เฮฮาประสาหมี ภาคต่อ
Group Blog
 
All Blogs
 

เรื่องสั้นรักซึ้งตราตรึงใจ 1 นิตยากับสะมะนึกะ

“ผมรู้..ว่าเราไม่สมกัน” สมนึกบอกกับนิตยา ซึ่งกำลังเหม่อมองดาวบนฟ้าอย่างใจจรดใจจ่อ “แต่นิตก็ไม่น่าทำกับผมอย่างนี้”

นิตยาถอนใจเบาๆ เธอเพิ่งนับดาวไปได้แค่หนึ่งล้านสามแสนสี่หมื่นเก้าพันกว่าดวงเท่านั้น ดูเอาเถอะ...คำพูดของสมนึกทำให้เธอเสียสมาธิ ประเดี๋ยวเธอก็ต้องเริ่มนับใหม่อีกรอบสิเนี่ย

เธอหันหน้ามามองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ ใบหน้าอวบอูมประดับด้วยสิวเม็ดเล็กๆสีชมพูดูน่ารักนั้น ทำให้เธออดหวั่นไหวไม่ได้เกือบทุกครั้งที่หันไปมอง ครั้งหลังสุดนิตยาถึงกับเอาแว่นตาสำหรับช่างอ๊อกเหล็กมาใส่เวลาหันไปมองสมนึก เพื่อจะได้ไม่ต้องหวั่นไหว แต่มันก็เกือบทำให้เธอถูกรถเมล์ชนตาย เพราะมองทางไม่เห็น จนเดินเลยลงไปถึงกลางถนนตรงอู่รถเมล์ข้างๆท้องสนามหลวงซะนี่

คราวนี้เธอเลยต้องหาคอนแท็คเลนส์ลดความหวั่นไหวของแอคคิววิวมาใส่ ถึงกระนั้นสิวเม็ดเป่งๆของสมนึกก็ยังมีอานุภาพทะลุทะลวงมาได้บ้างเหมือนกัน จนนิตยาเริ่มสงสัยว่ามันเป็นสิวแบบจีเอสเอ็มสองวัตต์ นี่สมนึกลงทุนไปซื้อสิวเซลลูล่ามาติดเชียวหรือนี่

“นิตยังไม่ได้ทำอะไรสะมะซะหน่อย” เธอพูดเสียงใสน่าเอ็นดู สมนึกไม่ชอบให้ใครเรียก สม-นึก เขาเลียนแบบดีเจชื่อดังด้วยการบอกเพื่อนๆให้เรียก สะ-มะ-นึ-กะ นัยว่าจะได้เหมือนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงที่สุดในช่วงนี้

“ก็..เอาผมมายั่วให้ชาตรีหึงเนี่ย นิตว่ามันไม่เกินไปหน่อยเหรอครับ” เสียงของสมนึกตัดพ้อ

นิตยาถอนใจ ทำไมผู้ชายชอบคิดอะไรตื้นๆแบบนี้

“นิตบอกตั้งหลายหนแล้วว่า นิตกับชาตรีไม่ได้เป็นอะไรกัน เอาละ ถึงแม้เราจะเคยเล่นไพ่ป๊อกเด้งกันบ้าง แต่นิตก็กินเขาหมดตูดทุกตา หรือบางทีอาจมีคนเห็นเราเล่นตี่จับกันบ้าง แต่ก็เป็นเพราะอยู่หอแล้วมันเหงา จะเล่นทศกรีฑาก็ไม่ได้เพราะที่มันแคบ นอกจากเล่นเกมอะไรพวกนี้แล้วก็ไม่เห็นมีอะไร ชาตรีก็เป็นเพื่อนของนิตเหมือนสะมะนั่นแหละ” เธอพูดยืดยาวแทบหายใจหายคอไม่ทัน ยังดีที่บนภูกระดึงช่วงนี้มีบุรุษพยาบาลลางานมาเที่ยวกันมาก บุรุษพยาบาลคนหนึ่งจึงส่งหน้ากากออกซิเจนมาให้นิตยาทันเวลาพอดี

“เราเป็นแค่เพื่อนกันเหรอครับ นิต” สมนึกไล่บุรุษพยาบาลที่เริ่มรุมล้อมและทำท่ากรุ้มกริ่มใส่นิตยาแล้วหันมาพูดต่อ “ไหนๆบรรยากาศก็เป็นใจแล้ว ผมอยากสารภาพความในใจให้นิตรู้”

“อะไรล่ะคะ” นิตยาสะเทิ้นอาย มือดึงหญ้าในความมืดตรงหน้าด้วยความเขิน กว่าจะรู้ว่าสิ่งที่เธอถอนไม่ใช่หญ้าแต่เป็นเส้นผมของนักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่เมาหลับอยู่แถวนั้นก็ล่อเข้าไปตั้งครึ่งหัวแล้ว นักท่องเที่ยวรายนั้นแทบจะสร่างเมา รีบลุกเดินหนีไปพลางบ่นพึมพำ ได้ยินเสียงแว่วๆมีคำว่าแม่ๆอยู่ด้วย นิตยาจึงคิดว่าเขาคงจะคิดถึงแม่กะทันหันอย่างแน่นอน

“ผม..ผม..ผมชอบนิต” แม้รอบๆตัวจะเป็นความมืด แต่นิตยาก็เห็นได้ถนัดว่าสมนึกหน้าแดงก่ำ แดงยิ่งกว่าใบเมเปิ้ลแดงที่ลอยอยู่ตามน้ำตกเสียอีก “ผมชอบนิตมาตลอด ถ้าไม่เป็นเพราะชาตรีกับผมสนิทกัน ผมคงสารภาพกับนิตไปนานแล้ว นิตครับ..” สมนึกจับมือเธอขึ้นมาแนบอก แต่ถุงมือกันความหนาวห้าชั้นที่นิตยาใส่อยู่ทำให้เธอไม่รู้สึกอะไร “นิตจะมาคบกับผมได้ไหมครับ”

“มันเร็วไปนะคะ” นิตยาชักมือกลับ ถุงมือหลุดติดอยู่ที่สมนึกสามชั้น เหลือแค่สองชั้น

“เร็วตรงไหนเนี่ย เรารู้จักกันมาตั้งแต่ชั้นประถม..ยี่สิบปีแล้วนะ”

“เร็วไปค่ะ..” เธอยืนยัน

“ไม่เร็ว”

“เร็ว”

“ไม่เร็ว”

“เร็ว”

“ไม่เร็ว”

“ไม่เร็ว”

“เร็ว..อ้าว..” สมนึกตกหลุมเธอจนได้ นิตยาแอบยิ้มอยู่ในความมืด

“เห็นไหมคะ สมนึ..เอ๊ย..สะมะยังบอกว่าเร็วเลย” เธอลุกขึ้นยืน พระอาทิตย์ใกล้จะขึ้นแล้ว รอนับดาวต่อไปก็เสียเวลาเปล่า “เราไปตามหาชาตรีกันดีกว่า ขึ้นภูมาได้ 5 วันแล้วนะคะ แต่ 3 วันนี้ไม่เห็นชาตรีเลย”

สมนึกถอนใจ

“ผมขอนั่งอยู่ตรงนี้ก่อนแล้วกัน ผม..ผมเสียใจมากที่นิตไม่รับรักผม ผมอยากอยู่คนเดียว”

“ค่ะ นิตเข้าใจ” นิตยาลุกขึ้นยืน พวกผู้ชายนี่แปลกจริงๆ

เมื่อสามวันก่อนชาตรีก็มาพูดกับเธอแบบนี้แหละ พอเธอปฏิเสธเขาๆก็ขออยู่คนเดียวเหมือนกันเปี๊ยบ จนป่านนี้ไม่รู้ว่าจะออกมาจากผาหล่มสักหรือยัง
………………………………………………………................

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันที่ 29 ธันวาคม ลงพาดหัวตัวไม้

-- ด่วน พบนักท่องเที่ยวนั่งแห้งตายบนภูกระดึง 2 ราย ชาวบ้านแห่ขึ้นภู -ขอหวย --




 

Create Date : 13 ตุลาคม 2548    
Last Update : 12 ตุลาคม 2549 10:43:58 น.
Counter : 186 Pageviews.  

เรื่องสั้นรักซึ้งตราตรึงใจ 2 วันชาติกับคริสต์มาส

ตอนเด็กๆ วันชาติเคยสงสัยว่าทำไมพ่อถึงได้ตั้งชื่อเขาว่า "วันชาติ" ทั้งๆที่วันเกิดของเขาเองก็ไม่ได้ตรงกับวันชาติใดๆในโลกนี้ (อาจจะตรงกับวันชาติปาปัวนิวกินีหรือหมู่เกาะกาละปากอสก็ได้ แต่เขาไม่รู้) เพื่อนฝูงหลายคนเคยตั้งทฤษฎีว่า พ่อเขาคงต้องการให้เพื่อนของลูกได้เติมสร้อยเอาตามใจชอบ เช่น วันชาติชั่ว วันชาติหมา เป็นต้น และพร้อมใจกันสนองด้วยการเรียกชื่อเขาเต็มๆแบบมีสร้อยตลอดมา หลายคนตัด "วัน" ออกเสียด้วยซ้ำ

วันชาติเคยนึกน้อยใจว่าพ่อไม่รัก ถึงกับแกล้งตั้งชื่อกันโดยไม่มีสาเหตุ แต่เมื่อโตพอจะรับรู้ความจริงแล้ว พ่อก็ยอมบอกว่าชื่อของเขามีที่มาจากอะไร

“พ่อได้แม่แกวันชาติพอดี เราหนีไปค้างที่โรงแรมกัน แล้วอีก 9 เดือนต่อมาแกก็คลอด พ่อเลยตั้งชื่อแกว่าวันชาติ เพื่อระลึกถึงความรักของพ่อที่มีต่อแม่”

พอพ่อพูดจบก็อ้วกแตกอ้วกแตนอยู่สักพักด้วยความคลื่นไส้ แล้วขึ้น Honda Civic โหลดแป้กพุ่งออกไปหาเหล้ากินนอกบ้าน

แน่นอน วันชาติต้องมีแม่ เพราะพ่อของเขาไม่ใช่อมีบ้าที่แพร่พันธุ์โดยการแบ่งเซลล์ และไม่ใช่ไส้เดือนที่จะมี 2 เพศในตัวเดียวกัน เพียงแต่แม่ของวันชาติจากไปนานแล้ว จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ที่บอกได้ว่าไม่มีวันกลับเพราะคนเราส่วนใหญ่พอได้ขึ้นไปนอนบนเมรุแล้ว ไอ้ที่จะกลับมาเยี่ยมบ้านสักปีละหนก็คงทำไม่ได้

แม้ว่าวันชาติจะรู้ที่มาของชื่อตัวเองแล้วแต่ก็ไม่เคยกล้าบอกเหตุผลกับใคร เพราะกลัวคนส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจอย่างที่พ่อเข้าใจ แต่จะเข้าใจว่าชื่อของเขาเป็นอนุสรณ์แห่งการ “ฟันหญิง” ของพ่อต่างหาก ยิ่งเพื่อนฝูงของเขาด้วยแล้ว..แต่ละคนมีกิจการฟาร์มหมาเป็นของตัวเองอยู่ในปากกันทั้งนั้น

แล้ววันหนึ่ง โชคชะตาหรือพรหมลิขิตก็ไม่รู้ นำพาให้เขามาพบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชื่อว่า “คริสต์มาส”


“เฮ้ย ชาติชั่ว ดูสาวศิลปศาสตร์คนนี้สิวะ สวยฉิบหายเลย”

“สวยยังไงของเอ็งวะเอก สวยฉิบหายเนี่ย”

“สวยยังงี้ให้มาเป็นกิ๊กข้า ข้าก็เอานะเนี่ย” เอกแลบลิ้นเลียปากแผลบๆ

“ข้ารู้ว่าเอ็งเอาเขาแน่ แต่เขาแหละจะไม่เอาเอ็ง” เพื่อนอีกคนว่า

“เอ็งรู้จักเขาไหม ชื่ออะไรวะ” เอกถามผอม ผู้เป็นหนึ่งในเรื่องแห้ว ทำสถิติจีบสาว 37 ครั้ง แห้วไป 36 ครั้ง ส่วนอีกครั้งไม่นับ เพราะฝ่ายหญิงชิงผูกคอตายไปก่อนที่จะรู้ผล

“รู้สิวะ ระดับนี้แล้ว” ผอมพูดพลางเกาก้น วันชาติรู้แล้วว่าทำไมมันถึงแห้วบ่อยนัก “ชื่อคริสต์มาส”

“หา ชื่ออะไรนะ” วันชาติถามย้ำ

“ชื่อคริสต์มาส”

“เออ ชื่อแปลกดี” วันชาติหัวเราะ

“ก็ยังดีกว่าวันชาติหมาละวะ” เอกได้ที

แล้วบ่ายวันนั้น เขาก็พบเธอตัวเป็นๆในห้องชมรมวรรณศิลป์ ตอนที่กำลังมีการแนะนำตัวสมาชิกใหม่พอดี

“ชื่อคริสต์มาสค่ะ”

“ทำไมถึงชื่อคริสต์มาสล่ะ เกิดวันที่ 25 ธันวาคมเหรอ” รุ่นพี่ชมรมฯคนหนึ่งถามขึ้น

“ไม่ใช่ค่ะ” หน้ายิ้มของเธอเริ่มหุบลง

“อ้าว แล้วทำไมชื่อคริสต์มาส” รุ่นพี่ยังคงถามต่อ

“ไม่มีเหตุผลค่ะ” วันชาติมองหน้าเธอ ชักสงสัยตะหงิดๆ

“เอ๊ะ งั้นพ่อแม่ตั้งชื่อว่าคริสต์มาสทำไมล่ะ ไม่เข้าใจเลย”

วันชาติเห็นหน้าเธอเริ่มเข้มขึ้นทุกที เลยยื่นมือเข้าไปช่วย

“อะไรน่ะ วันชาติ” รุ่นพี่สงสัย เมื่อวันชาติยื่นของบางอย่างไปให้

“หอกครับพี่ หอก” วันชาติบอก “ก็เห็นพี่ถามหาอยู่ ก็เลยเอามาให้ครับ”

รุ่นพี่เลิกตอแยกับคริสต์มาส แต่เอาหอกไปลูบคลำเล่น มีเสียงบ่นแว่วๆมา “อ๋อ มันว่าฉันถามหาหอกอะไร”

คริสต์มาสส่งยิ้มให้วันชาติอย่างขอบคุณ เขารับไว้แล้วรีบเอาเก็บใส่กระเป๋าตังค์อย่างทะนุถนอม แต่สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่รอยยิ้มเพียงอย่างเดียว วันชาติต้องการไขข้อข้องใจของเขาด้วย ดังนั้น เมื่อเลิกชมรมฯ เขาจึงรีบวิ่งตามคริสต์มาสจนทัน

“มีอะไรคะ”

“ผมชื่อวันชาติ” วันชาติพูดไปหอบไป “ผมเองก็ไม่ได้เกิดตรงกับวันชาติ แต่พ่อผมมีเหตุผลบางอย่างที่ตั้งชื่อผมอย่างนี้ เป็นเหตุผลที่ผมไม่กล้าบอกใคร ผมสงสัยว่า ชื่อคุณก็เป็นเหมือนกันหรือเปล่า”

คริสต์มาสอึ้งไปชั่วครู่

“งั้นคุณบอกเหตุผลของคุณก่อนสิคะ”

“พ่อผมมีอะไรกับแม่ผมวันชาติพอดี..พ่อก็เลยตั้งชื่อนี้ไว้ระลึกถึงแม่ เพราะแม่ผมเสียไปแล้ว” วันชาติเห็นเธอนิ่ง ไม่มีทีท่าว่าจะหัวเราะ

“ค่ะ คุณแม่ฉันก็เหมือนกัน ท่านแอบหนีมาหาคุณพ่อวันคริสต์มาส พอมีฉันแล้วก็เลยตั้งชื่อเพื่อระลึกถึงวันนั้น คุณพ่อฉันเองก็เสียไปนานแล้วล่ะค่ะ”

“เย็นนี้คุณว่างไหมครับ” วันชาติถามดื้อๆ พร้อมกับยิ้มกว้างขวางที่สุดในชีวิต คาดว่ากว้างประมาณครึ่งสนามหลวงเห็นจะได้

“ค่ะ ทำไมคะ”

“ผมว่าจะชวนคุณกับคุณแม่คุณไปทานข้าวกันกับผมและพ่อเสียหน่อย” วันชาติยิ้มกว้างขึ้นไปอีก ตอนนี้เลยสนามหลวงไปถึงวัดโพธิ์แล้ว

“ผมคิดว่าครอบครัวเราน่าจะทำความรู้จักกันสักนิดน่ะครับ”




 

Create Date : 13 ตุลาคม 2548    
Last Update : 12 ตุลาคม 2549 10:44:47 น.
Counter : 121 Pageviews.  


แดดดี้แบร์
Location :
โฮจิมินห์ ซิตี้ Viet Nam

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คราวนี้หลังจากไปอยู่เขมรและฟิลิปปินส์มาแล้ว ชะตาชีวิตก็หนุนส่งให้มาต่อที่เวียดนาม

เป็นหมีไซ่ง่อน

"สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ 2539 ผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียนหรือการนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบล็อกนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด"

Friends' blogs
[Add แดดดี้แบร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.