Group Blog
 
All blogs
 
ใครหล่ะจะอยากตัดสินใจ

ไม่นานมานี้เพื่อนฉันซึ่งเป็นญี่ปุ่นบอกว่าเพื่อนอีกคนต้องกลับญี่ปุ่นด่วน เรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนฉันสามีเสียชีวิตกะทันหัน ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกที่คนเราทุกคนต้องตาย ไม่ว่าใครเกิดมาก็ต้องตายทั้งนั้น ผิดเสียแต่ว่าไปช้า ไปเร็ว เพื่อนฉันโทรมาร้องไห้หนักมาก บอกว่าเค้ากำลังไปหาสามีซึ่งทำงานอยู่ที่ลาสเวกัส ส่วนเพื่อนฉันทำงานอยู่ใน Orange County ซึ่งก็ห่างกัน 4 ชม. ขับรถ เค้าไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เจอกันทุกอาทิตย์ และคู่นี้เป็นคู่ที่รักกันมาก ไม่เคยทะเลาะใหญ่ๆ โตๆ กันเลย

เพื่อนฉันเล่าประวัติว่าสามีของเพื่อนฉันดีมากๆ เพื่อนฉันสมัยวัยรุ่น ไม่เรียนหนังสือหนังหา เกรกมะเหรก เกเร อารมณ์ประมาณสาวญี่ปุ่นเปรี้ยวซ่าส์ พอมาเจอกับสามีที่ถึงแม้อายุเท่ากัน แต่ความคิดอ่านเป็นผู้ใหญ่สอนเค้าเรื่องการใช้ชีวิต เค้าบอกว่าแต่ก่อนเค้าเป็นคนเลวมากๆ เลวขนาดที่ว่าถ้ามีคนไม่สบาย ล้มลงตรงหน้า เค้าจะเดินเหยียบข้ามไปเลย ไม่สนใจ เค้าบอกว่าเค้าเป็นขนาดนั้นเลย ฉันฟังแล้วได้แต่ทำหน้าแบบนี้ บวกแบบนี้ แต่เพื่อนฉันก็บอกอีกว่า ตอนนี้เค้าก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร (เอ๊ะ ยังไง) แต่เค้าบอกว่าเค้าเข้าใจคนอื่นมากขึ้น สามีเค้าสอนให้เค้าเป็นคนที่เป็นคน เป็นคนที่นึกถึงคนอื่น เข้าใจและยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตมากขึ้น ตอนที่เค้ามาทำงานใหม่ๆ ถึงแม้เค้าจะอายุมากกว่า และมีประสบการณ์การทำงานมานาน แต่มาทำที่ใหม่ เพื่อนร่วมงานอายุน้อยกว่า ว่ากล่าวเค้า เค้าไม่พอใจมาก แต่สามีเค้าบอกว่า ยูทำงานมานานก็จริง แต่นี่ที่ทำงานใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่และคุณก็เป็นพนักงานใหม่ ควรจะเคารพและเกรงใจผู้ที่อยู่มาก่อน ให้เชื่อฟังสิ่งที่เพื่อนร่วมงานเตือนและปรับปรุงตัวเอง นี่ยังไง สามีเค้าเตือนแบบนี้

แต่เหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น เมื่อสามีเค้าบอกว่าปวดหัวมาก มากจริงๆ เพื่อนร่วมงานของสามีไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ก็ผ่านไป สองสามวันถัดมา สามีเค้าล้มลงและถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาล เพื่อนฉันตามไปติดๆ และหมอบอกเพื่อนฉันว่า สมองของสามีเพื่อนฉันตายแล้ว มีเลือดออกเต็มไปหมด ตอนนี้มีเครื่องช่วยหายใจและเส้นสายระโยงระยาง ก็เหมือนไม่มีนะ คือ มีค่าเท่ากัน ไม่ว่าจะยื้อเค้าไว้อีกสองสามวัน หรือ เป็นเดือน ที่ต่างคือเงินในกระเป๋าของยูที่จะหมดไปกับค่ารักษาพยายาล

ฉันฟังแล้วแต่ได้แต่อึ้ง บอกกับเพื่อนที่เป็นผู้นำข่าวว่า บอกเค้าว่าปาฎิหารย์มีจริงนะ อย่าเพิ่งถอดปลั๊กนะ ฉันได้ยินเรื่องแบบนี้มาบ้างและสามีเค้าอาจจะรอดก็ได้ เพื่อนฉันบอกว่า หมอยืนยันว่า ไม่มีโอกาสรอดเลย โอกาสรอดเป็นศูนย์ ตอนนี้ที่เค้าอยู่ได้เพราะเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น เส้นสมองตายหมดแล้ว ทุกคนในที่ทำงานที่ได้รับข่าว ต่างพากันอึ้งและพูดไม่ออก ฉันเองขนาดไม่สนิทกับเพื่อนคนนี้เลย เพราะเพิ่งรู้จักกันไม่นานยังน้ำตาซึมและพูดไม่ออก ส่วนเพื่อนอีกคนที่สนิทกับเพื่อนคนนั้น ร้องไห้ตั้งแต่คุยโทรศัพท์รับฟังข่าวแล้ว

และที่บังเอิญจริงๆ คือเจ้าของร้านที่ฉันทำงานอยู่เพิ่งทักเพื่อนฉันคนนี้ว่า ให้ระวังการใช้จ่ายไว้บ้าง และทำประกันสุขภาพ ประกันชีวิตให้สามีบ้างหรือเปล่า แล้วถ้าสามีเป็นอะไรไป จะทำยังไง ชีวิตไม่แน่ไม่นอน ฉันยังพูดกับเจ้าของร้านว่า แล้วทำไมยูทักเค้าแบบนั้น เจ้าของร้านบอกว่า ก็ชีวิตมันไม่มีอะไรแน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้ และเค้าคุยกันถึงเรื่องการใช้เงินกันวันนั้น เจ้าของร้านก็เลยพูดเตือนขึ้นมา

ไม่มีใครคิดเลยว่าหลังจากนั้นแค่อาทิตย์เดียวสามีของเพื่อนฉันก็มาล้มลงและอยู่ในไอซียู ในที่สุดเพื่อนของฉันตัดสินใจถอดปลั๊กเครื่องช่วยหายใจของสามีเค้าหลังเวลาผ่านไป 3-4 วัน เหตุผลคือหมอบอกว่าไม่มีทางรอดแน่นอน ไม่ว่าจะอีกกี่วัน หรือ กี่เดือนข้างหน้า และเหตุผลหลักคือเพื่อนฉันไม่ได้มีเงินมากพอที่จะยื้อชีวิตสามีที่เค้ารักไว้ได้ และในเวลาที่หมอ คนที่มีอิทธิพลที่สุดกับเพื่อนของฉันในสถานการณ์นั้น บอกว่าโอกาสรอดไม่มีเหลือเลย

ณ ตอนนี้ เพื่อนฉันเอาอัฐิสามีเค้ากลับไปญี่ปุ่น เพื่อนฉันบอกว่าเค้านอนไม่หลับเลย ทำใจไม่ได้ เพราะเค้ากับสามีรักกันมาก และสามีเค้าสอนเค้าในทุกๆ เรื่อง จากนี้อะไรๆ ก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ฉันแอบคิดว่า ถ้าเป็นฉัน ฉันจะทำยังไง ฉันจะถอดปลั๊กหรือจะยื้อชีวิตสามีฉันต่อไป แล้วเงินหล่ะ ถ้าฉันไม่มีเงินมากพอที่จะยื้อ ฉันจะยอมเป็นหนี้เพื่อรอปาฎิหารย์อย่างงั้นหรือ หลังจากคิดโดยแอบเข้าข้างตัวเองว่า ถ้าเป็นฉัน ฉันคงไม่ยอมถอดปลั๊กแน่ๆ และฉันแอบผิดหวังเล้กน้อยที่เพื่อนฉันยอมตัดสินใจแบบนั้น แต่แล้วฉันก็คิดว่า ฉันกำลังเอาความคิดของตัวเองเป็นบรรทัดฐานตัดสินการกระทำของคนอื่น ซึ่งไม่ถูกต้อง ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง บางเหตุผลอาจชัดแจ้งโดยไม่ต้องถามให้มากความ แต่บางเหตุผลก็ถูกเก็บงำ แอบซ่อนไว้และยากที่ใครจะล่วงรู้เหตุผลจริงๆ ของการกระทำนั้นๆ

แต่ยังไงก็ตาม ฉันได้เรียนรู้ว่าชีวิตทุกชีวิตมุ่งหน้าไปทางเดียวกัน ทุกคนต้องตาย ไม่มีใครหลีกลี้ หนีไปจากความตายได้ แต่อะไรหล่ะที่จะทำให้ชีวิตเรามีคุณค่า กับทั้งต่อตัวเองเพื่อความหลุดพ้น และต่อผู้อื่น เพื่อนร่วมเดินทางในสังสารวัฎ ก่อนที่เราจะจากโลกนี้ไป ณ วันนี้ ฉันได้แง่คิดมากมายจากเหตุการณ์นี้ มันทำให้ฉันหยุดคิด และมองชีวิตที่เหลืออยู่ของฉันเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะชีวิตนี้ของคนเรานั้นสั้นนัก เมื่อเทียบกับการเดินทางที่ยาวนานในสังสารวัฎนี้


Create Date : 08 ตุลาคม 2552
Last Update : 8 ตุลาคม 2552 14:04:14 น. 5 comments
Counter : 360 Pageviews.

 
เห็นใจนะคะ เป็นใครก็คงลำบาก และไม่อยากให้มันเกิด้ขึ้น แม้กระทั่งหมาที่เลี้ยงไว้ที่บ้าน ถ้าต้องทำแบบนี้ยังต้องคิดหนัก นี่คนทั้งคน และเป็นคนที่รัก คงต้องทรมานจิตใจมากแน่ๆค่ะ เห็นใจอย่างยิ่งค่ะ


โดย: Compute วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:15:11:05 น.  

 
น่าสงสารเพื่อนคุณมาก เป็เราคงจะทำใจไม่ได้ที่จะถอดเครื่องช่วยชีวิตออก เราว่าคิดในอีกแง่ต้องบอกว่าเพื่อนคุณเขาเป็นคนเข้มแข็ง มีสติ และมองอะไรๆในด้านของความจริงได้ดี หวังว่าเขาจะสามาระเดินต่อไปข้างหน้าตัวคนเดียวได้ อย่างน้อยเขาก็โชคดีที่เคยได้เจอกับคนดีๆอย่างสามีเขา

ชีวิตคนเราไม่แน่นอนจริงๆ ช่วงนี้เจอแต่เรื่องสูญเสีย เพื่อนบ้านเราเพิ่งฆ่าตัวตายไป หวังว่าเขาจะรอดกลับมา แลเวคิดใหม่ได้ว่าชีวิตนี้ช่างมีค่านัก


โดย: LittleBlueTwingo วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:18:30:17 น.  

 
>


กระแสน้ำสัมผัสได้ด้วยตา
กระแสกรรมสัมผัสได้ด้วยใจ



สวัสดียามค่ำค่ะคุณเดซี่

เห็นใจจริงๆกับเรื่องที่เล่ามา เป็นเรื่องที่ไม่ว่าเกิดขึ้นกับใครก็ตัดสินใจได้ยากมาก
สำหรับเพื่อนของคุณเดซี่
การตัดสินใจในวินาทีสุดท้ายคงอยู่บนพื้นฐานของการไตร่ตรองที่รอบคอบแล้ว

เป็นจริงอย่างที่คุณเดซี่ว่า……..
******ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง
บางเหตุผลอาจชัดแจ้งโดยไม่ต้องถามให้มากความ
แต่บางเหตุผลก็ถูกเก็บงำ แอบซ่อนไว้และยากที่ใครจะล่วงรู้เหตุผลจริงๆ ของการกระทำนั้นๆ******

มีความสุขกับทุกๆวันนะคะ


คมคำ : ถ้าหลังเราตรง ก็ไม่ต้องกลัวว่าเงาจะคด





โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:19:58:37 น.  

 
สวัสดียามค่ำค่ะคุณเดซี่

เอาบุญมาฝากค่ะ
วันนี้ป้ากุ๊กไปกฐิน ที่วัดหนองบอน อ.หนองแค จ.สระบุรี


เป็นกฐินสามัคคี จากสามสายมารวมกัน ได้เงิน 5 แสน 6 หมื่น ค่ะ
มาร่วมอนุโมทนากันนะคะ


รถตู้คันที่ป้านั่งเป็น ฒ ผู้เฒ่าทั้งหมด แค่ 10 คน อายุรวมกัน 700 ขึ้น
อายุระหว่าง 60 - 78 เป็นหลัก 6 แค่ 4 คน นอกนั้น หลัก 7
เมื่อเข้ากลุ่มแล้ว ป้ากุ๊กยังอยู่ในเกณฑ์ ฒ ผู้เฒ่ายังสาว อิอิอิ


ขออภัยที่ไม่มีรูปมาให้ดู
ป้าไม่ได้ถ่ายรูปเลยเพราะกะแค่เอาตัว ไป – กลับให้รอดก็เก่งแล้วค่ะ




โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 11 ตุลาคม 2552 เวลา:22:19:19 น.  

 


เควินกับคุณทวดคร้าบบบบบบบบบบ
เควินหน่ะ 2 กว่าๆ …. ส่วนคุณทวดแค่ 90 เองงงงงงงงงงงงงงงงง



เดี๋ยวฝนก็ตก เดี๋ยวแดดก็ออก
เดี๋ยวก็เย็น เดี๋ยวก็ร้อน
มีขึ้น มีลง

ธรรมสวัสดีกับวันที่ ….อะไรอะไรก็ล้วนธรรมดาค่ะคุณเดซี่
…………………..

วันนี้ฝนพรำมาตั้งแต่เช้าค่ะ แต่พรำแบบพรมๆ ไม่ถึงกับเป็นปัญหา
แถวนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ

ป้าอัพแล้วค่ะ >>>>.ตายไม่ว่า <<<<


คมคำ : เรากำหนดสิ่งที่อยู่ภายนอกไม่ได้ … แต่กำหนดภายในได้





โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:17:06:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

daisyntulip
Location :
California United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add daisyntulip's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.