสุข
เพราะเราไม่อาจรู้ว่าวันข้างหน้า
คนคนนั้นจะอยู่เคียงข้างเราอีกหรือเปล่า
แต่มันไม่สำคัญอะไรเลย
กับเวลา กับการคงอยู่ของคนคนนั้น
ตราบเท่าที่ เราได้รักและถูกรักจากคนคนนั้น

รู้แล้วใช่ไหม
ว่าทำไมน้ำตาเราไม่ไหล




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2550 17:18:57 น.
Counter : 515 Pageviews.  

1  2  

จิ๊กกี๋โรแมนติก
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add จิ๊กกี๋โรแมนติก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.