=====ฤดูหนาว ดาวเดือนหม่น กับคนลุงลัง ณ ล้านนาประเทศ=====
Group Blog
 
All Blogs
 

ปีศาจร้ายที่กลืนกินชนเผ่า

เมื่อวาน ไปค้นหาอ่านหนังสือเก่าๆ ในตู้ ไปเจอ วารสาร ชีวิตบนดอย ของ สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (IMPECT) ที่ครั้งหนึ่งเคยไปฝึกงาน ไปเจอกวีบทหนึ่งครับ กวีบทนี้ เขียนแลรจนาโดย กวีชนเผ่าปกาเกอะญอ พี่ถาวร กำพลกูล หรือนามปากกาว่า "บือพอ" ที่แปลว่า ดอกข้าว ครับ เจ้าของหนังสือสารคดี ชีวิตจริง เรื่อง "ข้าคือ ปกาเกอะญอ" ที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตที่เรียบง่าย อยู่ติดธรรมชาติ ตลอดจนประเพณีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาชนเผ่า มาให้อ่านกันครับ ตอนนี้น่าจะหมดไปแล้วครับ นานแล้วน้อ
อ่านแล้ว มีความรู้สึกหลายอย่างระคนกันครับ สลดหดหู่ คิดถึงความเป็นจริงในสังคมเรา ทั้งสังคมไทย แลสังคมชนเผ่า ที่คนในเอง มักตกเป็นเหยื่อสังคมนอกเผ่า ที่คอยทลายความเป็นชนเผ่า ทลายความเป็นไทยของเราไป เลยลองเอามาแบ่งปัน เพื่อนๆ พี่ๆ ดูครับ ลองอ่านดูนะครับ เป็นไงก็มาแลกเปลี่ยนกันได้ครับผม ยินดีอย่างยิ่งครับ

ผลงานของ บือพอ (ถาวร กำพลกูล) ครับ

เจ้าตีกลองเป่าแตรเสียงดังระทึก
พวกฉันได้ยินเสียงทนสงสัยไม่ไหว
ไม่ว่าอยู่ซอกมุมไหนก็ออกมาดู
ลูกหลานฉันเห็นเป็นสิ่งแปลกใหม่
เจ้าให้พวกเราลองมือลองเท้า
สนุกได้ที่ เล่นเสียเพลิน ไม่ยอมกลับบ้าน
ฉันเรียกจนเสียงแหบเสียงแห้ง
ลูกเอยกลับมาหาแม่เถิด
หลานเอยกลับมาหาพ่อเถิด
ลูกหลานฉันไม่ยอมกลับบ้าน
กลับหันหลังพูดกับแม่
"เรื่องของเด็ก ผู้ใหญ่อย่ายุ่ง"
ยิ่งนานวัน เหตุการณ์ยิ่งมืดดำลง
ถึงเวลากลับบ้านแล้วนะลูก
ถึงเวลากินข้าวแล้วนะลูก
ถึงเวลาตื่นแล้วนะลูก
ถึงเวลาไปทำงานแล้วนะลูก
พอแล้วนะลูก แม่แก่หนวกหู
พอแล้วนะลูก พ่อแก่หนวกหู
แม่จะฟังเสียงวัวร้อง
พ่อจะฟังเสียงควายร้อง
วัวเราเสือจะมาลาก
ควายเราสิงห์จะมากิน
แต่ไร้เสียงการตอบสนอง
เสียงแตรยังคงเหมือนเดิม
เสียงกลองยังคงดังระทึก
เครื่องเสียงยังบรรเลงต่อไป

ไอ้ปีศาจร้ายผู้ใจอธรรม
เจ้าทำลายความขยันของลูกหลานฉัน
เจ้าทำให้พวกเขาเกลียดการงาน
เจ้าทำให้พวกเขาไม่รู้จักหน้าที่
เจ้าสอนให้พวกเขาเนรคุณต่อบุพการี
เยื่อใยสัมพันธ์ฉันท์พ่อลูกเจ้าก็ตัดขาดเสียสิ้น

ฉันอาศัยอยู่บนดอย
ฉันใช้ไหล่เขาเพื่อปลูกข้าว
ฉันใช้เชิงดอยเพื่อปลูกผัก
เจ้าผีร้ายมาเห็นเข้าบอกไม่ดี
บอกกันฉัน อย่าทำอีกนะ
หากทำจะจับพวกเจ้าผลักลงนรก
โธ่เอ๋ย ชีวิตรันทด
ทำไมพวกเจ้าบีบคั้นจิตใจฉันเช่นนี้
ไม่ทำแล้วฉันจะเอาอะไรกิน
แม้เจ้าจะบอกฉันโฉดเขลา
แต่ฉันก็พอรู้ว่าอะไรควรไม่ควร
ฉันทำไป ฉันก็รักษาไป
ฉันถางไร่แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้
ไม่นานป่าก็ขึ้นมาเหมือนเดิม
เจ้านั่นสิ กินเสียฉิบ
เจ้านั่นสิ ทำลายเสียหมด
ไม่ใช่ฉันนะ แต่พวกเจ้าต่างหาก
เจ้าสร้างงูใหญ่ตัวยาวเฟื้อย
มีพิษร้ายยิ่งกว่างูใดใดในโลกนี้

ลองมาแลกเปลี่ยนกันนะครับผม




 

Create Date : 04 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2552 11:17:43 น.
Counter : 211 Pageviews.  

ดอกไม้ราตรี ใครเคยพบเหตุการณ์แบบนี้บ้างครับ

ดอกไม้ราตรี



(แรงบันดาลใจจาก เรื่องเล่าใน //www.shockfm.com)


เสียงสัญญาณเตือนเวลามีการโต้ตอบดังกระชั้นถี่รัวที่มาจากโปรแกรมสนทนายอดนิยม MSN เกิดขึ้นทุกคืนในห้องนอนของผมเป็นประจำเกือบทุกคืนถ้าผมไม่มีงานหรือการบ้านที่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยให้ทำส่งเป็นพิเศษ ผมจะใช้เวลาดึกดื่อนค่อนคืนในการคุยกับเพื่อนทั้งใหม่และเก่า สัพเพเหระที่ถูกคุยผ่านแป้นพิมพ์และเครือข่ายอินเทอร์เนตอย่างไม่รู้จักเบื่อหน่าย ทั้งเพื่อนหญิง ชาย ในประเทศและต่างประเทศสุดขอบฟ้าที่คุยกันได้อย่างง่ายดาย ชีวิตของผมไม่ค่อยมีสีสันมากนักหรอก เพราะส่วนมาก็ใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัย เรียนจบก็กลับมาอยู่บ้านกับแม่ที่อายุมาก ผมไม่ค่อยจะมีเพื่อนสนิทในมหาวิทยาลัยมากนัก เนื่องจากภาระทางครอบครัวที่มีแม่แค่คนเดียว เลิกเรียนจึงต้องรีบกลับบ้าน ไม่มีเวลาไปสังสรรค์กับเพื่อนร่วมคณะ ที่ไม่รู้ว่าพวกมันได้ได้นับผมไปเป็นเพื่อนอีกคนด้วยไหม เมื่อผมกลับมาถึงบ้าน กินข้าว อาบน้ำ ใช้เวลาอยู่กับแม่เสร็จแล้วจึงเข้าห้องตัวเอง พาตัวเองไปสู่โลกไซเบอร์ ที่ผมคิดว่ามันเป็นโลกอีกโลกที่ผมมีความสุขกับมันได้ โลกที่พาผมไปหาเพื่อนที่คุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่ปิดบัง แม้ว่าจะไม่เคยเจอกันในโลกแห่งความเป็นจริงมาก่อน
คืนนี้อีกเช่นกันที่ผมได้คุยกับเพื่อนผ่านโปรแกรมสนทนาชื่อดัง เพียงแต่ว่าวันนี้บรรยากาศ อากาศนอกบ้านของผมช่างดูเงียบเหงาเหลือเกิน อาจจะเพราะฝนฟ้าที่ไม่เป็นใจให้คนเหงาอย่างผมจึงได้ตกลงมาราวกับฟ้ารั่ว ใจหนึ่งก็อยากจะปิดคอมพิวเตอร์เพราะกลัวไฟช็อต อีกใจหนึ่งก็อยากจะแชทต่อไปเนื่องจากใจอันเหงาหงอย ยิ่งมารวมกับบรรยากาศฝนตกหนักนอกบ้านยิ่งแล้ว ยิ่งทำให้ใจมันเหงาขึ้นมาอีกโข พอเปิดโปรแกรมแชทออกมา เพื่อนมากหน้าหลายตาที่คุยกันทุกวันก็ดาหน้าเข้ามาทักทาย ผมก็คุยกันเหมือนกับทุกวัน บรรยากาศนอกห้อง เหมือนฝนจะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ทำให้จิตฝ่ายที่อยากจะปิดเครื่องเริ่มมีอำนาจมากกว่า ไฟฟ้าในห้องเริ่มทำท่าจะดับ ใจผมหวั่นไหวมากขึ้น แต่ก็ยังแพ้จิตที่อยากจะแชทต่อไป ผมจึงได้ตัดสินใจ คุยกับมิตรในโลกไซเบอร์ต่อ
เวลาผ่านไป ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า มาจนถึงเวลา อีก 15 นาที จะเที่ยงคืนพอดี ผมเริ่มง่วงนอน เนื่องจากเมื่อกลางวันเรียนวิชาเอกหนักเป็นพิเศษ ตาขวาแข่งกันปิดกับตาซ้ายจนจะพร้อมกันทั้ง 2 ข้างพอดี ผมกำลังจะคลิก sign out ออกจากโปรแกรมสนทนาพอดี ฉับพลันทันใด หน้าจอคอมตัวเก่ง ก็ได้แสดงเครื่องหมายว่า มีคนกำลังแอด (เพิ่มชื่อเราเข้าไปในรายชื่อเพื่อน) อีเมล์แอดเดรส ของผมเพื่อที่จะคุยในฐานะมิตรใหม่พอดี ไหนไหนก็ไหนไหน เอาละ ผมจึงตัดสินใจที่ยังไม่ออกจากโปรแกรม มาคุยกับเพื่อนใหม่ที่กำลังแอดเรามาก่อนดีกว่า
“สวัสดีค่ะ เราชื่อดอกไม้นะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” นี่คือประโยคแรกที่เธอทักทายผม
“เช่นกันครับ ผมชื่อหนุ่ย ว่าแต่ ดอกไม้ไปแอดชื่อผมจากไหนล่ะครับ” ผมถามต่อไปด้วยความสงสัย
“พอดีดอกไม้ชอบเล่นเว็บบอร์ด......... แล้วได้เห็นอีเมล์ของหนุ่ยเข้า เลยคิดว่าเราน่าจะคุยกันได้ดี เป็นเพื่อนกันได้ เลยแอดมาอะค่ะ” เธอตอบผมมา ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรในประเด็นนี้เลย เพราะบ่อยครั้งที่ผมก็แอดชื่อเพื่อนจากนานาเว็บบอร์ดเช่นกัน
“หนุ่ยทำอะไรอยู่เหรอ ห้ามตอบว่ากำลังคุยกับดอกไม้อยู่นะ”
“ผมกำลังเรียนหนังสือที่...........สาขา.................ครับ ดอกไม้ล่ะ”
“ดอกไม้เคยเรียนหนังสือ แต่ตอนนี้ไม่ได้เรียนแล้วค่ะ เพราะไม่ค่อยแข็งแรง สุขภาพไม่ดีเท่าไหร่ ที่บ้านเลยให้ออกจากโรงเรียน มารักษาตัวค่ะ”
“ดอกไม้เป็นไอ้ที่เค้าเรียกกันว่า ลูคีเมีย อะค่ะ” ดอกไม้ตอบมาพร้อมกับชื่อโรค อาการของโรคที่เธอเป็นเสร็จสรรพ ผมฟังแล้วถึงกับอึ้งไปพักหนึ่ง
“โห แล้วอย่างนั้นดอกไม้ก็ต้องดูแลรักษาตัวเองเป็นพิเศษเลยสิครับ”
“แล้วนอนดึกอย่างนี้ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเหรอครับ” ผมถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงจริงๆ
“อ้อ ดอกไม้นอนเมื่อกลางวันมากแล้วค่ะ ตอนนี้เลยไม่ค่อยง่วงเท่าไหร่”
“ยังไงก็อย่าทำแบบนี้ทุกวันนะครับ มันจะไม่ดีต่อสุขภาพนะ” ผมเตือนเธอด้วยความหวังดี
“ค่ะ แต่คืนนี้ดอกไม้รู้สึกดีจริงๆนะคะ ที่ได้คุยกับหนุ่ย เหมือนกับว่า เราจะสามารถเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดไปได้”
“ครับ ผมก็รู้สึกดีดียังไงไม่รู้ ที่ได้คุยกับดอกไม้ แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกก็ตาม”
ผมตอบเธอจากใจจริง นั่นสิ ทำไมผมรู้สึกดีกับดอกไม้เป็นพิเศษก็ไม่รู้เหมือนกัน ทั้งๆที่เราสองคนเพิ่งเคยคุยกันครั้งแรก
“ดอกไม้เก่งจังเลย ขนาดไม่สบาย เป็นโรคที่หนักมากอย่างลูคีเมีย แล้วยังมาแชทจนดึกอีก มีกำลังใจดีมากเลยนะ” ผมไม่รู้จะบอกอะไรกับเธอ จึงได้พูดชมไป
“ความจริงก็ไม่เก่งหรอกค่ะ พ่อกับแม่ดอกไม้ ท่านดีมากกว่า ช่วยให้กำลังใจดอกไม้ทุกวัน ทุกเรื่องเลย ดอกไม้ถึงอยากจะเข้มแข็ง แข็งแรงเพื่อที่จะได้ตอบแทนท่าน เมื่อดอกไม้หายดีค่ะ”
“ส่วนเรื่องที่ดอกไม้เล่นแชทจนดึก ไม่ทุกวันหรอกค่ะ ส่วนมากดอกไม้ชอบอ่านกระทู้ในเว็บบอร์ดต่างๆ มากกว่า จะมีก็วันนี้แหละ ที่มาคุยกับหนุ่ย”
ดอกไม้ตอบผมมา ผมก็อ่านข้อความด้วยหัวใจทีพองคับอก ที่เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ป่วยทางกาย แต่รู้สึกดีใจที่ได้คุยกับผม ผมไม่เคยรู้สึกกับใครอย่างนี้มานานแล้ว หลังจากอกหักสมัยมัธยมปลาย
เราคุยกันอย่างเพลิดเพลิน คำถามแล้วคำถามเล่า ประสบการณ์ชีวิตของเราสองคนที่เล่าแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันผ่านทางแป้นพิมพ์ จอคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายอินเทอร์เนต เราคุยกันอย่างไม่รู้เบื่อ จนเข็มนาฬิกาเดินมาถึงตี 4
“หนุ่ยคะ ตอนนี้ ตี 4 แล้ว ดอกไม้ง่วงมากเลยค่ะ เดี๋ยวดอกไม้ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ” เธฮพิมพ์ข้อความมาบอกกับผม ความรู้สึกผมตอนนี้ก็ง่วงเหมือนเธอ แต่กลับอิ่มใจอย่างประหลาด “ก่อนที่เราจะไปนอน ดอกไม้ขออะไรสักอย่างได้ไหมคะ” ข้อความของเธอเหมือนจะบ่งบอกความในใจ
“จากนี้ไป ดอกไม้อาจจะไม่ได้เข้ามาแชทอีก เพราะต้องไปทำการรักษาขั้นตอนสุดท้าย หมอบอกว่า ถ้าผ่านขั้นนี้ไปแล้ว ดอกไม้จะหายเป็นปกติเลยค่ะ” ดอกไม้บอกความจริงมา ผมเริ่มใจหายนิดๆ
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ อยากให้หนุ่ยรับดอกไม้เป็นเพื่อนตลอดไป นะคะ ดอกไม้ขอแค่นี้แหละ” ผมแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อเธอพิมพ์มาอย่างนั้น
“ครับ ดอกไม้ ผมจะเป็นกำลังใจให้ดอกไม้ตลอดไป ดอกไม้ต้องหาย ต้องเข้มแข็งไว้ แล้วเราจะได้คุยกันอีกแน่นอน ผมจะรอวันนั้นครับ จนกว่าเราจะได้คุยกัน ได้เจอกันอีกครั้ง ผมจะจำดอกไม้ไว้ตลอดไปครับ” ผมพิมพ์ตอบไปทั้งน้ำตา ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะเหตุใด ผมถึงรู้สึกอย่างนี้กับดอกไม้
“ค่ะ งั้นคืนนี้ ราตรีสวัสดิ์ นอนฝันดีนะคะ” ดอกไม้ร่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย
“เช่นกันครับ ผมจะฝันดีแน่ๆ ฝันถึงดอกไม้ไงล่ะ ดอไม้รักษาตัวเองเร็วๆนะครับ ฝันดีนะ แล้วเจอกันอีกแน่นอนครับ”
พอล่ำลากันเสร็จ ผมก็ sign out ออกจากโปรแกรม แล้วปิดคอมพิวเตอร์ตัวเก่ง ปิดไฟในห้อง พร้อมหลับตานอนด้วยความสุขที่สุดในชีวิต
.............................................
“หนุ่ย ๆ ๆ ๆ ตื่นนอนได้แล้วลูก 8 โมงกว่าแล้วนะ ลูกมีเรียน 10 โมงไม่ใช่เหรอ” เสียงนี้เป็นเสียงที่คุ้นเคยอยู่ทุกวัน เสียงนี้ทีปลุกผมทุกเช้าเพื่อไปเรียน ผมพลันลุกจากที่นอนทันทีแล้วไปอาบน้ำ แต่งตัวเพื่อเตรียมออกจากบ้านไปเรียน
ที่โต๊ะอาหารเช้า แม่ทักทายผมตามเคย
“เป็นไงบ้างลูก เมื่อคืนร้อนไหม นอนได้หรือเปล่า”
“ทำไมจะนอนไม่ได้เหรอแม่ ก็นอนได้ปกตินี่”
“ก็....ฝนมันตกหนักเมื่อคืนนี่แหละ ไฟมันดับนี่หว่า ดับตั้งแต่ใกล้ๆเที่ยงคืน พัดลมก็เปิดไม่ได้ ฝนเพิ่งหยุดตอนตี 1 แต่ไฟน่ะ มันมาตอน 6 โมงเช้านี่เอง แม่เป็นห่วงแก กลัวแกร้อน แกไม่ร้อนเรอะ เมื่อคืนน่ะ”
………………………
………………………
………………………
THE END




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2552 12:54:09 น.
Counter : 161 Pageviews.  

ที่ผ่านมา มันคืออะไร ใครรู้บ้างครับ

ได้ฤกษ์ เขียนบล็อกที่สองในชีวิตสักทีครับพี่น้อง

วันนี้ นั่งนึกๆ ดู ผมคิดถึงลุงแท้ๆ พี่ชายของแม่ ที่เสียไปแล้วหลายปีดีดัก ผมได้ประสบเหตุแปลกๆ ในช่วงที่ผ่านมา ที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เลยลองมาเขียนในบล็อก มาฝากพี่น้องทุกท่านครับ

ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตเท้าความก่อนว่า ลุงของผม แกมีอาชีพหลายอย่าง เช่น เปิดวงดนตรีแสดงทั่วภาคเหนือ เขียนป้ายโฆษณา เปิดโรงเรียนสอนขับรถยนต์ แม้กระทั่ง จัดมวย จัดกิจกรรมต่างๆ ในจังหวัด ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ จัดประกวดนางงามครับ ทั้งนางงามสงกรานต์และนางงามยี่เป็ง และเอกลักษณ์ของลุงผมคือ ไม่ว่าจะจัดงานที่ไหน งานอะไร มักจะมีฝนตกแทบทุกครั้ง จนมีเรื่องเล่ากันสนุกๆ ในบรรดาคนงานกันว่า เห็นทีภาคอีสานที่กำลังแล้งจัด คงต้องจ้างวงดนตรีลุงผมไปเล่น หรือไม่ก็ให้ลุงผมไปจัดงาน ฝนถึงจะตกน่ะครับ

ลุงผมแกจะมีโรคประจำตัวหลายโรค เช่น เบาหวาน ไตวาย ที่เป็นหลักในร่างกายครับ แล้วมีอยู่ทีนึง ที่ลุงป่วยหนักมาก จนเข้าไอซียู หมอบอกให้จองศาลาวัดไว้ได้ ให้ลูกหลานทำใจได้ครับว่าไม่รอดแน่ๆ แม่ของผม ซึ่งผูกพันกับลุงมากๆ เป็นพี่น้องที่รักกันมาก แม่ผมก็ได้ไปไหว้ครูบาศรีวิชัย ที่ตีนดอยสุเทพ ขอให้ลุงผมรอดจากภาวะวิกฤติแห่งชีวิต แล้วก็กลับมาที่โรงพยาบาล ต่อมาลุงของผมก็รอดจากวิกฤติขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ ค่อยๆดีขึ้น จนหายเป็นปกติ มาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ เผลอๆ ดีกว่าเดิมด้วยครับ แต่ลุงก็อยู่แบบ สุขภาพดีกว่าเดิม ดีกว่าตอนเข้าโรงพยาบาลด้วยซ้ำ จนมาวันหนึ่ง เช้าตรู่ วันที่ 7 กันยายน เกือบสิบปีที่แล้ว แกนอนหลับครับ แล้วไหลตาย ก็เป็นไปตามกฎธรรมชาติครับ ไม่แปลกใจอะไร

แต่พอลุงเสียได้ 3 วัน ทางเหนือก็จะมีพิธีสูตรถอนนะครับ คือ คนเหนือมีความเชื่อว่า คนเราถ้าตายครบสามวัน ถึงจะรู้ว่าตัวเองตายแล้ว ทางครอบครัวผมก็เลยนิมนต์พระไปสูตรถอนที่บ้านลุง ที่ลุงเสีย เพื่อจะเชิญวิญญาณลุงมาที่วัดที่สวดศพอยู่ ก็ทำไปตามขั้นตอนแหละครับ พอค่ำๆ พระกำลังสวดเลย ผมกับพี่ชายที่เป็นลูกชายของลุง ก็คิดตรงกันว่า อยากรู้ว่าตอนนี้ลุงมาอยู่ที่วัดหรือยัง เลยลองอธิษฐานในใจกันทั้งสองคนว่า ถ้าตอนนี้ ลุงมาอยู่บริเวณวัดแล้ว ขอให้ลมพัดสักวูบนึงครับ ปรากฎว่าได้เรื่องเลยครับ พอต่างคนอธิษฐานเสร็จแล้ว ทั้งลมทั้งฝน มากันยกใหญ่เลยครับ บรรเลงกันอยู่ประมาณ 5 นาที ทั้งลมและฝนก็หยุดทันทีครับ อากาศแลบรรยากาศ ก็กลับมาเป็นร้อนเหมือนเดิม เหมือนก่อนที่ลมจะมาเลยครับ ผมและพี่ก็ยังคาใจทุกวันนี้ ว่ามันเกิดจากอะไรแน่ เรื่องบังเอิญที่เกิดจากความกดอากาศในวัดตอนนั้น หรือ ลุงผมมาอยู่ที่วัดแล้วจริงๆ

ต่อมาได้เวลาที่ลุงผมเสียครบ 100 วันแล้วครับก็มีการทำบุญให้ลุงครั้งใหญ่ที่สำนักงานหรือออฟฟิศบริษัทของลุง ก็มีบรรดาลูกศิษย์ ลูกน้อง เพื่อนร่วมงานเก่าๆ มาร่วมงานกันเยอะพอสมควร รวมถึงหางเครื่องรุ่นเก่า ที่สมัยลุงทำวงดนตรีก็มากัน พาลูก พาสามีมากันด้วย แล้วพอพระสวดเสร็จหมด ก็มีฝรั่งคนหนึ่ง ที่เป็นสามีของหางเครื่องรุ่นเก่า ก็มาทักทายพี่สาวที่เป็นลูกสาวของลุงผม ที่มาดำเนินกิจการต่อน่ะครับ ฝรั่งคนนี้แกปฏิบัติธรรมด้วย นั่งทางในด้วย เลยพอจะมีเซนส์พิเศษน่ะครับ แกก็มาถามพี่สาวผมว่า เมื่อกี้เห็นคนแก่ ผอม ร่างกายโทรม มีแผลเต็มตัว ทั้งแขนและหน้าอก มานั่งม้านั่งที่สำนักงานมีไว้รับแขก นั่งร้องไห้ แล้วก็บอกว่า เป็นห่วงลูกสาวคนเล็กมากที่สุด ตอนนี้อยู่กับครูบาศรีวิชัยรับใช้ท่านที่ตีนดอยสุเทพ อยากบวชมาก แล้วครูบาจะเป็นคนบวชให้ อยากให้ลูกสาวคนเล็ก เอาพวกเครื่องบวช พวกจีวร สบง มาถวายที่ครูบา ที่ตีนดอยให้ที
ทั้งพี่สาว ทั้งผมก็งงเลย เพราะลักษณะที่ฝรั่งบอกมา ตรงกับลุงผมทุกอย่าง เพราะก่อนที่ลุงจะเสีย แกผอมพอสมควร และมีแผลเต็มตัว เนื่องจากต้องฟอกเลือดเนื่องจากอาการไตวาย แถมยังมีลูกสาวคนเล็ก ที่ยังเรียนมอต้นอีก แล้วจะเป็นเรื่องบังเอิญอีกไหมครับ ที่ลุงแก่ๆ ที่ฝรั่งสามีหางเครื่องบอกว่าอยู่รับใช้ครูบาที่ตีนดอย แล้วอยากบวชโดยให้ลูกสาวคนเล็กมาถวายชุดบวชให้ (ตอนที่ลุงป่วยหนัก แม่ผมไปขอให้ครูบาช่วย)


เลยเอาประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟังครับทุกท่าน

ขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านบล็อกของผม มุมเล็กๆ ของหนุ่มโสด ก่อนระยะเวลาปีใหม่ครับ หวังว่าปีหน้าคงมีเวลามาเขียนบลอก มากขึ้นกว่าเดิมครับ




 

Create Date : 27 ธันวาคม 2551    
Last Update : 27 ธันวาคม 2551 18:35:57 น.
Counter : 110 Pageviews.  

++++ยินดีต้อนรับกุ๊ผู้กุ๊คน สู่อ้อมอกบล็อกของคนลุงลังคนนี้ครับ++++

สรีสวัสดีพี่น้องกุ๊ท่านกุ๊คน

ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนของคนลุงลังคนนี้ครับ นี้เป็นการทำบล็อกครั้งแรกของผม เป็นสมาชิกพันทิปมาก็นาน เปลี่ยนมาสองล็อกอิน เพิ่งมีโอกาสได้ทำบล็อกกับเขานี่แหละ ยังทำไม่เป็นกันเลยครับ

ฝากเนื้อฝากตัวไว้ในอ้อมอกอ้อมใจพ่อแม่พี่น้องทุกท่านด้วยครับ

เชิญทุกท่านที่หลวมตัวเข้ามาแล้ว ช่วยกันนิดนึงนะครับ ช่วยกันทักทาย เป็นกำลังใจให้เจ้าของบล็อกมือใหม่มากๆ คนนนี้ด้วยเน้อครับ ขอบคุณจ้าดนักครับ




 

Create Date : 20 ตุลาคม 2551    
Last Update : 20 ตุลาคม 2551 12:05:29 น.
Counter : 83 Pageviews.  


ดาวตก@ผีเสื้อ@กระบี่
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เพลง คนลุงลัง โดย อ้ายจรัล มโนเพ็ชร

.. เฮาเป๋นคนลุงลัง บ่มีหลังบ่มีหลืบ ต้นสายปล๋ายสืบ เป่นคนธัม ม่ะ ดา...
... บ่เงินเป๋นหีบ บ่จีบสาวลูกผสม ทินเน่อร์ ก่บ่าดม บ่ติดฝิ่นกัญชา ..

... กิ๋นแต่เหล้าบนดอย แกล้มฝอยเมฆเหมย เป๋นคนเฉยๆ แต่อย่ายั่ว อย่ามาท้า
... เบื่อความคิดของคน เบื่อถนนซุปเปอร์ เบื่อทีวีทีเว่อ แต่ชอบหนังขายยา

... ชอบเป๋นคนเดียวดาย บ่ก้าวก่ายข้องเกี่ยว ไปไหนฉายเดี่ยว หลั่นลันล้า หลั่นลา
... ชอบกินน้ำบ่อ บ่ชอบกินน้ำขวด เบื่อยาแก้ปวด ยามึนยาม้า

... ชอบฟังซึงเพลงซอ ชอบหมอลำเพลงฉ่อย ศิลปิน ต๊อกกะต๋อย ฟังแล้วหูมันล้า
... เบื่อผับ คนดัง เบื่อฝรั่งขี้นก เบื่อนิทานลามก มันจะอี้ ล่ะหนา

... เอาแต่ใจ๋ตั๋วเก่า หมามันเห่า มันหอน บ่สนใจ๋ไปสอด มันบ่าใช่เรื่อง ของฮา
... ฮามันดื้อสุดตั๋ว บ่าก้มหัวหื้อวอก เป๋นคนบ้านนอก เมืองกอก บ่าอยากมา

... เอาสองมือสร้างก่อ บ่าขอหวยกับผี บ่อยากเป๋นเศรษฐี กั๋วจะเป่นผีบ้า..
... เบื่อกำอู้หวานๆ อ้างเป่นงานสร้างสรรค์ เบื่อจะขึ้นสวรรค์ แล้วก่ตก ลงมา

... ก่เป๋นคนมึนตึง บ่เครียดขึงเรื่องเก่า มีหัวคิดหัวเข่า มีสติ ปัญญา
... บ่เย็นชาหน้าบูด ขูดเลือดเชือดหนัง ได้หน้าลืมหลัง บ่เกยมีละกา

... อยากคบเป๋นเพื่อน อยากเตือนไว้อย่าง ตัดเขี้ยว ตัดหาง แล้วจะมา ก่มา
... เฮาเป่นคนหน้าจัง ลุงลัง ทั้งปี๋ แต่ตี้เฮาเป๋นจะนี้ ... ก่เพราะ ฮาชอบของฮา




-------------------------------------------------


Friends' blogs
[Add ดาวตก@ผีเสื้อ@กระบี่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.