The ordinary girl in the world.
ส วั ส ดี ค่ า ... ยิ น ดี ที่ ไ ด้ รู้ จั ก น ะ ... ม า ทั ก ท า ย กั น บ่ อ ย ๆ น ะ ค ะ ^_________^

[Japan 2014] โอซาก้า,โกเบ,ฮิเมจิ (1-6 ส.ค.) ..ตอน3 : ตะลอนโอซาก้า

{{3 ส.ค. 2014}}

วันนี้ชิวๆ ไม่ต้องตื่นกันตั้งแต่เช้า เกือบๆเก้าโมงแล้วยังนั่งชิวกินมื้อเช้าอยู่เลย 555
มื้อเช้าแซนด์วิชจากร้าน Sandog Inn Kobeya ซื้อคืนก่อน ลด20% เหลือ 528เยน


เติมพลังเสร็จ เราก็พร้อมออกเดินทางกันแล้ววววว 



บริเวณหน้าห้องพัก ที่พักเป็นอพาร์ทเม้นของคนญี่ปุ่น ลืมถ่ายหน้าห้องมาอ่ะ



หน้าประตูทุกห้องจะมีกล่องเหล็ก เปิดมามีที่ให้แขวนของ บางห้องแขวนร่ม 
ห้องพักเราเค้าแขวนกล่องกุญแจพร้อมรหัสไว้ คล้ายๆแบบสีเขียวในรูปนี้อ่ะ 
ก่อนออกไปข้างนอกเราก็แขวนแล้วล็อคเก็บไว้ตรงนั้นเลย ไม่ต้องพกไปให้หนัก :D สะดวกดี 



ระหว่างทางเดินจากที่พักไปสถานี Kitahama บรรยากาศเงียบสงบ(คนญี่ปุ่นเค้าไปทำงานกันหมดแล้ว 55)



เราเริ่มต้นทริปวันนี้ที่ Shinseikai & Tsutenkaku
(เรานั่งสาย Sakaisuji ไปลงสถานี Dobutsuen-mae ประมาณ 9 นาที)
เดินจากสถานีไปไม่ไกลก็ถึง Tsutenkaku แล้ว จริงๆไปลงสถานี  Ebisucho ก็ได้นะ








- Tsutenkaku Tower (Naniwa’s Eiffel Tower) & Shinsekai-
เวลาเปิด-ปิด : 9:00-21:00 (รอบสุดท้าย 20:30 น.)
ค่าเข้า : 600 เยน (Amazing pass เข้าฟรี)
การเดินทาง : เดิน 3 นาที จาก subway Sakaisuji Line Ebisucho Exit. #3
Website : (ภาษาอังกฤษ) click , (หลายภาษา มีภาษาไทย) click

จากทางเข้าเราลงไปชั้นใต้ดิน จะมีจุดขายตั๋วเข้าชม(Amazing Pass ขึ้นฟรี) 
แล้วก็ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 2 จะต้องต่อแถวไปถ่ายรูป(ซึ่งไม่ซื้อก็ได้) ที่ชั้นนี้เราเจอกาชาปองฟูจิโกะเซ็ตบอลโลกด้วย 
แต่เราพลาดดดดดด ว่าจะลงมาหมุนตอนกลับ แต่ตอนลงมามันไม่ได้ผ่านทางนั้น อดเลยอ่ะ T^T 
เพราะฉะนั้น ถ้าใครจะหมุนกาชาปองตรงนี้ หมุนเลยค่ะ อย่ารีรอ 55555
แล้วก็ที่ชั้น 2 นี้ มีพิพิธภัณฑ์คินนิคุแมนด้วย (เล็กๆนะ) 
ส่งน้องๆไปถ่ายคู่ เกรงว่าถ้าตัวเองถ่ายด้วยอาจเป็นฝาแฝดได้ 5555



เสร็จแล้วเราก็ต่อคิวขึ้นลิฟต์ไปจุดชมวิวที่ชั้น 5 มีลิฟต์ 2 ตัวนะ ตอนเราไปรอไม่นานอ่ะ 
วิวตอนกลางวันก็สวยดี แต่ถ้ากลางคืนน่าจะสวยกว่านี้เยอะเลยเนอะ



ที่ชั้น 5 นี้จะมี Billiken อยู่รอบๆ เป็นจุดแสตมป์อ่ะ เราปั๊มมาทุกอัน 555
นอกจากนั้นก็มีจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ มีจุดถ่ายรูปเยอะนะ แต่จำไม่ได้แล้วอะไรอยู่ชั้นไหน
จำได้แค่ว่า ตอนลงอ่ะ มันจะมีทางเดินลงให้มาลงลิฟต์อีกชั้นนึง ไม่ใช่ชั้น 5
เราว่าทำแบบนี้ก็ดีอ่ะ คนไม่ต้องไปกระจุกตัวอยู่ชั้นเดียว :D







ของฝากน่ารักๆเยอะนะ แล้วก็ที่ชั้นสองก่อนจะลงลิฟต์ไปข้างล่าง เค้าทำเป็นเหมือนรถเมล์(?) หรือ รถไฟ(?) น่ารักดีๆๆ



เราใช้เวลากับที่นี่ประมาณชั่วโมงกว่าๆ หมดเงินกับขนมโดเรมอนทั้งนั้น 555 
ที่ร้านกูลิโกะอ่ะ มีขนมเซ็ต Stand By Me ขายพอดีเลย โชคดีไม่ต้องไปเดินหา



หลังจากลงมาก็ใกล้ๆเที่ยงแล้ว วันนี้พวกเราจะไปกินบุฟเฟ่ต์เค้กกัน!! 
แต่ก่อนไปกิน ระหว่างทางมีวัดน่าสนใจ ก็เลยว่าจะแวะไปกันสักหน่อย 


วัดนี้ก็คือ วัด Isshin-Ji ไม่แน่ใจว่าตอนที่ไปเป็นวันอะไรหรือเปล่า เพราะคนเยอะมากเลย
บรรยากาศภายในวัด กับ ประตูทางเข้าวัด ให้อารมณ์แตกต่างกัน นี่แหล่ะที่เราว่าน่าสนใจดี





- Isshinji Temple -
เวลาเปิด-ปิด : 9:00-16:00
การเดินทาง : เดิน 10 นาทีจาก สถานี Tennoji หรือ สถานี Shitennojimae Yuhigaoka 
Website : (ภาษาญี่ปุ่น) click , (ภาษาอังกฤษ) click

จากนั้นก็ได้เวลาไปจัดหนักกันแล้วววว กับบุฟเฟ่ต์เค้กที่ Sweet Paradise!!
สาขาที่เราไปก็คือ สาขา Tennoji ตั้งอยู่ที่ห้าง MIO


บุฟเฟต์เค้ก Sweet Paradise(สาขา Tennoji)
ราคา : 1,530 เยน
เวลาเปิด-ปิด : 11:00-22:00
Website : (ภาษาญี่ปุ่น) click , (ภาษาอังกฤษ) click
สาขาต่างๆ : (ภาษาญี่ปุ่น) click

เราไปถึงเที่ยงกว่าๆ ก็รับบัตรคิวก่อน รอประมาณ 20 นาทีก็ได้โต๊ะ มีแต่คนญี่ปุ่นทั้งนั้นเลยอ่ะ
หน้าร้านมีกาชาปองฟูจิโกะด้วยนะ ดีใจ ได้มาครอบครอง 5555
แล้วพอถึงเวลา ตรงทางเข้า จะมีตู้ให้กดพร้อมจ่ายตังค์ ว่าเรามากี่คน 
ตรงนี้เราให้พนักงานช่วยกดจ้า เพราะอ่านญี่ปุ่นไม่ออก -0-" 
เราไม่ได้ถ่ายรูปไลน์อาหารมานะ เพราะว่าคนเยอะเลย ไม่อยากรบกวนคนอื่น
นอกจากเค้กแล้ว ที่นี่มีอาหารคาวด้วยนะ สปาร์เก็ตตี้หลายรสชาติ แบบเส้นแบนๆอร่อยอ่ะ
แต่บางรสชาติก็แปลกๆ มีสปาร์เก็ตตี้คลุกแยมอ่ะ เราว่ารสชาติมันไม่เข้ากันเลย 555
มีข้าวแกงกะหรี่ ซุป แล้วน้ำดื่มก็หลายรส แต่อ่านไม่ออก เพราะมีแต่ป้ายภาษาญี่ปุ่นกำกับ



อร่อยและอิ่ม! ถ้าใครสนใจก็อยากให้ไปลองกันนะ เค้กมีให้เลือกหลายแบบเลย
แล้วเค้าตัดไว้ชิ้นเล็กๆ เลยลองได้ค่อนข้างเยอะอ่ะ 

อิ่มแล้วพวกเราก็ไปพิพิธภัณฑ์ Housing and Living จุดมุ่งหมายเพื่อกิโมโน! :D
(Tennoji นั่งสาย Tanimachi ไปเปลี่ยนสายที่สถานี Minamimorimachi ต่อสาย Sakaisuji ไปลงสถานี Tenjimbashisujirokuchome (Tenjimbashisuji 6-Chome))

ไปถึงแล้วตรงทางเข้า จะมีที่ฝากของนะ ยอดเหรียญแต่ได้เงินคืนทีหลัง
พอเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ เราก็ไปหาจุดบริการชุดกิโมโนเลย คนต่อคิวเยอะมากกกกก
ตอนแรกเราหาข้อมูลมาได้ว่าใส่ฟรี แต่เค้าคิดค่าบริการ 200 เยน แล้วนะ
พอได้บัตรคิวมา พวกเราก็ไปเดินถ่ายรูปเล่นกันก่อน ค่อยมารอคิวแต่งตัว




ใกล้ๆถึงคิว เค้าจะให้ถุงเท้า รองเท้า มาใส่รอก่อน .. ถุงเท้าเก็บกับเลยนะ ไม่ต้องคืน
เจ้าหน้าที่เค้าจะช่วยเราแต่งตัว ที่ราวด้านหลังนั้น เค้าจะเรียงไซส์ไว้อ่ะ
คนตัวเล็กๆจะมีแบบให้เลือกเยอะมาก ไซส์เรานี่อยู่ริมสุดเลย มีให้เลือกไม่ถึง 10 ตัว 5555



เสร็จแล้วพวกเราก็ไปเดินถ่ายรูปเล่นกันอีกรอบ เจ้าหน้าที่แต่ละคนเค้ายิ้มแย้มดีนะ
คุณลุงที่ยืนตรงจุดข้างหน้าก็ช่วยถ่ายรูปรวมให้พวกเราด้วย





ก่อนกลับ จะมีจุดจัดแสดงนิทรรศการเล็กๆอยุ่ด้วย 



Osaka Museum of Housing and Living (ใส่กิโมโน 200 เยน)
ค่าเข้า : 600เยน (Osaka Amazing Pass เข้าฟรี) 
เวลา : 10.00-17:00 (รอบสุดท้าย 16:30น.)
การเดินทาง : ใกล้กับ Hankyu&subway Tenjimbashisuji 6-Chome Stn. Exit #3
Website : (ภาษาอังกฤษ) click

Osaka Museum of Housing and Living  ไม่ได้ใหญ่มากนะ แต่พวกเราก็
ถ่ายรูปเล่นกันชิวๆ ชั่วโมงครึ่งแหน่ะ เสร็จแล้วพวกเราก็ไป Yodobayashi กับ HEP FIVE กัน
(จาก Tenjimbashisujirokuchome (Tenjimbashisuji 6-Chome) นั่งสาย Tanimachi Line ไปลงสถานี Higashiumeda)
แต่พอไปถึง พวกเราหลงทาง 555 หาตึก Yodobayashi ไม่เจอกันซะที(เป็นตึกขายเครื่องใช้ไฟฟ้า)
ระหว่างที่งมทางกันอยู่ ฝนก็ตกไม่หยุดสักทีนะ มีแต่จะตกหนักขึ้น พวกเราไปถามทางน้าผู้หญิง
ตอนแรกเค้าเข้าใจว่าเราจะไปสถานี Yodobayashi บอกไม่ใช่ๆ แล้วพอเค้าเข้าใจ เค้าอธิบายมา
เราก็หลงอยู่ดีจ้า จนสุดท้ายได้หนุ่มญี่ปุ่น ใจดีมากกกกกกกกกก ช่วยนำทาง
ใจดีมากจริงๆอ่ะ คือเค้าบอกว่าเค้าจะไปทางนั้นพอดี แล้วก็เดินพาไปส่ง(เดินนานนะ เกิน 15นาที)
พอไปถึง เค้าชี้ให้ดูว่าข้ามถนนไปก็ตึกนั้นนะ ขอบคุณกันเสร็จ เค้าเดินกลับไปทางเดิมอ่ะ -0-
คือเดินมาส่งเฉยๆ ซึ้งน้ำใจเลย .. แล้วเราก็ไปลุยหากาชาปอง 5555 เพื่อสิ่งนี้!
แต่สรุป มีหลายตู้ก็จริง แต่ไม่มีฟูจิโกะสักตัวเลยจ้าาาา - -* 
ก็เลยยอมแพ้ละ ไป HEP FIVE ต่อเลย (แต่สุดท้ายเจอฟูจิโกะที่ HEP FIVE นี่แหล่ะ ^0^)


- HEP FIVE Ferris Wheel -
เวลาเปิด-ปิด : 11:00-23:00
ค่าใช้จ่าย : 500เยน (Amazing Pass ขึ้นฟรี)
การเดินทาง
เดิน 5 นาที จาก subway Midosuji Line Umeda Stn.
เดิน 5 นาที จาก subway Tanimachi Line Higashi-Umeda Stn.
เดิน 3 นาที จาก Hankyu Line Umeda Stn.

พวกเราไปถึงเกือบๆหกโมง Hep Five Ferris Wheel จะอยู่ชั้นบนๆของห้าง HEP FIVE เลย
1 รอบ น่าจะราวๆ 15 นาทีได้นะ นี่ขนาดไปถึงตอนเกือบหกโมงเย็นนะ ยังไม่มืดเลยอ่ะ(หน้าร้อนนี่น้า)



เสร็จแล้วพวกเราก็แวะไปเดินเล่นที่ Joy Polis ซึ่งจะอยู่ที่ชั้น 8 กับ ชั้น 9 ของ HEP FIVE
แล้วเราก็เจอน้องไข่ฟูจิโกะ T^T หมุนๆๆมาอีก 5555 คราวนี้หมุนตัวชุดฟ้าจ้า
จริงๆมันมีตู้คีบ แบบฟูจิโกะใส่เต็มถ้วยเลยนะ แต่คีบไม่สำเร็จซะที หมดไปเยอะ 555

แล้วที่ชั้น 9 ของ Joy Polis อ่ะ ตู้สติ๊กเกอร์เยอะมากกกกกกก ถ้าใครอยากถ่ายพูริคุระ แนะนำเลย
มีให้เช่าชุดด้วยนะ ประมาณ 200 เยน ชุดเยอะมาก ดูแบบชุดของ P+Closet คลิ้กเลย
แต่ก็นั่นแหล่ะ ไซส์ใหญ่ มีแต่ทรงกิโมโน T_T และมีให้เลือกน้อยมากกกกก
แล้วตรงข้างๆห้องเปลี่ยนชุด จะมีกระจก ไดร์เป่าผม ที่หนีบผม คือมีให้พร้อมเลยอ่ะ
ตู้สติ๊กเกอร์ก็ยอดเหรียญเอง รอบละ 400 เยน รูปแบบเหมือนตู้ที่เอาเข้าไทยแหล่ะ
ต่างกันแค่ไม่มีพนักงานคุมตู้ หยอดเหรียญแล้วกดเอง เวลาแต่งรูปจะมีจับเวลา
แล้วมันจะหยุดนับถ้าไม่มีคนถ่ายต่อเรา ก็แต่งไปเพลินๆ 55



ถ่ายรูปกันจนลืมหิว กลับกันเกือบสามทุ่มอ่ะ 5555 เราไปญี่ปุ่นเพื่อสิ่งนี้!? ไม่ใช่มั้งงง 5555555
แล้วนี่คือทั้งหมดที่เราซื้อในวันนี้ 555 ไร้สาระล้วนๆ 



เสร็จแล้วพวกเราก็กลับไปหาอะไรทานกันใกล้ๆที่พัก ข้าวหน้าปลาไหลชามโต 
จำราคาไม่ได้แต่ไม่แพง มีร้านราเม็งเปิด 24 ชั่วโมงใกล้ๆกัน แต่ไม่ได้ลองเลยอ่ะ



------------------------------------------------------------------------------

{{4 ส.ค. 2014}}

มื้อเช้าวันนี้ โกโก้ที่ซื้อจาก Fresco + ขนมโคลอนโดเรมอน 



จุดมุ่งหมายแรก ปราสาทโอซาก้า ^^ 
(จากทางออก 1-B Tanimachi Yonchome(Tanimachi-4-chome) เดินตรงไปเรื่อยๆจะผ่าน NHKที่อยู่ฝั่งขวามือ 
เดินต่อไปเรื่อยๆ ข้ามแยก ก็ถึงแล้ว)

บรรยากาศโดยรวม ก่อนที่พวกเราจะไปถึงตัวปราสาท



ก่อนจะเข้าไปในปราสาท ก็กินนู่นนี่ไปเรื่อย ไอติมชาเขียว 350 เยน อร่อยดี , 
ซาลาเปาลูกละ 230 เยน รสชาติธรรมดามากกกกกก เฉยๆอ่ะ




รอบๆปราสาทโอซาก้า มีตัวเหลืองๆแบบในรูปตั้งอยู่ 5 จุดอ่ะ เราเจอแค่ 2 จุด ไม่แน่ใจว่าฉลองอะไร?


แล้วพวกเราก็ไปต่อแถวขึ้นไปชั้นบนๆ เดินขึ้นก็ได้นะ แต่พวกเราไม่ไหวอ่ะรอลิฟต์ดีกว่า 555 
พนักงานเค้าบอก ว่าชั้นไหนๆห้ามถ่ายรูป แต่เราก็เห็นมีชาวต่างชาติถ่าย มีป้ายติดไว้ด้วยนะว่าห้าม
ใครไปก็ทำตามที่เค้าบอกด้วยละกันน้า :D

อันนี้เป็นวิวจากบนปราสาท



ในปราสาทจะมีจุดให้แต่งตัว ใส่หมวก ชุดนักรบ(ซามูไร?) กิโมโน 300เยนมั้ง ไม่ได้แต่งอ่ะ คิวย๊าวยาว 



- ปราสาทโอซาก้า -
เวลาเปิด-ปิด : 9:00-17:00 (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30) ช่วงเวลาอาจแต่งต่างไปในบางฤดูกาล
ค่าเข้าชม : 600 เยน(Amazing Pass เข้าฟรี)
การเดินทาง : เดินจาก JR Morinomiya Sta. หรือ Osakajokoen Sta.(ทางออกที่ 1,3) ราว 15-20 นาที , เดินจาก Tanimachi Yonchome(Tanimachi-4-chome) ทางออก 1-B ราวๆ20นาที
Website : (มีหลายภาษา) click

เสร็จแล้วก็ต้องมานั่งเสิร์ชหาวิธีเดินทางอีก เพราะเราดันลืมสมุดจดไว้ในห้องน้ำที่ปราสาท -0- 
บ่ายกว่าๆ พวกเราก็ไปร้านซูชิกัน Kappa Sushi เห็นรีวิวกันว่าถูก *0* และมีหลายสาขาด้วย
ไม่แน่ใจว่ามีสาขาไหนใกล้กว่านี้มั้ย แต่ด้วยความขี้เกียจแปลกูเกิ้ล 55 ไปสาขาแรกๆในหน้าเว็บแหล่ะ

(จาก Tanimachi yonchome นั่งสาย Tanimachi ไปเปลี่ยนสายที่ Tanimachi Kyuchome(9-chome) ต่อสาย Sennichimae ไปลงสถานี Kitatatsumi ประมาณ 15 นาที)

จากทางออก 2 เดินตรงไปเรื่อยๆ แยกที่สาม ให้เลี้ยวซ้าย หน้าแยกมีป้ายบอกเป็นรูปกัปปะตัวเขียวๆ
ร้านกัปปะ เป็นซูชิสายพานอ่ะ จานละ 108 เยน แต่บางอย่างก็แพงกว่านั้น 
ถ้าไม่อยากรอ กดสั่งจากหน้าจอก็ได้ อยู่ซ้ายมือในรูปมุมบนของรูปข้างล่าง 
สักพักซูชิที่สั่งจะมีมังกร(?)หรือจระเข้(?)มาส่ง มันจะวิ่งรางบน ปู๊ดป๊าดดดดด มาจอดโต๊ะเรา 
แล้วพอหยิบเรียบร้อย ก็กดโอเคบนหน้าจอด้วย มังกรก็จะปู๊ดป๊าดดดดกลับไป 
ลืมถ่ายรูปไว้อ่ะ มัวแต่ตื่นเต้น 55555555



แล้วก็ที่โต๊ะจะมีน้ำร้อนให้กดนะ อยู่ซ้ายมือมุมล่างของรูปบนนี้อ่ะ
มีผงชาเขียวให้ด้วย แล้วก็ถ้าจะกดน้ำเย็นก็จะมีที่ให้ไปกด เห็นง่ายอยู่

อันนี้เป็นเมนูต่างๆ (คลิ้กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่นะ)





ซูชิที่เรากินบางส่วน ไม่ได้กินปลาดิบ มีแต่น้องสาวกิน .. วาซาบิก็ไม่ชอบกิน
ลองกินกุ้งแล้วจี๊ดขึ้นสมองเลยอ่ะ วาซาบิมันจี๊ดดดดดดด = =" 
ลองสั่งเมลอนมากินด้วย ไม่อร่อยเหมือนที่เคยกินที่อื่น รสเหมือนแคนตาลูปเลย



จ่ายค่าเสียหายมื้อนี้ไปทั้งหมด 1,446 เยน เรากินไป 10จานพอดีเป๊ะ

- Kappa Sushi สาขา Ikuno -
เวลาเปิด-ปิด : 11:00-23:00(รับออเดอร์รอบสุดท้าย 22:30)
ที่อยู่ : 大阪市生野区巽東1-5-24
Website : (ภาษาอังกฤษ) click , เช็คสาขาต่างๆ(ภาษาญี่ปุ่น) click

จากนั้นก็ไปล่องเรือกันต่อออออ
(จาก Kitatatsumi นั่งสาย Sennichimae ไปเปลี่ยนสายที่ Awaza แล้วต่อสาย Chuo ไปลงสถานี Osakako ประมาณครึ่งชั่วโมง)
จากสถานีเดินไปไกลพอสมควรนะ ล่องเรือ Cruise Ship Santa Maria 
จะอยู่ใกล้ๆกับ Osaka Aquarium Kaiyukan(ซึ่งเราไม่ได้เข้า เพราะก่อนไปเช็คเว็บแล้วเจอข่าวว่าฉลามวาฬเสียชีวิตทั้ง 2 ตัว)
ถึงไม่ได้เข้าไปก็ขอถ่ายรูปข้างนอกไว้สักนิดดด อยากบอก พนักงานในรูปคนนั้นน่ารักล่ะ 555



พวกเราไปถึงเร็วไปนิด เรือยังไม่มา ก็เลยถ่ายรูปเล่นกันรอบๆแถวนั้นก่อน



คนเริ่มมาต่อแถวกันละ เราก็ไปต่อคิวรอขึ้นเรือ สักพักเรือก็มาาาา 
นั่นๆ พนักงานหนุ่มคนเดิมคนนั้น มาประจำตรงทางขึ้นเรือละจ้า 5555
แล้วคุณน้องสาวทั้ง 2 คนก็ต่อแถวขึ้นฝั่งที่คนนี้เป็นคนตรวจตั๋วจ้า คุณพี่พลาดจ้าาา 55555
อ้อ แค่โชว์ Amazing Pass ก็ขึ้นได้เลยนะ :D 





- Cruise Ship Santa Maria -
เวลา : (เวลาแตกต่างกันไปตามฤดูกาล)
Day Cruise 45 นาที 11:00 ~ (ออกทุกชั่วโมง) , Night Cruise 90 นาที 19:00 (ต้องจอง)
ค่าใช้จ่าย : (เฉพาะ Day-cruise 45นาที Amazing Pass ขึ้นฟรี)
Day Cruise : 1,600 เยน , Night Cruise : 2,650 เยน
การเดินทาง : เดิน 10 นาที จาก subway Chuo Line Osakako Stn. exit. #1
Website : (ภาษาอังกฤษ) Click

บนเรือลมแรงมากกกก หัว เอ้ย! ผม แทบร่วงงงงง บรรยากาศบนเรือก็นั่งกันเป็นคู่ๆเชียวว แหม๊!!





ครบรอบแล้วพวกเราก็ไป Tempozan Ferris Wheel กันต่อ ใช้ Amazing Pass ให้คุ้ม :D



เราชอบวิวที่นี่มากกว่าที่ HEP FIVE นะ 



-Tempozan Giant Ferris Wheel - 
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 - 22:00
การเดินทาง : เดิน 5 นาที จาก subway Chuo Line Osakako Stn. exit. #1

ตอนเดินกลับ ก็จัดสักกระป๋องมาแก้ร้อน :D หยอดเหรียญกริ๊งๆๆ


เสร็จแล้วก็ไป Den Den Town กัน ไปทำไม? ไปเดินดูโมเดล กาชาปองงี้
ไปลงสถานี Ebisucho พวกเราออกทางออกฝั่ง 1-A เดินตรงไปนิดเดียว 
จะเจอ tourist information แวะไปขอแผนที่ ถามทางได้
อยู่ตำแหน่งประมาณดาวในรูปข้างล่างนี้อ่ะ ข้ามแยกเดินไปนิดเดียวก็เจอแล้ว


- den den town ebisucho -
การเดินทาง : สถานี Ebisucho ทางออก 1-A หรือ 1-B.
Website : (ภาษาญี่ปุ่น) click , (ภาษาอังกฤษ) click
เดินกันสักพักใหญ่ๆ สรุปไม่เจอตู้กาชาปองอ่ะ แต่ซื้อนู่นนี่มาเพียบเลย 555
หมดเงินกับที่นี่ไปเยอะกว่าค่าอาหารอีก 555555555 ได้ตุ๊กตาเกาะขอบแก้วเรื่อง Free! มาสามตัว!
Free! เกาะขอบแก้ว กับ Rozen Maiden ต้องลุ้นเอาอ่ะ เพราะมันมาเป็นกล่อง เค้าไม่ให้แกะ
ดีใจได้รินจัง :D ชอบสุดเลยคือรินที่นอนในห่วงยางอ่ะ น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกก และแพงกว่าเพื่อน -*-
ส่วนโรเซ่น จริงๆอยากได้ซุยกินโท T_T แต่ก็ยังดี ได้ชินกุ





หลังจากนั้นเราก็ไปเจอเพื่อนของน้องสาวที่เพิ่งมาอยู่ญี่ปุ่น แล้วก็ไปเดินเล่นแถว Dotonbori
ไปหาอะไรกินกัน แต่วิธีเดินทางตรงนี้ไม่ได้หาข้อมูลนะ เพราะเดินตามน้องอย่างเดียว 55
รวมพลังเด็กลาดกระบังกับแลนด์มาร์คของที่นี่!! น้องวิศวะฯกันหมด เราไอทีอยู่คนเดียว -3-



ไปถึงก็เดินเล่น ช็อปนู่นช็อปนี่ แล้วก็มาสรุปกันที่ทาโกะยากิร้านนี้ ร้านดังมั้ยไม่รู้ แต่แถวยาวอยู่นะ
รอนานมากกก ไม่ใช่เพราะคนเยอะมาก แต่เพราะดันอยากกินหนวดยักษ์ 555 (1,350 เยน)
จริงๆถ้าสั่งแบบธรรมดาก็ได้กินไปนานละ 55555 นั่งกินกันหน้ามินิมาร์ทเลย 



ซื้อป๋องนี้มากินกับทาโกะฯ มีแอลกอฮอลล์จึ๋งนึง ตอนซื้อไม่ได้อ่านนะ ไม่รู้ว่ามี 55555



ถ่ายรูปหุ่นตีกลองมาด้วย แลนด์มาร์คเหมือนกันใช่ป่ะ??



แล้วก็ไปกินราเม็งมังกรกัน อร่อยดีเหมือนกันนะ (900 เยน)



กว่าจะกินเสร็จก็ดึกแล้ว วันนี้กลับถึงที่พักสี่ห้าทุ่มนู่นเลย ดึกสุดของทริปนี้ละ
บล็อคหน้า ตอนสุดท้ายของทริปแล้วววว เราไปเที่ยว Universal กัน :D




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2557    
Last Update : 7 ตุลาคม 2557 23:23:30 น.
Counter : 2344 Pageviews.  

[Japan 2014] โอซาก้า,โกเบ,ฮิเมจิ (1-6 ส.ค.) ..ตอน2 : ชมปราสาทฮิเมจิ+โกเบวันฝนพรำ

{{2 ส.ค. 2014}}

จัดการมื้อเช้าที่ซื้อจากเซเว่นเมื่อคืน ลดจาก 150 เหลือ 100 เยน อร่อยดี


พร้อมแล้วก็ออกเดินทาง วันนี้เราจะไปปราสาทฮิเมจิกัน
(Kitahama นั่งสาย sakaisuji ไปเปลี่ยนสายที่ Minamimorimachi แล้วต่อ Tanimachi Line ไปลง Higashiumeda แล้วเดินไปขึ้น Umeda ของ Hanshin/Sanyo Line ไปลงสถานี Himeji)



ใช้เวลาเดินทางจากที่พัก ประมาณ 2 ชั่วโมง พวกเราก็มาถึงฮิเมจิกันแล้ว :D 

- การเดินทางไปปราสาทฮิเมจิ -

เวลาเปิด-ปิด : 9:00-16:00 (หน้าร้อน เวลาปิด +1 ชั่วโมง)
ค่าเข้าชม : 400 yen(ถึงวันที่ 26 มี.ค. 2015 หลังจากนั้น ราคาปกติ 1,000 yen)
เดินประมาณ 15 นาที จาก JR/Sanyo Railway HIMEJI Stn. หรือ นั่งรถวน

Website : click
loop bus : click
loop bus schedule : click
current state photos : click

พวกเราเดินจากสถานี ประมาณ 15-20 นาที ก็ถึงปราสาทฮิเมจิแล้ว ระหว่างทางจะมีรูปปั้นอยู่ตลอดทางเลย



บรรยากาศข้างนอกปราสาทฮิเมจิ ก็สวยงามเหมือนกันนะคะ ^.^



วันที่พวกเราไป โชคดีไม่เก็บค่าเข้าชมปราสาท เพราะมีงานเทศกาลอะไรสักอย่าง แต่จัดตอนเย็นก็เลยไม่ได้ดู
ช่วงที่ไปปราสาทฮิเมจิเปิดผ้าคลุมแล้ว แต่ยังไม่สามารถเข้าชมได้ทั้งหมด 
ข้างในตัวปราสาทส่วนเมนหลักยังเข้าชมไม่ได้ 







ก่อนกลับก็ได้ลองตู้กดไอติมของกูลิโกะ อร่อยดีอ่ะ ราคาประมาณร้อยกว่าเยนมั้ง ถ้าจำไม่ผิด



พวกเราใช้เวลาในปราสาทฮิเมจิเกือบสองชั่วโมง แล้วก็ออกมาหามื้อเที่ยงทานระหว่างทางเดินกลับ
ก็ไม่รู้จะกินอะไร สุดท้ายก็เลยลองข้าวกล่องร้านนี่แหล่ะ 390เยน รอ 15 นาที อร่อยนะ ร้อนๆเลย 



แล้วพวกเราก็ไปโกเบกันต่อ ใช้เวลาประมาณหนึ่ง 1 ชั่วโมงหน่อยๆ
(Himeji นั่งสาย Hanshin/Sanyo ไปเปลี่ยนสายที่สถานี Itayado ต่อสาย Seishin-Yamate Line ไปลงสถานี Shin-Kobe
ที่สถานีชินโกเบ information จะอยู่ชั้น 2 ขึ้นไปเอาแผนที่ได้
เราขึ้นไปถามทางไป Kitano-cho แต่สุดท้ายก็เดินหลงซอยกันอยู่ดีอ่ะ 555

- Kitano-cho -
ค่าเข้าชม : มีหลายราคา รวมทั้งมีบัตรรวมแบบที่ใช้เข้าหลายๆหลังด้วย
การเดินทาง : เดิน 10 นาที จาก Shinkansen/Subway Shin-Kobe Stn. หรือ
                  เดิน 15 นาที จาก JR/Hankyu/Hanshin Line Sannomiya Stn.
website: (ภาษาญี่ปุ่น) 1 2 3 , (ภาษาอังกฤษ) 1

เดินจนคอแห้งอ่ะ ต้องจัดน้ำก่อนสักขวด ... ไม่อร่อยอ่ะ จื๊ดจืด 5555



แล้วพวกเราก็เดินถึงกันจนได้ หลังจากหลงถนนไปสักพักใหญ่ๆ





ข้างๆ The Weathercock House มีวัด Kitano Tenman Shrine แวะขึ้นไปดูนิดเดียวก็คิดว่ากลับกันดีกว่า 
ฝนตกไม่หยุดเลย



แถวๆนั้นมีห้องน้ำนะ ฟรี สะอาด สวยงาม



ตอนกลับก็เดินตามๆคนอื่นเค้าไปนั่นแหล่ะ ในที่สุดเราก็เจอสตาร์บัคส์ที่เค้าร่ำลือกัน โฉบแว๊บๆก็เดินต่อ 555



เดินชิวๆกัน เกือบครึ่งชั่วโมง เราก็มาถึงตึก Mediterrasse 



- Mediterrasse -
เวลาเปิด - ปิด : 11:00-21:00
การเดินทาง : เดิน 15 นาที จากสถานี JR/Hankyu/Hanshin/Subway Lines Sannomiya Station 
หรือ เดิน 1 นาที จากสถานี Motomachi Station
official site : (ภาษาญี่ปุ่น) click , (ภาษาอังกฤษ) click

ซึ่งตึกนี้ก็คือห้างฯนั่นเอง พวกเราถ่ายรูปเล่นกันข้างนอกตึกเฉยๆนะ ไม่ได้เข้าไปดูร้านค้าข้างใน 



ตอนแรกกะว่าจะไป Rokkosan หรือไม่ก็อยู่รอดูพลุตอนกลางคืน
แต่ฝนตก แล้วน้องๆก็เมื่อยจากการเดินหา kitano-cho ก็เลยกลับกันดีกว่า
ไปหามื้อเย็นทานกันที่โอซาก้า
(Sannomiya ขื้นสาย Hankyu ไปเปลี่ยนสายที่สถานี Umeda แล้วต่อสาย Midosuji ไปลงสถานี Shinsaibashi)

มื้อเย็นพวกเราไปกินกันที่ร้าน Yakiniku Rokko เป็นร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อย่าง
เซ็ตที่เราสั่ง เป็น Plan B : 2,550 เยน .. ร้านนี้ น้ำเปล่าฟรี wifi ฟรี อร่อยนะ!!
พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย จริงๆมันมีเนื้อใส่ไหมาด้วย แต่ย่างอยู่บนเตาซะละ



- Yakiniku-Rokko -
เวลาเปิด - ปิด : 17:00-23:00
ราคา : Plan A - 2,050 , Plan B - 2,550 , Plan C - 3,050 เยน
การเดินทาง : เดิน 10 นาที จากสถานี Midosuji Line Shinsaibashi Station ทางออก 6
แผนที่ : click
official site : (ภาษาอังกฤษ) click

กินอิ่มแล้วพวกเราก็เดินเล่นที่ shinsaibashi สักพัก ก่อนที่จะกลับเข้าที่พัก
เราซื้อโอรีโอมาลองชิม อร่อยดีๆ หวานๆเปรี้ยวๆ แต่อร่อยไม่เท่าลิมิเต็ดที่ขายตอนหน้าหนาว






 

Create Date : 06 ตุลาคม 2557    
Last Update : 7 ตุลาคม 2557 21:18:38 น.
Counter : 1043 Pageviews.  

[Japan 2014] โอซาก้า,โกเบ,ฮิเมจิ (1-6 ส.ค.) .. ตอน1 : คืนแรก ณ โอซาก้า

     ทริปนี้ตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะเป็นการเที่ยวญี่ปุ่นเองครั้งแรก{ไม่นับที่เคยไปกับทัวร์}

ไปเที่ยวกันสามสาว เรา,น้องสาว,เพื่อนน้อง แม่ส่งให้ไปเที่ยวเป็นเพื่อนน้อง เพราะน้องกลับจาก
work&travel แล้วจะแวะเที่ยวที่ญี่ปุ่น สรุปเราก็เป็นคนวางโปรแกรมเองทั้งหมดเลย ฟินไป :D

{{1 ส.ค. 2014}}



ครั้งนี้เราไปกับการบินไทย ออกจากสุวรรณภูมิ 11:00 ถึงสนามบินคันไซ 18:30


ไปถึงตอนพระอาทิตย์กำลังจะตกเลย สวยงามมม ^0^ 
หลังจากผ่านตม. เอากระเป๋าเรียบร้อย เราก็ออกมารอน้องสาว แล้วก็เพิ่งนึกได้ว่าลืมบอกที่อยู่กับน้อง
มารู้ทีหลัง น้องเจอปัญหาจริงๆด้วย เพราะไม่ได้กรอกที่อยู่ที่พักในญี่ปุ่น

- เหตุการณ์ที่น้องสาวเจอ -
ตม. : ทำไมไม่มีที่อยู่ที่พัก?
น้องสาว : พี่สาวเป็นคนจองค่ะ 
ตม. : แล้วจะติดต่อกับพี่สาวยังไง พี่สาวอยู่ที่นี่เหรอ มีเบอร์มั้ย
น้องสาว : ป่าวค่ะ พี่สาวมาคนละไฟล์ท
ตม. : แล้วจะติดต่อกับพี่สาวยังไง?
น้องสาว : facebook , Line ค่ะ
ตึ่ง!!! ตม.กุมขมับ 5555 แต่สุดท้ายก็ยอมให้ผ่านออกมา แล้วย้ำว่าคราวหน้าต้องกรอกให้เรียบร้อยนะ แบบนี้ไม่ได้นะ
เพราะฉะนั้น ทุกคนระมัดระวังกันด้วยนะคะ อย่าสะเพร่าแบบเรา 5555

พอออกมาเจอกัน ก็จัดการซื้อบัตรต่างๆที่จะใช้ในทริปนี้ 
KANSAI THRU PASS - 2 Days : 4,000 yen (ข้อมูลเพิ่มเติม)
รถไฟที่ใช้ Kansai Thru Pass ได้มีอะไรบ้าง click!(.pdf)
- Osaka Amazing Pass - 2 Day : 3,000 yen (ข้อมูลเพิ่่มเติม)
- Rokko Mountaintop Bus Day Pass - 1,000 yen (ซื้อมาแต่สรุปไม่ได้ไป - -")

เราซื้อบัตรต่างๆที่ KAA Travel Desk ในสนามบินเลย จะอยู่ที่ชั้น1 ตามในรูป

สำหรับวิธีเช็คสถานี ว่าเราต้องขึ้นขบวนไหนอะไรยังไง ใช้เว็บ hyperdia
หลายคนน่าจะใช้เว็บนี้เป็นกันอยู่แล้ว แนะนำคร่าวๆในแบบมือใหม่อย่างเรา



-- จากสถานี
-- ไปสถานี

-- วันที่

-- เวลา
-- ดูจากเวลาที่ออกจากสถานี

-- คลิ้ก search details
-- ต้องการผ่านสถานีอะไรมั้ย?




-- เรียงลำดับ(เวลา,การเปลี่ยนขบวน,ราคา)
-- จำนวนเส้นทางที่ให้แสดง


-- ติ๊ก เครื่องบิน,ชินคังเซ็น,JR ออก 
เพราะ Kansai Thru Pass ใช้กับพวกนี้ไม่ได้

ผลลัพธ์ที่เสิร์ชได้ Route1 ใช้เวลา 48 นาที เปลี่ยนขบวน1ครั้ง แต่ Nankai Ltd. Exp. Rapit ต้องเสียตังค์เพิ่ม , 
ถ้าเป็น Nankai Ltd. Exp. จะเสียตังค์เพิ่มเฉพาะจองที่นั่ง แบบไม่จองก็ขึ้นได้ฟรี(Kansai Thru Pass)


เราเลือกไป Route3 เปลี่ยนขบวนน้อย แล้วก็ไม่นานมาก Kansai Airport นั่ง Nankai Airport Exp. 
เปลี่ยนขบวนที่สถานี Tengachaya ต่อสาย Sakaisuji Line ไปลง สถานีKitahama 


ถึงสถานี Kitahama เราก็พากันเดินไปที่พัก ประมาณ4แยกไฟแดง แต่ไม่ไกลนะ แต่ละแยกใกล้กันมาก
ที่พักครั้งนี้ เราพักที่เดียวเลย 5 คืน น้องๆกระเป๋าเยอะ ไม่สะดวกย้ายบ่อยๆ
เราจองที่พักผ่านทาง Airbnb เป็นการลองเว็บนี้ครั้งแรก สรุปก็โอเคดีนะ 

อันนี้ที่พักที่เราจอง ของคุณโคจู click .. ตกคนละ 4พันกว่าๆ ต่อ ห้าคืน..ที่พักอยู่ตรงไหน วิธีเข้าห้องทำยังไง กุญแจรหัสอะไร 
เอาที่ไหน เช็คอินยังไง รายละเอียดพวกนี้จะได้หลังจากจ่ายตังค์เรียบร้อยแล้ว
ห้องพักเราไม่มีอาหารเช้าให้ ส่วนกลางใช้รวมกัน แชมพู สบู่ มีให้ใช้ฟรี มีคนญี่ปุ่น(เพื่อนของคุณโคจู)2ห้อง 
อีก2ห้องเป็นห้องพักแขกจาก airbnb ที่พักมีwifi แล้วก็มี pocket wifi ให้เอาไปใช้ข้างนอกได้ เร็วดีด้วย
เราว่าห้องน้ำเล็กไปหน่อย แต่ก็เข้าใจว่าพื้นที่จำกัดอ่ะเนอะ



มื้อเย็น ข้าวกล่องจากเซเว่น(398yen) + น้ำอะไรสักอย่าง(จำราคาไม่ได้)




สรุป ถ้าใครจะจองที่พักกับเว็บ Airbnb แนะนำว่าให้อ่านรายละเอียดต่างๆให้หมด อ่านให้ละเอียด
มีเงื่อนไขอะไรบ้าง ที่พักมีอะไรให้บ้าง แล้วก็อ่านพวกคอมเม้นต์คนที่มาพักด้วย




 

Create Date : 05 ตุลาคม 2557    
Last Update : 7 ตุลาคม 2557 21:18:27 น.
Counter : 2304 Pageviews.  

[korea 2013] 9-15 ม.ค. ~ Korea in LOVE (2)

:: 12 JAN 2013 :: 
เช้าวันนี้ นัดกันว่าจะออกตั้งแต่ 7 โมง เพราะสถานที่ๆจะไป มันไกลมาก แต่สุดท้ายตื่นสาย 55
ก็กินอาหารเช้าเรียบร้อย ก็ออกเดินทาง ไกลมากกก ตอนแรกที่หาข้อมูลมา
เปลี่ยนสายรถไฟฟ้าไม่เยอะ นั่งยาว แต่ที่ไหนได้ สายสีเดียวกัน แต่ต้องเปลี่ยนขบวนบ่อยมากอ่ะ
กว่าจะถึงสถานียางจู ก็ใช้เวลาไปนานอยู่ รอรถเมล์กันอีก 55+ 

วันนี้เราจะไปตามรอยมินิซีรีย์เรื่อง "Ma Boy" ซึ่งเป็นเรื่องที่ซอนอุงวง TOUCH เป็นพระเอก!!



ซึ่งที่นี่ก็คือ Lighting Museum ... มีแต่พ่อแม่พาเด็กๆมา แต่พวกเรานี่หลงมาจากไหนกัน 5555
ขนาดสต๊าฟของโฮสเทลยัง งง เลย เค้าถามว่า ที่นี่โด่งดังเหรอ เราก็บอกป่าว จะไปตามรอยซีรีย์ 55



และนี่!! ไฮไลท์ของการมาครั้งนี้!! ฉากที่คล้ายๆกันกับในซีรีย์ที่เราตามหา
มันเป็นนิทรรศการ คริสมาสต์ ซึ่งมีแค่ช่วงที่เราไปพอดี




สวยมากอ่ะ เพลินมากด้วย เพดานห้อยๆนู่นนี่เต็มไปหมด ถ่ายรูปกันเพลินเลย





คุณพ่อคุณแม่ วัยรุ่นมาก พาลูกๆมาเที่ยว นั่งทำกิจกรรมอะไรสักอย่างอยู่ น่ารักเชียว
ส่วนห้องที่เพดานเป็นเมฆอ่ะ ชอบมากเลย เหมือนเมฆอยู่แค่เอื้อม ในห้องเป็นเสียงฟ้าผ่าประกอบ 55



แล้วพวกเราก็ไป Lotte World เพื่อไปดูคอนเสิร์ตฟรี!! จะบอกว่าฟรีก็ไม่ถูก เพราะต้องเสียค่าเข้าสวนสนุกอยู่ดี 555



เดินหา การ์เด้นสเตจ สักพัก พอเจอก็นั่งรออย่างเดียว ไม่ลุกด้วย เดี๋ยวอดที่นั่งดีๆ 55



วงแรกที่ขึ้นโชว์ คือวงที่พวกเราต้องการไปดูนั่นเอง !! วง Excite 
โดยแต่ละวงจะโชว์ 2 เพลง มีช่วงสัมภาษณ์ พูดคุย นิดหน่อย



วงที่ 2 : Wonder Boyz 
วงนี้เราเคยดู MV นะ แต่ตอนนั้นไม่สะดุดตา แต่เจอตัวจริง หล่ออ่ะ 555 ถ่ายรูปไม่ขึ้นนี่หว่า



วงที่ 3 : Evol
วงนี้เท่อ่ะ แฟนคลับเยอะมาก ตอนที่โชว์มีแฟนคลับตะโกนเชียร์กันเสียงดังเลย แฟนช้านท์ดังมาก



วงที่ 4 : 24K 
วงนี้เรารู้จักชื่อคนเดียว 55 แดอิล~ น่าจะเป็นเพื่อนกับแจอุค 55


ต่อมาเป็นนักร้องหญิง เสียงใสๆดี


..Big Star..


และวงสุดท้าย : Led Apple
ถ่ายรูปมือเบสมาเยอะมาก เพราะชอบมือเบส 5555555555



พอการแสดงจบ เลยเดินไปดูข้างๆเวที .. อ้าว!! ศิลปินกลับทางนี้!
เลยได้เจอแค่ Led Apple เพราะวงอื่น พอแสดงเสร็จเค้าก็กลับกันไปแล้ว -0-
แต่ฟินนะ ได้เจอใกล้มากเลยอ่า แล้วคือทุกคนก็ไม่ได้รุมกันจนน่าเกลียดไง 555

กลับที่พัก แวะซื้อไก่ทอดจาก Ministop ใกล้ๆที่พัก ก็อร่อยดีนะ



:: 13 JAN 2013 :: 

วันนี้ .. เราจะไปตามรอบ HeartStrings~ จะไปหาบ้านลีชินกับกยูวอน ><
ขอบคุณ รีวิวจาก //littlemisshoo.com/?p=736 ที่ทำให้เราไปถึงหน้าบ้านได้โดยไม่หลงทาง
บ้านของทั้งคู่ที่ใช้ในซีรีย์นั้น เป็นบ้านของคนทั่วไปค่ะ เพราะฉะนั้นเราถ่ายได้แค่หน้าประตู 55
และก็ไม่ควรเสียงดังด้วย เพราะจะรบกวนเจ้าของบ้าน เอาใจเขามาใส่ใจเราเนอะ



เสร็จแล้วพวกเราก็เดินถ่ายรูปเล่นแถวๆนั้น ก่อนจะไปเจอรีวิวว่า มีโรงเรียนสวยๆด้วย
เป็นที่ถ่ายทำฉากหนึ่งใน winter sonata(ไม่เคยดูอ่ะ) ก็เลยลองไปดูกัน~
ขอบคุณ //english.visitkorea.or.kr/enu/CU/CU_EN_8_5_1_1.jsp สำหรับแผนที่ค่า



แล้วพวกเราก็เดินลัดเลาะ ผ่าน Bukchon Hanok Village เผื่อไปถนน Samcheong-Dong
แต่เดินผิดทางจ้า จริงๆมันมีซอยตัดไป แต่หาไม่เจอ เลยเดินขึ้นเนิน ซึึ่งมันชันมาก 
กว่าจะไปถึง ก็เล่นเอาเหนื่อยเลยล่ะ 555 ก็เลยเดินเล่นชิวๆ ไม่มีอารมณ์เก็บภาพ 55555
เจอนักแสดงมาเปิดร้านอาหาร แล้วหันมาโบกมือให้แฟนๆ ซึ่งเราไม่รู้จัก 55
แต่เห็นเกาหลีมุงและกรี๊ดกันเบาๆ เลยส่องมั่ง! เดินไปอีกสักพัก ก็เจอรถกองถ่ายละคร
ไม่เห็นนักแสดงนะ เพราะเค้าถ่ายกันในร้าน สงสัยถนนเส้นนี้จะฮอตจริง -0-
เสร็จแล้วพวกเราก็เดินไป อินซาดง เพื่อที่จะไปกินข้าวกล่องยงซอ~~~



ร้านจะอยู่บนชั้น 2 ของ GS25 แต่จำไม่ได้ค่ะ ว่าออกทางออกไหนของสถานี Anguk 
หาข้อมูลไม่ยากๆ บังเอิญว่าเรากำลังเดินย้อนกลับไปสถานี แต่เห็นร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนพอดี
กินเสร็จก็เลยชวนน้องไปสถานี City Hall เพราะเราจะไปงานนิทรรศการ Tim Burton!!
ซึ่งงานนี้ จัดเป็นครั้งแรกในเอเชียค่ะ โดยส่วนตัวแล้วเราบ้า Nightmare Before Christmas มาก

แต่!!!!!!!!!!!! พลาดอ่ะ!!!!!!!!!!!!! พลาดมากกกกกกกกกกกกกกก

เพราัะเราจำวันผิด T_T ซึ่งวันที่ไปมันจะปิดเร็วกว่า ทำให้อดเข้าชม เพราะเค้าปิดขายบัตรแล้ว
แถมวันรุ่งขึ้น ก็เป็นวันที่ปิด!! ไม่เปิดให้เข้าชม พลาดรุนแรง แทบร้องไห้เลย T_____T
เพราะฉะนั้น! ตั้งเป้าหมายไว้แล้ว สงกรานต์นี้เราจะไป!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! มันหมด 14 เม.ย.

ก็เลยได้แต่ทำใจ และถ่ายบริเวณรอบนอก เก็บบรรยากาศให้ช้ำใจเล่น T^T



แวะกินต็อกข้างทาง แล้วก็ตรงดิ่งกลับที่พักเลย ไม่ไปไหนแล้ว 555 แอบหมดอารมณ์เบาๆ

:: 14 JAN 2013 ::

วันนี้ตื่นสายมาก เพราะตัดโปรแกรมทิ้ง ปล่อยชิวๆ ตอนเช้าก็ไปเมียงดง เพื่อช็อป CD ที่เพื่อนๆฝากซื้อ
แวะกินข้าวที่เมียงดง จำไม่ได้ว่าร้านไหนอ่ะ ก็ใช้ได้อยู่ แต่ไม่ได้อร่อยอะไรมากมาย 55
เสร็จแล้วพวกเราก็ไปหา Alphabat อีกรอบ 555 แต่คราวนี้ไปค่าย ไม่ใช่ห้องซ้อม 
ก็ไปนั่งรอที่ร้านกาแฟ สรุปเจอกยูมินคนเดียว T_T อดเจอเมน~ เพราะเซรินมาสาย
แต่เค้กร้านนี้อร่อยดี La Colombe~ ช็อคเข้มดี <3



แล้วพวกเราก็ไปกินต็อกบ็อกกี ที่ร้านยงซอเคยไปกิน >.< (ป.ล. เพิ่งมารู้ทีหลังว่าไปผิดร้าน 55
ร้านที่ยงซอไป เป็นร้านถัดจากที่เราไป แต่ร้านที่เราไปก็เป็นร้านดังดั้งเดิม ไม่เป็นไร อร่อย ถือว่าผ่าน)

นั่งใต้ดินไปลง Sindang Stn. ออก exit #7 เดินตามทางไปเรื่อยๆเลย 
ร้านจะอยู่ขวามือริมถนน ประมาณบล็อคที่สอง

จะบอกว่าทริปนี้ เราเป็นคนวางแผนทั้งหมด 55 เพราะฉะนั้น น้องก็ต้องไปไหนไปกัน โดนลากกึ่งบังคับ ฮาาาาาา~




:: 15 JAN 2013 ::

วันนี้ต้องตื่นกันแต่เช้าเลย เพราะเครื่องออก 10โมงกว่าๆ แจ้งเจ้าของไว้แล้วว่าจะออกแต่เ้ช้า
ตอนเราลากของลงบันได คงเสียงดังไปหน่อย เจ้าของเค้าตื่น (เจ้าของนอนั้นสองของบ้าน)
เค้าเลยเปิดกระจกมาล่ำลา บอกขอโทษด้วยที่ไม่ได้ลงไปส่ง เดินทางดีๆน้า~  น่ารักเนอะ

โชคดีที่ไปแต่เนิ่นๆ เพราะวันนั้น คิวเข้า ตม. ยาวมากกกกกกกกกกกก 
ยาวทั้ง international และ domestic  .... ได้เวลากลับบ้านกันแล้ว~
โอกาสหน้าเจอกันใหม่ .. คาดว่าคงได้มาอีกเรื่อยๆ <3







 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2556 18:01:04 น.
Counter : 1072 Pageviews.  

[korea 2013] 9-15 ม.ค. ~ Korea in LOVE (1)


สำหรับข้อมูลการเดินทางต่างๆ ขอบคุณรีวิวจากหลายบล็อค(จำไม่ได้ว่าที่ไหนมั่ง T_T)
ปกติถ้าค้นหาสายรถไฟฟ้า เราใช้เว็บนี้ >> //www.smrt.co.kr/main/index/index002.jsp
ส่วนการเดินทางไปที่ต่างๆ เราค้นหาผ่าน >> //map.naver.com/ ค่ะ
สำหรับเว็บnaver แนะนำคร่าวๆนะคะ เพราะไม่ได้ภาษาเกาหลี อาศัย google translate +มั่วๆเอง

ตัวอย่างวิธีการเสิร์ช map naver (ป.ล. ชื่อสถานที่ หาภาษาเกาหลีใน google เลยค่ะ)




ลองดูนะคะ เราว่าค้นหาสะดวกดี ละเอียดด้วย จริงๆมันทำอะไรได้อีกเยอะ 
แ่ต่เราอ่านไม่ออก ก็แนะนำเท่าที่พอใช้งานได้แล้วกันนะคะ ^^"

------------------------------------------------------------
ในที่สุด นี่ก็เป็นทริปเกาหลีทริปแรกที่ไม่ด่วนแล้ว >.<
รู้ตัวว่าต้องไป(ซีอีโอเค้าชวนให้ไปกันยกแก๊ง) ตั้งแต่เดือน พ.ย.
มีเวลาเตรียมตัว 2 เดือน กว่าจะพร้อมกันก็ซื้อตั๋วใกล้ๆเหมือนเดิม 555

จะไปกัน 6 คน แต่เนื่องจากอะไรหลายๆอย่างไม่ลงตัว ก็เลยแยกกัน ไปเจอกันที่เกาหลี
บางคนไปก่อน ส่วนเรากับน้องอีกคน ไปโดย Vietnam Airlines

:: 8 JAN 2013 :: 



ออกจากสุวรรณภูมิประมาณหกโมงกว่าๆ(ตอนเย็น) ถึงฮานอย เลทนิดหน่อย ทำให้ไม่ต้องรอต่อเครื่องนาน 
ที่สนามบินฮานอย บอกว่ามา transit เจ้าหน้าที่ถามอะไรเยอะแยะมากมาย - -"
"ไปเกาหลีทำไม" "ไปกี่วัน" "มีที่พักหรือยัง" "ขอดูใบจองที่พักหน่อย"
เราก็เอาให้เค้าตรวจดู แต่อยากจะบอกว่า ใบจองที่พักนั้นจริงๆแคนเซิลแล้ว 
เนื่องจากรอบนี้ไปหลายคน แล้วแผนก็เปลี่ยนไปมา ทำให้เราแก้ไขวันกับโฮสเทลหลายรอบ
เราจองผ่าน hostelworld แต่ที่พักเค้าดีลกับ booking.com เราเลยต้องเข้าไปแก้ไขให้ถูกต้อง
แต่ก็ดันกดผิด ไปกดแคนเซิล ไม่ได้ 10% คืน แต่โชคดีที่เจ้าของที่พักใจดีมาก
เค้าเลยไม่เก็บ 10% นั้น ที่เราโดนเว็บหักไปแล้ว >.<

เจ้าหน้าที่ดูอยู่สักพักใหญ่ๆ ก็ให้ขึ้นบันไดเลื่อนไปรอต่อเครื่อง 
เจอคนเกาหลีเต็มไปหมด ฝรั่งนิดหน่อย แต่คนไทย ไม่มีเลย!!
เกาหลีมาเที่ยวเวียดนามกันเยอะนะ แถมซื้อหมวกเวียดนามกลับไปกันทุกคนเลยอ่ะ



:: 9 JAN 2013 :: 

จากฮานอย >> อินชอน มีอาหารให้อีกมื้อ สรุปได้กินข้าวสองมื้อเลย บนเครื่องอ่ะ(แต่ลืมถ่าย)
เครื่องถึงตั้งแต่ตีสี่กว่าๆ เร็วกว่ากำหนด เกือบชั่วโมงแหน่ะ
พอถึงเกาหลี เรากังวลเรื่อง ตม. มากกกก โดนส่วนตัวเราไม่เครียดเท่าไร แต่น้องที่ไปด้วยกัน
เพิ่งทำพาสปอร์ตใหม่ อายุ 19 แถมไม่ค่อยได้ภาษาอังกฤษ เตรียมเอกสารนู่นนี่ให้น้องถือไว้
แต่พอถึง ตม. เค้าปั๊มเลย ไม่ถามอะไรใดๆ สักคำเดียว 5555  โล่ง!!~

ออกมาเสร็จก็รอพี่อีกคน เพราะพี่เค้ามาเจจูแอร์ ถึงไล่เลี่ยกัน 
แล้วเราก็นั่ง Airport Railroad ไปลงสถานี Hongik Station (~ 40 กว่านาที)
ครั้งนี้เราลองพักที่พักใหม่ "Duriworld House" เพิ่งเปิดไม่ถึงปี (ประทับใจมากๆ)
สต๊าฟและเจ้าของพูดอังกฤษได้ดี ห้องน้ำเล็กหน่อย แต่ก็โอเคค่ะ
เราพักแบบ Female Dorm 6 เตียงค่ะ(18,000 ต่อคน ต่อคืน off-peak)
แนะนำว่าจองผ่าน booking.com หรือ ติดต่อที่พักโดยตรงเลยก็ได้ค่ะ ^^
Duriworld Facebook Click!!  **การเดินทาง ดูจากเฟสบุ๊คเลยนะคะ



เช็คอินเรียบร้อย เราก็ไปเติมพลังกันก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่ English Village
ไปกินร้านเดิม รอบที่แล้วก็กินไปสองครั้ง รอบนี้มาถึงวันแรกก็จัดเลย คิดถึง~ 555
"คัมจาทัง ~ 감자탕" เป็นซุปกระดูกหมูต้มมันฝรั่ง อร่อยยยย~

พิกัดร้านค่ะ ตามนี้เลย สะดวก หาง่าย เปิด 24 ชั่วโมง อิ่ม!!~



เมนูที่เราสั่ง คืออันกลางในรูปบนสุดค่า  28,000 won กินกันสามคนอิ่มมาก



ท้องอิ่ม พร้อมลุย!! เดินไปขึ้นรถเมล์ หน้าสถานี Hapjeong เพื่อไป English Village
ต่อแถวรอไม่นาน รถเมล์ก็มา ขึ้นสาย 2200 เลยจ้า ไม่นานก็ถึง



ลงรถเมล์ปั๊บ ประทับใจวิวมาก รู้สึกว่าเป็นอะไรที่เข้ากั๊นเข้ากันกับฤดูหนาว 
แต่ถ้าใครแพ้อากาศหนาว อาจจะทนไม่ไหว เพราะมันหนาวมากจริงๆ 
ถอดถุงมือถ่ายรูป มือชาเลยแหล่ะ!! แต่สู้นะ ชอบบบบ~ 5555555

ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม เดินขึ้นเนินไปเรื่อยๆค่ะ จะเจอทางเข้า



แล้วก็จัดการซื้อตั๋วกันให้เรียบร้อย คนละ 3,000 won .. นั่งพักให้ร่างกายอุ่นสักหน่อย ก็ลุยโลด!!



นอกจากพวกเราแล้ว ก็เจอกลุ่มนักเรียน กับ พี่ๆคนไทยอีก 2 คน .. โล่งมากกก~ สวยมากกก~
เหมือนที่นี่เป็นของเรา จะถ่ายมุมไหนก็ตามสบายเลย ไม่มีใครมาบัง 555



เรากับน้องก็เดินถ่ายรูปเล่น พี่ที่มาด้วยกันก็แยกตัวไปนั่งหลบลมหนาวในฮอลล์
ระหว่างถ่ายรูปอยู่ ก็เจอน้องผู้หญิงคนหนึ่ง น่ารักมากกกกก น้องเดินผ่านไปแล้วก็ชะลอๆ
เหมือนรู้ตัวว่าน้องเราอยากถ่ายรูปด้วย พอเรียก น้องก็พร้อมถ่ายเลย 55 น่ารักดี

บรรยากาศมันเงียบสงบมากเลยนะ จนนึกว่าเป็นบ้านร้างๆ แต่สักพักประตูเปิด 
ฝรั่งก็นำขบวนเด็กๆออกมา บ้านหลังนึงเป็นผู้หญิง อีกหลังผู้ชาย 
แล้วกลุ่มนักเรียนกับครูฝรั่ง ก็จากไป~ พวกเราถ่ายรูปเล่นอีกสักพัก ก็กลับฮงแดกัน



กลับมาก็เดินหาร้าน Cafe ร้านหนึ่ง ที่ตั้งใจว่าจะมากิน เดินหากันนานมากก็ไม่เจอ นึกว่าหลงทาง
ที่ไหนได้ เราเดินมาถูกทางแล้ว แต่ร้านมันเจ๊งไปแล้ว T_T อดเลยยยยย
ก็เลยตัดสินใจกลับที่พัก แล้วดึกๆก็ไป Trick Eyes Museum
วิธีเดินทาง ตามเว็บหลักเลยจ้า มีหน้าภาษาไทยค่ะ ^^ Click!! เสียค่าเข้า 13,000 won





บังเอิญ ช่วงที่เราไป มีนิทรรศการ รับฤดูหนาว มีฉากเพิ่มด้วย 



เราไปตอนใกล้ปิด คนไม่เยอะมาก ถ่ายรูปสะดวกดีค่ะ มีกลุ่มคนไทยมาลงช่วงดึกๆเหมือนกัน
ก่อนกลับก็แวะกินโอเด้งเสียบไม้ข้างทาง แล้วเราก็ไปแวะมินิมาร์ท(ถูกๆ)ก่อนกลับที่พัก
จำชื่อมินิมาร์ทไม่ได้จริงๆ ถ้าได้ไปครั้งหน้าจะ่ถ่ายหน้าร้าน+แผนที่มาฝากค่ะ ถูกกว่าที่อื่น 
อย่างนมกล้วยก็ 900 won มีน้ำลูกพีชกล่องใหญ่เท่ามาลีบ้านเรา 1,000 won(อร่อยด้วย)

ซื้อขนมปังปลาไปลอง (ชื่ออะไรไม่รู้ - -") 1,000 won (จำไม่ได้ว่า 3 หรือ 4 ชิ้น)
รสชาติเฉยๆอ่ะ ไม่ประทับใจเท่าไร เป็นไส้ถั่วเหลือง+ถั่วแดง ในปลาตัวเดียว




:: 10 JAN 2013 :: 

ตื่นเช้ามาทานอาหารเช้าของโฮสเทล บริการตัวเองตามสบาย



แล้วเราก็ไป IFC Mall แถวยออิโด เพื่อไปเจอซีอีโอ ท่านบ่นคิดถึงๆๆตลอดเลย -0-
ไปถึงก็ไปแวะร้าน Caffe Bene ทักไปบอกว่านั่งกินรออยู่ร้านนี้นะ สักพัก ท่านให้คนมาตาม
พาไปร้านอาหาร ยังกินกันไม่เสร็จเลย ขนมปังก็เพิ่งมา รีบร้อนอีกแล้ว 555  



ซีอีโอ พาไปกินร้านบูลโกกิ เจ้าเดิม .. กินอิ่ม ซีอีโอก็แยกตัวไปสัมภาษณ์งานที่ร้านกาแฟ
แล้วก็ให้พวกเราตามไปอีกที -0- จริงๆกะจะแยกย้ายแล้วนะเนี่ย 55555555
ได้โกโก้ฟรีมาอีกแก้ว ปฏิเสธก็ไม่ยอมด้วยนะ -0- อิ่มจนท้องจะแตกเลย ฮาาาา~



ล่ำลาซีอีโอ แล้วต่างคนต่างก็แยกย้ายไปตามหาเป้าหมายของตัวเอง 555
เนื่องด้วยทุกคนเป็นสาวกนักร้องเกาหลี แต่มารวมตัวกันได้เพราะวง TOUCH 
เพราะฉะนั้น วันว่างเราก็แยกย้ายกันล่ะจ้า 555 ..จุนนี่บ้าง 7942บ้าง cube บ้าง
ส่วนเรากับน้อง ไปหา Alphabat >.< เป็นนักร้องฮิปฮอป




ได้ที่อยู่ห้องซ้อม ถามเรียบร้อยว่าไปเจอได้ตอนไหน แต่หลงทางจ้า!!
เดินหลงอยู่นานมาก เลยถามทางกับน้าผู้ชายคนหนึ่ง เค้าพูดอังกฤษไม่ได้ ก็ช่วยนะ
แต่เค้าไม่รู้จัก เลยจะเดินหาต่อ คุณน้าก็เดินตามมา แล้วขอแผนที่ไปดูอีกรอบ 
แล้วเสิร์ชที่อยู่ในอินเตอร์เน็ตให้ เค้าก็บอกทาง เราเลยให้พวงกุญแจช้างขอบคุณเค้า 

แต่เราก็ยังหาไม่เจออยู่ดี!! 55 เลยไปถามน้าผู้หญิงที่มากับลูกสาว
เค้าก็พูดอังกฤษไม่ค่อยได้ เค้าเลยบอกให้เดินตามเค้ามา พอดีมีคนรู้จักเค้าผ่านมา
น้าเค้าก็ฝากลูกไปกับคนนั้น แล้วตัวเองก็เดินพาพวกเราหาจนเจอ
น่ารักมากๆ ใจดีมากๆเลย ก็ให้พวงกุญแจน้าเค้าไป เค้าขอบคุณเราใหญ่เลยอ่ะ
ทั้งๆที่เราเนี่ยไม่รู้จะขอบคุณเค้ายังไงดีด้วยซ้ำ >.< เพราะเค้าช่วยเยอะจริงๆ

เนื่องจากหลงทางอยู่นาน ทำให้เราไปสายกันเป็นชั่วโมง ก็เลยต้องยืนหนาว
รอให้ Alphabat ซ้อมเสร็จ แต่จะบอกว่า คุ้มมาก!!! >.<

อันนี้น้องอัดคลิป บ่นระหว่างรอ 555 >> https://socialcam.com/videos/928ImKzv?autostart=true&fs=twitter&fsk=BiK9lNHA


เห็นเราหนาว กยูมินก็เอามือไปจับ จะตายตรงนั้นเลย 555 -////- 
คุยกันเยอะมาก เซรินพอได้ภาษาอังกฤษบ้าง เลยคุยกันรู้เรื่องหน่อย
เค้าก็ถามนะ ว่ามาทำอะไรที่เกาหลี เลยบอกว่ามาเที่ยว แต่เค้าฟังไม่ออก
เราเลยบอกมาแฟนมีตติ้งวง TOUCH อ๋ออออออเลย 5555 อุตส่าห์ไม่อยากบอกแท้ๆ

สอนพูดไทย แล้วบอกจะอัำดคลิปมาให้แฟนคลับดู น้องๆเค้าก็ทำตามว่าง่ายเชียว ฮาาา~
https://socialcam.com/videos/BjvBjJSB?autostart=true&fs=twitter&fsk=ZRSFjDXZ

แต่ทีนี้ พวกเรากลับไปใต้ดินไม่ถูก เพราะหลงทางมาเป็นชั่วโมง - -"
เซรินกับกยูมินเลยเดินไปส่งเกือบถึงใต้ดิน >.< ฟินนนนนน~

จากนั้นพวกเราก็ไปเมียงดง เพราะนัดเจอกับพี่ๆ แต่สุดท้ายหากันไม่เจอ 55
เพราะไม่มีเน็ต แล้วกว่าจะทักกันได้ เราก็กลับถึงที่พักเรียบร้อยละ 

ขากลับ ออกจากใต้ดินมา แวะกินต็อกข้างทาง อิ่ม อร่อย~ คนอื่นอาจไม่ชอบ 
แต่เราติดใจอ่ะ ชอบนะ แป้งหนึบๆ ซอสเผ็ดๆ อิ่มได้ในราคาสองคนไม่ถึง 5,000won
ดึกๆก็กินมาม่าอีกตามเคย 555 เพราะนอนดึกกันมาก หิวอีกรอบ!!



:: 11 JAN 2013 :: 

วันนี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูป เพราะเราไปงาน fan meeting ซึ่งในงานถ่ายไม่ได้ >.<



ได้ดู TOUCH โชว์ นั่งฮามาก ซอนอุงเต้นเซ็กซี่ ทำท่าควีโยมี 
แจอุคทำท่าเลียนแบบไดโนเสาร์ ซึ่งฮามาก ฮาจนปวดท้องอ่ะ 
เราใช้ Galaxy Tab ทำป้ายไฟ แจอุคเขินใส่ด้วย 555  สำเร็จ!! :P

เสร็จแล้วตอนแฟนไซน์ ก็ให้ตุ๊กตากบอีก แจอุคก็ยิ้มมม ตาเป็นเส้นเชียว 55
แล้วโดนซอนอุงแกล้งอ่ะ อุงเอาปากกามาจุดที่รูปตาแจอุค แถมกำลังจะวาดดอกไม้ด้วย
เรานี่ลืมตัว ฟาดมืออุงไปทีนึง อุงหัวเราะขำใหญ่ สะใจที่ได้แกล้งสินะ -3-

จากนั้นก็มีช่วงถ่ายรูป ขึ้นไปถ่ายรูปกับ TOUCH ทีละคน
ตอนเราขึ้นไป เขินไง ไม่กล้าไปยืนข้างแจอุค 555 เลยเดินไปตรงกลาง
แต่ซอนอุงอ่ะรู้งาน ดึงคนอื่นไปหมดเลย รูปเลยออกมาแบบนี้!! 555555555



เสร็จแล้วได้ดินเนอร์!! (จริงๆคือปฏิเสธซีอีโอไม่ได้ T_T)
ก็ไปร้าน On the Border ที่ IFC Mall (จะบอกว่าไม่อร่อยเลยยยยยย อย่าไปกินนะ 555)
รสชาติแบบชืดมาก ซอสมะเขือเทศก็คือ มะเขือเทศล้วนๆ ไม่ปรุงแต่ง T_T ไม่ถูกปากอย่างแรง



พอเสร็จ พวกเราเลยกลับไปจัดหนัก ซุปกระดูกหมูกันอีกรอบ 555




 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2556 16:08:07 น.
Counter : 1065 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

mcma_p
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]















Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mcma_p's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.