"If you only read the books that everyone else is reading, you can only think what everyone else is thinking." - Haruki Murakami
The Dark Forest: Liu Cixin - หรือสุดท้ายเราจะตายด้วยกัน?

Remembrance of Earth’s Past




The Three-Body Problem – ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2008 (ฉบับภาษาอังกฤษ เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2014) [Review]
The Dark Forest – ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2008 (ฉบับภาษาอังกฤษ เดือนสิงหาคม ค.ศ. 2015)
Death’s End – ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2010 (ฉบับภาษาอังกฤษ กำหนดวางจำหน่าย ค.ศ. 2016)






ชื่อ: The Dark Forest
ผู้แต่ง: Liu Cixin
Series: Remembrance of Earth’s Past – Book 2
Genre: Science Fiction
Original language: Chinese
(ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2008)




*ข้อความต่อไปนี้มีเนื้อหาสปอยล์เล่ม 1 อย่างรุนแรงนะคะ*



อีกประมาณ 400 ปีข้างหน้า Trisolaran Fleet จะเดินทางมาถึงและยึดโลก (ระยะทางระหว่างระบบดาว Trisolaris และโลกคือ 4 ปีแสง – ทำไม Trisolaran ถึงจะต้องมายึดโลก? อันนี้แนะนำให้อ่าน The Three-Body Problem (เล่ม 1) เอาเองค่ะ เรื่องมันยาว Smiley) โลกจึงตกอยู่ในกลียุค ด้วยสภาพการณ์ที่การพัฒนา fundamental science ถูกทำให้หยุดชะงักโดย ‘Sophon’ (สิ่งมีชีวิตปัญญาประดิษฐ์มิติที่ 11 ที่ Trisolaran ส่งมายังโลกเพื่อยับยั้งการพัฒนาทางเทคโนโลยีของโลกไม่ให้เกิด ‘Technology Explosion’ ซึ่งจะทำให้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของโลกถูกพัฒนาเกินกว่าที่ Trisolaran จะต่อกรได้ โดยเฉพาะการพัฒนาด้านฟิสิกส์อนุภาค ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญของเทคโนโลยีทางการทหาร)

เนื่องจาก Sophon เป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตที่...แบบว่า...มีตาทิพย์ (Sophon ถูกสร้างมาจากโปรตอน 1 โปรตอน (ไฮโดรเจน) อยู่ในมิติที่ 11 และมีความเร็วเกือบเท่าแสง ทำให้มันแทบจะเห็นเหตุการณ์เกือบทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลก – ด้วยความเร็วแสงเราสามารถเดินทางรอบโลกได้ 7 รอบครึ่งต่อวินาที ก็ใช้จินตนาการเอาละกันค่ะ Smiley) ดังนั้นการจะวางแผนตอบโต้กองทัพ Trisolaran จึงเรียกว่าเป็นไปไม่ได้เอาเลย  UN จึงคิดแผนกู้โลกขึ้นมาแผนหนึ่ง เรียกว่า ‘The Wallfacer Project’ และคัดเลือก Wallfacers มา 4 คนที่ UN คิดว่ามีคุณสมบัติมากที่สุดจากทั่วทั้งโลก ทั้ง 4 คนนี้จะต้องคิดแผนกู้โลกขึ้นมาให้ได้ไม่ว่าจะด้วย resources หรือวิธีการใดๆ และต้องทำโดยไม่ให้ Sophon ล่วงรู้ ดังนั้นจึงเท่ากับว่าต้องทำงานตัวคนเดียว มีแผนการทั้งหมดอยู่ในสมองอันล้ำเลิศของตนเท่านั้น

1 ใน Wallfacers ที่ได้รับเลือกคือ Luo Ji

เขายังไม่รู้ตัวเลยว่าเขาถูกคัดเลือกได้ยังไง! Smiley

Luo Ji เป็นหนุ่มเพลย์บอยธรรมดา เขาเคยเป็นนักศึกษาสาขาวิชาฟิสิกส์ดาราศาสตร์แต่ก็ผันตัวมาเป็นอาจารย์ด้านสังคมวิทยา จุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตเขาอยู่ที่เขาได้พบกับ Ye Wenjie (ตัวละครเอกหญิงจากเล่ม 1) ก่อนที่เธอจะตาย และเธอได้เอ่ยกับเขาถึง ‘Cosmic Sociology’ แม้จะเรียกได้ว่า Luo Ji ไม่เข้าใจบทสนทนานั้นนัก แต่ก็เหมือนกับ Ye Wenjie ได้หว่านเพาะเมล็ดพันธุ์ไว้ในสมองของเขา และเป็นสิ่งที่ทำให้ Trisolaran (Sophon) ต้องการจะฆ่าเขาทิ้ง Smiley

เพราะเขามีโอกาสจะล่วงรู้ความลับสำคัญบางอย่างของจักรวาล ความลับที่ Trisolaran ไม่ต้องการให้โลกรู้



เล่ม 2 ของ Remembrance of Earth’s Past นี้เข้มข้นมากๆค่ะ Timeline ลากยาว 2 ศตวรรษเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกก่อนที่กองทัพ Trisolaran จะเดินทางมาถึง ตอนเปิดเรื่องมามีตัวละครเยอะแยะมากมาย ทั้งฝ่ายทหาร, นักการเมือง, นักวิทยาศาสตร์, เพลย์บอย (Smiley) หรือแม้แต่ชาวบ้านธรรมดา ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีรับมือกับเหตุการณ์วิปโยคของมนุษยชาติที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 400 ปีข้างหน้า (หลาย 10 ชั่วอายุคนนู่น) แตกต่างกันไป เนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์หนักหน่วงมาก คุณ Liu Cixin จินตนาการล้ำเหลือจริงๆค่ะ แผนการและอาวุธของ Wallfacers แต่ละคนนี่คิดได้ยังไง แต่ขอบอกว่าเราแอบเบื่อช่วงแรกๆที่เน้นดราม่าชีวิต Luo Ji เหลือเกิน (บางคนที่ชอบอ่าน character development น่าจะชอบนะคะ เพราะตัวละครมีมิติกว่าเล่มแรก (แต่เราว่าก็ไม่ได้พีคอยู่ดีค่ะ) แต่เราเป็นคนไม่เน้นตัวละครเท่าไหร่อยู่แล้ว ชอบอ่านไอเดียและการเดินเรื่องมากกว่า) โดยรวมแล้วเราว่าเล่ม 1 เดินเรื่องมันส์กว่า ส่วนเล่มนี้เนื้อหา (hard science: เทคโนโลยี, ฟิสิกส์; soft science: สังคมวิทยา, จิตวิทยา; original ideas, characters) แพ็คแน่นกว่า โดยเฉพาะช่วงท้ายๆ อะไรจะโหดเท่าทฤษฎี ‘The Dark Forest’ ไม่งั้นหนังสือจะได้ชื่อนี้เหรอ? Smiley

ทฤษฎี The Dark Forest เป็นทฤษฎีที่พยายามตอบโจทย์ Fermi Paradox สามารถอ่านข้อมูล Fermi Paradox ได้ ที่นี่ เลยค่า

สำหรับเรา เราว่ามันเป็นนิยายไซไฟที่ดีมากเล่มหนึ่งเลยค่ะ ไม่ผิดหวัง ให้คะแนนเต็มค่ะ Smiley

แล้วก็นั่งเงกนอนเงกรอเล่ม 3 (Death’s End – เล่มสุดท้าย) ที่คนที่อ่านฉบับภาษาจีนแล้วบอกว่าสนุกที่สุดในไตรภาค กันต่อไปค่ะ ฉบับภาษาอังกฤษคาดว่าจะแปลออกมาปีหน้า (2016)



Create Date : 21 ตุลาคม 2558
Last Update : 21 ตุลาคม 2558 18:45:37 น. 0 comments
Counter : 407 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

@Dakki_Chan@
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




@Dakki_Chan@'s currently-reading book montage

Social Crimes
The Martian
Stranger in a Strange Land
Love Is Not a Game:
DigiMarketing เปิดโลกนิวมีเดียและการตลาดดิจิทัล
The New Quantum Universe
หุบเขากินคน
Casting Moonshadows


Fernenanda's favorite books »
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add @Dakki_Chan@'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.